บทดุอาอ์และตามด้วยการรักษาด้วยรุกยะฮ์จากอัลกุรอานและซุนนะฮ์
เขียนโดย ผู้หวังในความโปรดปรานของอัลลอฮ์ผู้สูงส่ง "และอัลลอฮ์ทรงมีบรรดาพระนามอันประเสริฐยิ่ง ดังนั้นจงวิงวอนต่อพระองค์ด้วยพระนามเหล่านั้น และจงละทิ้งบรรดาผู้ที่เบี่ยงเบนในเรื่องพระนามของพระองค์ พวกเขาจะได้รับการตอบแทนตามสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ" ซูเราะฮ์ อัลอะอ์รอฟ อายะฮ์ที่ 180 อัลลอฮ์ – ผู้ทรงเป็นปฐม – ผู้ทรงเป็นที่สุดท้าย – ผู้ทรงปรากฏชัด – ผู้ทรงเร้นลับ – ผู้ทรงสูงส่งยิ่ง – ผู้ทรงสูงสุด
บทดุอาอ์และตามด้วยการรักษาด้วยรุกยะฮ์จากอัลกุรอานและซุนนะฮ์
บทดุอาอ์จากอัลกุรอานและซุนนะฮ์
เขียนโดย
ผู้หวังในความโปรดปรานของอัลลอฮ์ผู้สูงส่ง ดร.สะอีด บิน อะลี บิน วะฮ์ฟ อัลเกาะห์ฏอนีย์
"และอัลลอฮ์ทรงมีบรรดาพระนามอันประเสริฐยิ่ง ดังนั้นจงวิงวอนต่อพระองค์ด้วยพระนามเหล่านั้น และจงละทิ้งบรรดาผู้ที่เบี่ยงเบนในเรื่องพระนามของพระองค์ พวกเขาจะได้รับการตอบแทนตามสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ" ซูเราะฮ์ อัลอะอ์รอฟ อายะฮ์ที่ 180
อัลลอฮ์ – ผู้ทรงเป็นปฐม – ผู้ทรงเป็นที่สุดท้าย – ผู้ทรงปรากฏชัด – ผู้ทรงเร้นลับ – ผู้ทรงสูงส่งยิ่ง – ผู้ทรงสูงสุด
ผู้ทรงสูงส่ง- ผู้ทรงยิ่งใหญ่- ผู้ทรงไพโรจน์- ผู้ทรงเกรียงไกร- ผู้ทรงได้ยิน- ผู้ทรงเห็น- ผู้ทรงรอบรู้
ผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียด – ผู้ทรงคู่ควรแก่การสรรเสริญ – ผู้ทรงเกียรติ ผู้ทรงอำนาจ– ผู้ทรงเดชานุภาพยิ่ง – ผู้ทรงสามารถ – ผู้ทรงอำนาจอย่างสมบูรณ์ – ผู้ทรงพลัง
ผู้ทรงมั่นคง- ผู้ทรงมั่งมี- ผู้ทรงปรีชาญาณ- ผู้ทรงขันติ- ผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงลบล้างความผิด- ผู้ทรงอภัยยิ่งผู้ทรงปกปิดความผิด - ผู้ทรงให้อภัยเสมอ
ผู้ทรงรับการเตาบะฮ์ - ผู้ทรงเฝ้าดูและควบคุมดูแลทุกสิ่ง - ผู้ทรงเป็นพยานรู้เห็นในทุกสรรพสิ่ง - ผู้ทรงพิทักษ์รักษา ผู้ทรงคุ้มครอง- ผู้ทรงอ่อนโยน- ผู้ทรงอยู่ใกล้- ผู้ทรงตอบรับ
ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักและเมตตา - ผู้ทรงตอบแทนความดี - ผู้ทรงตอบแทนความดีอย่างยิ่งยวด - ผู้ทรงเป็นนาย - ผู้ทรงเป็นที่พึ่ง- ผู้ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่ง - ผู้ทรงพิชิตโดยเด็ดขาด
ผู้ทรงอานุภาพ - ผู้ทรงสอบสวน - ผู้ทรงนำทาง - ผู้ทรงตัดสินอย่างยุติธรรม - ผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง - ผู้ทรงสันติ - ผู้ทรงเปี่ยมด้วยคุณธรรม
ผู้ทรงประทานอย่างล้นเหลือ - ผู้ทรงกรุณาปรานี - ผู้ทรงเมตตาเสมอ - ผู้ทรงเอื้อเฟื้อ - ผู้ทรงเอื้อเฟื้อยิ่ง - ผู้ทรงเมตตาอ่อนโยนยิ่ง - ผู้ทรงเปิด
ผู้ทรงประทานปัจจัยยังชีพ - ผู้ทรงประทานปัจจัยยังชีพอย่างอุดมไม่ขาดสาย - ผู้ทรงมีชีวิตอยู่ตลอดกาล - ผู้ทรงดำรงอยู่ด้วยพระองค์เอง และทรงค้ำจุนทุกสรรพสิ่ง - พระผู้อภิบาล - ผู้ทรงเป็นกษัตริย์ ผู้ทรงครอบครองอำนาจทั้งหมด - ผู้ทรงเป็นกษัตริย์สูงสุด ผู้ทรงครอบครองอย่างสมบูรณ์
ผู้ทรงเป็นหนึ่ง – ผู้ทรงเอกะ – ผู้ทรงยิ่งใหญ่ – ผู้ทรงสร้าง – ผู้ทรงสร้างสรรค์ – ผู้ทรงให้บังเกิด – ผู้ทรงรังสรรค์
ผู้ทรงประทานความปลอดภัย - ผู้ทรงอภิรักษ์ - ผู้ทรงครอบคลุมทุกสิ่ง - ผู้ทรงประทานปัจจัยหล่อเลี้ยง - ผู้ทรงรับการมอบหมาย - ผู้ทรงพอเพียง - ผู้ทรงไพศาล
ผู้ทรงสัจธรรม - ผู้ทรงงดงาม - ผู้ทรงอ่อนโยน - ผู้ทรงละอาย - ผู้ทรงปกปิดความผิด - พระผู้ทรงได้รับการเคารพสักการะ - ผู้ทรงหน่วงเหนี่ยว
ผู้ทรงประทานความกว้างขวาง – ผู้ทรงประทาน – ผู้ทรงให้มาก่อน – ผู้ทรงให้มาทีหลัง – ผู้ทรงประจักษ์แจ้ง – ผู้ทรงประทานความโปรดปราน - ผู้ทรงคุ้มครอง
ผู้ทรงเป็นเจ้าปกครอง - ผู้ทรงช่วยเหลือ - ผู้ทรงบำบัดรักษา - ผูัทรงเป็นเจ้าแห่งอำนาจทั้งมวล - ผู้ทรงรวบรวมมนุษยชาติ
ผู้ทรงเป็นแสงสว่างแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน - ผู้ทรงเป็นเจ้าแห่งความยิ่งใหญ่และเกียรติยศ - ผู้ทรงสร้างสรรค์ชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน[1] [1] โปรดดูพระนามเหล่านี้พร้อมด้วยหลักฐานจากคัมภีร์อัลกุรอานและซุนนะฮ์ในหนังสือ: (การอรรถาธิบายพระนามอันไพจิตรของอัลลอฮ์จากคัมภีร์อัลกุรอานและซุนนะฮ์)... ของผู้เขียน
ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ
บทนำ
แท้จริงมวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ เราขอสรรเสริญพระองค์ เราขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ เราขออภัยโทษจากพระองค์ เราขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้ห่างไกลจากความชั่วร้ายของตัวเราและจากความชั่วที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเรา ผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงชี้นำเขา ก็ไม่มีผู้ใดทำให้เขาหลงทางได้ และผู้ใดที่พระองค์ทรงให้เขาหลงทาง ก็ไม่มีผู้ใดสามารถชี้นำเขาได้ ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นโดยที่ไม่มีภาคีใดๆ ต่อพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่าแท้จริงมุหัมมัดนั้นเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์ ขออัลลอฮ์ทรงประทานความเมตตาจำเริญแด่ท่าน วงศ์วานของท่าน บรรดาสาวกของท่าน และบรรดาผู้เจริญรอยตามพวกเขาด้วยความดีงามจนกระทั่งถึงวันแห่งการตอบแทน และขอพระองค์ทรงประทานความสันติสุขอันมากมาย:
นี่คือฉบับย่อจากหนังสือของฉันที่ชื่อว่า "การรำลึก (ซิกิร) การขอดุอาอ์ และการบำบัดด้วยรุกยะฮ์จากอัลกุรอานและซุนนะฮ์"[2] โดยฉันได้คัดเลือกเฉพาะส่วนที่เป็นบทดุอาอ์มาย่อไว้ เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้ประโยชน์ และได้เพิ่มบทดุอาอ์รวมถึงสาระที่มีประโยชน์อื่นๆ เข้าไป (ในฉบับย่อนี้) อินชาอัลลอฮฺ ตะอาลา และฉันขอวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ด้วยพระนามอันวิจิตรของพระองค์ และด้วยบรรดาคุณลักษณะอันสูงส่งของพระองค์ โปรดทำให้การงานนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อพระพักตร์อันทรงเกียรติของพระองค์เถิด แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอุปถัมภ์ในสิ่งนั้น และทรงเดชานุภาพเหนือสิ่งนั้น [2] และหนังสือต้นฉบับดังกล่าวนั้นได้รับการตีพิมพ์แล้ว—อัลฮัมดุลิลลาฮ์—พร้อมด้วยการตรวจสอบที่มาของหะดีษ อย่างละเอียดในชุด 4 เล่มด้วยกัน: โดยส่วนของบทซิกิร (ซึ่งก็คือหนังสือ 'ฮิสนุล มุสลิม') จะอยู่ในเล่มที่ 1 และเล่มที่ 2 ส่วนบทดุอาอ์จะอยู่ในเล่มที่ 3 และส่วนของการรักษาด้วยการรุกยะฮ์จะอยู่ในเล่มที่ 4
และขออัลลอฮ์ทรงประทานการสดุดี ความสันติสุข และความจำเริญแด่ท่านนบีมุหัมมัดของเรา และครอบครัวของท่าน ตลอดจนบรรดาเศาะหาบะฮ์ของท่าน รวมถึงบรรดาผู้ที่เจริญรอยตามท่านด้วยความดีงามตราบจนถึงวันแห่งการตัดสิน
เขียนโดย ซะอีด บิน อะลี บิน วะฮ์ฟ อัล-เกาะห์ฏอนีย์
เรียบเรียงในเดือน ชะอ์บาน ฮ.ศ. 1408
ความประเสริฐของการดุอาอ์
อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสว่า: "และพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าตรัสว่า จงวิงวอนขอต่อข้าเถิด แล้วข้าจะตอบรับแก่พวกเจ้าแท้จริงบรรดาผู้ที่โอหังหยิ่งผยองจากการเคารพภักดีต่อข้าพวกเขาจะเข้าสู่นรกญะฮันนัมในสภาพอัปยศ" ซูเราะฮ์ฆอฟิร อายะฮ์ที่ 60 และพระองค์ — ﷻ — ได้ตรัสว่า : "เมื่อบ่าวของข้าถามเจ้าถึงข้า แท้จริงข้าอยู่ใกล้ (พวกเขาเสมอ) ข้าตอบสนองต่อการเรียกร้องของผู้ที่วิงวอนเมื่อเขาได้วิงวอนต่อข้า ดังนั้นพวกเขาจึงควรตอบรับการเรียกร้องของข้า (โดยเชื่อฟังคำสั่งของข้า) และศรัทธาต่อข้า เพื่อว่าพวกเขาจะได้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง" ซูเราะฮ์ อัลบะเกาะเราะฮ์, อายะฮ์ที่: 186 และท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า: "การดุอาอ์นั้นคืออิบาดะฮ์ พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าได้ตรัสว่า: พวกเจ้าจงวิงวอนขอต่อข้า และข้าจะตอบรับให้พวกเจ้า"[3] , และท่านนบี -ﷺ- กล่าวว่า "แท้จริงพระเจ้าของพวกท่าน—ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความจำเริญและทรงสูงส่ง—ทรงมีความละอายและทรงเอื้อเฟื้อ พระองค์ทรงละอายต่อบ่าวของพระองค์ ที่จะปฏิเสธบ่าวของพระองค์ เมื่อเขายกมือวิงวอนต่อพระองค์ โดยจะไม่ทรงปล่อยให้มือทั้งสองนั้นกลับไปอย่างว่างเปล่า"[4] , และท่านนบี -ﷺ- กล่าวว่า "ไม่มีมุสลิมคนใดที่วอนขอด้วยการดุอาอ์หนึ่ง โดยที่ในคำขอนั้นไม่มีเรื่องของบาป หรือการตัดสัมพันธ์เครือญาติ นอกจากอัลลอฮ์จะทรงประทานให้แก่เขา (ด้วยดุอาอ์นั้น) ใน 3 ประการนี้ ประการใดประการหนึ่ง คือ: พระองค์จะทรงตอบรับดุอาอ์นั้นให้เขาทันที (ในโลกนี้) หรือพระองค์จะทรงเก็บมันไว้เป็นรางวัลให้แก่เขาในโลกหน้า หรือพระองค์จะทรงปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่มีขนาดเท่ากับดุอาอ์นั้นให้พ้นไปจากเขา" พวกเขา (เศาะฮาบะฮ์) กล่าวว่า: "ถ้าเช่นนั้น พวกเราจะดุอาอ์ให้มากขึ้น? ท่านนบี ﷺ จึงตอบว่า: "อัลลอฮ์ทรงมีให้มากกว่า"(สิ่งที่พวกท่านขอ)[5]. [3] รายงานโดยอบูดาวูด เล่มที่ 2 หน้า 78 หมายเลขหะดีษ 1481 อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 5 หน้า 211 หมายเลขหะดีษ 2959 และอิบนุมาญะฮ์ เล่มที่ 2 หน้า 1258 หมายเลขหะดีษ 3828 และอัลอัลบานีย์ — ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน — ได้รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ใน เศาะฮีห์อัลญามิอ์ อัศเศาะฆีร เล่มที่ 3 หน้า 150 และ เศาะฮีห์อิบนุมาญะฮ์ เล่มที่ 2 หน้า 324 [4] รายงานโดยอบูดาวูด เล่มที่ 2 หน้า 78 หมายเลขหะดีษ 1488 อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 5 หน้า 557 หมายเลขหะดีษ 3556 และอิบนุมาญะฮ์ เล่มที่ 2 หน้า 1271 หมายเลขหะดีษ 3865 โดยอิบนุหะญัร กล่าวว่า “สายรายงานของหะดีษนี้อยู่ในระดับดี”และอัลอัลบานีย์ได้รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ใน เศาะฮีห์อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 179 [5] รายงานโดยอัตติรมิซีย์ เล่มที่ 5 หน้า 566 และเล่มที่ 5 หน้า 462 หมายเลขหะดีษ 3573 อิมามอะห์มัด เล่มที่ 3 หน้า 18 หมายเลขหะดีษ 11150 และอัลอัลบานีย์ได้ตัดสินว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ใน ศอฮีห์อัลญามิอ์อัศเศาะฆีร เล่มที่ 5 หน้า 116 และ ศอฮีห์สุนันอัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 140
มารยาทในการดุอาอ์และสาเหตุของการตอบรับ[6]: [6] สามารถดูมารยาทและสาเหตุของการตอบรับพร้อมด้วยหลักฐานต่างๆ เหล่านี้ได้ในหนังสือต้นฉบับ 3/927-975
1. ความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮ์
2- ให้เริ่มต้นด้วยการสรรเสริญอัลลอฮ์ และสดุดีต่อพระองค์ หลังจากนั้นให้กล่าวเศาะละวาตแก่ท่านนบี ﷺ และให้เขากล่าวปิดท้าย (การดุอาอ์) เช่นเดียวกัน
3- การตั้งมั่นแน่วแน่ในการขอดุอาอ์ และความเชื่อมั่นในการตอบรับ
4- การวิงวอนขออย่างมุ่งมั่นสม่ำเสมอ และการไม่รีบร้อน (ต่อผลลัพธ์)
5- การมีจิตใจจดจ่อ ตั้งมั่นกับดุอาอ์
6- ให้ขอดุอาอ์ทั้งในยามสุขสบายและยามทุกข์ยาก
7- จะต้องไม่วิงวอนขอต่อผู้ใด นอกจากอัลลอฮ์แต่เพียงผู้เดียว
8- ไม่ดุอาอ์ให้ร้ายแก่ครอบครัว ทรัพย์สิน บุตร และตนเอง
9- ให้ขอดุอาอ์ด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำพอเหมาะ ระหว่างการกล่าวอย่างแผ่วเบาและการกล่าวออกเสียงดัง
10- ให้ทำการสารภาพบาปและการขออภัยโทษต่อบาปนั้น และการสารภาพในความโปรดปรานและการขอบคุณอัลลอฮฺต่อความโปรดปรานนั้น
11- ไม่ฝืนปรุงแต่งถ้อยคำให้สัมผัสคล้องจองในการดุอาอ์
12- ให้มีการอ้อนวอนอย่างนอบน้อม ถ่อมตน มีความปรารถนา และความเกรงกลัว
13- คืนสิทธิ์แก่ผู้ถูกละเมิด พร้อมการสำนึกผิดกลับตัว
14- ให้ทำการดุอาอ์สามครั้ง
15- ผินหน้าทางกิบละฮ์.
16- ยกมือทั้งสองในการดุอาอ์
17- อาบน้ำละหมาดก่อนการดุอาอ์ หากมีความสะดวก
18- ไม่ล่วงละเมิดในการดุอาอ์
19- ให้เริ่มขอให้แก่ตัวเองก่อน เมื่อจะขอดุอาอ์ให้แก่ผู้อื่น[7] [7] มีหลักฐานยืนยันจากท่านนบี ﷺ ว่าท่านได้เริ่มดุอาอ์ให้แก่ตัวท่านเองก่อน และมีหลักฐานยืนยันเช่นกันว่าท่านไม่เริ่มดุอาอ์ให้แก่ตัวท่านเองก่อน เช่น การดุอาอ์ของท่านให้แก่อะนัส อิบนุ อับบาส อุมมุ อิสมาอีล และท่านอื่นๆ รายละเอียดเพิ่มเติมในประเด็นนี้ ดูได้ในคำอธิบายของอันนะวะวีย์ต่อศอฮีห์มุสลิม เล่มที่ 15 หน้า 144 ตุห์ฟะตุลอะหฺวะซีย์ คำอธิบายสุนันอัตติรมิซีย์ เล่มที่ 9 หน้า 328 และ ฟัตหุลบารี คำอธิบายศอฮีห์อัลบุคอรี เล่มที่ 1 หน้า 281
20- ขอความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ตะวัสสุล) ด้วยพระนามอันงดงามของพระองค์ และคุณลักษณะอันสูงส่งของพระองค์ หรือด้วยการงานอันดีที่ผู้วิงวอนเองได้กระทำ หรือด้วยการดุอาอ์ของชายผู้ทรงคุณธรรม ซึ่งยังมีชีวิตและอยู่ต่อหน้าเขา
21- อาหาร เครื่องดื่ม และเสื้อผ้าอาภรณ์ต้องเป็นสิ่งที่หะลาล
22- ไม่ขอในสิ่งที่เป็นบาป หรือตัดสัมพันธ์เครือญาติ
23- สั่งใช้ให้ทำความดี และห้ามปรามจากการทำความชั่ว
24- ปลีกตัวออกห่างจากบาปและความผิดทั้งปวง
ช่วงเวลา สภาพการณ์ และสถานที่ที่ดุอาอ์จะถูกตอบรับ[8]: [8] โปรดดูเวลา สภาพ และสถานที่เหล่านี้พร้อมหลักฐานอย่างละเอียดในหนังสือต้นฉบับ เล่มที่ 3 หน้า 975–1117
1- คืนลัยละตุลก็อดร์
2- ช่วงกลางของตอนท้ายของกลางคืน
3-ในช่วงท้ายของละหมาดฟัรฎู
4- ระหว่างอะซานและอิกอมะฮ์
5- ช่วงเวลาหนึ่งในทุกค่ำคืน
6- ขณะการอะซานสำหรับละหมาดฟัรฎู
7- ขณะฝนตก
8- ขณะเคลื่อนทัพประจันบานในหนทางของอัลลอฮฺ
9- ช่วงเวลาหนึ่งในวันศุกร์
และทัศนะที่มีน้ำหนักที่สุดในเรื่องนี้ คือช่วงเวลาสุดท้ายของเวลาอัศริในวันศุกร์ และอาจจะเป็นช่วงเวลาของคุตบะฮ์และละหมาด
10- ขณะดื่มน้ำซัมซัมด้วยเจตนาที่สัจจริง
11- ในสุญูด
12- ในขณะตื่นจากการนอนในยามค่ำคืน และการขอดุอาอ์ด้วยบทดุอาอ์ที่มีรายงานแบบอย่างไว้สำหรับกรณีนั้น
13- เมื่อนอนหลับในสภาพที่สะอาด (มีน้ำละหมาด) แล้วตื่นขึ้นในยามค่ำคืนและขอดุอาอ์
14- เมื่อขอดุอาอ์ด้วยบท ((لَا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ سُبْحَانَكَ إِنِّي كُنْتُ مِنَ الظَّالِمِينَ)) "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ท่าน มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ท่าน แท้จริงข้าพระองค์เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้อธรรม"
15- การดุอาอ์ของผู้คนทันทีหลังจากที่ผู้ตายสิ้นชีวิตลง
16- ขอดุอาอ์หลังจากกล่าวสรรเสริญอัลลอฮ์และกล่าวเศาะละวาตต่อท่านนบี -ﷺ- ในตะชะฮฺฮุดสุดท้าย
17- เมื่อวิงวอนต่ออัลลอฮ์ด้วยพระนามอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ซึ่งหากพระองค์ถูกวิงวอนด้วยพระนามนั้นแล้ว พระองค์จะทรงตอบรับ และหากพระองค์ถูกขอด้วยพระนามนั้นแล้ว พระองค์จะทรงประทานให้[9] [9] โปรดดูพระนามอัลลอฮ์อันยิ่งใหญ่ในหะดีษหมายเลข 203 หมายเลข 104 และหมายเลข 105 ของหนังสือเล่มนี้
18- การดุอาอ์ของมุสลิมให้แก่พี่น้องมุสลิมของเขาโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว
19- ดุอาอ์ในวันอะเราะฟะฮ์ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮ์
20- ดุอาอ์ในเดือนรอมฎอน
21- เมื่อเหล่ามุสลิมรวมตัวกันในมัจญ์ลิสแห่งการรำลึกถึงอัลลอฮ์
22- ในขณะขอดุอาอ์เมื่อประสบกับความทุกข์ยาก โดยกล่าวว่า ((إِنَّا لِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ، اللَّهُمَّ أجُرْنِي فِي مُصِيبَتِي، وَأَخْلِفْ لِي خَيْرًا مِنْهَا)) ตวามว่า "แท้จริงเราเป็นของอัลลอฮ์ และแท้จริงเราจะกลับคืนสู่พระองค์ โอ้อัลลอฮ์ โปรดประทานผลบุญแก่ข้าพระองค์ในการทดสอบนี้ และโปรดทดแทนสิ่งที่ดีกว่าสิ่งนั้นให้แก่ข้าพระองค์"
23- การขอดุอาอ์ในสภาพที่หัวใจมุ่งมั่นต่ออัลลอฮ์ และมีความบริสุทธิ์ใจอย่างยิ่ง
24- ดุอาอ์ของผู้ถูกอธรรมต่อผู้ที่อธรรมต่อเขา
25- ดุอาอ์ของบิดาที่ขอให้แก่ลูก และที่สาปแช่งลูก
26- ดุอาอ์ของผู้เดินทาง
27- ดุอาอ์ของผู้ที่ถือศีลอดจนกว่าเขาจะละศีลอด
28- ดุอาอ์ของผู้ถือศีลอดขณะละศีลอด
29- ดุอาอ์เมื่อตกอยู่ในความคับขัน
30- ดุอาอ์ของผู้นำที่ยุติธรรม
31- ดุอาอ์ของลูกที่ดีที่กตัญญู ให้แก่บิดามารดาของเขา
32. ดุอาอ์หลังอาบน้ำละหมาดเมื่อเขาได้ดุอาอ์ตามที่มีรายงานจากสุนนะฮ์
33- ดุอาอ์หลังจากขว้างหินญะมะรอต อัศศุฆรอ
34- ดุอาอ์หลังจากขว้างหินญะมะรอต อัลวุสตอ
35- ดุอาอ์ภายในกะอ์บะฮ์ และผู้ใดที่ละหมาดในอัล-ฮิจร์ก็ถือว่าได้ละหมาดในกะอ์บะฮ์
36- ดุอาอ์ที่เขาอัศ-เศาะฟา
37- ดุอาอ์ที่เขาอัล-มัรวะฮ์
38- ดุอาอ์ ณ สถานที่ อัลมัชอะริลหะรอม
และผู้ศรัทธานั้นย่อมวิงวอนต่อพระเจ้าของเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ใด ดังที่อัลลอฮ์ ﷻ ได้ตรัสว่า "เมื่อบ่าวของข้าถามเจ้าถึงข้า แท้จริงข้าอยู่ใกล้ (พวกเขาเสมอ) ข้าตอบสนองต่อการเรียกร้องของผู้ที่วิงวอนเมื่อเขาได้วิงวอนต่อข้า ดังนั้นพวกเขาจึงต้องตอบรับการเรียกร้องของข้า (โดยเชื่อฟังคำสั่งของข้า) และศรัทธาต่อข้า เพื่อว่าพวกเขาจะได้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง" ซูเราะฮ์ อัลบะเกาะเราะฮ์, อายะฮ์ที่ 186 แต่เวลา สภาพ และสถานที่เหล่านี้ เป็นช่วงที่สมควรได้รับการให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ
บทดุอาอ์จากอัลกุรอานและซุนนะฮ์
การสรรเสริญทั้งมวลเป็นสิทธิของอัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียว และขอความศานติและความจำเริญจงมีแด่ผู้ซึ่งไม่มีนบีใดหลังจากท่าน (นบีมูหัมมัด ﷺ)
1- بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ ความว่า : "ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ * الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ ความว่า : มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก * الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ ความว่า : ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ* مَالِكِ يَوْمِ الدِّينِ ความว่า : ผู้ทรงอภิสิทธิ์แห่งวันตอบแทน * إِيَّاكَ نَعْبُدُ وَإِيَّاكَ نَسْتَعِينُ ความว่า : เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่พวกข้าพระองค์เคารพภักดี และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ * اهْدِنَا الصِّرَاط الْمُسْتَقِيمَ ความว่า : ขอพระองค์ทรงแนะนำพวกข้าพระองค์ ซึ่งทางอันเที่ยงตรง * صِرَاطَ الَّذِينَ أَنْعَمْتَ عَلَيْهِمْ غَيْرِ الْمَغْضُوبِ عَلَيْهِمْ وَلَا الضَّالِّينَ ความว่า : (คือ) ทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปรานแก่พวกเขา มิใช่ทางของพวกที่ถูกกริ้ว และมิใช่ทางของพวกที่หลงผิด" ซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์ อายะฮ์ที่ 1–7
2- رَبَّنَا تَقَبَّلْ مِنَّا إِنَّكَ أَنتَ السَّمِيعُ الْعَلِيمُ ความว่า : "โอ้ พระผู้อภิบาลของเรา โปรดรับการงานจากพวกเราด้วยเถิด แท้จริง พระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้" ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 127
3- وَتُبْ عَلَيْنَآ إِنَّكَ أَنتَ التَّوَّابُ الرَّحِيمُ ความว่า : "และโปรดยอมรับการกลับใจของเรา แท้จริงพระองค์คือผู้ยอมรับการกลับใจ ผู้ทรงเมตตาเสมอ" ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 128
4- رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา โปรดประทานให้แก่พวกเราซึ่งสิ่งดีงามในโลกนี้ และสิ่งดีงามในปรโลก และโปรดคุ้มครองพวกเราให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรกด้วยเถิด" (อัล-บะเกาะเราะฮ์ 201)
5- سَمِعْنَا وَأَطَعْنَا غُفْرَانَكَ رَبَّنَا وَإِلَيْكَ الْمَصِيرُ ความว่า : "พวกเราได้ยินแล้วและพวกเราปฏิบัติตามแล้ว (เราขอวิงวอน) โปรดประทานการอภัยโทษแก่พวกเราด้วยเถิด โอ้พระผู้อภิบาลของเรา และยังพระองค์เท่านั้นที้ต้องกลับไป" ซูเราะฮ์ อัลบะเกาะเราะฮ์, อายะฮ์ที่ 285
6- رَبَّنَا لاَ تُؤَاخِذْنَا إِن نَّسِينَا أَوْ أَخْطَأْنَا رَبَّنَا وَلاَ تَحْمِلْ عَلَيْنَا إِصْرًا كَمَا حَمَلْتَهُ عَلَى الَّذِينَ مِن قَبْلِنَا رَبَّنَا وَلاَ تُحَمِّلْنَا مَا لاَ طَاقَةَ لَنَا بِهِ وَاعْفُ عَنَّا وَاغْفِرْ لَنَا وَارْحَمْنَآ أَنتَ مَوْلاَنَا فَانصُرْنَا عَلَى الْقَوْمِ الْكَافِرِينَ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของพวกเรา โปรดอย่าทรงเอาผิดแก่พวกเรา หากเราลืมหรือกระทำผิดพลาด ข้าแต่พระผู้อภิบาลของพวกเรา โปรดอย่าทรงวางภาระหนักแก่พวกเรา เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงวางไว้แก่ชนก่อนหน้าเรา ข้าแต่พระผู้อภิบาลของพวกเรา โปรดอย่าทรงแบกรับสิ่งที่เกินกำลังแก่พวกเรา และโปรดทรงอภัยแก่เรา โปรดทรงยกโทษให้เรา และโปรดทรงเมตตาแก่เรา พระองค์ทรงเป็นผู้ทรงอุปถัมภ์ของเรา ดังนั้นโปรดทรงช่วยเหลือพวกเราให้มีชัยเหนือหมู่ชนผู้ปฏิเสธศรัทธา" ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 286
7 - رَبَّنَا لاَ تُزِغْ قُلُوبَنَا بَعْدَ إِذْ هَدَيْتَنَا وَهَبْ لَنَا مِن لَّدُنكَ رَحْمَة إِنَّكَ أَنتَ الْوَهَّابُ ความว่า : (พวกเขาวิงวอนต่ออัลลอฮ์ว่า) "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา โปรดอย่าทำให้หัวใจของเราโน้มเอียงไปทางอื่น หลังจากที่พระองค์ได้ทรงนำทางเรา และโปรดประทานแก่เรา ซึ่งความเมตตาจากพระองค์ แท้จริงพระองค์นั้น คือผู้ทรงประทานให้อย่างมากมาย" ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน อายะฮ์ที่ 8.
8 - رَبَّنَا إِنَّنَا آمَنَّا فَاغْفِرْ لَنَا ذُنُوبَنَا وَقِنَا عَذَابَ النَّار ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา แท้จริงเราศรัทธาแล้ว ดังนั้น โปรดอภัยโทษให้แก่เรา ซึ่งบาปต่างๆ ของเรา และโปรดปกป้องเราให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรกด้วยเถิด" ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน อายะฮ์ที่ 16
9 - رَبِّ هَبْ لِي مِن لَّدُنْكَ ذُرِّيَّةً طَيِّبَةً إِنَّكَ سَمِيعُ الدُّعَاءِ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โปรดประทานลูกหลานที่ดีงามแก่ข้าพระองค์จากพระองค์ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินคำวิงวอน" ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน อายะฮ์ที่ 38
10 - رَبَّنَا آمَنَّا بِمَا أَنزَلَتْ وَاتَّبَعْنَا الرَّسُولَ فَاكْتُبْنَا مَعَ الشَّاهِدِينَ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของพวกข้าพระองค์ พวกข้าพระองค์ศรัทธาแล้วต่อสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานลงมา และพวกข้าพระองค์ก็ได้ปฏิบัติตามเราะซูลแล้ว ได้โปรดทรงบันทึกพวกข้าพระองค์ร่วมกับบรรดาผู้ที่กล่าวปฏิญาณยืนยันทั้งหลายด้วยเถิด" ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน อายะฮ์ที่ 53
11- ربَّنَا اغْفِرْ لَنَا ذُنُوبَنَا وَإِسْرَافَنَا فِي أَمْرِنَا وَثَبِّتْ أَقْدَامَنَا وانصُرْنَا عَلَى الْقَوْمِ الْكَافِرِينَ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา โปรดอภัยบาปและความเกินเลยของเราในกิจการของเรา โปรดทำให้เท้าของเรามั่นคง (ในการต่อสู้) และช่วยเหลือเราให้ได้รับชัยชนะเหนือบรรดาผู้ปฏิเสธทั้งหลาย" ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน อายะฮ์ที่ 147
12- رَبَّنَا مَا خَلَقْتَ هَذا بَاطِلاً سُبْحَانَكَ فَقِنَا عَذَابَ النَّارِ ความว่า : "โอ้ พระผู้อภิบาลของเรา พระองค์ไม่ได้ทรงสร้างสิ่งนี้มาโดยเปล่าประโยชน์เลย มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ โปรดคุ้มครองพวกเราให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรกด้วยเถิด" رَبَّنَا إِنَّكَ مَن تُدْخِلِ النَّارَ فَقَدْ أَخْزَيْتَهُ وَمَا لِلظَّالِمِينَ مِنْ أَنصَارٍ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของพวกเรา แท้จริงผู้ใดที่พระองค์ทรงให้เข้านรก แน่นอนพระองค์ได้ทรงทำให้เขาอัปยศแล้ว และสำหรับบรรดาผู้อธรรมนั้นย่อมไม่มีผู้ช่วยเหลือใดๆ" رَّبَّنَا إِنَّنَا سَمِعْنَا مُنَادِيًا يُنَادِي لِلإِيمَانِ أَنْ آمِنُواْ بِرَبِّكُمْ فَآمَنَّا رَبَّنَا فَاغْفِرْ لَنَا ذُنُوبَنَا وَكَفِّرْ عَنَّا سَيِّئَاتِنَا وَتَوَفَّنَا مَعَ الأبْرَارِ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของพวกเรา แท้จริงเราได้ยินผู้ประกาศคนหนึ่ง ซึ่งเขาได้เรียกร้องเพื่อสู่การศรัทธา (เขากล่าวว่า) "จงศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าเถิด" ดังนั้นพวกเราก็ศรัทธา โอ้ พระผู้อภิบาลของเรา โปรดอภัยโทษบาปของเราแก่พวกเรา และโปรดลบล้างความผิดของเราออกไปจากพวกเรา และโปรดให้พวกเราสิ้นชีวิตร่วมกับบรรดาผู้ที่เป็นคนดีทั้งหลาย" رَبَّنَا وَآتِنَا مَا وَعَدتَّنَا عَلَى رُسُلِكَ وَلاَ تُخْزِنَا يَوْمَ الْقِيَامَةِ إِنَّكَ لاَ تُخْلِفُ الْمِيعَادَ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของพวกเรา โปรดประทานสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้แก่เราผ่านทางเราะซูลของพระองค์ และโปรดอย่าให้ความอัปยศเกิดขึ้นกับพวกเราในวันพิพากษา แท้จริงพระองค์ไม่ทรงผิดสัญญา" ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน อายะฮ์ที่ 191–194
13-رَبَّنَا آمَنَّا فَاكْتُبْنَا مَعَ الشَّاهِدِينَ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา พวกเราได้ศรัทธาแล้ว ดังนั้นโปรดบันทึกพวกเราร่วมกับบรรดาผู้เป็นพยานทั้งหลาย" ซูเราะฮ์ อัลมาอิดะฮ์ อายะฮ์ที่ 83
14- رَبَّنَا ظَلَمْنَا أَنفُسَنَا وَإِن لَّمْ تَغْفِرْ لَنَا وَتَرْحَمْنَا لَنَكُونَنَّ مِنَ الْخَاسِرِينَ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของพวกเรา พวกเราได้อธรรมแก่ตัวของพวกเราเอง และถ้าพระองค์ไม่ทรงอภัยโทษแก่พวกเรา และเอ็นดูเมตตาแก่พวกเราแล้ว แน่นอนพวกเราก็ต้องกลายเป็นพวกที่ขาดทุน" ซูเราะฮ์ อัล-อะอ์รอฟ อายะฮ์ที่ 23
15- رَبَّنَا لاَ تَجْعَلْنَا مَعَ الْقَوْمِ الظَّالِمِينَ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา โปรดอย่าให้พวกเราร่วมอยู่กับกลุ่มผู้อธรรมเหล่านั้นเลย" ซูเราะฮ์ อัลอะอ์รอฟ อายะฮ์ที่ 47
16- اللَّهُمَّ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์" أَنْتَ وَلِيُّنَا فَاغْفِرْ لَنَا وَارْحَمْنَا وَأَنْتَ خَيْرُ الْغَافِرِينَ ความว่า : "พระองค์ คือผู้ทรงคุ้มครองเรา ดังนั้นโปรดอภัยให้แก่เรา และเมตตาเราด้วยเถิด และพระองค์คือผู้ที่ดีที่สุดในบรรดาผู้ให้อภัยทั้งหลาย" وَاكْتُبْ لَنَا فِي هَذِهِ الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الْآخِرَةِ ความว่า : "และ (ขอพระองค์) โปรดกำหนดความดีให้แก่เราทั้งในโลกนี้และในปรโลก" ซูเราะฮ์อัลอะอ์รอฟ อายะฮ์ที่ 155–156
17- حَسْبِيَ اللَّهُ لا إِلَـهَ إِلاَّ هُوَ عَلَيْهِ تَوَكَّلْتُ وَهُوَ رَبُّ الْعَرْشِ الْعَظِيمِ ความว่า : "อัลลอฮ์นั้นเป็นที่พอเพียงแก่ฉันแล้ว ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์เท่านั้น แด่พระองค์เท่านั้นที่ฉันขอมอบหมาย และพระองค์คือเจ้าของบัลลังก์อันยิ่งใหญ่" ซูเราะฮ์อัตเตาบะฮ์ อายะฮ์ที่ 129
18 - رَبَّنَا لاَ تَجْعَلْنَا فِتْنَةً لِّلْقَوْمِ الظَّالِمِينَ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา ได้โปรดอย่าให้เราต้องตกอยู่ภายใต้การกดขี่ข่มเหงของหมู่ชนผู้อธรรมเลย" وَنَجِّنَا بِرَحْمَتِكَ مِنَ الْقَوْمِ الْكَافِرِينَ ความว่า : "และได้โปรดทรงช่วยเราให้พ้นจากหมู่ชนผู้ปฏิเสธศรัทธา ด้วยพระเมตตาของพระองค์ด้วยเถิด" ซูเราะฮ์ยูนุส อายะฮ์ที่ 85–86
19- رَبِّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ أَنْ أَسْأَلَكَ مَا لَيْسَ لِي بِهِ عِلْمٌ وَإِلاَّ تَغْفِرْ لِي وَتَرْحَمْنِي أَكُن مِّنَ الْخَاسِرِينَ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ จากการที่ข้าพระองค์จะวิงวอนขอต่อพระองค์ในสิ่งที่ข้าพระองค์ไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น และหากพระองค์ไม่ทรงอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ และไม่ทรงเมตตาข้าพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ย่อมต้องกลายเป็นหนึ่งในหมู่ผู้ขาดทุนอย่างแน่นอน" ซูเราะฮ์ฮูด อายะฮ์ที่ 47
20- اللَّهُم يا "โอ้อัลลอฮ์ โอ้ فَاطِرَ السَّمَوَاتِ وَالْأَرْضِ أَنْتَ وَلِيِّي فِي الدُّنْيَا وَالْآخِرَةِ تَوَفَّنِي مُسْلِمًا وَأَلْحِقْنِي بِالصَّالِحِينَ ความว่า : "พระผู้ทรงสร้างเหล่าชั้นฟ้าและแผ่นดิน พระองค์คือพระผู้ทรงคุ้มครองฉันทั้งในโลกนี้และปรโลก โปรดให้ฉันสิ้นชีพในสภาพเป็นมุสลิม (ผู้สวามิภักดิ์) และโปรดให้ฉันร่วมอยู่ในหมู่คนดีทั้งหลาย" ซูเราะฮ์ยูซุฟ อายะฮ์ที่ 101 [10] [10] เพื่อให้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมโปรดอ่าน: หนังสือ อัลฟะวาอิด ของอิบนุลก็อยยิม หน้า 436-437
21-رَبِّ اجْعَلْ هَـذَا الْبَلَدَ آمِنًا وَاجْنُبْنِي وَبَنِيَّ أَن نَّعْبُدَ الأَصْنَامَ ความ : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า โปรดทำให้เมืองนี้เป็นเมืองที่ปลอดภัย และโปรดปกป้องข้าพระองค์และลูกหลานของข้าพระองค์จากการบูชารูปเคารพ" ซูเราะฮ์อิบรอฮีม อายะฮ์ที่ 35
22- رَبِّ اجْعَلْنِي مُقِيمَ الصَّلاَةِ وَمِن ذُرِّيَّتِي رَبَّنَا وَتَقَبَّلْ دُعَاءِ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ขอโปรดให้ข้าพระองค์และลูกหลานของข้าพระองค์เป็นผู้ดำรงไว้ซึ่งการละหมาดด้วยเถิด ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา ขอโปรดทรงตอบรับการวิงวอนของข้าพระองค์ด้วยเถิด" ซูเราะฮ์อิบรอฮีม อายะฮ์ที่ 40
23-رَبَّنَا اغْفِرْ لِي وَلِوَالِدَيَّ وَلِلْمُؤْمِنِينَ يَوْمَ يَقُومُ الْحِسَابُ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา ขอพระองค์ทรงอภัยโทษให้แก่ฉัน และแก่บิดามารดาของฉัน และแก่บรรดามุอ์มินทั้งหลาย ในวันแห่งการชำระจะมีขึ้น" ซูเราะฮ์อิบรอฮีม อายะฮ์ที่ 41
24- رَبَّنَا آتِنَا مِن لَّدُنكَ رَحْمَةً وَهَيِّئْ لَنَا مِنْ أَمْرِنَا رَشَدًا ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา ขอโปรดประทานความเมตตาจากพระองค์ท่านให้แก่เรา และขอโปรดทรงจัดเตรียมแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมให้แก่เราในกิจการงานของเราด้วยเถิด" ซูเราะฮ์ อัลกะฮ์ฟิ อายะฮ์ที่ 10
25- رَبَّنَا آتِنَا مِن لَّدُنكَ رَحْمَةً وَهَيِّئْ لَنَا مِنْ أَمْرِنَا رَشَدًا ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ขอโปรดทรงเปิดอกของข้าพระองค์ให้แก่ข้าพระองค์* وَيَسِّرْ لِي أَمْرِي และทรงโปรดทำให้การงานของข้าพระองค์ ง่ายดายสำหรับข้าพระองค์* وَاحْلُلْ عُقْدَةً مِّن لِّسَانِي، يَفْقَهُوا قَوْلِي และทรงโปรดแก้ปม จากลิ้นของข้าพระองค์ เพื่อพวกเขาจะได้เข้าใจคำพูดของข้าพระองค์* ซูเราะฮ์ฏอฮา อายะฮ์ที่ 25-28
26- رَّبِّ زِدْنِي عِلْمًا ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ขอพระองค์ทรงโปรดเพิ่มพูนความรู้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด" ซูเราะฮ์ฏอฮา อายะฮ์ที่ 114
27- لا إِلَهَ إِلا أَنتَ سُبْحَانَكَ إِنِّي كُنتُ مِنَ الظَّالِمِينَ ความว่า : "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพภักดีอย่างเที่ยงแท้นอกจากพระองค์เท่านั้น มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ แท้จริงข้าพระองค์เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้อธรรมทั้งหลาย" ซูเราะฮ์ อัล-อัมบิยาอ์ อายะฮ์ที่ 87
28- رَبِّ لا تَذَرْنِي فَرْدًا وَأَنتَ خَيْرُ الْوَارِثِينَ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงอย่าปล่อยให้ข้าพระองค์อยู่อย่างลำพัง และพระองค์ผู้ทรงเป็นเลิศยิ่งแห่งผู้สืบครอง" ซูเราะฮ์ อัล-อัมบิยาอ์ อายะฮ์ที่ 89
29- رَبِّ أَعُوذُ بِكَ مِنْ هَمَزَاتِ الشَّيَاطِينِ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ข้าขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากเสียงกระซิบกระซาบของชัยฏอน* وَأَعُوذُ بِكَ رَبِّ أَنْ يَحْضُرُونِ และข้าขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ให้พ้นจากการที่พวกเขาจะเข้าไกล้ข้า" ซูเราะฮ์ อัล-มุอ์มินูน อายะฮ์ที่ 97-98
30-رَبَّنَا آمَنَّا فَاغْفِرْ لَنَا وَارْحَمْنَا وَأَنتَ خَيْرُ الرَّاحِمِينَ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา พวกเราได้ศรัทธาต่อพระองค์ ดังนั้นขอพระองค์โปรดอภัยให้แก่เรา และทรงเมตตาต่อเราด้วยเถิด และพระองค์เท่านั้น ทรงเป็นผู้เมตตาที่ดียิ่ง" ซูเราะฮ์ อัลมุอ์มินูน อายะฮ์ที่ 109
31- رَّبِّ اغْفِرْ وَارْحَمْ وَأَنتَ خَيْرُ الرَّاحِمِينَ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ขอพระองค์ทรงอภัยและทรงเมตตา และพระองค์เท่านั้นคือผู้ทรงเมตตาที่ดียิ่ง" ซูเราะฮ์ อัลมุอ์มินูน อายะฮ์ที่ 118
32- رَبَّنَا اصْرِفْ عَنَّا عَذَابَ جَهَنَّمَ إِنَّ عَذَابَهَا كَانَ غَرَامًا ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา ขอพระองค์ทรงทำให้การลงโทษของนรกญะฮันนัมได้พ้นไปจากเราเถิด แท้จริงการลงโทษของมันนั้นทรมานยิ่ง* إِنَّهَا سَاءَتْ مُسْتَقَرًّا وَمُقَامًا แท้จริงมันเป็นที่อยู่และที่พำนักอันเลวร้ายยิ่ง" ซูเราะฮ์ อัล-ฟุรกอน อายะฮ์ที่ 65-66
33- رَبَّنَا هَبْ لَنَا مِنْ أَزْوَاجِنَا وَذُرِّيَّاتِنَا قُرَّةَ أَعْيُنٍ وَاجْعَلْنَا لِلْمُتَّقِينَ إِمَامًا ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา ขอพระองค์โปรดประทานแก่เรา ซึ่งคู่ครองของเราและลูกหลานของเรา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตาของเรา และทรงทำให้เราเป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ยำเกรง" ซูเราะฮ์ อัล-ฟุรกอน อายะฮ์ที่ 74
34- رَبِّ هَبْ لِي حُكْمًا وَأَلْحِقْنِي بِالصَّالِحِينَ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของข้า โปรดประทานความรู้ทางศาสนาแก่ฉัน และโปรดให้ฉันอยู่ร่วมกับบรรดาคนดีทั้งหลาย* وَاجْعَلْ لِي لِسَانَ صِدْقٍ فِي الآخِرِينَ และโปรดทำให้ข้าเป็นที่กล่าวขานอย่างดีในบรรดาผู้มาทีหลัง* وَاجْعَلْنِي مِن وَرَثَةِ جَنَّةِ النَّعِيمِ และโปรดทำให้ข้าอยู่ในหมู่ผู้รับสืบทอดสรวงสวรรค์อันร่มรื่น" ซูเราะฮ์ อัชชุอะรออ์ อายะฮ์ที่ 83-85
35- وَلا تُخْزِنِي يَوْمَ يُبْعَثُونَ ความว่า : "และโปรดอย่าให้ข้าได้รับความอัปยศในวันที่ทุกคนถูกให้ฟื้นคืนชีพ* يَوْمَ لَا يَنْفَعُ مَالٌ وَلَا بَنُونَ วันที่ทรัพย์สมบัติและลูกหลานจะไม่อำนวยคุณใด ๆ เลย* إِلَّا مَنْ أَتَى اللَّهَ بِقَلْبٍ سَلِيم เว้นแต่ผู้ที่มาอยู่ต่อหน้าอัลลอฮ์ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ผ่องใส" ซูเราะฮ์ อัชชุอะรออ์، อายะฮ์ที่ 87-89
36- رَبِّ أَوْزِعْنِي أَنْ أَشْكُرَ نِعْمَتَكَ الَّتِي أَنْعَمْتَ عَلَيَّ وَعَلَى وَالِدَيَّ وَأَنْ أَعْمَلَ صَالِحًا تَرْضَاهُ وَأَدْخِلْنِي بِرَحْمَتِكَ فِي عِبَادِكَ الصَّالِحِين ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า โปรดดลใจข้าได้ขอบคุณต่อความโปรดปรานของพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่ข้าและแก่บิดามารดาของข้า และให้ข้าได้ปฏิบัติความดีงามอันเป็นที่พอพระทัยของพระองค์ และโปรดให้ข้าได้เข้าสู่หมู่บ่าวผู้ทรงคุณธรรมของพระองค์ ด้วยความเมตตาของพระองค์เถิด" ซูเราะฮ์ อันนัมล์ อายะฮ์ที่ 19
37- رَبِّ إِنِّي ظَلَمْتُ نَفْسِي فَاغْفِرْ لِي ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า แท้จริงข้าได้อธรรมต่อตนเอง ดังนั้นขอพระองค์ทรงอภัยให้แก่ข้าด้วยเถิด" ซูเราะฮ์ อัลเกาะศ็อศ อายะฮ์ที่ 16
38- رَبِّ نَجِّنِي مِنَ الْقَوْمِ الظَّالِمِينَ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า โปรดช่วยข้าให้ปลอดภัยจากกลุ่มชนที่อธรรมด้วยเถิด" ซูเราะฮ์ อัลเกาะศ็อศ อายะฮ์ที่ 21
39- عَسَى رَبِّي أَن يَهْدِيَنِي سَوَاءَ السَّبِيلِ ความว่า : "หวังว่าพระผู้อภิบาลของข้าจะทรงนำทางแก่ฉข้าสู่ทางอันเที่ยงตรง" ซูเราะฮ์ อัลเกาะศ็อศ อายะฮ์ที่ 22
40- رَبِّ إِنِّي لِمَا أَنزَلْتَ إِلَيَّ مِنْ خَيْرٍ فَقِيرٌ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า แท้จริงข้าเป็นผู้ขัดสน (ผู้ต้องการ) อย่างยิ่งต่อความดีใด ๆ ที่พระองค์ทรงประทานลงมาให้แก่ข้า" ซูเราะฮ์ อัลเกาะศ็อศ อายะฮ์ที่ 24
41- رَبِّ انصُرْنِي عَلَى الْقَوْمِ الْمُفْسِدِينَ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ขอโปรดทรงช่วยเหลือข้าพระองค์ให้ได้รับชัยชนะเหนือกลุ่มชนผู้บ่อนทำลายด้วยเถิด" ซูเราะฮ์ อัลอังกะบูต อายะฮ์ที่ 30
42- رَبِّ هَبْ لِي مِنَ الصَّالِحِينَ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า โปรดประทานให้ข้ามี (บุตร/ผู้สืบเชื้อสาย) จากบรรดาผู้ทรงคุณธรรมเถิด" ซูเราะฮ์ อัศศ็อฟฟาต อายะฮ์ที่ 100
43 - رَبِّ أَوْزِعْنِي أَنْ أَشْكُرَ نِعْمَتَكَ الَّتِي أَنْعَمْتَ عَلَيَّ وَعَلَى وَالِدَيَّ وَأَنْ أَعْمَلَ صَالِحًا تَرْضَاهُ وَأَصْلِحْ لِي فِي ذُرِّيَّتِي إِنِّي تُبْتُ إِلَيْكَ وَإِنِّي مِنَ الْمُسْلِمِينَ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ขอพระองค์ทรงโปรดประทานแก่ข้า เพื่อให้ข้าขอบคุณต่อความโปรดปรานของพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้ทรงโปรดปรานแก่ข้าและบิดามารดาของข้า และให้ข้าทำความดีเพื่อให้พระองค์ทรงพอพระทัยแก่ข้า และทรงให้ความดีเกิดขึ้นในลูกหลานของข้า แท้จริงข้าขอลุแก่โทษต่อพระองค์ และแท้จริงข้าพระองค์อยู่ในหมู่ผู้นอบน้อม" ซูเราะฮ์ อัล-อะห์กอฟ อายะฮ์ที่ 15
44 - رَبَّنَا اغْفِرْ لَنَا وَلِإِخْوَانِنَا الَّذِينَ سَبَقُونَا بِالإِيمَانِ وَلا تَجْعَلْ فِي قُلُوبِنَا غِلاً لِّلَّذِينَ آمَنُوا رَبَّنَا إِنَّكَ رَؤُوفٌ رَّحِيمٌ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเราโปรดอภัยให้แก่เราและพี่น้องของเราผู้ซึ่งได้ศรัทธาก่อนหน้าเรา และขอพระองค์อย่าได้ให้มีการเคียดแค้นเกิดขึ้นในหัวใจของเราต่อบรรดาผู้ศรัทธา ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา แท้จริงพระองค์ท่านเป็นผู้ทรงเอ็นดู ผู้ทรงปรานีเสมอ" ซูเราะฮ์อัลฮัชร์ อายะฮ์ที่ 10
45 - رَّبَّنَا عَلَيْكَ تَوَكَّلْنَا وَإِلَيْكَ أَنَبْنَا وَإِلَيْكَ الْمَصِيرُ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา แด่พระองค์ เราขอมอบหมายและยังพระองค์เท่านั้น เราขอลุแก่โทษ และยังพระองค์เท่านั้นคือการกลับไป" ซูเราะฮ์ อัลมุมตะฮินะฮ์ อายะฮ์ที่ 4
46- رَبَّنَا لا تَجْعَلْنَا فِتْنَةً لِّلَّذِينَ كَفَرُوا وَاغْفِرْ لَنَا رَبَّنَا إِنَّكَ أَنتَ الْعَزِيزُ الْحَكِيمُ ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของพวกเรา โปรดอย่าให้พวกเราเป็นบททดสอบแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และโปรดอภัยโทษแก่พวกเราด้วยเถิด ข้าแต่พระผู้อภิบาลของพวกเรา แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ" ซูเราะฮ์ อัลมุมตะฮินะฮ์ อายะฮ์ที่ 5
47- رَبِّ اغْفِرْ لِي وَلِوَالِدَيَّ وَلِمَن دَخَلَ بَيْتِيَ مُؤْمِنًا وَلِلْمُؤْمِنِينَ وَالْمُؤْمِنَاتِ ความ : "ข้าแด่พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ และพ่อแม่ของข้าพระองค์ และผู้ที่เข้ามาในบ้านของข้าพระองค์เป็นผู้ศรัทธา และบรรดาผู้ศรัทธาชาย และบรรดาผู้ศรัทธาหญิง" ซูเราะฮ์นูห์ อายะฮ์ที่ 28
"ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา โปรดทำให้แสงสว่างของเราสมบูรณ์แบบแก่เรา และโปรดประทานการอภัยโทษแก่เรา แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่ง" ซูเราะฮ์ อัต-ตะห์รีม อายะฮ์ที่ 8
49- اللَّهُمَّ اهْدِنِي لِمَا اخْتُلِفَ فِيهِ مِنَ الْحَقِّ بِإِذْنِكَ، إِنَّكَ تَهْدِي مَنْ تَشَاءُ إِلَى صِرَاطٍ مُسْتَقِيمٍ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดนำทางฉันให้พบกับสัจธรรมในเรื่องที่มีการขัดแย้งกัน ด้วยอนุมัติของพระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงนำทางผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์สู่ทางอันเที่ยงตรง"[11] [11]อ้างอิงมาจากซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 213
50- اللَّهُمَّ آتِني الحِكْمَةَ الَّتي مَنْ أُوتِيهَا فَقَدْ أُوتِيَ خَيْرًا كَثِيرًا ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดประทานความปรีชาญาณแก่ฉัน ซึ่งผู้ใดก็ตามที่ได้รับมันแล้ว แน่นอนเขาได้รับความดีที่มากมาย"[12] [12]อ้างอิงมาจากซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 269
51- اللَّهُمَّ ثَبِّتْنِي بِالْقَوْلِ الثَّابِتِ فِي الْحَيَاةِ الدُّنْيَا وَفِي الْآخِرَةِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดทำให้ฉันได้ยืนหยัดด้วยคำพูดอันแน่วแน่ในชีวิตทั้งในโลกนี้และปรโลก"[13] [13] อ้างอิงมาจากซูเราะฮ์อิบรอฮีม อายะฮ์ที่ 27
52- اللَّهُمَ حَبَّبْ إِلَيْنَا الْإِيمَانَ وَزَيِّنْهُ فِي قُلُوبِنَا، وَكَرِّهْ إِلَيْنَا الْكُفْرَ وَالْفُسُوقَ وَالْعِصْيَانَ، وَاجْعَلْنَا مِنَ الرَّاشِدِينَ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดทำให้ศรัทธาเป็นที่รักแก่พวกเรา และโปรดประดับมันไว้ในดวงใจของพวกเรา และโปรดทำให้การปฏิเสธศรัทธา ความชั่วช้า และการฝ่าฝืนเป็นที่น่ารังเกียจแก่พวกเรา และโปรดทำให้เราเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง"[14] [14]อ้างอิงมาจากซูเราะฮ์อัลหุญุรอต อายะฮ์ที่ 7
53- اللَّهُمَّ قِنِي شُحَّ نَفْسِي وَاجْعَلْنِي مِنَ الْمُفْلِحِينَ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ ขอพระองค์โปรดปกป้องข้าพระองค์ให้พ้นจากความตระหนี่แห่งจิตใจของข้าพระองค์ และโปรดทำให้ข้าพระองค์เป็นหนึ่งในหมู่ผู้ประสบความสำเร็จ"[15] [15] อ้างอิงมาจากซูเราะฮ์อัตตะฆอบุน อายะฮ์ที่ 16
54 - اللهمّ آتنا في الدنيا حسنة، وفي الآخرة حسنة وقنا عذاب النار ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา ได้โปรดประทานให้แก่พวกเราซึ่งสิ่งดีงามในโลกนี้ และสิ่งดีงามในโลกหน้า และโปรดคุ้มครองพวกเราให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรกด้วยเถิด"[16] [16]อัลบุคอรีย์ เลขหะดีษที่ 4522 และเลขที่ 6389 และมุสลิม เลขหะดีษที่ 2690
55 - اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ فِتْنَةِ النَّارِ وَعَذَابِ النَّارِ، وَفِتْنَةِ الْقَبْرِ، وَعَذَابِ الْقَبْرِ، وَشَرِّ فِتْنَةِ الْغِنَى، وَشَرِّ فِتْنَةِ الْفَقْرِ، اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ فِتْنَةِ الْمَسِيحِ الدَّجَّالِ، اللَّهُمَّ اغْسِلْ قَلْبِي بِمَاءِ الثَّلْجِ وَالْبَرَدِ، وَنَقِّ قَلْبِي مِنْ الْخَطَايَا كَمَا نَقَّيْتَ الثَّوْبَ الْأَبْيَضَ مِنْ الدَّنَسِ، وَبَاعِدْ بَيْنِي وَبَيْنَ خَطَايَايَ كَمَا بَاعَدْتَ بَيْنَ الْمَشْرِقِ وَالْمَغْرِبِ. اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ الْكَسَلِ وَالْمَأْثَمِ وَالْمَغْرَمِ ความว่า :"โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากฟิตนะฮ์ของไฟนรก และความทุกข์ทรมานของไฟนรก ให้พ้นจากฟิตนะฮ์ของหลุมศพ และความทุกข์ทรมานของหลุมศพ และความชั่วร้ายของความร่ำรวย และความชั่วร้ายของความยากจน โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายที่เป็นบททดสอบ (ฟิตนะฮ์) ของดัจญาล โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงชำระล้างหัวใจของฉันด้วยน้ำแห่งหิมะและลูกเห็บ และทรงทำให้หัวใจของฉันสะอาดบริสุทธิ์จากบาปทั้งหลาย ดั่งที่พระองค์ทรงทำให้เสื้อผ้าสีขาวสะอาดบริสุทธิ์จากความสกปรก และทรงทำให้ฉันอยู่ห่างไกลจากบาปทั้งหลายของฉัน ดั่งที่พระองค์ทรงทำให้ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกอยู่ห่างไกลกัน โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากความเกียจคร้าน ความผิดต่างๆ และการมีหนี้สิน"[17] [17]อัลบุคอรีย์ เลขหะดีษที่ 832 และมุสลิม เลขหะดีษที่ 589
56- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْعَجْزِ، وَالْكَسَلِ، وَالْجُبْنِ، وَالْهَرَمِ، والْبُخْلِ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ، وَمِنْ فِتْنَةِ الْمَحْيَا وَالْمَمَاتِ) ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองให้พ้นจากความอ่อนแอ จากความเกียจคร้าน จากความขี้ขลาด จากความแก่ชรา และจากความตระหนี่ และฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากการทรมานในหลุมศพ และจากฟิตนะฮ์ของการมีชีวิตและความตาย"[18] [18] อัลบุคอรีย์ เลขหะดีษที่ 2823 และมุสลิม เลขหะดีษที่ 2706
57- اللهمَّ إنِّي أعُوذُ بِكَ مِنْ جَهْدِ الْبَلَاءِ، وَدَرَكِ الشَّقَاءِ، وَسُوءِ الْقَضَاءِ، وَشَمَاتَةِ الْأَعْدَاءِ "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความยากลำบากแห่งบททดสอบ จากการประสบกับความเลวร้าย จากการกำหนดที่ไม่ดี และจากการเยาะเย้ยของเหล่าศัตรู"[19] [19] อัลบุคอรี หมายเลข 6347 และมุสลิม หมายเลข 2707 โดยมีตัวบทว่า “ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ เคยขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากความทุกข์ยากแสนสาหัส จากการประสบเคราะห์กรรมอันเลวร้าย จากการกำหนดชะตาที่เลวร้าย และจากความสะใจของบรรดาศัตรู”
58- اللَّهُمَّ أَصْلِحْ لِي دِينِي الَّذِي هُوَ عِصْمَةُ أَمْرِي، وَأَصْلِحْ لِي دُنْيَايَ الَّتِي فِيهَا مَعَاشِي، وَأَصْلِحْ لِي آخِرَتِي الَّتِي فِيهَا مَعَادِي، وَاجْعَلِ الْحَيَاةَ زِيَادَةً لِي فِي كُلِّ خَيْرٍ، وَاجْعَلِ الْمَوْتَ رَاحَةً لِي مِنْ كُلِّ شَرٍّ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงปรับปรุงศาสนาของข้าพระองค์ อันเป็นเครื่องคุ้มครองกิจการทั้งปวงของข้าพระองค์ และขอพระองค์ทรงปรับปรุงโลกดุนยาของข้าพระองค์ ซึ่งเป็นที่ดำรงชีวิตของข้าพระองค์ และขอพระองค์ทรงปรับปรุงอาคิเราะฮ์ของข้าพระองค์ ซึ่งเป็นที่กลับคืนของข้าพระองค์ และขอทรงทำให้ชีวิตนี้เป็นการเพิ่มพูนความดีทุกประการแก่ข้าพระองค์ และขอทรงทำให้ความตายเป็นการพักผ่อนแก่ข้าพระองค์จากความชั่วทั้งปวง"[20] [20] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2720
59 - اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ الْهُدَى، وَالتُّقَى، وَالْعَفَافَ، وَالْغِنَى ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งทางนำ ความยำเกรง ความบริสุทธิ์ และความพอเพียง" [21] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2721
60 - اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْعَجْزِ، وَالْكَسَلِ، وَالْجُبْنِ، وَالْبُخْلِ، وَالْهَرَمِ، وَعَذَابِ الْقَبْرِ، اللَّهُمَّ آتِ نَفْسِي تَقْوَاهَا، وَزَكِّهَا أَنْتَ خَيْرُ مَنْ زَكَّاهَا، أَنْتَ وَلِيُّهَا وَمَوْلَاهَا، اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ عِلْمٍ لَا يَنْفَعُ، وَمِنْ قَلْبٍ لَا يَخْشَعُ، وَمِنْ نَفْسٍ لَا تَشْبَعُ، وَمِنْ دَعْوَةٍ لَا يُسْتَجَابُ لَهَا ความว่า: "โอ้อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความไร้ความสามารถ ความเกียจคร้าน ความขลาด ความตระหนี่ ความชรา และการลงโทษในหลุมศพ โอ้อัลลอฮ์ โปรดประทานความยำเกรงแก่จิตวิญญาณของข้าพระองค์ และโปรดชำระมันให้บริสุทธิ์ พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ชำระมันได้ดียิ่ง พระองค์ทรงเป็นผู้คุ้มครองและผู้เป็นเจ้านายของมัน โอ้อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความรู้ที่ไม่ก่อประโยชน์ จากหัวใจที่ไม่ยำเกรง จากจิตใจที่ไม่รู้จักพอ และจากการวิงวอนขอที่ไม่ถูกรับตอบ"[22] [22] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2722
61- اللَّهُمَّ اهْدِنِي وَسَدِّدْنِي، اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ الْهُدَى وَالسَّدَادَ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดทรงชี้นำทางและทำให้ข้าพระองค์เที่ยงตรงด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งทางนำและความถูกต้องเที่ยงตรง"[23] [23] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2725
62- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ زَوَالِ نِعْمَتِكَ، وَتَحَوُّلِ عَافِيَتِكَ، وَفُجَاءَةِ نِقْمَتِكَ، وَجَمِيعِ سَخَطِكَ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริง ฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากการสูญเสียความโปรดปรานของพระองค์ และการสูญเสียความสุขที่ได้รับจากพระองค์ และการลงโทษอันฉับพลันของพระองค์ และความโกรธกริ้วทั้งหมดของพระองค์"[24] [24] บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2739
63-اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ مَا عَمِلْتُ، وَمِنْ شَرِّ مَا لَمْ أَعْمَلْ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายที่ฉันได้กระทำไป และความชั่วร้ายที่ฉันยังไม่ได้กระทำ"[25] [25] บันทึกโดยมุสลิม หะดีษเลขที่ 2716
64 - اللَّهُمَّ أكْثِرْ مَالِي، وَوَلَدِي، وَبَارِكْ لِي فِيمَا أعْطَيْتَنِي وَأطِلْ حَيَاتِي عَلَى طَاعَتِكَ، وَأحْسِنْ عَمَلِي، وَاغْفِرْ لِي ความว่า : "โอ้อัลลอฮฺ โปรดเพิ่มพูนทรัพย์สินของฉันและลูกหลานของฉัน และโปรดประทานความจำเริญแก่ฉันในสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้แก่ฉัน"[26] "[และโปรดให้ชีวิตของฉันยืนยาวอยู่บนการภักดีต่อพระองค์ และโปรดทำให้การงานของฉันดีงาม] และโปรดอภัยให้ฉัน"[27] [26] มีหลักฐานยืนยันจากดุอาอ์ของท่านนบี ﷺ ที่ได้ขอต่ออัลลอฮ์ให้แก่อนัสว่า “โอ้อัลลอฮ์ โปรดเพิ่มพูนทรัพย์สินและบุตรหลานของเขา และโปรดประทานความจำเริญแก่เขาในสิ่งที่พระองค์ได้ประทานแก่เขาแล้ว”บันทึกโดยอัลบุคอรี หมายเลข 1982 และมุสลิม หมายเลข 660 [27] บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ ในหนังสืออัลอะดับ อัลมุฟร็อด หมายเลข 653 และท่านอัลอัลบานีย์ได้รับรองว่าเศาะฮีห์ ในหนังสือสิลสิละฮ์ อัลอะหาดีษ อัศเศาะฮีหะฮ์ หมายเลข 2241 และในหนังสือเศาะฮีห์ อัลอะดับ อัลมุฟร็อด หน้า 244 และข้อความที่อยู่ในวงเล็บเหลี่ยมนั้นมีหลักฐานสนับสนุนจากคำกล่าวของท่าน ﷺ เมื่อท่านถูกถามว่า: ใครคือมนุษย์ที่ดีที่สุด? ท่านตอบว่า: "ผู้ที่อายุยืนยาวและปฏิบัติในสิ่งที่ดี" บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ หมายเลข 2329 และอะหฺมัด หมายเลข 17716, และท่านอัลอัลบานีย์ได้รัลรองว่าเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์ อัตติรมิซีย์ (เล่ม 2 หน้า 271) และข้าพเจ้าได้เรียนถามท่านเชคของเราผู้ทรงเกียรติ อิบนุ บาซ เราะหิมะฮุลลอฮ์ เกี่ยวกับการขอดุอาอ์ด้วยประโยคนี้ว่า มันเป็นสุนนะฮ์หรือไม่? ท่านตอบว่า : "ใช่"
65- لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ الْعَظِيمُ الْحَلِيمُ، لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ رَبُّ الْعَرْشِ الْعَظِيمِ، لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ رَبُّ السَّمَوَاتِ، وَرَبُّ الْأَرْضِ، وَرَبُّ الْعَرْشِ الْكَرِيمِ "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่และทรงอารีย์ยิ่ง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งชั้นฟ้าทั้งหลาย พระผู้อภิบาลแห่งแผ่นดิน และพระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันมีเกียรติ"[28] [28]อัลบุคอรี หมายเลข 6345 และมุสลิม หมายเลข 2730
66- اللَّهُمَّ رَحْمَتَكَ أَرْجُو فَلَا تَكِلْنِي إِلَى نَفْسِي طَرْفَةَ عَيْنٍ، وَأَصْلِحْ لِي شَأْنِي كُلَّهُ لَا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ข้าพระองค์หวังในความเมตตาของพระองค์ โปรดอย่าปล่อยให้ข้าพระองค์รับผิดชอบชีวิตด้วยตัวของข้าพระองค์เอง แม้เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ตาม และโปรดปรับปรุงการงานของข้าพระองค์ทั้งหมดด้วยเถิด ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่คู่ควรแก่การเคารพภักดี เว้นแต่พระองค์ผู้เดียวเท่านั้น"[29] [29] บันทึกโดยอบูดาวูด หมายเลข 5090 และอาหมัด เล่มที่ 5 หน้า 42 โดยอัลอัลบานีย์รับรองหะดีษนี้ว่า “หะซัน” ใน เศาะเฮียะห์ อบี ดาวูด เล่มที่ 3 หน้า 250 และใน เศาะเฮียะห์ อัลอะดับ อัลมุฟร็อด หมายเลข 260 อีกทั้งอัลลามะฮ์ อิบนุ บาซ ก็ได้ตัดสินสายรายงานของหะดีษนี้ว่าเป็นหะซันเช่นกัน ใน ตุหฺฟะตุลอัคยาร หน้า 24
67- لاَ إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ سُبْحَانَكَ إِنِّي كُنْتُ مِنَ الظَّالِمِينَ ความว่า : "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพภักดีนอกจากพระองค์ มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ แท้จริงฉันเป็นหนึ่งในบรรดาผู้อธรรม"[30] [30] อัตติรมิซีย์ หมายเลข 3505 และอัลหากิม ซึ่งท่านตัดสินว่าหะดีษนี้เศาะเฮียะห์ และอัซซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องกับท่าน (เล่มที่ 1 หน้า 505) อีกทั้งอัลอัลบานีย์ก็จัดว่าหะดีษนี้เศาะเฮียะห์ใน เศาะเฮียะห์ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 168 โดยมีตัวบทว่า“ดุอาอ์ของซูนูน (นบียูนุส) เมื่อท่านวิงวอนขอในขณะที่อยู่ในท้องปลาวาฬ คือ "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระองค์ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง แท้จริงข้าพระองค์เป็นหนึ่งในบรรดาผู้อธรรม"(อัลอัมบิยาอ์: 87)เพราะแท้จริง ไม่มีมุสลิมคนใดวิงวอนด้วยถ้อยคำนี้ในเรื่องใดเลย นอกจากอัลลอฮ์จะทรงรับตอบให้แก่เขา”
68- اللَّهُمَّ إِنِّي عَبْدُكَ ابْنُ عَبْدِكَ ابْنُ أَمَتِكَ، نَاصِيَتِي بِيَدِكَ، مَاضٍ فِيَّ حُكْمُكَ، عَدْلٌ فِيَّ قَضَاؤُكَ، أَسْأَلُكَ بِكُلِّ اسْمٍ هُوَ لَكَ سَمَّيْتَ بِهِ نَفْسَكَ، أَوْ أَنْزَلْتَهُ فِي كِتَابِكَ، أَوْ عَلَّمْتَهُ أَحَدًا مِنْ خَلْقِكَ، أَوِ اسْتَأْثَرْتَ بِهِ فِي عِلْمِ الْغَيْبِ عِنْدَكَ، أَنْ تَجْعَلَ الْقُرْآنَ رَبِيعَ قَلْبِي، وَنُورَ صَدْرِي، وَجَلَاءَ حُزْنِي، وَذَهَابَ هَمِّي ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ฉันคือบ่าวของพระองค์ บุตรของบ่าวชายของพระองค์ บุตรของบ่าวหญิงของพระองค์ ขม่อมของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ กำหนดการของพระองค์ดำเนินบนตัวฉัน ลิขิตแห่งพระองค์นั้นยุติธรรมแก่ฉันแล้ว ฉันขอต่อพระองค์ด้วยพระนามทุกนามของพระองค์ ที่ซึ่งพระองค์ได้ตั้งไว้สำหรับตัวพระองค์เอง หรือที่พระองค์ทรงประทานไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ หรือที่พระองค์ได้สอนมันแก่บ่าวผู้ใดผู้หนึ่งของพระองค์ หรือที่พระองค์เก็บไว้เป็นความลับในความรอบรู้ของพระองค์ ฉันขอให้พระองค์ทรงโปรดประทานให้อัลกุรอานเป็นสิ่งที่รื่นรมย์แก่ใจฉัน เป็นรัศมีแก่อกฉัน เป็นสิ่งที่ขจัดความโศกเศร้าของฉัน และเป็นสิ่งที่ลบความกังวลของฉันให้หมดไป"[31] [31] อะห์มัด เล่มที่ 1 หน้า 391 และ 452 และอัลหากิม เล่มที่ 1 หน้า 509 โดยอัลหาฟิซได้รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับ หะสัน ในหนังสือ ตัครีจ อัลอัซการ์ และอัลอัลบานีย์ได้รับรองว่าหะดีษนี้ เศาะฮีห์ ในหนังสือ ตัครีจ อัลกะลิม อัฏฏ็อยยิบ หน้า 73
69- اللَّهُمَّ مُصَرِّفَ القُلُوبِ صَرِّفْ قُلُوبَنَا عَلَى طَاعَتِكَ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ผู้ทรงพลิกผันหัวใจทั้งหลาย โปรดทรงพลิกผันหัวใจของเราให้อยู่บนการเชื่อฟังพระองค์ด้วยเถิด"[32] [32] มุสลิม เลขที่ 2654
70- يَا مُقَلِّبَ القُلُوبِ ثَبِّت قَلْبِي عَلَى دِينِكَ ความว่า : "โอ้ผู้ทรงผลิกผันหัวใจทั้งหลาย โปรดบันดาลให้หัวใจของฉันหนักแน่นมั่นคงอยู่ในศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด"[33] [33] อัตติรมิซีย์ หมายเลขหะดีษที่ 3522 และอะห์มัด เล่มที่ 4 หน้า 182 และอัลหากิม เล่มที่ 1 หน้า 525 และหน้า 528 ซึ่งท่านได้ตัดสินว่าหะดีษนี้ เศาะฮีห์ และอัซซะฮะบีย์ได้เห็นพ้องตามนั้น อีกทั้งอัลอัลบานีย์ได้ตัดสินว่าหะดีษนี้ เศาะฮีห์ ในหนังสือ เศาะฮีห์ อัลญามิอ์ เล่มที่ 6 หน้า 309 และ เศาะฮีห์ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 171 และอุมมุสะละมะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: "นั้นคือดุอาอ์ที่ท่านนบี ﷺ กล่าวบ่อยที่สุด"
71- اللَّهُمَّ إنِّي أسْألُكَ الْعَافِيَةَ فِي الدُّنْيَا وَالآخِرَةِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอวิงวอนต่อพระองค์โปรดประทานความปลอดภัยทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะฮ์" [34] [34] อัตติรมิซีย์ หมายเลขหะดีษที่ 3514 และอัลบุคอรีใน อัลอะดับ อัลมุฟร็อด หมายเลข 726 โดยถ้อยคำตามรายงานของอัตติรมิซีย์คือ: "จงขอจากอัลลอฮ์ซึ่งความผาสุขทั้งในโลกนี้และปรโลก" และในบางรายงานกล่าวว่า : "จงขอจากอัลลอฮ์ซึ่งการอภัยโทษและความผาสุขปลอดภัย แท้จริงแล้วไม่มีสิ่งใดที่ผู้หนึ่งได้รับหลังจากความมั่นใจศรัทธา (อัลยะกีน) ที่ดียิ่งไปกว่าความผาสุกปลอดภัย" และอัลอัลบานีย์ได้รับรองว่าหะดีษนี้ เศาะฮีห์ ในหนังสือ เศาะฮีห์ อิบนุ มาญะฮ์ เล่มที่ 3 หน้า 180 หน้า 185 และหน้า 170 และหะดีษนี้มีรายงานสนับสนุน (ชะวาฮิด) อีกด้วย ดูได้ใน มุสนัด อัลอิหม่าม อะห์มัด เรียบเรียงโดยอะห์มัด ชากิร เล่มที่ 1 หน้า 156–157
72- اللهمّ أحْسِنْ عَاقِبَتَنَا فِي الأُمُورِ كُلِّهَا، وَأجِرْنَا مِنْ خِزْيِ الدُّنْيَا وَعَذَابِ الآخِرَةِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดทำให้บั้นปลายสุดท้ายแห่งการงานทั้งปวงของพวกเราเป็นสิ่งที่ดีงาม โปรดให้พวกเรารอดพ้นจากความเลวร้ายของโลกดุนยานี้ และการลงโทษในวันอาคิเราะฮ์"[35] [35] อะห์มัด เล่มที่ 4 หน้า 181และอัฏเฏาะบะรอนีย์ใน อัลกะบีร เล่มที่ 2 หน้า 33 หมายเลข 1169 และในหนังสือ อัดดุอาอ์ หมายเลข 1436 และอิบนุ หิบบาน หมายเลข 2424 และ 2425 (ตามฉบับ มะวาริด) โดยอัลหาฟิซ อัลฮัยษะมีย์กล่าวไว้ใน มัจมะอ์ อัซซะวาอิด เล่มที่ 10 หน้า 178 ว่า:“ผู้รายงานในสายรายงานของอะห์มัด และหนึ่งในสายรายงานของอัฏเฏาะบะรอนีย์ ล้วนเป็นผู้ที่เชื่อถือได้”
73- رَبِّ أَعِنِّي وَلَا تُعِنْ عَلَيَّ، وَانْصُرْنِي وَلَا تَنْصُرْ عَلَيَّ، وَامْكُرْ لِي وَلَا تَمْكُرْ عَلَيَّ، وَاهْدِنِي وَيَسِّرِ الهُدَى إِلَيَّ، وَانْصُرْنِي عَلَى مَنْ بَغَى عَلَيَّ، رَبِّ اجْعَلْنِي لَكَ شَكَّارًا، لَكَ ذَكَّارًا، لَكَ رَهَّابًا، لَكَ مِطْوَاعًا، إِلَيْكَ مُخْبِتًا أَوَّاهاً مُنِيبًا، رَبِّ تَقَبَّلْ تَوْبَتِي، وَاغْسِلْ حَوْبَتِي، وَأَجِبْ دَعْوَتِي، وَثَبِّتْ حُجَّتِي، وَاهْدِ قَلْبِي، وَسَدِّدْ لِسَانِي، وَاسْلُلْ سَخِيمَةَ قَلْبِي ความว่า : "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โปรดช่วยเหลือข้าพระองค์ และโปรดอย่าช่วยเหลือ (ผู้อื่น) ให้มาต่อต้านข้าพระองค์ และโปรดให้ข้าพระองค์มีชัยชนะ และโปรดอย่าให้ (ผู้อื่น) มีชัยชนะเหนือข้าพระองค์ และโปรดวางแผนเพื่อข้าพระองค์ และโปรดอย่าทรงวางแผนต่อต้านข้าพระองค์ และโปรดชี้นำทางแก่ข้าพระองค์ และโปรดทำให้ทางนำนั้นง่ายดายแก่ข้าพระองค์ และโปรดให้ข้าพระองค์มีชัยชนะเหนือผู้ที่ละเมิดต่อข้าพระองค์ ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โปรดทำให้ข้าพระองค์เป็นผู้ที่ขอบคุณต่อพระองค์อย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้ที่รำลึกถึงพระองค์อย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้ที่ยำเกรงต่อพระองค์อย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้ที่เชื่อฟังต่อพระองค์อย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้นอบน้อมต่อพระองค์ เป็นผู้สำนึกผิดและกลับตัวสู่พระองค์ ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โปรดรับการสำนึกผิดของข้าพระองค์ และโปรดชำระล้างบาปของข้าพระองค์ และโปรดตอบรับการวิงวอนของข้าพระองค์ และโปรดทำให้หลักฐานของข้าพระองค์มั่นคง และโปรดชี้นำหัวใจของข้าพระองค์ และโปรดทำให้ลิ้นของข้าพระองค์เที่ยงตรง และโปรดขจัดความเคียดแค้นชิงชังออกจากหัวใจของข้าพระองค์"[36] [36] อัลบุคอรีใน อัลอะดับ อัลมุฟร็อด หมายเลข 664 และ 665 และอบูดาวูด หมายเลข 1510 และ 1511 และอัตติรมิซีย์ หมายเลข 3551 และอิบนุ มาญะฮฺ หมายเลข 3830 และอะหฺมัด เล่มที่ 1 หน้า 127 และอัลหากิม ซึ่งได้ตัดสินว่าหะดีษนี้ เศาะฮีห์ และอัซซะฮะบีย์ได้เห็นพ้องตามนั้น เล่มที่ 1 หน้า 519 และอัลอัลบานีย์ได้ตัดสินว่าหะดีษนี้ เศาะฮีห์ ในหนังสือ เศาะฮีห์ อบี ดาวูด เล่มที่ 1 หน้า 414 และใน เศาะฮีห์ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 178
74- اللَّهُمَّ إِنَّا نَسْأَلُكَ مِنْ خَيْرِ مَا سَأَلَكَ مِنْهُ نَبِيُّكَ مُحَمَّدٌ -صلى الله عليه وسلم- ، وَنَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ مَا اسْتَعَاذَ مِنْهُ نَبِيُّكَ مُحَمَّدٌ -صلى الله عليه وسلم- ، وَأَنْتَ الْمُسْتَعَانُ، وَعَلَيْكَ الْبَلَاغُ، وَلَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إِلَّا بِاللَّهِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงพวกเราขอจากพระองค์ซึ่งความดีทั้งหลายที่ศาสนทูตของพระองค์ มุฮัมหมัด ﷺ ได้ขอจากพระองค์ และพวกเราขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความชั่วทั้งหลายที่ศาสนทูตของพระองค์ มุฮัมหมัด ﷺ ได้ขอความคุ้มครองจากมัน และพระองค์คือผู้ทรงเป็นที่พึ่งขอความช่วยเหลือ และหน้าที่ในการประกาศนั้นขึ้นอยู่กับพระองค์ และไม่มีพลังและอำนาจใด ๆ นอกจากด้วยพระองค์เท่านั้น"[37] [37] อัตติรมิซีย์ เลขหะดีษที่ 3521 และอิบนุมาญะฮ์ เลขหะดีษที่ 3846 โดยมีความหมายในทำนองเดียวกันและอัตติรมิซีย์กล่าวว่า: "หะดีษบทนี้เป็นหะดีษหะซัน ฆอรีบ" แต่อัลอัลบานีย์ได้รับรองว่าเป็นหะดีษอ่อน (เฎาะอีฟ) ในหนังสือ เฎาะอีฟ อัตติรมิซีย์ หน้า 387
75- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ سَمْعِي، وَمِنْ شَرِّ بَصَرِي، وَمِنْ شَرِّ لِسَانِي، وَمِنْ شَرِّ قَلْبِي، وَمِنْ شَرِّ مَنِيِّي ความว่า "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของหูของข้าพระองค์ จากความชั่วร้ายของตาของข้าพระองค์ จากความชั่วร้ายของลิ้นของข้าพระองค์ จากความชั่วร้ายของหัวใจของข้าพระองค์ และจากความชั่วร้ายของอสุจิ (อวัยวะเพศ) ของข้าพระองค์"[38] [38] อบูดาวูด เลขหะดีษที่ 1551, อัตติรมิซีย์ เลขหะดีษที่ 3492, อันนะซาอีย์ เลขหะดีษที่ 5470 และนักหะดีษท่านอื่น ๆ และอัลอัลบานีย์ได้รับรองว่าหะดีษบทนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือ เศาะฮีห์ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 166 และ เศาะฮีห์ อันนะซาอีย์ เล่มที่ 3 หน้า 1108
76- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْبَرَصِ، وَالْجُنُونِ، وَالْجُذَامِ، وَمِنْ سَيِّئِ الأَسْقَامِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากโรคด่างขาว ความวิกลจริต โรคเรื้อน และจากบรรดาโรคภัยที่เลวร้ายทั้งหลาย" [39] [39] อบูดาวูด เลขหะดีษที่ 1554 อันนะซาอีย์ เลขหะดีษที่ 5493 และอิมามอะห์มัด เล่มที่ 3 หน้า 192 และอัลอัลบานีย์ได้รับรองว่าหะดีษบทนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือ เศาะฮีห์ อันนะซาอีย์ เล่มที่ 3 หน้า 1116 และ เศาะฮีห์ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 184
77- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ مُنْكَرَاتِ الْأَخْلَاقِ، وَالْأَعْمَالِ، وَالْأَهْوَاءِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริง ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากมารยาท การกระทำ และความปรารถนาที่น่าตำหนิทั้งหลาย"[40] [40] อัตติรมิซีย์ เลขหะดีษที่ 3591 อิบนุ หิบบาน เลขที่ 2422 (มะวาริด) อัลหากิม เล่มที่ 1 หน้า 532 และอัฏเฏาะบะรอนีย์ใน อัลมุอ์ญัม อัลกะบีร เล่มที่ 19 หน้า 19/36 และอัลอัลบานีย์ได้รับรองว่าหะดีษบทนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือ เศาะฮีห์ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 184
78- اللَّهُمَّ إِنَّكَ عُفُوٌّ كَرِيمٌ تُحِبُّ الْعَفْوَ فَاعْفُ عَنِّي ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยยิ่ง ผู้ทรงเมตตายิ่ง พระองค์ทรงรักการให้อภัย ดังนั้นได้โปรดอภัยให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด"[41] [41] อัตติรมิซีย์ เลขหะดีษที่ 3513 และอันนะซาอีย์ใน อัสสุนัน อัลกุบรอ เลขหะดีษที่ 7712 และอัลอัลบานีย์ได้รับรองว่าหะดีษบทนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ในหนังสือ เศาะฮีห์ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 170
79- اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ فِعْلَ الْخَيْرَاتِ، وَتَرْكَ الْمُنْكَرَاتِ، وَحُبَّ الْمَسَاكِينِ، وَأَنْ تَغْفِرَ لِي، وَتَرْحَمَنِي، وَإِذَا أَرَدْتَ فِتْنَةَ قَوْمٍ فَتَوَفَّنِي غَيْرَ مَفْتُونٍ، وَأَسْأَلُكَ حُبَّكَ، وَحُبَّ مَنْ يُحِبُّكَ، وَحُبَّ عَمَلٍ يُقَرِّبُنِي إِلَى حُبِّكَ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ขอจากพระองค์ให้ได้กระทำความดีทั้งหลายและละทิ้งจากสิ่งที่เป็นความชั่วทั้งหลาย และขอให้ข้าพระองค์รักบรรดาผู้ยากจนและขอพระองค์ทรงอภัยโทษแก่ข้าพระองค์ และทรงเมตตาข้าพระองค์และหากพระองค์ทรงประสงค์ให้เกิดบททดสอบ แก่กลุ่มชนใดก็ขอให้พระองค์ทรงให้ข้าพระองค์เสียชีวิตโดยไม่ตกอยู่ในความหลงผิดนั้นและขอพระองค์ประทานความรักต่อพระองค์ความรักต่อผู้ที่รักพระองค์และความรักต่อการงานที่จะทำให้ข้าพระองค์เข้าใกล้ความรักของพระองค์"[42] [42] อิมามอะหฺมัดได้บันทึกหะดีษบทนี้ด้วยถ้อยคำเดียวกัน เล่มที่ 5 หน้า 243 และอัตติรมิซีย์บันทึกไว้ เลขหะดีษที่ 3235 ด้วยถ้อยคำใกล้เคียงกัน และได้ตัดสินว่าหะดีษบทนี้อยู่ในระดับหะซัน โดยอัตติรมิซีย์กล่าวว่า: “ข้าพเจ้าได้ถามมุฮัมมัด บิน อิสมาอีล — หมายถึง อัลบุคอรีย์ — ท่านกล่าวว่า: "หะดีษบทนี้เป็นหะซัน เศาะฮีห์" และในตอนท้ายของหะดีษ ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า: "แท้จริงมันเป็นความจริง ดังนั้นจงศึกษาและเรียนรู้มันเถิด" และอัลหากิมบันทึกไว้ เล่มที่ 1 หน้า 521 และอัลอัลบานีย์ได้ตัดสินว่าหะดีษบทนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือ เศาะฮีห์ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 318
80- اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ مِنَ الْخَيْرِ كُلِّهِ: عَاجِلِهِ وَآجِلِهِ، مَا عَلِمْتُ مِنْهُ وَمَا لَمْ أَعْلَمْ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنَ الشَّرِّ كُلِّهِ عَاجِلِهِ وَآجِلِهِ، مَا عَلِمْتُ مِنْهُ وَمَا لَمْ أَعْلَمْ. اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ مِنْ خَيْرِ مَا سَأَلَكَ عَبْدُكَ وَنَبِيُّكَ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ [مَا اسْتَعَاذَ بِكَ] [مِنْهُ] عَبْدُكَ وَنَبِيُّكَ. اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ الْجَنَّةَ، وَمَا قَرَّبَ إِلَيْهَا مِنْ قَوْلٍ أَوْ عَمَلٍ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنَ النَّارِ وَمَا قَرَّبَ إِلَيْهَا مِنْ قَوْلٍ أَوْ عَمَلٍ، وَأَسْأَلُكَ أَنْ تَجْعَلَ كُلَّ قَضَاءٍ قَضَيْتَهُ لِي خَيْرًا ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ขอความดีทั้งปวงจากพระองค์ ทั้งในปัจจุบันและภายหลัง สิ่งที่ฉันรู้และสิ่งที่ฉันไม่รู้ และข้าพระองค์ขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากความชั่วทั้งปวง ทั้งในปัจจุบันและภายหลัง สิ่งที่ฉันรู้และสิ่งที่ฉันไม่รู้ โอ้อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ขอต่อพระองค์จากสิ่งที่ดี ที่บ่าวของพระองค์และนบีของพระองค์ได้ร้องขอ และข้าพระองค์ขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายดังที่บ่าวของพระองค์และนบีของพระองค์ได้ขอความคุ้มครอง โอ้อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ขอสวรรค์จากพระองค์ และคำพูดหรือการกระทำใดก็ตามที่ทำให้เข้าใกล้มัน และข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากนรก และคำพูดหรือการกระทำใดก็ตามที่ทำให้เข้าใกล้มัน และข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ว่า ขอให้พระองค์ทรงทำให้ทุกการกำหนดที่พระองค์ได้ทรงกำหนดแก่ข้าพระองค์เป็นสิ่งที่ดี"[43] [43] อิบนุมาญะฮ์ เลขหะดีษที่ 3846 โดยถ้อยคำเดียวกัน และอิมามอะห์มัด เล่มที่ 6 หน้า 134 โดยมีถ้อยคำส่วนเพิ่มครั้งที่สองเป็นของท่าน และอัลหากิมบันทึกไว้ และตัดสินว่าหะดีษบทนี้ถูกต้อง โดยอัซซะฮะบีย์เห็นพ้องด้วย เล่มที่ 1 หน้า 521 ซึ่งเป็นถ้อยคำส่วนเพิ่มครั้งที่หนึ่ง และอัลอัลบานีย์ได้ตัดสินว่าหะดีษบทนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือ เศาะฮีก อิบนุ มาญะฮ์ เล่มที่ 2 หน้า 327
81- اللَّهُمَّ احْفَظنِي بالإِسْلاَمِ قائِماً، واحْفَظْنِي بالإِسْلاَمِ قاعِداً، واحْفَظنِي بالإِسْلاَمِ راقِداً، ولا تُشْمِتْ بِي عَدُوّاً ولا حاسِداً. اللَّهُمَّ إِنِّي أسْألُكَ مِنْ كُلِّ خَيْر خزائِنُهُ بِيَدِكَ، وأعُوذُ بِكَ مِنْ كُلِّ شَرٍّ خَزَائِنُهُ بِيَدِكَ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดคุ้มครองฉันด้วยอิสลามเมื่อฉันยืน โปรดคุ้มครองฉันด้วยอิสลามเมื่อฉันนั่ง และโปรดคุ้มครองฉันด้วยอิสลามเมื่อฉันหลับ อย่าให้ศัตรูหรือคนที่อิจฉานั้น ยินดีกับความทุกข์ทรมานของฉัน โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความดีทั้งมวลที่คลังของมันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายทั้งมวลที่คลังของมันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์"[44] [44] อัลฮากิม บันทึกไว้ เล่มที่ 1 หน้า 525 และตัดสินว่าหะดีษบทนี้ถูกต้อง โดยอัซซะฮะบีย์เห็นพ้องด้วย และอัลอัลบานีย์ตัดสินว่าหะดีษบทนี้อยู่ในระดับหะซัน ในหนังสือ เศาะฮีห์ อัลญามิอ์ เล่มที่ 2 หน้า 398 และในหนังสือ ซิลซิละฮฺ อัลอะหาดีษ อัศศอฮีหะฮ์ เล่มที่ 4 หน้า 54 เลขที่ 1540
82- اللَّهُمَّ اقْسِمْ لَنَا مِنْ خَشْيَتِكَ مَا تَحُولُ بِهِ بَيْنَنَا وَبَيْنَ مَعَاصِيكَ، وَمِنْ طَاعَتِكَ مَا تُبَلِّغُنَا بِهِ جَنَّتَكَ، وَمِنَ الْيَقِينِ مَا تُهَوِّنُ بِهِ عَلَيْنَا مَصَائِبَ الدُّنْيَا، اللَّهُمَّ مَتِّعْنَا بِأَسْمَاعِنَا، وَأَبْصَارِنَا، وَقُوَّاتِنَا مَا أَحْيَيْتَنَا، وَاجْعَلْهُ الْوَارِثَ مِنَّا، وَاجْعَلْ ثَأْرَنَا عَلَى مَنْ ظَلَمَنَا، وَانْصُرْنَا عَلَى مَنْ عَادَانَا، وَلَا تَجْعَلْ مُصِيبَتَنَا فِي دِينِنَا، وَلَا تَجْعَلِ الدُّنْيَا أَكْبَرَ هَمِّنَا، وَلَا مَبْلَغَ عِلْمِنَا، وَلَا تُسَلِّطْ عَلَيْنَا مَنْ لَا يَرْحَمُنَا ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ ขอพระองค์โปรดประทานความยำเกรงต่อพระองค์ให้แก่พวกเราด้วยเถิด เพื่อเป็นสิ่งปิดกั้นปกป้องพวกเราให้ห่างไกลจากการฝ่าฝืนพระองค์ ขอพระองค์โปรดประทานการภักดีต่อพระองค์ เพื่อเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเราบรรลุถึงสรวงสวรรค์ของพระองค์ ขอพระองค์โปรดประทานความเชื่อมั่นที่มีต่อพระองค์ เพื่อเป็นสิ่งที่จะบรรเทาบททดสอบต่างๆ ในดุนยาที่พวกเราประสบอยู่ ขอพระองค์โปรดให้การได้ยิน การมองเห็น และพลกำลังของพวกเรามีความสุขสมบูรณ์ตราบเท่าที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่ และขอพระองค์โปรดทำให้มันเป็นที่สืบทอดแก่พวกเรา ขอพระองค์ทรงให้การชำระแค้นจงมีแด่ผู้ที่ละเมิด อธรรมต่อพวกเรา โปรดให้การช่วยเหลือพวกเราเหนือศัตรูของพวกเรา โปรดอย่าให้บททดสอบของพวกเราเกิดขึ้นกับศาสนาของพวกเรา โปรดอย่าให้ดุนยานี้เป็นที่มุ่งหมายที่สำคัญสำหรับเรา และอย่าได้ให้ดุนยาเป็นที่สุดแห่งความรู้ของพวกเรา และโปรดอย่าทำให้ผู้ที่ไม่เอ็นดูเมตตาต่อพวกเรามีอำนาจเหนือพวกเราด้วยเถิด"[45] [45] อัตติรมิซีย์ เลขหะดีษที่ 3502 อัลหากิม เล่ม 1 หน้า 528 โดยท่านตัดสินว่าหะดีษนี้เศาะฮีห์ และอัซซะฮะบีย์เห็นพ้องด้วย อิบนุสสุนนีย์ เลขที่ 446 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับหะสัน ในเศาะฮีห์อัตติรมิซีย์ เล่ม 3 หน้า 168 และ เศาะฮีห์อัลญามิอ์ เล่ม 1 หน้า 400
83- اللَّهُمَّ إنِّي أَعوذُ بِكَ مِنَ الجُبْنِ، وَأعُوذُ بِكَ مِنَ البُخْلِ، وَأعُوذُ بِكَ مِنْ أنْ أُرَدَّ إِلَى أَرْذَلِ العُمُرِ، وَأعُوذُ بِكَ مِنْ فِتْنَةِ الدُّنْيَا وَعَذَابِ القَبْرِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความขี้ขลาด และขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความตระหนี่ และขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการกลับไปสู่วัยตกต่ำที่สุดแห่งชีวิต และขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากฟิตนะฮ์แห่งดุนยาและการลงโทษในหลุมศพ" [46] [46] อัล-บุคอรี เลขที่ 2822
84- اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي خَطِيئَتِي، وَجَهْلِي، وَإِسْرَافِي فِي أَمْرِي، وَمَا أَنْتَ أَعْلَمُ بِهِ مِنِّي، اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي هَزْلِي، وَجِدِّي، وَخَطَئي، وَعَمْدِي، وَكُلُّ ذَلِكَ عِنْدِي ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์โปรดอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ในความผิดพลาดของข้าพระองค์ ความเขลา (ความไม่รู้) ของข้าพระองค์ ความเกินขอบเขตของข้าพระองค์ในกิจการของข้าพระองค์ และในสิ่งที่พระองค์ทรงรอบรู้ดียิ่งกว่าตัวข้าพระองค์เอง โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์โปรดอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ ที่เกิดจากสิ่งที่ข้าพระองค์กระทำด้วยความล้อเล่น และที่เกิดจากความจริงจัง ที่เกิดจากความผิดพลาดและความจงใจ และทั้งหมดนั้นย่อมมีอยู่ในตัวข้าพระองค์"[47] [47]รายงานร่วมกันโดยอัลบุคอรีย์ เลขหะดีษที่ 6398 และมุสลิม เลขหะดีษที่ 2719
85- اللَّهُمَّ إِنِّي ظَلَمْتُ نَفْسِي ظُلْمًا كَثِيرًا، وَلَا يَغْفِرُ الذُّنُوبَ إِلَّا أَنْتَ. فَاغْفِرْ لِي مَغْفِرَةً مِنْ عِنْدِكَ، وَارْحَمْنِي إِنَّكَ أَنْتَ الْغَفُورُ الرَّحِيمُ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันได้อธรรมต่อตัวเองซึ่งเป็นการอธรรมอย่างมากมาย และไม่มีผู้ใดที่จะอภัยโทษทั้งหลายได้นอกจากพระองค์เท่านั้น ดังนั้น ได้โปรดอภัยให้ฉันด้วยการอภัยจากพระองค์ด้วยเถิด ได้โปรดเมตตาฉัน แท้จริงแล้วพระองค์นั้นเป็นผู้ที่ทรงอภัยและทรงเมตตายิ่ง"[48] [48]รายงานร่วมกันโดยอัลบุคอรีย์ เลขหะดีษที่ 834 และมุสลิม เลขหะดีษที่ 2705
86- اللَّهُمَّ لَكَ أَسْلَمْتُ، وَبِكَ آمَنْتُ، وَعَلَيْكَ تَوَكَّلْتُ، وَإِلَيْكَ أَنَبْتُ، وَبِكَ خَاصَمْتُ. اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِعِزَّتِكَ لَا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ أَنْ تُضِلَّنِي، أَنْتَ الْحَيُّ الَّذِي لَا يَمُوتُ، وَالْجِنُّ وَالْإِنْسُ يَمُوتُونَ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แด่พระองค์ฉันยอมจำนน แด่พระองค์ฉันศรัทธา แด่พระองค์ฉันได้มอบหมายการงาน ยังพระองค์ฉันได้กลับไปหา(เพื่อจัดการทุกเรื่องในชีวิต) และด้วย (หลักฐานของ) พระองค์ฉันได้โต้เถียงเพื่อพระองค์ โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองด้วยเดชานุภาพของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น ขอจากพระองค์อย่าทำให้ฉันหลงทาง พระองค์ทรงมีชีวิตยั่งยืนไม่มีวันตาย ในขณะที่มวลญินและมนุษย์ทั้งหลายนั้นย่อมประสบกับความตายทั้งสิ้น"[49] [49]รายงานร่วมกันโดยอัลบุคอรีย์ เลขหะดีษที่ 6398 และมุสลิม เลขหะดีษที่ 2719
87- اللَّهُمَّ إنَّا نَسْألُكَ مُوجِباتِ رَحْمَتِكَ، وَعَزائِمَ مَغْفِرَتِكَ، والسَّلامَةَ مِنْ كُلِّ إثمٍ، والغَنِيمَةَ مِنْ كُلِّ بِرٍّ، والفَوْزَ بالجَنَّةِ، والنَّجاةَ مِنَ النَّارِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงพวกเราขอวิงวอนต่อพระองค์โปรดประทานสิ่งที่ทำให้ได้รับความเมตตาของพระองค์ ความปรารถนาในการให้อภัยโทษของพระองค์ ความปลอดภัยจากบาปทุกประการ ได้รับประโยชน์จากการทำความดีทุกประการ ความสำเร็จในการบรรลุสวรรค์ และการปลอดภัยจากไฟนรก"[50] [50] อัลหากิม เล่ม 1 หน้า 525 โดยท่านรับรองว่าหะดีษนี้เศาะฮีห์ และอัซซะฮะบีย์เห็นพ้องด้วย อัลบัยฮะกีย์บันทึกไว้ใน อัดดะอาวาต เลขที่ 206 และดูเพิ่มเติมในหนังสือ อัลอัซการ ของอันนะวะวีย์ หน้า 340 ซึ่งผู้ตรวจชำระ อับดุลกอเดร อัลอัรนาอูฏ ได้รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับหะสัน
88- اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِلْمُؤْمِنِينَ وَالْمُؤْمِنَاتِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดอภัยโทษแก่บรรดาผู้ศรัทธาชายและบรรดาผู้ศรัทธาหญิง"[51] [51] จากหะดีษของอุบาดะฮ์ –เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ– กล่าวว่า: ข้าพเจ้าได้ยินท่านนบี ﷺ กล่าวว่า "ผู้ใดที่ขออภัยโทษ (อิสติฆฟาร) ให้แก่บรรดาผู้ศรัทธาชายและบรรดาผู้ศรัทธาหญิง อัลลอฮ์จะทรงบันทึกความดีให้แก่เขา เท่ากับจำนวนของผู้ศรัทธาชายและหญิงทุกคน" รายงานโดยอัฏเฏาะบะรอนีย์ ในอัลมุอ์ญัม อัลกะบีร เล่ม 5 หน้า 202 เลขที่ 5092 และเล่ม 3 หน้า 334 เลขที่ 2155 โดยอัลฮัยษะมีย์ได้รับรองว่าสายรายงานอยู่ในระดับดี ในหนังสือมัจญ์มะอุซซะวาอิด เล่ม 10 หน้า 210 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับหะสัน ในหนังสือเศาะฮีห์ อัลญามิอ์ เลขที่ 5902 เล่ม 5 หน้า 242
89- اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي ذَنْبِي، وَوَسِّعْ لِي فِي دَارِي، وَبَارِكْ لِي فِيمَا رَزَقْتَنِي ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดอภัยแก่ฉันต่อบาปของฉัน โปรดให้ที่อาศัยของฉันกว้างขวาง และโปรดทำให้ปัจจัยยังชีพที่พระองค์ทรงประทานแก่ฉันมีความจำเริญ"[52] [52] อาห์มัด เลขหะดีษที่ 16599 เลขที่ 23114 และเลขที่ 23188 และอัตติรมิซีย์ เลขหะดีษที่ 3500 โดยบรรดาผู้ตรวจชำระหนังสือมุสนัดได้กล่าวไว้ในเล่ม 27 หน้า 144 และในเล่ม 38 หน้า 197 และเล่ม 38 หน้า 145 ว่า “หะสัน ลิฆ็อยริฮิ”
90- اللَّهُمَّ إنِّي أَسْأَلُك مِنْ فَضْلِكَ وَرَحْمَتِكَ؛ فَإِنَّهُ لاَ يَمْلِكُهَا إِلاَّ أَنْتَ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความโปรดปรานและความเมตตาจากพระองค์ เพราะแท้จริงแล้วไม่มีใครครอบครองสิ่งเหล่านี้ได้นอกจากพระองค์ท่านเท่านั้น"[53] [53] รายงานโดยอัฏเฏาะบะรอนีย์ และอัลฮัยษะมีย์ได้กล่าวไว้ในหนังสือมัจญ์มะอุซซะวาอิด เล่ม 10 หน้า 159 ว่า "บรรดาผู้รายงานเป็นผู้รายงานของเศาะฮีห์ทั้งหมด ยกเว้นมุฮัมมัด บิน ซิยาด ซึ่งเขาเป็นผู้ที่เชื่อถือได้" และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์ อัลญามิอฺ เล่ม 1 หน้า 404 เลขที่ 1278
91- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الهَرَمِ، وَالتَّرَدِّي، وَالْهَدْمِ، وَالْغَمِّ، وَالْغَرَقِ، وَالْحَرَقِ، وَأَعُوذُ بِكَ أَنْ يَتَخَبَّطَنِيَ الشَّيْطَانُ عِنْدَ الْمَوْتِ، وَأَعُوذُ بِكَ أَنْ أَمُوتَ فِي سَبِيلِكَ مُدْبِرًا وَأَعُوذُ بِكَ أَنْ أَمُوتَ لَدِيغًا ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ให้พ้นจากความแก่ชรา (ที่ไร้ความสามารถ) การตกจากที่สูง การถูกของหนักล้มทับ ความโศกเศร้าเสียใจ การจมน้ำ การถูกไฟไหม้ และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ให้พ้นจากการครอบงำของชัยฏอนขณะใกล้ตาย และขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการตายในหนทางของพระองค์ (ในสมรภูมิรบ) ในสภาพที่ผินหลังหนี และขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการตายเนื่องด้วยพิษสัตว์กัดต่อย"[54] [54] รายงานโดยอบูดาวูด เลขหะดีษที่ 1552 และอันนะสาอีย์ เลขที่ 5531 และเลขที่ 5532 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์สุนันอันนะสาอีย์ เล่ม 3 หน้า 1123 และเศาะฮีห์สุนันอบูดาวูด เล่ม 1 หน้า 425
92- ((اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْجُوعِ؛ فَإِنَّهُ بِئْسَ الضَّجِيعُ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنَ الْخِيَانَةِ؛ فَإِنَّهَا بِئْسَتِ الْبِطَانَةُ)) ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความหิวโหย เพราะมันเป็นเพื่อนร่วมนอนที่ชั่วร้าย และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการทรยศหักหลัง เพราะแท้จริงมันเป็นกมลสันดาน (หรือสิ่งที่ซ่อนเร้นในใจ) ที่เลวร้ายยิ่ง"[55] [55] รายงานโดยอบูดาวูด เลขหะดีษที่ 1547 และอันนะสาอีย์ เลขที่ 5483 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับหะสัน ในหนังสือเศาะฮีห์สุนันอันนะสาอีย์ เล่ม 3 หน้า 1112
93- اللَّهُمَّ إنِّي أعُوذُ بِكَ مِنَ العَجْزِ، والكَسَلِ، والجُبْنِ، والبُخْلِ، والهَرَمِ، والقَسْوَةِ، والغَفْلَةِ، والعَيْلَةِ، والذِّلَّةِ، والمَسْكَنَةِ، وأعُوذُ بِكَ مِنَ الفَقْرِ، والكُفْرِ، والفُسُوقِ، والشِّقاقِ، والنِّفاقِ، والسُّمْعَةِ، والرِّياءِ، وأعُوذُ بِكَ مِنَ الصَّمَمِ، والبَكَمِ، والجُنُونِ، والجُذامِ، والبَرَصِ، وَسَيِّىءِ الأَسْقامِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความไร้ความสามารถ ความเกียจคร้าน ความขลาด ความตระหนี่ ความชรา ความกระด้างของหัวใจ ความหลงลืม ความขัดสน ความต่ำต้อย และความยากจนข้นแค้น และข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความยากจน ความปฏิเสธศรัทธา ความฝ่าฝืน การแตกแยก ความหน้าซื่อใจคด การแสวงหาชื่อเสียง และการโอ้อวด และข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความหูหนวก ความเป็นใบ้ ความวิกลจริต โรคเรื้อน โรคด่างขาว และบรรดาโรคภัยที่เลวร้าย"[56] [56] รายงานโดยอันนะสาอีย์ เลขหะดีษที่ 5493 และอัลหากิม เล่ม 1 หน้า 530 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์ อัลญามิอฺ เล่ม 1 หน้า 406 และหนังสืออิรวาอ์ อัลฆะลีล เลขที่ 852
94-اللّهُمَّ إنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْفَقْرِ، وَالْقِلَّةِ، وَالذِّلَّةِ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ أَنْ أَظْلِمَ أو أُظْلَمَ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความยากจน และการขาดแคลนทรัพย์สินและความต่ำต้อย และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการอธรรมต่อผู้อื่น หรือถูกผู้อื่นอธรรม"[57] [57] รายงานโดยอบูดาวูด เลขหะดีษที่ 1544 และอันนะสาอีย์ เลขหะดีษที่ 5475 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์สุนันอันนะสาอีย์ เล่ม 3 หน้า 1111 และเศาะฮีห์ อัลญามิอ์ เล่ม 1 หน้า 407 ส่วนข้อความที่อยู่ในวงเล็บเหลี่ยม ปรากฏในบันทึกของอิบนุหิบบาน (มะวาริด) และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์ มะวาริด อัซซ็อมอาน เล่ม 2 หน้า 455
95- اللَّهُمَّ إنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ جَارِ السُّوءِ فِي دَارِ الْمُقَامَةِ؛ فَإِنَّ جَارَ الْبَادِيَةِ يَتَحَوَّلُ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ให้พ้นจากเพื่อนบ้านที่ชั่วร้ายในที่พำนักถาวร (บ้านที่อยู่อาศัยหลัก) เพราะแท้จริงเพื่อนบ้านในยามเดินทาง (หรือในชนบท/ชั่วคราว) นั้นย่อมมีการย้ายจากไป"[58] [58] อัลบุคอรีย์บันทึกไว้ในอัลอะดะบ อัลมุฟร็อด เลขหะดีษที่ 117 และอัลหากิม เล่ม 1 หน้า 532 โดยท่านตัดสินว่าหะดีษนี้เศาะฮีห์ และอัซซะฮะบีย์เห็นพ้องด้วย และอันนะสาอีย์บันทึกไว้ เลขหะดีษที่ 5517 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์ อัลญามิอ์ เล่ม 1 หน้า 408 และเศาะฮีห์สุนันอันนะสาอีย์ เล่ม 3 หน้า 1118
96- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ قَلْبٍ لاَ يَخْشَعُ، ومِنْ َدُعَاءٍ لاَ يُسْمَعُ، وَمِنْ نَفْسٍ لاَ تَشْبَعُ، وَمِنْ عِلْمٍ لاَ يَنْفَعُ، أَعُوذُ بِكَ مِنْ هُؤُلاَءِ الأَرْبَعِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากหัวใจที่ไม่สำรวม จากคำวิงวอนที่ไม่ได้รับการตอบรับ จากอารมณ์ที่ไม่รู้จักอิ่ม และจากความรู้ที่ไม่มีประโยชน์ ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากสี่ประการเหล่านี้"[59] [59] อัตติรมิซีย์ เลขหะดีษที่ 3482 และอบูดาวูด เลขหะดีษที่ 1549 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์ อัลญามิอ์ เลขที่ 1295 และเศาะฮีห์สุนันอันนะสาอีย์ เล่ม 3 หน้า 1113
97- اللَّهُمَّ إنّي أعُوذُ بِكَ مِنْ يَوْمِ السُّوءِ، وَمِنْ لَيْلَةِ السُّوءِ، وَمِنْ سَاعَةِ السُّوءِ، وَمِنْ صَاحِبِ السُّوءِ، وَمِنْ جَارِ السُّوءِ في دَارِ الْمُقامَةِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากกลางวันที่ไม่ดี จากกลางคืนที่ไม่ดี จากเวลาที่ไม่ดี จากเพื่อนที่ไม่ดี และจากเพื่อนบ้านที่ไม่ดีในที่อยู่ที่ถาวร"[60] [60] รายงานโดยอัฏเฏาะบะรอนีย์ และอัลฮัยษะมีย์ได้กล่าวไว้ในหนังสือซะวาอิด เล่ม 10 หน้า 144 ว่า “บรรดาผู้รายงานเป็นผู้รายงานของเศาะฮีห์ทั้งหมด” และอัลอัลบานีย์ตัดสินว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับหะสัน ในหนังสือเศาะฮีห์ อัลญามิอ์ เล่ม 1 หน้า 411 เลขที่ 1290
98- اللَّهُمَّ إنِّي أَسْأَلُكَ الْجَنَّةَ وَأَسْتَجِيْرُ بِكَ مِنَ النَّارِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ ซึ่งสวนสวรรค์ และฉันขอการปกป้องจากพระองค์ให้พ้นจากไฟนรก" (สามครั้ง)[61] [61] รายงานโดยอัตติรมิซีย์ เลขหะดีษที่ 2572 อิบนุมาญะฮฺ เลขหะดีษที่ 3340 และอันนะสาอีย์ เลขหะดีษที่ 5536 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์อัตติรมิซีย์ เล่ม 2 หน้า 319 และเศาะฮีห์สุนันอันนะสาอีย์ เล่ม 3 หน้า 1121 โดยมีถ้อยคำว่า "ผู้ใดขอต่ออัลลอฮ์ให้ได้สวรรค์สามครั้ง สวรรค์จะกล่าวว่า "โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงให้เขาได้เข้าสวรรค์ด้วยเถิด" และผู้ใดขอความคุ้มครองให้พ้นจากนรกสามครั้ง นรกจะกล่าวว่า "โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงคุ้มครองเขาให้พ้นจากนรกด้วยเถิด"
99- اللَّهُمَّ فَقِّهْنِي فِي الدِّينِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮฺ โปรดทำให้ข้าพระองค์เข้าใจในศาสนาด้วยเถิด"[62] [62] สิ่งนี้ได้รับการยืนยันจากรายงานของอัลบุคอรีย์และมุสลิม เกี่ยวกับดุอาอ์ที่ท่านนบี ﷺ ได้ขอพรให้แก่ อิบนุอับบาส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา อัลบุคอรีย์ เลขหะดีษที่ 143 และมุสลิม เลขหะดีษที่ 2477
100- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ أَنْ أُشْرِكَ بِكَ وَأَنَا أَعْلَمُ، وَأَسْتَغْفِرُكَ لِمَا لاَ أَعْلَمُ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการตั้งภาคีต่อพระองค์โดยที่ฉันรู้ และฉันขออภัยโทษต่อพระองค์สำหรับสิ่งที่ฉันไม่รู้"[63] [63] รายงานโดยอาหฺมัด เล่ม 4 หน้า 403 และอิบนุอบีชัยบะฮฺ เล่ม 10 หน้า 337 และอัฏเฏาะบะรอนีย์ในอัลมุอฺญัม อัลเอาว์ซ็อฏ เล่ม 4 หน้า 284 และอัลอัลบานีย์รับรงว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับหะสัน ในหนังสือเศาะฮีห์ อัตตัรฆีบ วัตตัรฮีบ เล่ม 1 หน้า 19
101- اللَّهُمَّ انْفَعْنِي بِمَا عَلَّمْتَنِي، وَعَلِّمْنِي مَا يَنْفَعُنِي، وَزِدْنِي عِلْمًا ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดให้เกิดประโยชน์แก่ฉันซึ่งความรู้ที่พระองค์ทรงสอนฉัน และขอพระองค์โปรดสอนฉันสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ฉัน และโปรดเพิ่มความรู้ให้แก่ฉัน[64] [64] รายงานโดยอัตติรมิซีย์ เลขหะดีษที่ 3599 และอิบนุมาญะฮฺ เลขหะดีษที่ 259 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์ อิบนุมาญะฮ์เล่ม 1 หน้า 47
102- اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ عِلْمًا نَافِعًا، وَرِزْقًا طَيِّبًا، وَعَمَلًا مُتَقَبَّلًا ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉัน ขอต่อพระองค์ซึ่งความรู้ที่เป็นประโยชน์ ปัจจัยยังชีพที่ดี และการงานที่ได้รับการตอบรับ"[65] [65] รายงานโดยอิบนุมาญะฮ์ เลขหะดีษที่ 925 และอันนะสาอีย์ในหนังสืออะมัล อัลเยาม วัลลัยละฮฺ เลขที่ 102 และอะห์มัด เล่ม 6 หน้า 294 และหน้า 305 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์ อิบนุมาญะฮ์ เล่ม 1 หน้า 152
103-اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ يَا أَللَّهُ بِأَنَّكَ الْوَاحِدُ الْأَحَدُ، الصَّمَدُ، الَّذِي لَمْ يَلِدْ وَلَمْ يُولَدْ، وَلَمْ يَكُنْ لَهُ كُفُوًا أَحَدٌ، أَنْ تَغْفِرَ لِي ذُنُوبِي، إِنَّكَ أَنْتَ الْغَفُورُ الرَّحِيمُ ความว่า : "ข้าแต่พระองค์อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์วอนขอต่อพระองค์ โอ้อัลลอฮ์ โดยพระนามของพระองค์ผู้ทรงเอกะ ผู้ทรงเป็นที่พึ่งเพียงผู้เดียว ผู้ทรงไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ และไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษในบาปทั้งหลายของข้าพระองค์ด้วยเถิด แท้จริงพระองค์ท่านคือผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ"[66] [66] รายงานโดยอันนะสาอีย์ เลขหะดีษที่ 1300 โดยใช้ถ้อยคำตามที่รายงานไว้ และอันนะสาอีย์ในอัลกุบรอ เลขหะดีษที่ 7665 และอบูดาวูด เลขหะดีษที่ 985 และอัลอัลบานีย์รับรองว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์สุนันอันนะสาอีย์ เล่ม 1 หน้า 147
104- اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ بِأَنَّ لَكَ الْحَمْدَ، لاَ إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ [وَحْدَكَ لاَ شَرِيكَ لَكَ] الْمَنَّانُ [يَا] بَدِيعَ السَّمَوَاتِ وَالأَرْضِ، يَا ذَا الْجَلالِ وَالإِكْرَامِ، يَا حَيُّ يَا قَيُّومُ، إِنِّي أَسْأَلُكَ [الْجَنَّةَ وَأَعُوذُ بِكَ مِنَ النَّارِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ ด้วยเหตุที่มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะนอกจากพระองค์เพียงผู้เดียวเท่านั้น พระองค์ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ พระองค์คือผู้ประทานสิ่งดีๆ ทั้งหมด โอ้ผู้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน โอ้ พระผู้ทรงความยิ่งใหญ่และเกียรติยศ โอ้ผู้ทรงมีชีวิตนิรันดร์ ผู้ทรงดำรงด้วยพระองค์เอง แท้จริงฉันขอวิงวอนต่อพระองค์ซึ่งสวรรค์และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากไฟนรก"[67] [67] อบูดาวูด หมายเลข 1495, อิบนุมาญะฮ์ หมายเลข 3858, อันนะสาอีย์ หมายเลข 1299 และอัตติรมิซีย์ หมายเลข 3544 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อันนะสาอีย์ เล่มที่ 1 หน้า 279 และใน เศาะฮีหฺ อิบนุมาญะฮ์ เล่มที่ 2 หน้า 329
105- اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ بِأَنِّي أَشْهَدُ أَنَّكَ أَنْتَ اللهُ لاَ إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ، الأَحَدُ، الصَّمَدُ، الَّذِي لَمْ يَلِدْ، وَلَمْ يُولَدْ، وَلَمْ يَكُنْ لَهُ كُفُوًا أَحَدٌ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ด้วยการที่ฉันขอปฏิญาณว่า แท้จริงพระองค์คืออัลลอฮ์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพภักดีนอกจากพระองค์ ผู้เป็นเอกะหนึ่งเดียว ผู้ทรงเป็นที่พึ่ง (สำหรับทุกสรรพสิ่ง) ผู้ทรงไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์"[68] [68] อบูดาวูด หมายเลข 985, อัตติรมิซีย์ หมายเลข 3475, อิบนุมาญะฮ์ หมายเลข 3857 และอิมามอะหมัด เล่มที่ 5 หน้า 360 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้รับรองว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ ซุนัน อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 163
106- رَبِّ اغْفِرْ لِي، وَتُبْ عَلَيَّ، إِنَّكَ أَنْتَ التَّوَّابُ الْغَفُورُ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โปรดอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ และโปรดรับการกลับเนื้อกลับตัวของข้าพระองค์ แท้จริงพระองค์ท่านคือผู้ทรงรับการกลับเนื้อกลับตัว ผู้ทรงอภัยยิ่ง" [69] [69] อบูดาวูด หมายเลข 1518, อัตติรมิซีย์ หมายเลข 3434 โดยใช้ถ้อยคำรายงานของท่าน และอันนะสาอีย์ ในอัลกุบรอ หมายเลข 10292 และอิบนุมาญะฮ์ หมายเลข 3814 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้รับรองว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อิบนุมาญะฮ์ เล่มที่ 2 หน้า 321 และใน เศาะฮีหฺ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 153
107- اللَّهُمَّ بِعِلْمِكَ الْغَيْبَ، وَقُدْرَتِكَ عَلَى الْخَلْقِ، أَحْيِنِي مَا عَلِمْتَ الْحَيَاةَ خَيْرًا لِي، وَتَوَفَّنِي إِذَا عَلِمْتَ الْوَفَاةَ خَيْرًا لِي، اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ خَشْيَتَكَ فِي الْغَيْبِ وَالشَّهَادَةِ، وَأَسْأَلُكَ كَلِمَةَ الْحَقِّ فِي الرِّضَا وَالْغَضَبِ، وَأَسْأَلُكَ الْقَصْدَ فِي الْغِنَى وَالْفَقْرِ، وَأَسْأَلُكَ نَعِيمَاً لاَ يَنْفَدُ، وأَسْأَلُكَ قُرَّةَ عَيْنٍ لاَ تَنْقَطِعْ، وَأَسْأَلُكَ الرِّضَا بَعَدَ الْقَضَاءِ، وَأَسْأَلُكَ بَرْدَ الْعَيْشِ بَعْدَ الْمَوْتِ، وَأَسْأْلُكَ لَذَّةَ النَّظَرِ إلَى وَجْهِكَ، وَالشَّوْقَ إِلَى لِقَائِكَ، فِي غَيْرِ ضَرَّاءَ مُضِرَّةٍ، وَلاَ فِتْنَةٍ مُضِلَّةٍ، اللَّهُمَّ زَيِّنَّا بِزِينَةِ الإِيمَانِ، وَاجْعَلْنَا هُدَاةً مُهْتَدِينَ ความว่า : "โอ้อัลลอฮฺด้วยความรอบรู้ของพระองค์ต่อสิ่งเร้นลับ และพลังอำนาจของพระองค์เหนือทุกสรรพสิ่ง ขอพระองค์ทรงทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ตราบที่พระองค์ทราบว่าการมีชีวิตนั้นดีต่อตัวฉัน และขอพระองค์ทรงเอาชีวิตฉันเมื่อพระองค์ทราบว่าการตายนั้นดีต่อตัวฉัน โอ้อัลลอฮฺฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความเกรงกลัวต่อพระองค์ทั้งในที่ลับและที่เปิดเผย และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งถ้อยคำแห่งสัจจะทั้งในยามพอใจและยามโกรธ และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความพอดีทั้งในยามขัดสนและมั่งมี และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งนิอฺมัตที่ไม่หมดสิ้น และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความรื่นรมย์แก่สายตาที่ไม่ขาดสาย และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความพอใจต่อกำหนดของพระองค์ และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งชีวิตที่ร่มเย็นหลังจากความตาย และข้าพระองค์ขอจากพระองค์ซึ่งความรื่นรมย์ในการได้มองพระพักตร์ของพระองค์ และความโหยหาที่จะได้พบพระองค์ โดยมิใช่ในยามเผชิญเคราะห์ร้ายอันทำลายล้าง และมิใช่ในการทดสอบอันนำไปสู่ความหลงผิด โอ้อัลลอฮ์ โปรดประดับประดาพวกเราด้วยเครื่องประดับแห่งศรัทธา และทรงทำให้พวกเราเป็นผู้ชี้นำ และเป็นผู้ได้รับทางนำด้วยเถิด"[70] [70] อันนะสาอีย์ หมายเลข 1305 และอิมามอะหมัด เล่มที่ 4 หน้า 264 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้รับรองว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อันนะสาอีย์ เล่มที่ 1 หน้า 280 และหน้า 281
108- اللَّهُمَّ ارزُقني حُبَّكَ، وحُبَّ مَنْ يَنْفَعُني حُبُّهُ عندَك، اللَّهُمَّ مَا رَزَقْتَني مِمَّا أُحِبُّ فَاجْعَلْهُ قُوَّةً لِي فِيمَا تُحِبُّ، اللَّهُمَ مَا زَوَيْتَ عَنِّي مِمَّا أُحِبُّ فَاجْعَلْهُ فَرَاغاً لِي فِيمَا تُحِبُّ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดประทานความรักต่อพระองค์ให้แก่ฉันด้วยเถิด และรักบุคคลที่ความรักต่อเขาเป็นประโยชน์แก่ฉัน ณ พระองค์ด้วยเถิด โอ้ อัลลอฮ์ สิ่งที่พระองค์ได้ประทานให้แก่ฉันตามที่ฉันชอบนั้น โปรดทำให้สิ่งนั้นถูกใช้เป็นพลังแก่ฉันในการกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงชอบด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์ สิ่งใดก็ตามที่พระองค์ทรงกันไว้จากข้าพระองค์ในสิ่งที่ข้าพระองค์รัก ขอพระองค์ทรงทำให้สิ่งนั้นเป็นเวลาว่างสำหรับข้าพระองค์ เพื่อใช้ในสิ่งที่พระองค์ทรงรัก"[71] [71] อัตติรมิซีย์ได้บันทึกไว้ หมายเลข 3491 และได้จัดว่าเป็นหะดีษหะซัน และชัยคฺ อับดุลกอเดร อัลอัรเนาอูฏ กล่าวว่า “เป็นไปตามที่เขากล่าวไว้จริง” ดูการตรวจสอบของท่านต่อหนังสือ ญามิอุลอุศูล เล่มที่ 4 หน้า 341
109- اللَّهُمَّ طَهِّرْنِي مِنَ الذُّنُوبِ وَالْخَطَايَا، اللَّهُمَّ نَقِّنِي مِنْهَا كَمَا يُنَقَّى الثَّوْبُ الْأَبْيَضُ مِنْ الدَّنَسِ، اللَّهُمَّ طَهِّرْنِي بِالثَّلْجِ وَالْبَرَدِ وَالْمَاءِ الْبَارِدِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดชำระฉันให้บริสุทธิ์จากบาปและความผิดทั้งหลาย โอ้อัลลอฮ์ โปรดทำให้ฉันสะอาดบริสุทธิ์จากมัน เฉกเช่นผ้าขาวที่ถูกชำระจนสะอาดปราศจากความสกปรก โอ้อัลลอฮ์ โปรดชำระล้างฉันด้วยหิมะ ลูกเห็บ และน้ำเย็น"[72] [72] มุสลิมได้บันทึกไว้ หมายเลข 476 และอันนะสาอีย์ หมายเลข 400
110- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْبُخْلِ، وَالْجُبْنِ، وَسُوءِ الْعُمُرِ، وَفِتْنَةِ الصَّدْرِ، وَعَذَابِ الْقَبْرِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความตระหนี่ ความขี้ขลาด อายุขัยที่ไม่ดี ฟิตนะฮ์ของหัวใจ และการลงโทษในหลุมศพ"[73] [73] อันนะสาอีย์ หมายเลข 5469 โดยมีถ้อยคำรายงานว่า “ท่านนบี ﷺ มักจะขอความคุ้มครองให้พ้นจากห้าประการ คือ จากความตระหนี่ ความขลาดกลัว ความชราภาพอันเลวร้าย ฟิตนะฮ์แห่งอก และการลงโทษในหลุมฝังศพ” และอบูดาวูดได้บันทึกไว้ หมายเลข 1539 และอัลอัรเนาอูฏได้จัดว่าเป็นหะดีษหะซัน ในการตรวจสอบของท่านต่อหนังสือ ญามิอุลอุศูล เล่มที่ 4 หน้า 363
111- اللَّهُمَّ رَبَّ جِبْرَائِيلَ، وَمِيكَائِيلَ، وَرَبَّ إِسْرَافِيلَ، أَعُوذُ بِكَ مِنَ حَرِّ النَّارِ، وَمِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลของญิบรออีล มีกาอีล และพระผู้อภิบาลของอิสรอฟีล ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความร้อนของไฟนรก และการลงโทษในหลุมศพ"[74] [74] อันนะสาอีย์ได้บันทึกไว้ หมายเลข 1344 และอิมามอะหมัด เล่มที่ 6 หน้า 61 และอัลบัยฮะกีย์ในหนังสือ อัดดะอะวาต หมายเลข 109 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้รับรองว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อันนะสาอีย์ เล่มที่ 3 หน้า 1121 และใน ชุดรวมรวมอัลหะดีษเศาะฮีหฺ หมายเลข 1544
112- اللَّهُمَّ أَلْهِمْنِي رُشْدِي، وَأَعِذْنِي مِنْ شَرِّ نَفْسِي ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดดลใจให้ข้าพระองค์ได้รับทางนำที่ถูกต้อง และโปรดคุ้มครองข้าพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายแห่งตัวของข้าพระองค์เอง"[75] [75] อัตติรมิซีย์ได้บันทึกไว้ โดยใช้ถ้อยคำรายงานของท่าน เล่มที่ 5 หน้า 519 หมายเลข 3483 และอิมามอะหมัดได้บันทึกไว้ในทำนองเดียวกัน เล่มที่ 33 หน้า 197 หมายเลข 19992 และอัลหากิม เล่มที่ 1 หน้า 510 โดยมีถ้อยคำใกล้เคียงกันเช่นกัน และท่านได้รับรองว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ซึ่งอัซซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องกับท่าน และบรรดาผู้ตรวจสอบมุสนัดได้กล่าวถึงหะดีษของอิมามอะหมัด เล่มที่ 33 หน้า 197 ว่า “สายรายงานของมันเป็นเศาะฮีหฺตามเงื่อนไขของอัลบุคอรีและมุสลิม” ส่วนถ้อยคำรายงานของอัตติรมิซีย์นั้น ชัยคอัล-อัลบานีย์ได้วินิจฉัยว่าอ่อน (เฎาะอีฟ) ในหนังสือ เฎาะอีฟ อัตติรมิซีย์ หน้า 397
113- اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ عِلْمًا نَافِعًا، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ عِلْمٍ لاَ يَنْفَعُ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความรู้ที่ไม่เป็นประโยชน์"[76] [76] อันนะสาอีย์ในอัลกุบรอ หมายเลข 7867 และอิบนุมาญะฮ์ หมายเลข 3843 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้จัดว่าเป็นหะดีษหะซัน ในหนังสือ เศาะฮีหฺ ซุนัน อิบนุมาญะฮ์ เล่มที่ 2 หน้า 327 โดยมีถ้อยคำรายงานว่า "พวกท่านจงขอต่ออัลลอฮ์ซึ่งความรู้ที่เป็นประโยชน์ และจงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากความรู้ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์"
114- ((اللَّهُمَّ رَبَّ السَّمَوَاتِ [السَّبْعِ] وَرَبَّ الْأَرْضِ، وَرَبَّ الْعَرْشِ الْعَظِيمِ، رَبَّنَا وَرَبَّ كُلِّ شَيْءٍ، فَالِقَ الْحَبِّ وَالنَّوَى، وَمُنْزِلَ التَّوْرَاةِ وَالْإِنْجِيلِ وَالْفُرْقَانِ، أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ كُلِّ شَيْءٍ أَنْتَ آخِذٌ بِنَاصِيَتِهِ، اللَّهُمَّ أَنْتَ الْأَوَّلُ فَلَيْسَ قَبْلَكَ شَيْءٌ، وَأَنْتَ الْآخِرُ فَلَيْسَ بَعْدَكَ شَيْءٌ، وَأَنْتَ الظَّاهِرُ فَلَيْسَ فَوْقَكَ شَيْءٌ، وَأَنْتَ الْبَاطِنُ فَلَيْسَ دُونَكَ شَيْءٌ، اقْضِ عَنَّا الدَّيْنَ وَأَغْنِنَا مِنَ الْفَقْرِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งฟากฟ้าทั้งเจ็ด พระผู้อภิบาลแห่งแผ่นดินและพระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ โอ้พระผู้อภิบาลของเรา และพระผู้อภิบาลของทุกสรรพสิ่ง ผู้ทรงให้เมล็ดพืชและอินทผลัมปริออก ผู้ทรงประทานคัมภีร์เตารอต อินญีลและอัลฟุรกอน (อัลกุรอาน) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความชั่วของทุกสรรพสิ่ง ซึ่งพระองค์ทรงยึดกุมปอยผมของมันไว้ โอ้อัลลอฮ์ พระองค์คือผู้แรกซึ่งไม่มีสิ่งใดๆ ก่อนหน้าพระองค์ พระองค์คือผู้สุดท้ายซึ่งไม่มีสิ่งใดหลังจากพระองค์ พระองค์คือผู้โดดเด่นซึ่งไม่มีสิ่งใดเหนือกว่าพระองค์ และพระองค์คือผู้ซ่อนเร้นซึ่งไม่มีสิ่งใดนอกเหนือจากพระองค์ ขอพระองค์โปรดชำระหนี้ให้เรา และให้เรารอดพ้นจากความยากไร้ด้วยเถิด"[77] [77] มุสลิมได้บันทึกไว้ หมายเลข 2713 จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ
115- اللَّهُمَّ أَلِّفْ بَيْنَ قُلُوبِنَا، وَأَصْلِحْ ذَاتَ بَيْنِنَا، وَاهْدِنَا سُبُلَ السَّلَامِ، وَنَجِّنَا مِنَ الظُّلُمَاتِ إِلَى النُّورِ، وَجَنِّبْنَا الْفَوَاحِشَ مَا ظَهَرَ مِنْهَا وَمَا بَطَنَ، وَبَارِكْ لَنَا فِي أَسْمَاعِنَا، وَأَبْصَارِنَا، وَقُلُوبِنَا، وَأَزْوَاجِنَا، وَذُرِّيَّاتِنَا، وَتُبْ عَلَيْنَا إِنَّكَ أَنْتَ التَّوَّابُ الرَّحِيمُ، وَاجْعَلْنَا شَاكِرِينَ لِنِعَمِكَ مُثْنِينَ بِهَا عَلَيْكَ، قَابِلِينَ لَهَا، وَأَتِمِمْهَا عَلَيْنَا ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดทรงรวมดวงใจของพวกเราให้เป็นหนึ่งเดียว โปรดปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราให้ดีขึ้น โปรดชี้นำพวกเราไปสู่แนวทางแห่งสันติภาพ ช่วยให้พวกเรารอดพ้นจากความมืดมนไปสู่แสงสว่าง โปรดให้พวกเราห่างไกลจากบาปอันชั่วช้า ทั้งที่เปิดเผยและที่ซ่อนเร้น โปรดประทานความจำเริญแก่เราในการได้ยินของเรา ในการมองเห็นของเรา ในดวงใจของเรา ในคู่ครองของเรา และในลูกหลานของเรา และโปรดรับการเตาบะฮ์ของพวกเราด้วยเถิด แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงรับเตาบะฮ์ ผู้ทรงเมตตาเสมอ และโปรดทรงให้พวกเราเป็นผู้สำนึกในความโปรดปรานของพระองค์ ผู้กล่าวสรรเสริญต่อพระองค์ด้วยสิ่งนั้น ผู้ยอมรับในความโปรดปรานนั้น และโปรดทรงทำให้ความโปรดปรานนั้นสมบูรณ์แก่พวกเราด้วยเถิด"[78] [78] อบูดาวูดได้บันทึกไว้ หมายเลข 969 และอัลหากิม โดยใช้ถ้อยคำรายงานของท่าน เล่มที่ 1 หน้า 265 และกล่าวว่า “เป็นหะดีษเศาะฮีหฺตามเงื่อนไขของมุสลิม” ซึ่งอัซซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องกับท่าน เล่มที่ 1 หน้า 26 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อัลอะดับ อัลมุฟร็อด หมายเลข 630
116- اللهمّ إني أسألك خير المسألة،وخير الدعاء، وخير النجاح، وخير العمل،وخير الثواب،وخير الحياة، وخير الممات، وثبّتني، وثقّل موازيني، وحقّق إيماني، وارفع درجاتي"، وَتَقَبَّلْ صَلاَتِي، وَاغْفِرْ خَطِيئَتِي، وَأَسْأَلُكَ الدَّرَجَاتِ العُلاَ مِنَ الْجَنَّةِ، اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ فَوَاتِحَ الْخَيْرِ، وَخَوَاتِمَهُ، وَجَوَامِعَهُ، وَأَوَّلَهُ، وَظَاهِرَهُ، وَبَاطِنَهُ، وَالدَّرَجَاتِ الْعُلَا مِنَ الْجَنَّةِ آمِينْ، اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ خَيْرَ مَا آتِي، وَخَيْرَ مَا أَفْعَلُ، وَخَيْرَ مَا أَعْمَلُ، وَخَيْرَ مَا بَطَنَ، وَخَيْرَ مَا ظَهَرَ، وَالدَّرَجَاتِ العُلَا مِنَ الْجَنَّةِ آمِينْ، اللَّهُمَّ إنِّي أَسْأَلُكَ أنْ تَرْفَعَ ذِكْرِي، وَتَضَعَ وِزْرِي، وَتُصْلِحَ أمْرِي، وَتُطَهِّرَ قَلْبِي، وَتُحَصِّنَ فَرْجِي، وَتُنَوِّرَ قَلْبِي، وَتَغْفِرَ لِي ذَنْبِي، وَأَسْأَلُكَ الدَّرَجَاتِ الْعُلَا مِنَ الْجَنَّةِ آمِينْ، اللَّهُمَّ إنِّي أَسْأَلُكَ أنْ تُبَارِكَ فِي نَفْسِي، وَفِي سَمْعِي، وَفِي بَصَرِي، وَفِي رُوحِي، وَفِي خَلْقِي، وَفِي خُلُقِي، وَفِي أَهْلِي، وَفِي مَحْيَايَ، وَفِي مَمَاتِي، وَفِي عَمَلِي، فَتَقَبَّلْ حَسَنَاتِي، وَأَسْأَلُكَ الدَّرَجَاتِ العُلَا مِنَ الْجَنَّةِ، آمِينْ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์สิ่งที่ดีที่สุดจากพระองค์ ดุอาอ์ (การวิงวอน) ที่ดีที่สุด ความสำเร็จที่ดีที่สุด การกระทำที่ดีที่สุด รางวัลที่ดีที่สุด ชีวิตที่ดีที่สุด และความตายที่ดีที่สุด และโปรดทำให้ฉันมั่นคง และเพิ่มน้ำหนักบนตราชั่งของฉัน โปรดทำให้การศรัทธาของฉันเป็นที่ประจักษ์ โปรดยกระดับของฉัน โปรดรับการละหมาดของฉัน และโปรดอภัยความผิดพลาดของฉัน และฉันขอขั้นที่สูงที่สุดในสวรรค์ โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์การเริ่มต้นของความดีทั้งหลาย และบทสรุปของมัน และสิ่งที่ครอบคลุมทั้งหมดของมัน และสิ่งแรกของมัน สิ่งที่เปิดเผยของมัน และสิ่งที่ซ่อนเร้นของมัน และขั้นที่สูงสุดในสวรรค์ อามีน โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอต่อพระองค์สิ่งที่ดีที่สุดจากสิ่งที่ฉันนำมา สิ่งที่ดีที่สุดจากสิ่งที่ฉันทำ สิ่งที่ดีที่สุดจากสิ่งที่ฉันซ่อนไว้ สิ่งที่ดีที่สุดจากสิ่งที่ฉันเปิดเผย และขั้นที่สูงสุดในสวรรค์ อามีน โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอจากพระองค์ โปรดทรงยกเกียรติชื่อเสียงของข้าพระองค์ โปรดทรงปลดเปลื้องภาระบาปของข้าพระองค์ โปรดทรงปรับปรุงกิจการงานของข้าพระองค์ให้ดีงาม โปรดทรงชำระหัวใจของข้าพระองค์ให้บริสุทธิ์ โปรดทรงปกป้องอวัยวะเพศของข้าพระองค์ และโปรดทรงให้หัวใจของข้าพระองค์สว่างไสว โปรดทรงอภัยโทษบาปของข้าพระองค์ และข้าพระองค์ขอจากพระองค์ซึ่งขั้นชั้นอันสูงส่งในสวนสวรรค์ อามีน โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอจากพระองค์ โปรดทรงประทานความจำเริญแก่ตัวตนของข้าพระองค์ แก่การได้ยินของข้าพระองค์ แก่การมองเห็นของข้าพระองค์ แก่วิญญาณของข้าพระองค์ แก่สรีระร่างกายของข้าพระองค์ แก่นิสัยอุปนิสัยของข้าพระองค์ แก่ครอบครัวของข้าพระองค์ แก่ชีวิตของข้าพระองค์ และแก่การตายของข้าพระองค์ และแก่การงานของข้าพระองค์ โปรดทรงรับความดีงามทั้งหลายของข้าพระองค์ และข้าพระองค์ขอจากพระองค์ซึ่งขั้นชั้นอันสูงส่งในสวนสวรรค์ อามีน"[79] [79] อัลหากิมได้บันทึกไว้จากอุมมุสะละมะฮ์ ในฐานะหะดีษมะรฺฟูอฺ เล่มที่ 1 หน้า 520 และได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ซึ่งอัซซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องกับท่าน เล่มที่ 1 หน้า 520 และอัลบัยฮะกีย์ในหนังสือ อัดดะอะวาต หมายเลข 225 และอัฏเฏาะบะรอนีย์ในอัลกะบีร เล่มที่ 23 หน้า 326 หมายเลข 717
117- اللَّهُمَّ جَنِّبْنِي مُنْكَرَاتِ اَلْأَخْلَاقِ، وَالْأَهْوَاءِ، وَالْأَعْمَالِ، وَالْأَدْوَاءِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดให้ฉันห่างไกลจากมารยาทที่เลวทราม จากกิเลสตัณหา (ที่หลงผิด) การกระทำที่ชั่วร้าย และโรคร้ายต่างๆ ด้วยเถิด"[80] [80] อัลหากิมได้บันทึกไว้ เล่มที่ 1 หน้า 523 และกล่าวว่า “เป็นหะดีษเศาะฮีหฺตามเงื่อนไขของมุสลิม” ซึ่งอัซซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องกับท่าน เล่มที่ 1 หน้า 532 และอัฏเฏาะบะรอนีย์ได้บันทึกไว้ในอัลมุอฺญัม อัลกะบีร เล่มที่ 19 หน้า 19 หมายเลข 36 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในหนังสือ ซิลาล อัลญันนะฮ์ หมายเลข 13
118- اللَّهُمَ قَنِّعْنِي بِمَا رَزَقْتَنِي، وَبَارِكْ لي فِيهِ، وَاخْلُفْ عَلَيَّ كُلَّ غَائِبَةٍ لِي بِخَيْرٍ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดทำให้ฉันรู้สึกเพียงพอในสิ่งที่พระองค์ประทานให้แก่ฉัน โปรดประทานความจำเริญให้เกิดขึ้นกับสิ่งนั้น และทดแทนให้แก่ฉันซึ่งทุกสิ่งที่หายไปด้วยสิ่งที่ดีกว่า" [81] [81] อัลหากิมได้บันทึกไว้ เล่มที่ 1 หน้า 532 และได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ซึ่งอัซซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องกับท่าน เล่มที่ 1 หน้า 510 จากอิบนุอับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุมาทั้งสอง และอัลบัยฮะกีย์ในหนังสือ อัลอาดาบ หมายเลข 1084 และใน อัดดะอะวาต อัลกะบีร หน้า 211 และหาฟิซ อิบนุหะญัร ได้จัดว่าเป็นหะดีษหะซัน ในหนังสือ อัลฟุตูฮาต อัรรับบานียะฮ์ เล่มที่ 4 หน้า 383
119- اللَّهُمَّ حَاسِبْنِي حِسَابَاً يَسِيرَاً ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดสอบสวนข้าพระองค์ด้วยการสอบสวนที่ง่ายดาย"[82] [82] อิมามอะหมัดได้รายงานไว้ เล่มที่ 6 หน้า 48 และอัลหากิม เล่มที่ 1 หน้า 255 โดยกล่าวว่า “เป็นหะดีษเศาะฮีหฺตามเงื่อนไขของมุสลิม” ซึ่งอัซซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องกับท่าน เล่มที่ 1 หน้า 255 ท่านหญิงอาอิชะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า เมื่อท่านนบีเสร็จจากการกล่าวแล้ว ข้าพเจ้าได้กล่าวว่า “โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ การสอบสวนอย่างง่ายคืออะไร?” ท่านตอบว่า “คือการที่ได้ถูกพิจารณาในบันทึกของเขาแล้วได้รับการอภัยให้ผ่านไป แท้จริงผู้ใดถูกสอบสวนอย่างละเอียดในวันนั้น โอ้อาอิชะฮ์ ผู้นั้นย่อมพินาศ และทุกสิ่งที่ประสบกับผู้ศรัทธา อัลลอฮ์ ผู้ทรงเดชานุภาพและทรงเกียรติ จะทรงลบล้างบาปให้แก่เขาด้วย แม้กระทั่งหนามที่ทิ่มแทงเขา” และอัลอัลบานีย์ นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้กล่าวถึงหะดีษนี้ในหนังสือ มิชกาต อัลมะศอบีหฺ ว่า “สายรายงานของมันอยู่ในระดับดี”
120- اللَّهُمَّ أعِنَّا عَلَى ذِكْرِكَ، وَشُكْرِكَ، وَحُسْنِ عِبَادَتِكَ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดประทานความช่วยเหลือแก่พวกเราในการรำลึกถึงพระองค์ สำนึกในความกรุณาของพระองค์ และการทำอิบาดะฮ์ที่ดีต่อพระองค์"[83] [83] อิมามอะหมัดได้บันทึกไว้ เล่มที่ 2 หน้า 299 และอัลหากิม เล่มที่ 1 หน้า 499 และได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ซึ่งอัซซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องกับท่าน เป็นไปตามที่ทั้งสองกล่าวไว้ และมีรายงานอยู่กับอบูดาวูด หมายเลข 1524 และอันนะสาอีย์ในอัลกุบรอ หมายเลข 9973 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อัลอะดับ อัลมุฟร็อด หมายเลข 534
121- اللَّهُمّ إِنِّي أَسْأَلُكَ إِيمَانًا لاَ يَرْتَدُّ، وَنَعِيمًا لاَ يَنْفَدُ، وَمُرَافَقَةَ مُحَمَّدٍ -صلى الله عليه وسلم- فِي أَعْلَى جَنَّةِ الْخُلْدِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ ฉันขอต่อพระองค์ซึ่งการศรัทธาที่ไม่เสื่อมถอย ความโปรดปรานที่ไม่ลดน้อยลง และการเป็นผู้ใกล้ชิดกับมุฮัมหมัด ﷺ ในระดับที่สูงที่สุดของสวรรค์อันนิรันดร์ด้วยเถิด"[84] [84] อิบนุหิบบานได้บันทึกไว้ในหนังสือ มะวาริด หน้า 604 หมายเลข 2436 จากอิบนุมัสอูด รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ในฐานะหะดีษเมากูฟ และอิมามอะหมัดได้รายงานไว้จากสายรายงานอื่น เล่มที่ 1 หน้า 386 และหน้า 400 และอันนะสาอีย์ในหนังสือ อะมัล อัลยะวมี วัลลัยละฮ์ หมายเลข 869 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้จัดว่าเป็นหะดีษหะซัน ในหนังสือ อัสสิลซิละฮ์ อัศเศาะฮีหะฮ์ หมายเลข 2301
122- اللَّهُمَّ قِنِي شَرَّ نَفْسِي، وَاعْزِمْ لِي عَلَى أَرْشَدِ أَمْرِي، اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي مَا أَسْرَرْتُ، وَمَا أَعْلَنْتُ، وَمَا أَخْطَأْتُ، وَمَا عَمَدْتُ، وَمَا عَلِمْتُ، وَمَا جَهِلْتُ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงคุ้มครองข้าพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายแห่งตัวของข้าพระองค์เอง และขอทรงทำให้ข้าพระองค์มุ่งมั่นในกิจการที่ถูกต้องที่สุดของข้าพระองค์ โอ้อัลลอฮฺ ขอทรงอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ในสิ่งที่ข้าพระองค์ได้ปิดบังไว้ และสิ่งที่ข้าพระองค์ได้เปิดเผย และสิ่งที่ข้าพระองค์ได้ทำผิดพลาดไป และสิ่งที่ข้าพระองค์ได้ตั้งใจกระทำ และสิ่งที่ข้าพระองค์รู้ และสิ่งที่ข้าพระองค์ไม่รู้"[85] [85] อันนะสาอีย์ในอัลกุบรอ เล่มที่ 6 หน้า 246 หมายเลข 10830 และอัลหากิม เล่มที่ 1 หน้า 510 ซึ่งท่านได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ และอัซซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องกับท่าน และอิมามอะหมัดได้บันทึกไว้ เล่มที่ 4 หน้า 444 และมีอยู่ในมุสนัดฉบับตรวจสอบ เล่มที่ 33 หน้า 197 หมายเลข 19992 และหาฟิซได้กล่าวไว้ในหนังสือ อัลอิศอบะฮ์ ว่า “สายรายงานของมันเป็นเศาะฮีหฺ” และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในการตรวจสอบหนังสือ ริยาฎุศศอลิหีน ในคำอธิบายประกอบต่อหะดีษหมายเลข 1495
123- اللَّهُمَّ إنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ غَلَبَةِ الدَّيْنِ، وَغَلَبَةِ الْعَدُوِّ، وَشَمَاتَةِ الأعْدَاءِ) ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากการถูกครอบงำด้วยหนี้สิน จากการถูกศัตรูเอาชนะ และจากการเยาะเย้ยสะใจของบรรดาศัตรู"[86] [86] อันนะสาอีย์ หมายเลข 5475 และอิมามอะหมัด เล่มที่ 2 หน้า 173 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อันนะสาอีย์ เล่มที่ 3 หน้า 1113
124- اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي، وَاهْدِنِي، وَارْزُقْنِي، وَعَافِنِي، أَعُوذُ بِاللَّهِ مِنْ ضِيقِ الْمَقَامِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดอภัยให้แก่ฉัน โปรดให้ทางนำแก่ฉัน โปรดประทานปัจจัยยังชีพและสุขภาพที่ดีแก่ฉัน ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากความยากลำบากในการยืนหยัดในวันแห่งการพิพากษา"[87] [87] อันนะสาอีย์ หมายเลข 1617 และอิบนุมาญะฮ์ หมายเลข 1356 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ ซุนัน อันนะสาอีย์ เล่มที่ 1 หน้า 356 และใน เศาะฮีหฺ อิบนุมาญะฮ์ เล่มที่ 1 หน้า 226
125- اللَّهُمَّ مَتِّعْنِي بِسَمْعِي، وَبَصَرِي، وَاجْعَلْهُمَا الْوَارِثَ مِنِّي، وَانْصُرْنِي عَلَى مَنْ يَظْلِمُنِي، وَخُذْ مِنْهُ بِثَأْرِي ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดให้ข้าพระองค์ได้รับความสุขจากการได้ยินและการมองเห็นของข้าพระองค์ และโปรดทำให้ทั้งสองนั้น คงอยู่กับข้าพระองค์จนวาระสุดท้าย (เป็นสิ่งที่สืบทอดอยู่กับข้าพระองค์) และโปรดให้ชัยชนะแก่ข้าพระองค์ต่อผู้ที่อธรรมต่อข้าพระองค์ และโปรดทวงคืนสิทธิให้ข้าพระองค์จากเขาด้วยเถิด"[88] [88] อัตติรมิซีย์ได้บันทึกไว้ หมายเลข 3681 และอัลบุคอรีในหนังสือ อัลอะดับ อัลมุฟร็อด หมายเลข 650 และอัลหากิม เล่มที่ 1 หน้า 523 ซึ่งท่านได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ และอัซซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องกับท่าน และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้จัดว่าเป็นหะดีษหะซัน ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 188
126 - اللَّهُمَّ إنِّي أسْألُكَ عِيشَةً نَقِيَّةً، ومِيتَةً سَوِيَّةً، ومَرَدّاً غَيْرَ مَخْزٍ ولا فاضِحٍ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอจากพระองค์ ซึ่งการดำรงชีวิตที่บริสุทธิ์ผ่องใส การเสียชีวิตอย่างเที่ยงธรรมสงบงาม และการกลับคืน (สู่พระองค์) โดยไม่เป็นที่น่าอับอายและไม่ถูกประจาน"[89] [89] อัลหากิมได้บันทึกไว้ เล่มที่ 1 หน้า 541 และในส่วนเพิ่มเติมของมุสนัดอัลบัซซาร เล่มที่ 2 หน้า 442 หมายเลข 2177 และอัฎเฏาะบะรอนีย์ในหนังสือ อัดดุอาอ์ หมายเลข 1435 และอัลฮัยษะมีย์ได้กล่าวไว้ในหนังสือ มัจญ์มาอฺ อัซซะวาอิด เล่มที่ 10 หน้า 179 ว่า “สายรายงานของอัฏเฏาะบะรอนีย์อยู่ในระดับดี”
127- اللَّهُمَّ لَكَ الْحَمْدُ كُلُّهُ، اللَّهُمَّ لاَ قَابِضَ لِمَا بَسَطْتَ، وَلاَ بَاسِطَ لِمَا قَبَضْتَ، وَلاَ هَادِيَ لِمَنْ أَضْلَلْتَ، وَلاَ مُضِلَّ لِمَنْ هَدَيْتَ، وَلاَ مُعْطِيَ لِمَا مَنَعْتَ، وَلاَ مَانِعَ لِمَا أَعْطَيْتَ، وَلاَ مُقَرِّبَ لِمَا بَاعَدْتَ، وَلاَ مُبَاعِدَ لِمَا قَرَّبْتَ، اللَّهُمَّ ابْسُطْ عَلَيْنَا مِنْ بَرَكَاتِكَ، وَرَحْمَتِكَ، وَفَضْلِكَ، وَرِزْقِكَ، اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ النَّعِيمَ الْمُقِيمَ الَّذِي لاَ يَحُولُ وَلاَ يَزُولُ، اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ النَّعِيمَ يَوْمَ الْعَيْلَةِ، وَالأَمْنَ يَوْمَ الْخَوْفِ، اللَّهُمَّ إِنِّي عَائِذٌ بِكَ مِنْ شَرِّ مَا أَعْطَيْتَنَا وَشَرِّ مَا مَنَعْتَنَا، اللَّهُمَّ حَبِّبْ إِلَيْنَا الإِيمَانَ وَزِيِّنْهُ فِي قُلُوبِنَا، وَكَرِّهْ إِلَيْنَا الْكُفْرَ وَالْفُسُوقَ وَالْعِصْيَانَ، وَاجْعَلْنَا مِنَ الرَّاشِدِينَ، اللَّهُمَّ تَوَفَّنَا مُسْلِمِينَ، وَأَحْيِنَا مُسْلِمِينَ، وَأَلْحِقْنَا بِالصَّالِحِينَ غَيْرَ خَزَايَا وَلاَ مَفْتُونِينَ، اللَّهُمَّ قَاتِلِ الْكَفَرَةَ الَّذِينَ يُكَذِّبُونَ رُسُلَكَ، وَيَصُدُّونَ عَنْ سَبِيلِكَ، وَاجْعَلْ عَلَيْهِمْ رِجْزَكَ وَعَذَابَكَ، اللَّهُمَّ قَاتِلْ كَفَرَةَ الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ، إِلَهَ الْحَقِّ [آمِينْ]) ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ การสรรเสริญทั้งมวลนั้นแด่พระองค์ โอ้อัลลอฮ์ ไม่มีผู้ใดสามารถเหนี่ยวรั้งสิ่งที่พระองค์ทรงประทาน และไม่มีผู้ใดสามารถประทานสิ่งที่พระองค์ทรงเหนี่ยวรั้ง และไม่มีผู้ใดสามารถชี้นำผู้ที่พระองค์ทรงให้หลงทาง และไม่มีผู้ใดสามารถทำให้หลงทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงชี้นำ และไม่มีผู้ใดสามารถประทานสิ่งที่พระองค์ทรงหวงห้าม และไม่มีผู้ใดสามารถขัดขวางสิ่งที่พระองค์ทรงประทาน และไม่มีผู้ใดสามารถทำให้ใกล้ในสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้ห่างไกล และไม่มีผู้ใดสามารถทำให้ห่างไกลในสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้ใกล้ชิด โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงประทานแก่เราอย่างกว้างขวางซึ่งบรรดาความจำเริญของพระองค์ ความเมตตาของพระองค์ ความโปรดปรานของพระองค์ และปัจจัยยังชีพของพระองค์ โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งความโปรดปรานอันสถาพรที่ไม่แปรเปลี่ยนและไม่หมดสิ้นไป โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งความโปรดปรานในวันแห่งความขัดสน และความปลอดภัยในวันแห่งความหวาดกลัว โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายในสิ่งที่พระองค์ได้ประทานแก่เรา และความชั่วร้ายในสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามเรา โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงทำให้อีมานเป็นที่รักแก่เรา และโปรดประดับมันไว้ในหัวใจของพวกเรา และขอทรงทำให้เป็นที่น่ารังเกียจแก่เรา ซึ่งการปฏิเสธศรัทธา ความชั่วช้า และการฝ่าฝืน และโปรดทรงทำให้เราอยู่ในหมู่ผู้ได้รับการชี้นำที่ถูกต้อง โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงให้เราตายในสภาพของมุสลิม และโปรดทรงให้เรามีชีวิตอยู่ในสภาพของมุสลิม และโปรดทรงให้เรารวมอยู่กับบรรดาผู้ทรงคุณธรรม โดยไม่ได้รับความอัปยศและไม่ถูกทำให้หลงผิด โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงพิฆาตบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ผู้ซึ่งปฏิเสธบรรดาร่อซูลของพระองค์ และขัดขวาง (ผู้อื่น) จากหนทางของพระองค์ และโปรดทรงให้มีเหนือพวกเขาซึ่งความกริ้วของพระองค์และการลงโทษของพระองค์ โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงพิฆาตบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในหมู่ชาวคัมภีร์ โอ้พระเจ้าแห่งสัจธรรม [อามีน]"[90] [90] อิมามอะหมัดได้บันทึกไว้โดยใช้ถ้อยคำรายงานของท่าน เล่มที่ 3 หน้า 424 และเล่มที่ 24 หน้า 246 หมายเลข 15492 ส่วนข้อความที่อยู่ในวงเล็บเหลี่ยมเป็นของอัลหากิม เล่มที่ 1 หน้า 507 และเล่มที่ 3 หน้า 23–24 และอัลบุคอรีได้บันทึกไว้ในหนังสือ อัลอะดับ อัลมุฟร็อด หมายเลข 699 และชัยคอัล-อัลบานีย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในการตรวจสอบหนังสือ ฟิกฮ์ อัซซีเราะฮ์ หน้า 284 และในหนังสือ เศาะฮีหฺ อัลอะดับ อัลมุฟร็อด ของอัลบุคอรี หมายเลข 538 หน้า 259
128 - اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي، وَارْحَمْنِي، وَاهْدِنِي، وَعَافِنِي، وَارْزُقْنِي ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ และโปรดเมตตาข้าพระองค์ และโปรดชี้นำทางแก่ข้าพระองค์ และโปรดให้ข้าพระองค์มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ และโปรดประทานปัจจัยยังชีพแก่ข้าพระองค์"[91] [91] มุสลิม หมายเลข 2696 และหมายเลข 2697 และในรายงานหนึ่งของมุสลิมมีถ้อยคำว่า“แท้จริงสิ่งเหล่านี้จะรวบรวมให้แก่ท่านทั้งดุนยาและอาคิเราะฮ์ของท่าน”และในสุนันอบูดาวูด หมายเลข 850 ระบุว่า ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า“เมื่อชาวอาหรับชนบทผู้นั้นหันหลังกลับไปแล้ว ท่านนบีกล่าวว่า ‘แท้จริงเขาได้เติมเต็มมือทั้งสองของเขาด้วยความดีงามแล้ว’”
...وَاجْبُرْنِي، وَارْفَعْنِي ความว่า : ((...และโปรดทรงเยียวยาให้ข้าพระองค์สมบูรณ์ และโปรดทรงยกฐานะของข้าพระองค์ให้สูงขึ้น))[92] [92] ดูได้ที่ สุนัน อิบนุมาญะฮ์ หมายเลข 898 และสุนัน อัตติรมิซีย์ หมายเลข 284 และในหนังสือ เศาะฮีหฺ อิบนุมาญะฮ์ เล่มที่ 1 หน้า 148 และ เศาะฮีหฺ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 1 หน้า 90
129 - اللَّهُمَّ زِدْنَا وَلَا تَنْقُصْنَا، وَأَكْرِمْنَا وَلَا تُهِنَّا، وَأَعْطِنَا وَلَا تَحْرِمْنَا، وَآثِرْنَا وَلَا تُؤْثِرْ عَلَيْنَا، وَأرْضِنَا وَارْضَ عَنَّا ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดเพิ่มพูนแก่พวกเราและอย่าได้ลดหย่อนพวกเรา และโปรดให้เกียรติแก่พวกเราและอย่าได้ทำให้พวกเราอัปยศ และโปรดประทานแก่พวกเราและอย่าได้ห้ามพวกเรา และโปรดโปรดปรานพวกเราและอย่าได้โปรดปรานผู้อื่นเหนือพวกเรา และโปรดทำให้พวกเรายินดีและโปรดพอพระทัยต่อพวกเราด้วยเถิด"[93] [93] อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 5 หน้า 326 หมายเลขหะดีษที่ 3173 และอัลหากิม เล่มที่ 2 หน้า 98 โดยท่านวินิจฉัยว่าหะดีษนี้เศาะเฮี๊ยะ และเชคอับดุลกอเดร์ อัลอัรนาอูฏ ได้ตัดสินว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับหะสัน ในการตรวจชำระหนังสือ ญามิอฺ อัลอุศูล เล่มที่ 11 หน้า 282 หมายเลขที่ 8847
130- اللَّهُمَّ أَحْسَنْتَ خَلْقِي فَأَحْسِنْ خُلُقِي ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ พระองค์ทรงทำให้รูปร่างของฉันดี ดังนั้นโปรดทำให้มารยาทของฉันเป็นมารยาทที่ดีด้วยเถิด"[94] [94] บันทึกโดยอิหม่ามอะหฺมัด เล่มที่ 6 หน้า 68 และ 155 และเล่มที่ 1 หน้า 403 อิบนุหิบบาน หมายเลข 2423 (มะวาริด) อัฏฏอยาลิซี หมายเลข 374 และมุสนัดอบี ยะอฺลา หมายเลข 5075 และเชคอัลอัลบานีย์ได้วินิจฉัยว่าหะดีษนี้เศาะเฮี๊ยะ ในหนังสือ อิรวาอฺ อัลฆะลีล เล่มที่ 1 หน้า 115 หมายเลขที่ 74
131- اللَّهُمَّ ثَبِّتْنِي وَاجْعَلْنِي هَادِياً مَهْدِيَّاً ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงทำให้ข้าพระองค์ยืนหยัดมั่นคง และทรงทำให้ข้าพระองค์เป็นผู้ชี้นำและเป็นผู้ได้รับการชี้นำ"[95] [95] สิ่งนี้ถูกบ่งชี้โดยดุอาอ์ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่มีให้แก่ญะรีร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ดู: อัลบุคอรีย์, หมายเลข 6333, รวมถึงหมายเลข 3020, 3036, และอื่นๆ
132- اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ الثَّبَاتَ فِي الْأَمْرِ، وَالْعَزِيمَةَ عَلَى الرُّشْدِ، وَأَسْأَلُكَ مُوجِبَاتِ رَحْمَتِكَ، وَعَزَائِمَ مَغْفِرَتِكَ، وَأَسْأَلُكَ شُكْرَ نِعْمَتِكَ، وَحُسْنَ عِبَادَتِكَ، وَأَسْأَلُكَ قَلْبَاً سَلِيمَاً، وَلِسَانَاً صَادِقَاً، وَأَسْأَلُكَ مِنْ خَيْرِ مَا تَعْلَمُ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ مَا تَعْلَمُ، وَأسْتَغْفِرُكَ لِمَا تَعْلَمُ، إِنَّكَ أنْتَ عَلاَّمُ الْغُيُوبِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งความมั่นคงในกิจการงาน และความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวบนแนวทางที่ถูกต้อง พระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งบรรดาสาเหตุที่จะนำมาซึ่งความเมตตาของพระองค์ บรรดาการกระทำที่จะนำมาซึ่งการอภัยโทษของพระองค์ ข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งการขอบคุณต่อความโปรดปรานของพระองค์ และการทำอิบาดะฮฺต่อพระองค์อย่างดีเยี่ยม ข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งหัวใจที่บริสุทธิ์ และลิ้นที่สัตย์จริง ข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งความดีงามจากสิ่งที่พระองค์ทรงรอบรู้ ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายจากสิ่งที่พระองค์ทรงรอบรู้ และข้าพระองค์ขออภัยโทษต่อพระองค์ในสิ่งที่พระองค์ทรงรอบรู้ แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงรอบรู้ยิ่งในสิ่งเร้นลับทั้งหลาย"[96] [96] อิหม่ามอะหฺมัด เล่มที่ 28 หน้า 338 หมายเลขหะดีษที่ 17114 และเล่มที่ 28 หน้า 356 หมายเลขหะดีษที่ 17133 อัตติรมิซีย์ หมายเลข 3407 และอัฏฏ็อบรอนีย์ได้บันทึกไว้ในหนังสือ อัลมุอฺญัม อัลกะบีร ด้วยถ้อยคำเดียวกัน หมายเลข 7135 และหมายเลข 7157, 7175, 7176, 7177, 7178, 7179 และ 7180 และอิบนุหิบบานได้บันทึกไว้ในหนังสือเศาะเฮี๊ยะของท่าน เล่มที่ 3 หน้า 215 หมายเลข 935 และเล่มที่ 5 หน้า 310 หมายเลข 1974 โดยชุอัยบ์ อัลอัรนาอูฏ ได้วินิจฉัยว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับหะสัน ในการตรวจชำระหนังสือ เศาะเฮี๊ยะ อิบนุหิบบาน เล่มที่ 5 หน้า 312 และบรรดาผู้ตรวจชำระมุสนัดได้ตัดสินว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับหะสันด้วยสายรายงานต่าง ๆ เล่มที่ 28 หน้า 338 และอัลอัลบานีย์ได้กล่าวถึงหะดีษนี้ไว้ในหนังสือ สะซีละฮฺ อัลอะหาดีษ อัศเศาะเฮี๊ยะ เล่มที่ 7 หมายเลข 3228 และในหนังสือ เศาะเฮี๊ยะ มะวาริด อัซซ็อมอาน หมายเลข 2416 และ 2418 โดยท่านกล่าวว่า “เศาะเฮี๊ยะด้วยสายสนับสนุน”
133 - اللَّهُمَّ إنِّي أَسْأَلُكَ الْفِرْدَوْسَ أَعْلَى الْجَنَّة ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งสวนสวรรค์ฟิรเดาส์ อันเป็นส่วนที่สูงที่สุดของสวนสวรรค์"[97] [97] มีที่มาจากคำกล่าวของท่านนบี ﷺ: "...ดังนั้น หากพวกท่านวอนขอต่ออัลลอฮ์ ก็จงขออัลฟิรเดาส์เถิด เพราะแท้จริงมันคือส่วนกลางของสวนสวรรค์ และส่วนที่สูงที่สุดของสวนสวรรค์ และเหนือมันคือบัลลังก์ของพระผู้ทรงเมตตา และจากที่นั่นบรรดาแม่น้ำแห่งสวนสวรรค์จะไหลออกมา" บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หมายเลข 2790 และหมายเลข 7423
134- اللَّهُمَّ جَدِّدِ الإيْمَانَ فِي قَلْبِي ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดทรงฟื้นฟูอีหม่านในหัวใจของข้าพระองค์ด้วยเถิด" [98] [98]คัดมาจากหะดีษของอับดุลลอฮ์ บิน อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า “แท้จริงอีมานนั้นย่อมเสื่อมสภาพภายในอกของคนหนึ่งในหมู่พวกท่าน เช่นเดียวกับที่เสื้อผ้าย่อมเก่าชำรุดไป ดังนั้นพวกท่านจงขอจากอัลลอฮ์ให้ทรงฟื้นฟูอีมานในหัวใจของพวกท่านเถิด” บันทึกโดยอัลหากิม เล่มที่ 1 หน้า 4 และท่านตัดสินว่าหะดีษนี้เศาะฮีห์ โดยอัซซะฮะบีย์เห็นพ้องกับท่าน และอัลฮัยษะมีย์กล่าวไว้ในหนังสือ มัจญ์มะอฺ อัซซะวาอิด เล่มที่ 1 หน้า 52 ว่า “อัฏฏ็อบรอนีย์ได้รายงานไว้ในอัลกะบีร และสายรายงานของหะดีษนี้อยู่ในระดับหะสัน” และเชคอัลอัลบานีย์ได้วินิจฉัยว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับหะสัน ในหนังสือ สะซีละฮฺ อัลอะหาดีษ อัศเศาะเฮี๊ยะ เล่มที่ 4 หน้า 113 หมายเลข 1585
135- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ صَلَاةٍ لَا تَنْفَعُ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการละหมาดที่ไม่มีประโยชน์"[99] 136- اللَّهُمَّ إنِّي أّعُوذُ بِكَ مِنْ جَارِ السُّوءِ، وَمِنْ زَوْجٍ تُشَيِّبُنِي قَبْلَ المَشِيبِ، وَمِنْ وَلَدٍ يَكُونُ عَليَّ رَبّاً، وَمِنْ مَالٍ يَكُونُ عَلَيَّ عَذَابَاً، وَمِنْ خَلِيْلٍ مَاكِرٍ عَيْنُهُ تَرَانِي، وَقَلْبُهُ يَرْعَانِي؛ إِنْ رَأَى حَسَنَةً دَفَنَهَا، وَإِذَا رَأَى سَيِّئَةً أَذَاعَهَا ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากเพื่อนบ้านที่เลวร้าย และจากคู่ครองที่ทำให้ฉันแก่ก่อนวัยอันควร และจากลูกที่จะมาเป็นนายเหนือฉัน และจากทรัพย์สมบัติที่จะเป็นการลงโทษแก่ฉัน และจากเพื่อนสนิทที่เจ้าเล่ห์ ซึ่งดวงตาของเขาเฝ้ามองฉันและหัวใจของเขาคอยจับผิดฉัน หากเขาเห็นความดีงาม เขาก็จะฝังกลบมัน และหากเขาเห็นความชั่วร้าย เขาก็จะป่าวประกาศมัน"[100] [99] อาบูดาวูด รายงานไว้ในหะดีษหมายเลข 1549 และอัลอัลบานีย์ได้ตัดสินว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีหฺ ในหนังสือเศาะฮีหฺ ซุนัน อบี ดาวูด เล่มที่ 1 หน้า 424 [100] อัฏเฏาะบะรอนีย์ บันทึกไว้ในหนังสือ อัดดุอาอ์ เล่มที่ 3 หน้า 1425 หะดีษหมายเลข 1339 และอัลอัลบานีย์กล่าวไว้ใน ซิลซิละตุลอะหาดีษ อัศเศาะฮีหะฮฺ เล่มที่ 7 หน้า 377 หะดีษหมายเลข 3137 ว่า “ข้าพเจ้ากล่าวว่า สายรายงานนี้อยู่ในระดับดี และผู้รายงานทั้งหมดล้วนเป็นผู้รายงานที่ถูกกล่าวถึงในหนังสืออัตตะฮฺซีบ …”
137- اللَّهُمَّ لاَ تُخْزِنِي يَوْمَ الْقِيَامَةِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดอย่าให้ฉันได้รับความอัปยศในวันกิยามะฮ์"[101] [101] อิมามอะหฺมัด บันทึกไว้ในหนังสือ อัลมุสนัด เล่มที่ 29 หน้า 596 หะดีษหมายเลข 18056 และบรรดาผู้ตรวจสอบหนังสือมุสนัดได้กล่าวว่าสายรายงานของหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีหฺ และอัฏเฏาะบะรอนีย์ได้นำหะดีษนี้มารายงานไว้ใน อัลมุอฺญัม อัลกะบีร เล่มที่ 3 หน้า 20 หะดีษหมายเลข 2524 โดยมีถ้อยคำว่า“โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์อย่าทรงทำให้ข้าพระองค์อับอายในวันกิยามะฮ์ และอย่าทรงทำให้ข้าพระองค์อับอายในวันแห่งความยากลำบาก”
138- اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ الْمُعَافَاةَ فِي الدُّنْيَا وَالْآخِرَةِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความปลอดภัยทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะฮ์"[102] [102] อิบนุมาญะฮ์ รายงานไว้ในหะดีษหมายเลข 3851 และอัลอัลบานีย์ได้ตัดสินว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อิบนุ มาญะฮ์ เล่มที่ 3 หน้า 259 และยังถูกรวบรวมไว้ใน ซิลซิละตุลอะหาดีษ อัศเศาะฮีหะฮ์ หะดีษหมายเลข 1138
139- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ عِلْمٍ لاَ يَنْفَعُ، وَعَمَلٍ لاَ يُرْفَعُ، وَقَلَبٍ لاَ يَخْشَعُ، وَقَولٍ لاَ يُسْمَعُ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากความรู้ที่ไม่มีประโยชน์ จากการงานที่ไม่ถูกตอบรับ จากหัวใจที่ไม่สำรวม และจากคำพูดที่ไม่ได้รับการตอบรับ"[103] [103] อิบนุหิบบาน รายงานไว้ในหะดีษหมายเลข 2440 (มะวาริด) และอัลอัลบานีย์ได้ตัดสินว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ มะวาริด อัซซ็อมอาน เล่มที่ 2 หน้า 454 หะดีษหมายเลข 2066
140- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْـهَمِّ وَالْحَزَنِ، وَالْعَجْزِ وَالْكَسَلِ، وَالْبُخْلِ وَالْجُبْنِ، وَضَلَعِ الدَّيْنِ،وَغَلَبَةِ الرِّجَالِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮฺแท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความกังวลและความโศกเศร้า ความอ่อนแอและความเกียจคร้าน ความตระหนี่และความขี้ขลาด การเป็นหนี้สินที่มากมายก่ายกอง และจากการกดขี่ของคนอื่น"[104] [104] อัลบุคอรีย์ รายงานไว้ในหะดีษหมายเลข 6363 อนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮู กล่าวว่า “ข้าพเจ้าเคยรับใช้ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทุกครั้งที่ท่านพักแรม และข้าพเจ้ามักได้ยินท่านกล่าวดุอาอ์นี้บ่อยครั้งว่า "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์…"
141- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ عَذَابِ النَّارِ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنَ الْفِتَنِ مَا ظَهَرَ مِنْهَا وَمَا بَطَنَ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ فِتْنَةِ الدَّجالِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษในนรก และฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษในหลุมศพ และฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากความโกลาหลและบททดสอบต่างๆ ทั้งที่เปิดเผยและที่ซ่อนเร้น และฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากบททดสอบ (ฟิตนะฮ์) ของดัจญาล"[105] [105] มุสลิม รายงานไว้ในหะดีษหมายเลข 2867 โดยมีถ้อยคำว่า “พวกท่านทั้งหลายจงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรก … และจงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากการลงโทษในหลุมฝังศพ …”และส่วนที่เหลือของหะดีษ
142- اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ شَهَادَةً فِي سَبِيلِكَ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งการตายชะฮีดในหนทางของพระองค์" [106] [106] มุสลิม รายงานไว้ในหะดีษหมายเลข 1909, ตัดตอนมาจากคำกล่าวของท่าน ﷺ ที่ว่า: “ผู้ที่ขออัลลอฮ์ให้ได้รับความตายเป็นชะฮีดด้วยความสัตย์จริง อัลลอฮ์จะให้เขาเข้าถึงตำแหน่งของชะฮีด แม้เขาจะตายบนเตียงของเขาเอง”
143- اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي، اللَّهُمَّ اجْعَلْنِي يَوْمَ الْقِيَامَةِ فَوْقَ كَثِيرٍ مِنْ خَلْقِكَ مِنَ النَّاسِ، اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي ذَنْبِي، وَأَدْخِلْنِي يَوْمَ الْقِيَامَةِ مُدْخَلاً كَرِيمًا ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ โปรดอภัยให้แก่ฉัน โอ้ อัลลอฮ์ โปรดทำให้ฉันในวันแห่งการพิพากษามีสถานะสูงส่งเหนือกว่าผู้คนจำนวนมากจากปวงบ่าวของพระองค์ โอ้ อัลลอฮ์ โปรดอภัยโทษในความผิดบาปของฉัน และโปรดให้ฉันเข้าสู่สถานพำนักอันทรงเกียรติในวันแห่งการพิพากษาด้วยเถิด"[107] [107] อัลบุคอรีย์ รายงานไว้ในหะดีษหมายเลข 4323 และมุสลิม รายงานไว้ในหะดีษหมายเลข 2498 ซึ่งนำมาจากคำวิงวอนขอของท่านนบี ﷺ ให้แก่อุบัยด์ อบู อามิร และจากคำวิงวอนขอของท่านให้แก่อบู บุรดะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา
144- ((اللَّهُمَّ اهْدِنِي فِيمَنْ هَدَيْتَ، وَعَافِنِي فِيمَنْ عَافَيْتَ، وَتَوَلَّنِي فِيمَنْ تَوَلَّيْتَ، وَبَارِكْ لِي فِيمَا أَعْطَيْتَ، وَقِنِي شَرَّمَا قْضَيْتَ، إِنَّهُ لا يَذِلُّ مَنْ وَالَيْتَ، تَبَارَكْتَ رَبَّنَا وَتَعَالَيْتَ)) ความว่า: "โอ้อัลลอฮ์ โปรดทรงชี้นำข้าพระองค์พร้อมกับบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงชี้นำ โปรดประทานความผาสุกแก่ข้าพระองค์พร้อมกับบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงประทานความผาสุก โปรดทรงคุ้มครองดูแลข้าพระองค์พร้อมกับบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงคุ้มครองดูแล โปรดประทานความจำเริญแก่ข้าพระองค์ในสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้ และโปรดคุ้มครองข้าพระองค์ให้พ้นจากความชั่วแห่งสิ่งที่พระองค์ทรงกำหนด แท้จริงผู้ที่พระองค์ทรงคุ้มครองย่อมไม่ถูกทำให้อับอาย พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยความจำเริญยิ่ง โอ้พระเจ้าของเราและทรงสูงส่งยิ่ง"[108] [108] อิมามอะหฺมัด รายงานไว้ในหนังสือ อัลมุสนัด เล่มที่ 3 หน้า 249 หะดีษหมายเลข 1723 และบรรดาผู้ตรวจสอบหนังสือมุสนัดได้กล่าวไว้ในเล่มที่ 3 หน้า 249 ว่า สายรายงานของหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีหฺ และรายงานนี้เป็นรายงานแบบทั่วไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะละหมาดวิตรดังที่ปรากฏในอีกรายงานหนึ่ง โดยในรายงานนี้ อนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮู กล่าวว่า “และท่านได้สอนดุอาอ์บทนี้แก่พวกเรา …”
145- رَبِّ اغْفِرْ لِي خَطِيئَتِي يَوْمَ الدِّينِ ความว่า : "โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โปรดอภัยโทษในความผิดของข้าพระองค์ ณ วันแห่งการตอบแทน"[109] [109] บันทึกโดยมุสลิม หะดีษเลขที่ 214 ได้มีผู้กล่าวแก่ท่านนบี ﷺ ว่า: "โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮ์ แท้จริงท่านอิบนุญุดอาน ในยุคก่อนอิสลามนั้นเขาเป็นผู้ที่สานสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติ และให้อาหารแก่คนยากจน สิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์สำหรับเขาหรือไม่?" ท่านตอบว่า: "จะไม่เป็นประโยชน์สำหรับเขา เพราะเขาไม่เคยกล่าวเลยแม้แต่วันเดียวด้วยคำวิงวอนที่ว่า 'رَبِّ اغْفِرْ لِي خَطِيئَتِي يَوْمَ الدِّينِ' ความว่า "โอ้ พระผู้อภิบาลของข้า โปรดอภัยให้แก่ข้า ซึ่งความผิดของข้า ในวันแห่งการพิพากษา ด้วยเถิด""
146- أسْتَغْفِرُ اللهَ العَظِيمَ الَّذِي لاَ إلَهَ إلاَّ هُوَ، الحَيُّ القَيُّومُ، وَأتُوبُ إلَيهِ) ความว่า : "ฉันขออภัยโทษจากเอกองค์อัลลอฮ์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากพระองค์ผู้ทรงมีชีวิตนิรันดร์ ผู้ทรงดำรงอยู่ถาวร และฉันขอกลับตัวสู่พระองค์"[110] [110] อัตติรมิซีย์ รายงานไว้ในหะดีษหมายเลข 3577 และอัลอัลบานีย์ได้ตัดสินว่าหะดีษนี้อยู่ในระดับเศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อัตติรมิซีย์ เล่มที่ 3 หน้า 469 โดยมีถ้อยคำว่า“ผู้ใดกล่าวดุอาอ์นี้ อัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษให้แก่เขา แม้ว่าเขาจะเคยหลบหนีจากสนามรบก็ตาม”
147- اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي ذَنْبِي، وَأَذْهِبْ غَيْظَ قَلْبِي، وَأَعِذْنِـي مِنْ مُضِلاتِ الْفِتَنِ ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ ขอทรงอภัยในบาปของข้าพระองค์ด้วยเถิด และขอทรงขจัดความโกรธแค้นไปจากหัวใจของข้าพระองค์ และขอทรงให้ข้าพระองค์รอดพ้นจากบททดสอบที่ทำให้หลงผิด"[111] [111] นำมาจากดุอาอ์ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ท่านขอดุอาอ์ให้แก่ท่านหญิงอาอิชะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า: اللهمَّ اغفرْ لهَا ذنبَهَا ، وأذْهِبْ غَيْظَ قَلْبِهَا، وَأَعِذْهَا مِنْ مُضِلاّتِ الفِتَنْ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ โปรดอภัยในบาปของนาง และโปรดขจัดความโกรธกริ้วไปจากหัวใจของนาง และโปรดปกป้องนางให้พ้นจากบททดสอบที่ทำให้หลงผิด" บันทึกโดย อิบนุ อะสากิร ด้วยสายรายงานของท่าน ในหนังสือ"อัลอัรบะอีน ฟี มะนากิบ อุมมะฮาติลมุอ์มินีน" หน้า 85 จากท่านหญิงอาอิชะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา และท่านได้กล่าวว่า: "หะดีษนี้เป็นหะดีษเศาะฮีหฺ หะสัน จากหะดีษของบะกียะฮ์ บิน อัลวะลีด" และบันทึกโดย อิบนุสสุนนีย์ ด้วยสำนวนใกล้เคียงกัน ในหนังสือ อะมัล อัลเยาม์ วัลลัยละฮ์ หะดีษเลขที่ 457 และในสำเนาอื่นของอิบนุสสุนนีย์ระบุว่า: وأجرني من الشيطان ความว่า : "โปรดปกป้องฉันให้พ้นจากการหลอกลวงของซัยตอน"แทนที่ประโยค: من مضلات الفتن ความว่า : "โปรดปกป้องฉันให้พ้นจากบททดสอบที่ทำให้หลงผิด" โปรดดูการตรวจสอบสายรายงาน (ตัครีจญ์) ของอัลอัลบานีย์ ในหนังสือ (ซิลซิละฮ์) อัฎเฎาะอีฟะฮ์ หะดีษเลขที่ 4207 และหะดีษนี้มีสายรายงานสนับสนุน (ชาฮิด) จากท่านหญิงอุมมุ สะละมะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ที่บันทึกโดยอะห์มัด หะดีษเลขที่ 26576 เล่มที่ 44 หน้า 2 ด้วยสำนวนใกล้เคียงกัน โดยมีสำนวนว่า: قُولِي اللَّهُمَّ رَبَّ مُحَمَّدٍ النَّبِيِّ اغْفِرْ لِي ذَنْبِي، وَأَذْهِبْ غَيْظَ قَلْبِي، وَأَجِرْنِي مِنْ مُضِلَّاتِ الْفِتَنِ مَا أَحْيَيْتَنَا ความว่า: "จงกล่าวเถิดว่า โอ้อัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งมุฮัมมัดผู้เป็นนบี โปรดอภัยให้แก่ฉันในบาปของฉัน และโปรดขจัดความโกรธกริ้วไปจากหัวใจของฉัน และโปรดปกป้องฉันให้พ้นจากบททดสอบที่ทำให้หลงผิด ตราบที่พระองค์ทรงให้เรามีชีวิตอยู่" และอัลฮัยษะมีย์ได้ตัดสินว่าเป็นหะดีษหะสัน ในหนังสือ มัจญ์มะอ์ อัซซะวาอิด เล่มที่ 10 หน้า 27 และหะดีษนี้ถูกบันทึกโดยอัฏเฏาะบะรอนีย์ ในหนังสือ อัลมุอ์ญัม อัลกะบีร เล่มที่ 23 หน้า 338 หะดีษเลขที่ 785 โดยไม่มีสำนวนว่า: مَا أَحْيَيْتَنَا ความว่า : "ตราบที่พระองค์ทรงให้เรามีชีวิตอยู่" และหะดีษนี้มีสายรายงานสนับสนุน (ชาฮิด) จากท่านหญิงอุมมุ ฮานิอ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ได้กล่าวว่า: يَا رَسُولَ اللَّهِ عَلِّمْنِي دَعاءً أَدْعُو بِهِ، قَالَ: ((قُولِي: اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي ذَنْبِي ...)) الحديث ความว่า : “โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮ์ โปรดสอนดุอาอ์บทหนึ่งแก่ฉันเพื่อที่ฉันจะใช้วิงวอนด้วยเถิด” ท่านตอบว่า: "จงกล่าวเถิดว่า: อัลลอฮุมมัฆฟิร ลี ซัมบี..." จนจบหะดีษ บันทึกโดย อัลเคาะรออิฏีย์ ในหนังสือ อิอ์ติลาล อัลกุลูบ หะดีษเลขที่ 52 และหนังสือ มะสาวิอ์ อัลอัคลาก หะดีษเลขที่ 323
148- اللَّهُمَّ أَحْيِـنـِــي عَلَى سُنَّةِ نَبِيِّكَ صلى الله عليه وسلم وَتَوَفَّنِي عَلَى مِلَّتِهِ، وأَعِذْنِــي مِنْ مُضِلاَّتِ الْفِتَنِ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ขอทรงทำให้ข้าพระองค์มีชีวิตอยู่บนซุนนะฮฺของนบีของพระองค์ ขอความโปรดปรานและสันติสุขจงมีแด่ท่าน และขอทรงให้ข้าพระองค์ตายบนศาสนาของท่าน และโปรดปกป้องข้าพระองค์ให้พ้นจากบททดสอบที่ทำให้หลงผิด"[112] [112] รายงานโดยอัลบัยฮะกีย์ในหนังสืออัลกุบรอ เล่มที่ 5 หน้า 95 จากดุอาอ์ของอิบนุอุมัร โดยเป็นรายงานที่เป็นคำพูดของท่านเอง และอิบนุอัลมุลักกิ้นได้นำมาอ้างไว้ในหนังสืออัลบัดรฺ อัลมุนีร เล่มที่ 6 หน้า 309 และได้ถ่ายทอดคำกล่าวจากอัฎฎิยาอ์ว่า “สายรายงานของมันดี”และอิบนุมัสอูด (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) กล่าวว่า“อย่าให้คนใดในพวกท่านกล่าวว่า ‘โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากฟิตนะฮฺ’ เพราะไม่มีผู้ใดเลยนอกจากเขาจะเกี่ยวข้องอยู่กับฟิตนะฮฺ เนื่องจากอัลลอฮฺตรัสว่า "แท้จริงทรัพย์สินของพวกเจ้าและบุตรหลานของพวกเจ้าเป็นฟิตนะฮฺ" (อัตตะฆอบุน: 15) ดังนั้น ผู้ใดในพวกท่านจะขอความคุ้มครอง ก็จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้พ้นจากฟิตนะฮฺที่ชักนำให้หลงผิด”รายงานโดยอิบนุญะรีร ในตัฟซีรของท่าน เล่มที่ 13 หน้า 475 หมายเลข 15912 และอิบนุบัฏฏอลได้กล่าวถึงไว้ในคำอธิบายเศาะฮีหฺอัลบุคอรี เล่มที่ 4 หน้า 13
149- اللَّهُمَّ صَلِّ عَلَى مُحَمَّدٍ، وَعَلَى آلِ مُحَمَّدٍ، كَمَا صَلَّيْتَ عَلَى إِبْرَاهِيمَ، وَعَلَى آلِ إِبْرَاهِيمَ، إِنَّكَ حَمِيدٌ مَجِيدٌ، وَبَارِكْ عَلَى مُحَمَّدٍ، وَعَلَى آلِ مُحَمَّدٍ، كَمَا بَارَكْتَ عَلَى إِبْرَاهِيمَ، وَعَلَى آلِ إِبْرَاهِيمَ، [فِي الْعَالَمِينَ] إِنَّكَ حَمِيدٌ مَجِيدٌ ความว่า : "โอ้อัลลอฮ์ ขอทรงประทานการสดุดีแด่มุฮัมมัดและครอบครัวของมุฮัมมัด เช่นที่พระองค์ทรงประทานการสดุดีแด่อิบรอฮีมและครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง โอ้อัลลอฮ์ ขอทรงประทานความจำเริญแด่มุฮัมมัดและครอบครัวของมุฮัมมัด เช่นที่พระองค์ทรงประทานความจำเริญแด่อิบรอฮีมและครอบครัวของอิบรอฮีม ในหมู่ประชาชาติทั้งหลาย แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง" [113] [113] อัลบุคอรีย์ รายงานไว้ในหะดีษหมายเลข 3370 และข้อความที่อยู่ในวงเล็บเหลี่ยมมาจากหะดีษของอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ซึ่งมุสลิมได้รายงานไว้ในหะดีษหมายเลข 405
และมวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิของอัลลอฮ์พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก ดังที่คู่ควรแก่ความเกรียงไกรและอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ โอ้ อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานเศาะละวาตและสลามแด่ท่านนบีของเรา มุหัมมัด ตลอดจนวงศ์วานของท่าน บรรดาสหายของท่าน และบรรดาผู้ตามของท่านโดยความดีงาม จนถึงวันแห่งการตอบแทน
การรักษาด้วยการเสกเป่า
จากอัลกุรอานและหะดีษ
ผู้หวังในความโปรดปรานของอัลลอฮ์ผู้สูงส่ง
ดร.สะอีด บิน อะลี บิน วะฮ์ฟ์ อัลเกาะฮ์ฏอนีย์
ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ
บทนำ: ความสำคัญของการรักษาด้วยอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺ
แท้จริงมวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ เราขอสรรเสริญพระองค์ เราขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ เราขออภัยโทษจากพระองค์ เราขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้ห่างไกลจากความชั่วร้ายของตัวเราและจากความชั่วที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเรา ผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงนำทาง ไม่มีผู้ใดสามารถทำให้เขาหลงทางได้ และผู้ใดที่พระองค์ทรงปล่อยให้หลงทาง ไม่มีผู้ใดสามารถนำทางเขาได้ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว ไม่มีภาคีใด ๆ สำหรับพระองค์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า มุฮัมมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์ ขอความจำเริญและความสันติอันมากมายจงมีแด่ท่านศาสนทูต ครอบครัวของท่าน บรรดาสหายของท่าน และบรรดาผู้ปฏิบัติตามพวกเขาด้วยความดีงามจนกระทั่งถึงวันแห่งการตอบแทน :
อนึ่ง: ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การรักษาด้วยอัลกุรอานอันทรงเกียรติ และด้วยบทดุอาอ์ (รุกยะฮ์) ต่างๆ ที่มีระบุไว้อย่างชัดเจนจากท่านนบี ﷺ นั้น คือการรักษาที่มีประโยชน์และเป็นการเยียวยาที่สมบูรณ์ยิ่ง ดังที่อัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ทรงตรัสว่า: "จงกล่าวเถิด (มุฮัมหมัด) ว่า อัลกุรอานนั้น คือแนวทางที่ถูกต้องและการบำบัด สำหรับบรรดาผู้ที่ศรัทธาแล้ว" (ซูเราะฮ์ ฟุศศิลัต : 44) อัลลอฮ์ ผู้ทรงบริสุทธิ์ผู้ทรงสูงส่งยิ่ง ตรัสว่า: "และเราได้ประทานจากอัลกุรอานลงมา ซึ่งเป็นการบำบัดและความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา และสิ่งดังกล่าวนี้มิได้เพิ่มอันใดแก่บรรดาผู้อธรรม นอกจากการขาดทุนเท่านั้น" [ซูเราะฮ์ อัล-อิสรออ์: 82] และคำว่า "จาก" ( مِنْ ) ในที่นี้เพื่ออธิบายประเภท เพราะแท้จริงอัลกุรอานทั้งหมดนั้นคือการบำบัด ดังที่ปรากฎในอายะฮ์ก่อนหน้านี้[1] และอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกียรติและสูงส่ง ตรัสว่า: "โอ้มนุษย์เอ๋ย แท้จริงได้มีมายังพวกเจ้าแล้วซึ่งข้อตักเตือน (อัลกุรอาน) จากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า และเป็นที่บำบัดสำหรับสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอก เป็นทางนำ และเป็นความเมตตาสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา" [ซูเราะฮ์ ยูนุส: 57] [1] ดูหนังสือ อัล-ญะวาบ อัล-กาฟี ลิมัน สะอะละ อัน อัด-ดะวาอ์ อัช-ชาฟี ของอิบนุลก็อยยิม หน้า 20
ดังนั้น อัลกุรอานจึงเป็นการเยียวยาที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง จากโรคภัยทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นโรคของหัวใจ โรคของร่างกาย ตลอดจนโรคภัยที่เกี่ยวข้องกับโลกนี้และปรโลก แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีคุณสมบัติหรือได้รับความเอื้ออำนวยให้สามารถแสวงหาการเยียวยาจากอัลกุรอานได้ และเมื่อผู้ป่วยใช้การรักษาด้วยอัลกุรอานอย่างถูกต้อง รักษาโรคของตนด้วยความจริงใจ ด้วยศรัทธา ด้วยการยอมรับอย่างสมบูรณ์ ด้วยความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ และปฏิบัติตามเงื่อนไขของมันอย่างครบถ้วนแล้ว โรคภัยย่อมไม่อาจต้านทานมันได้เลย แล้วโรคภัยทั้งหลายจะต้านทานพระดำรัสของพระผู้อภิบาลแห่งแผ่นดินและฟากฟ้าได้อย่างไร ในเมื่อหากพระดำรัสนั้นถูกประทานลงมายังภูเขา ย่อมทำให้มันแตกสลาย หรือหากถูกประทานลงมายังแผ่นดิน ก็ย่อมทำให้มันแยกออกเป็นเสี่ยง ๆ ดังนั้น จะไม่มีโรคใด ทั้งโรคของหัวใจและโรคของร่างกาย นอกจากว่าในอัลกุรอานจะมีแนวทางชี้นำถึงวิธีการรักษา เหตุแห่งโรค และการป้องกันจากโรคนั้น สำหรับผู้ที่อัลลอฮฺประทานความเข้าใจแก่เขาในคัมภีร์ของพระองค์ และอัลลอฮฺ ผู้ทรงเกียรติยิ่ง ได้ทรงกล่าวถึงโรคของหัวใจและร่างกาย ตลอดจนการบำบัดรักษาหัวใจและร่างกายไว้แล้วในอัลกุรอาน:
สำหรับโรคของหัวใจนั้นมีอยู่สองประเภท คือ โรคแห่งความคลุมเครือและความสงสัย และโรคแห่งอารมณ์ใฝ่ต่ำและการหลงผิด และพระองค์ ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ ได้ทรงกล่าวถึงโรคของหัวใจไว้อย่างละเอียด อีกทั้งทรงกล่าวถึงสาเหตุของโรคเหล่านั้นและวิธีรักษา[2] โดยได้ตรัสว่า: "และยังไม่เพียงพอสำหรับพวกเขาหรือ ที่เราได้ประทานคัมภีร์แก่เจ้าซึ่งได้ถูกอ่านแก่พวกเขา แท้จริงในการนั้นเป็นความเมตตาและเป็นข้อเตือนใจแก่กลุ่มชนที่ศรัทธา" ซูเราะฮ์ อัลอังกะบูต، อายะฮ์ที่: 51 อัลลามะฮ์ อิบนุ อัล-ก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า: "ผู้ใดที่อัลกุรอานมิได้เยียวยาเขา อัลลอฮ์ก็จะไม่ทรงเยียวยาเขา และผู้ใดที่อัลกุรอานไม่เป็นที่พอเพียงสำหรับเขา อัลลอฮ์ก็จะไม่ทรงทำให้เขาพอเพียง"[3] [2] ซาด อัลมะอาด ของอิบนุลก็อยยิม (4/6 และ 4/352) [3] ซาด อัลมะอาด: (4 / 352)
ส่วนโรคทางกายนั้น อัลกุรอานได้ชี้แนะถึงหลักการ แก่นสาร และกฎเกณฑ์ทางการแพทย์สำหรับโรคเหล่านั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่า หลักเกณฑ์ทั้งหมดของการแพทย์ด้านร่างกายได้ถูกรวบรวมไว้แล้วในอัลกุรอานอันยิ่งใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยสามประการ คือ การรักษาสุขภาพให้คงอยู่ การป้องกันตนเองจากสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตราย และการขจัดสิ่งสกปรกหรือสารที่เสื่อมเสียและเป็นอันตรายออกไป และสามารถใช้หลักการเหล่านี้เป็นแนวทางอนุมานไปยังรายละเอียดอื่น ๆ ทั้งหมดในแต่ละประเภทของหลักการดังกล่าว[4] [4] ซาด อัลมะอาด (4 / 352 และ 4 / 6)
และหากบ่าว (ของอัลลอฮ์) ได้ทำการเยียวยาด้วยอัลกุรอานอย่างถูกต้องและดีแล้ว แน่นอนเขาย่อมได้เห็นผลอันน่าอัศจรรย์ยิ่งในการเยียวยาที่รวดเร็ว
อิมามอิบนุ อัล-ก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮ์ ได้กล่าวว่า: "ครั้งหนึ่งในมักกะฮ์ ฉันได้ล้มป่วยลง โดยที่ฉันไม่พบทั้งหมอและยา ฉันจึงได้รักษาตัวเองด้วยซูเราะฮ์อัลฟาติฮะฮ์ และได้พบว่ามันส่งผลอันน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก คือ ฉันจะนำน้ำซัมซัมมา แล้วอ่านอัลฟาติฮะฮ์ลงในน้ำนั้นหลายครั้ง จากนั้นจึงดื่มมัน ฉันจึงได้หายจากโรคโดยสมบูรณ์ด้วยวิธีการนั้น ต่อมาฉันจึงยึดถือวิธีการดังกล่าวในการรักษาความเจ็บปวดต่างๆ และฉันก็ได้รับประโยชน์จากมันอย่างที่สุด ฉันจึงได้แนะนำวิธีการนี้แก่ผู้ที่มาร้องทุกข์ถึงความเจ็บปวด และคนส่วนใหญ่ในหมู่พวกเขาก็หายจากโรคอย่างรวดเร็ว"[5]. [5] ดู: ซาด อัล-มะอาด (4/178) และอัล-ญะวาบ อัล-กาฟี (หน้า 21)
และในทำนองเดียวกัน การรักษาด้วยการปัดเป่า (รุกยะฮฺ) ตามแบบฉบับของท่านนบีที่มีฟลักฐานยืนยันชัดเจนนั้น ถือเป็นหนึ่งในตัวยาที่ให้คุณประโยชน์มากที่สุด และการวิงวอน (ดุอาอ์) หากมันปราศจากอุปสรรคกีดขวางแล้ว (ที่ทำให้ดุอาอ์ไม่ถูกตอบรับ)) ก็ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ยังประโยชน์มากที่สุดในการขจัดปัดเป่าสิ่งที่ไม่พึงประสงค์และทำให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ปรารถนา ดังนั้น มันจึงเป็นยาที่ให้คุณประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการวิงวอนอย่างพากเพียรสม่ำเสมอ และมันคือศัตรูของภัยพิบัติ (บะลาอ์) มันจะต่อต้านและเยียวยาภัยพิบัตินั้น ป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น หรือบรรเทาให้เบาบางลงเมื่อมันได้เกิดขึ้นแล้ว[6] ดังคำกล่าวของท่านนบี ﷺ ที่ว่า: "การขอดุอาอ์นั้นมีประโยชน์ต่อสิ่งที่ประสบแล้วและสิ่งที่ยังไม่ประสบ ดังนั้น โอ้ปวงบ่าวของอัลลอฮฺ พวกท่านจงหมั่นขอดุอาอ์เถิด" และอันเนื่องด้วยคำกล่าวของท่านนบี ﷺ ที่กล่าวไว้อีกว่า: "ม่มีสิ่งใดจะเปลี่ยนแปลงกอดออ์ได้นอกจากการขอดุอาอ์ และไม่มีสิ่งใดจะเพิ่มพูนอายุขัยได้นอกจากการทำความดี»[8]" แต่ทว่าในเรื่องนี้มีประการหนึ่งที่สมควรต้องตระหนักถึง: กล่าวคือ บรรดาโองการ บรรดาบทซิกรฺ บรรดาบทวิงวอน และบรรดาบทขอความคุ้มครองที่ใช้ในการบำบัดรักษาและใช้ในการเสกเป่านั้น โดยตัวของมันเองมีประโยชน์และสามารถรักษาโรคได้ แต่ทว่ามันต้องการการยอมรับจากผู้รับการรักษา และความเข้มแข็งและประสิทธิผลของผู้ทำการรักษา ดังนั้นเมื่อการรักษาไม่เกิดผล ก็ย่อมเป็นเพราะความอ่อนแอในประสิทธิผลของผู้ทำการรักษา หรือเพราะการไม่ยอมรับของผู้ป่วย หรือเพราะมีอุปสรรคที่รุนแรงในตัวเขาซึ่งขัดขวางไม่ให้การรักษานั้นได้ผล เพราะแท้จริงแล้ว การรักษาด้วยการเสกเป่าจะเกิดผลได้ด้วยสองประการ: [6] ดู: อัล-ญะวาบ อัล-กาฟี (หน้า 22- 25) [7] รายงานโดย อัตติรมีซีย์ (3548) อัลฮากิม (1/670) และอะห์มัด (22044) และอัลอัลบานีย์ระบุว่าหะสัน ดู เศาะฮีหฺ อัลญามิอ์ (3/151) หะดีษเลขที่ (3403) [8] บันทึกโดย อัลหากิม (1/670) และอัตติรมีซีย์ (2139) และอัลบานีย์ได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษหะซัน ในหนังสือ “ซิลซิละฮฺ อัลอะหาดีษ อัศเศาะฮีหะฮฺ” (1/76) หะดีษเลขที่ (154)
ประการแรก : จากฝ่ายของผู้ป่วย ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ด้วยความเข้มแข็งแห่งจิตใจของเขา ความสัตย์จริงในการมุ่งหน้าของเขาสู่อัลลอฮ์ตะอาลา และความเชื่อมั่นอย่างเด็ดเดี่ยวของเขาที่ว่าอัลกุรอานนั้นคือการเยียวยารักษาและความเมตตาสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา และการขอความคุ้มครองที่ถูกต้องซึ่งหัวใจและลิ้นได้สอดคล้องพร้อมเพรียงกัน เพราะแท้จริงแล้วสิ่งนี้คือการทำสงครามประเภทหนึ่ง และนักรบจะไม่ได้รับชัยชนะจากศัตรูของเขาอย่างสมบูรณ์ นอกจากจะต้องมีสองประการ:
คือการที่อาวุธจะต้องดีและสมบูรณ์ในตัวของมันเอง และแขนจะต้องแข็งแกร่ง ดังนั้นเมื่อใดที่ขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไป อาวุธนั้นก็แทบจะไม่เกิดประโยชน์อันใด แล้วจะยิ่งเป็นเช่นใดเล่า หากทั้งสองประการนั้นไม่มีอยู่เลย คือหัวใจที่พังทลายปราศจากเตาฮีด การมอบหมาย ความยำเกรง และการมุ่งหน้า และไม่มีอาวุธสำหรับเขาเลย
ประการที่สอง: ในด้านของผู้ที่ทำการรักษาด้วยอัลกุรอานและซุนนะฮฺ คือจะต้องมีสองประการนี้อยู่ด้วยเช่นกัน[9] ด้วยเหตุนี้ ท่านอิบนุ อัต-ตีน เราะหิมะฮุลลอฮุ ตะอาลา จึงได้กล่าวว่า: "การรุกยะฮฺด้วยซูเราะฮฺอัลมุอาววิซะตัยน์ และด้วยพระนามอื่น ๆ ของอัลลอฮฺนั้น ถือเป็นการบำบัดรักษาทางจิตวิญญาณ และเมื่อการรุกยะฮฺดังกล่าวกระทำผ่านถ้อยคำของบรรดาผู้ทรงคุณธรรมจากหมู่มนุษย์แล้ว การเยียวยาย่อมเกิดขึ้นได้ด้วยพระประสงค์ของอัลลอฮฺ ผู้ทรงสูงส่ง"[10] [9] โปรดดู : ซาดุลมะอาด (4/68) และ อัล-ญะวาบ อัล-กาฟีย์ (หน้า 21) [10] ฟัตหุลบารี ของอิบนุหะญัร (10/196).
และบรรดาอุละมาอ์มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าการเสกเป่านั้นเป็นที่อนุญาต เมื่อประกอบด้วยเงื่อนไขสามประการ:
ประการแรก: ต้องเป็นพระดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา หรือพระนามและคุณลักษณะของพระองค์ หรือวจนะของศาสนทูตของพระองค์
ประการที่สอง: ต้องเป็นภาษาอาหรับ หรือภาษาอื่นที่ทราบความหมาย
เงื่อนไขประการที่สาม: ต้องเชื่อว่าการเสกเป่านั้นไม่มีผลด้วยตัวของมันเอง แต่จะเกิดผลได้ด้วยเดชานุภาพของอัลลอฮ์ ตะอาลา[11] และแท้จริงแล้วการเสกเป่าเป็นเพียงสาเหตุหนึ่งเท่านั้น [11] ดู ฟัตหุลบารี (10/195) และฟะตาวา อัล-อัลลามะฮ์ อิบนิ บาซ (2/384)
ด้วยเหตุแห่งความสำคัญอันใหญ่หลวงนี้ ฉันจึงได้คัดสรุปในส่วนของการปัดเป่ารักษาโรคภัยต่างๆ จากหนังสือของฉันเอง นั้นคือ ((الذِّكْرُ وَالدُّعَاءُ وَالْعِلاَجُ بِالرُّقَى مِنَ الْكِتَابِ وَالسُّنَّةِ)) “การรำลึกถึงอัลลอฮฺ (ซิกิร) การวิงวอนขอต่อพระองค์ (ดุอาอ์) และการบำบัดรักษาด้วยการรุกยะฮฺ โดยอาศัยหลักฐานจากอัลกุรอานและซุนนะฮฺ” และได้เพิ่มในส่วนที่เป็นประโยชน์ต่างๆ อินชาอัลลอฮฺ ตะอาลา ข้าพเจ้าขอวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺด้วยพระนามอันวิจิตรของพระองค์ และด้วยคุณลักษณะต่างๆ ที่สูงส่งของพระองค์ให้การงานนี้มีความบริสุทธิ์ใจเพื่อแสวงหาพระพักตร์ที่มีเกียรติของพระองค์ และให้การงานนี้เป็นประโยชน์แก่ข้าพเจ้า และขอให้มันเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่อ่านมัน หรือผู้ที่ตีพิมพ์มัน หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเผยแพร่มัน และแก่บรรดามุสลิมทั้งปวง แท้จริงพระองค์ ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ยิ่ง คือผู้ทรงคุ้มครองอุปถัมภ์ในเรื่องนั้น และทรงเดชานุภาพเหนือมัน ขออัลลอฮฺทรงประสาทพร ประทานความสันติ และความจำเริญแด่ท่านนบีของเรา มุหัมมัด และแด่ครอบครัวของท่าน บรรดาสาวกของท่าน และบรรดาผู้ที่เจริญรอยตามพวกเขาด้วยคุณงามความดีจนกระทั่งวันแห่งการตอบแทน
ผู้หวังในความโปรดปรานของอัลลอฮ์ผู้สูงส่ง
ดร.สะอีด บิน อะลี บิน วะฮ์ฟ์ อัลเกาะฮ์ฏอนีย์
เขียนเสร็จเมื่อวันที่ 18 / 6 / 1414 ฮ.ศ.
1- การรักษาไสยศาสตร์
การรักษาไสยศาสตร์ตามแนวทางแห่งพระผู้เป็นเจ้ามีสองประเภท:
หมวดที่ 1: สิ่งที่ใช้ป้องกันไสยศาสตร์ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น:
1- การปฏิบัติสิ่งที่เป็นวาญิบให้ทำทั้งหมด การละทิ้งสิ่งต้องห้ามทั้งหมด และการสำนึกผิด (เตาบะฮ์) จากความผิดบาปทั้งหมด
2. การอ่านอัลกุรอานให้มาก โดยกำหนดส่วนหนึ่งไว้อ่านเป็นประจำทุกวัน
3- การปกป้องคุ้มครองตนเองด้วยบรรดาดุอาอ์ การขอความคุ้มครอง และบทซิกิรที่ศาสนบัญญัติไว้ และในบรรดาวิธีการนั้น ได้แก่ การกล่าวว่า: بِسْمِ اللهِ الَّذِي لا يَضُرُّ مَعَ اسْمِهِ شَيْءٌ في الأرْضِ وَلاَ في السَّمَاءِ وَهُوَ السَّمِيعُ العَلِيمُ ความว่า“ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ซึ่งไม่มีสิ่งใดจะทำอันตรายได้พร้อมกับพระนามของพระองค์ ทั้งในแผ่นดินและในฟากฟ้า และพระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้” (3 ครั้ง ในตอนเช้าและตอนเย็น)[12] และการอ่านอายะฮ์อัลกุรซีย์ภายหลังละหมาดทุกเวลา และก่อนนอน และในตอนเช้าและตอนเย็น[13] และการอ่าน: قُلْ هُوَ اللَّهُ أَحَدٌ ความว่า : "จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) พระองค์คืออัลลอฮ์ผู้ทรงเอกะ" และสองมุเอาวิซะตายน์ (อัลฟะลัก กับอันนาส ) สามครั้งในยามเช้าและยามเย็น และก่อนนอน และการกล่าวว่า: لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللَّهُ وَحْدَهُ لا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ، وَلَهُ الْحَمْدُ، وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ ความว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์เพียงองค์เดียว พระองค์ไม่มีภาคี อำนาจการปกครองเป็นของพระองค์ การสรรเสริญเป็นของพระองค์ และพระองค์ทรงมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง" หนึ่งร้อยครั้งในทุกๆ วัน[14] การยึดมั่นปฏิบัติอัซการยามเช้าและยามเย็น อัซการหลังการละหมาด อัซการก่อนนอนและเมื่อตื่นนอน อัซการเข้าและออกจากบ้าน อัซการขณะขึ้นยานพาหนะ อัซการเข้าและออกจากมัสยิด ดุอาอ์เข้าและออกจากห้องน้ำ ดุอาอ์เมื่อเห็นผู้ที่ประสบเคราะห์กรรม และอื่นๆ อีก และข้าพเจ้าได้กล่าวถึงสิ่งดังกล่าวเป็นจำนวนมากในหนังสือ ((หิสนุลมุสลิม)) ตามแต่สภาพการณ์ วาระโอกาส สถานที่ และเวลาต่างๆ และไม่ต้องสงสัยเลยว่า การรักษาการปฏิบัติสิ่งดังกล่าวไว้อย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในบรรดาสาเหตุที่ป้องกันการประสบกับไสยศาสตร์ ภัยจากนัยน์ตา และญิน ด้วยอนุมัติของอัลลอฮฺ ตะอาลา และมันยังเป็นหนึ่งในการรักษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหลังจากที่ได้ประสบกับเภทภัยเหล่านี้และอื่นๆ อีกด้วย[15] [12] บันทึกโดยอัตติรมีซีย์ (3388) อบูดาวูด (5088) อิบนุมาญะฮ์ (3869) และอัลบานีย์ได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษเศาะฮีห์ในหนังสือเศาะฮีห์อิบนุมาญะฮ์ (2/332) [13] บันทึกโดยอัลหากิม และท่านได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษเศาะฮีห์ และอัซซะฮะบีย์เห็นพ้องด้วย (1/562) และอัลบานีย์ได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษเศาะฮีห์ในหนังสือ “เศาะฮีหุตตัรฆีบวัตตัรฮีบ” (1/273) หะดีษเลขที่ (658) [14]รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (4 / 95) หะดีษเลขที่ (3293) และมุสลิม (4 / 2071) หะดีษเลขที่ (2691) [15] โปรดดู: ซาดุลมะอาด (4/126) และมัจญ์มูอ์ ฟะตาวา อัล-อัลลามะฮ์ อิบนิ บาซ (3/277) และโปรดดูสาเหตุสิบประการที่ใช้ปัดเป่าความชั่วร้ายของผู้อิจฉาและผู้ใช้ไสยศาสตร์ ในส่วนที่สาม เรื่องการรักษาโรคตา จากหนังสือเล่มนี้
4- การรับประทานอินทผลัมอัจวะฮ์เจ็ดผลในตอนเช้าขณะท้องว่างหากสามารถกระทำได้ ดังที่ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวไว้ว่า: “ผู้ใดที่รับประทานอินทผลัมอัจวะฮฺเจ็ดผลในยามเช้า ในวันนั้นพิษและไสยศาสตร์ก็ไม่สามารถทำอันตรายเขาได้”[16]، และที่สมบูรณ์ยิ่งกว่านั้น คือให้เป็นอินทผลัมจากเมืองมะดีนะฮฺ โดยเฉพาะอินทผลัมที่ปลูกอยู่ในบริเวณระหว่างสองเขตหะรฺเราะฮฺ (ลาวาภูเขาไฟ นั่นคือ หะเราะฮ์วากิมทางทิศตะวันออก และหะเราะฮ์อัลวะบะเราะฮ์ทางทิศตะวันตก)ตามที่ระบุในรายงานของมุสลิม และท่านชัยคฺ อัลลามะฮฺ อับดุลอะซีซ บิน อับดุลลอฮฺ อิบนิ บาซ เราะหิมะฮุลลอฮฺ เห็นว่าอินทผลัมทั้งหมดของเมืองมะดีนะฮ์มีคุณลักษณะนี้อยู่ เนื่องจากคำกล่าวของท่านนบี ﷺ ที่ว่า: “ผู้ใดที่รับประทานอินทผลัมเจ็ดผลอันมาจากระหว่างทุ่งหินลาวาทั้งสองของมัน[17] ในยามเช้า...” หะดีษ[18] [16] รายงานโดย อัลบุคอรีย์พร้อมฟัตหุลบารีย์ (10 / 247) หะดีษเลขที่ (5445) และมุสลิม (3 / 1618) หะดีษเลขที่ (2047) [17] ลาบะตัยฮา: เป็นรูปทวิพจน์ของคำว่า ลาบะฮ์ ซึ่งก็คือ อัลหัรเราะฮ์ หมายถึงดินแดนที่เต็มไปด้วยหินสีดำผุพรุนราวกับถูกเผาด้วยไฟ และในที่นี้หมายถึงหัรเราะฮ์สองแห่งที่ขนาบข้างนครมะดีนะฮ์อันนะบะวียะฮ์ (ฟัยฎุลเกาะดีร โดย อัลมะนาวีย์: 2/514) [18] รายงานโดย มุสลิม (3 / 1618) หะดีษเลขที่ (2047)
และท่าน (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาเขา) มีความเห็นว่า ความประเสริฐดังกล่าวก็หวังได้เช่นกันสำหรับผู้ที่รับประทานอินทผลัมเจ็ดผล แม้จะไม่ใช่อินทผลัมจากมะดีนะฮ์ก็ตาม”
ส่วนที่สอง: การรักษาไสยศาสตร์หลังจากที่มันเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งแบ่งเป็นหลายประเภท:
ประเภทที่หนึ่ง: การนำมันออกมาและทำลายมัน เมื่อทราบที่ตั้งของมันด้วยวิธีการที่ศาสนาอนุญาต และวิธีนี้ถือเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาผู้ที่ถูกไสยศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด[19] [19] ดู: ซาดุลมะอาด (4/124) อัลบุคอรีย์ พร้อมด้วยฟัตหุลบารีย์ (10/132) หะดีษเลขที่ (5765) มุสลิม (4/1917) หะดีษเลขที่ (2189) และมัจญ์มูอ์ ฟะตาวา อิบนุ บาซ (3/228)
ประเภทที่สอง: การรุกยะฮฺตามหลักศาสนบัญญัติ (อัรรุกยะฮฺ อัชชัรอียะฮฺ) ได้แก่[20]: [20] ดู: ฟัตหุลฮักกิลมุบีน ฟี อิลาจิ อัศศ็อรอิ วัสสิหริ วัลอัยน์ (หน้า 138)
ประการแรก: ให้โขลกใบพุทราที่สด (ซิดร์) เจ็ดใบด้วยหินสองก้อนหรือสิ่งทำนองเดียวกัน แล้วรินน้ำลงไปให้พอสำหรับการอาบน้ำ (ฆุสล) และให้อ่านรุกยะฮ์ต่อไปนี้ใส่ในน้ำ:
أَعُوذُ بِاللَّهِ مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِ ความว่า : "ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺจากชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง" اللَّهُ لَا إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ الْحَيُّ الْقَيُّومُ لَا تَأْخُذُهُ سِنَةٌ وَلَا نَوْمٌ لَّهُ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَمَا فِي الْأَرْضِ مَن ذَا الَّذِي يَشْفَعُ عِندَهُ إِلَّا بِإِذْنِهِ يَعْلَمُ مَا بَيْنَ أَيْدِيهِمْ وَمَا خَلْفَهُمْ وَلَا يُحِيطُونَ بِشَيْءٍ مِّنْ عِلْمِهِ إِلَّا بِمَا شَاء وَسِعَ كُرْسِيُّهُ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْض وَلَا يَئُودُهُ حِفْظُهُمَا وَهُوَ الْعَلِيُّ ความว่า : "อัลลอฮ์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ผู้ทรงมีชีวิต ผู้ทรงดำรงอยู่ตลอดกาล ไม่ทรงง่วงนอนและไม่ทรงหลับ เป็นของพระองค์สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน ใครเล่าที่จะขอความช่วยเหลือจากพระองค์ได้ นอกจากโดยพระอนุญาตของพระองค์ พระองค์ทรงรู้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาและสิ่งที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา และพวกเขาไม่สามารถครอบคลุมสิ่งใดจากความรู้ของพระองค์ได้นอกจากสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ พระบัลลังก์ของพระองค์ครอบคลุมชั้นฟ้าและแผ่นดิน และการรักษาทั้งสองนั้นไม่เป็นภาระหนักแก่พระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงสูงส่ง" ซูเราะฮ์ อัลบะเกาะเราะฮ์ โองการที่ 255
وَأَوْحَيْنَا إِلَىٰ مُوسَىٰ أَنْ أَلْقِ عَصَاكَ فَإِذَا هِيَ تَلْقَفُ مَا يَأْفِكُونَ ความว่า : "และเราได้มีโองการแก่มูซาว่า "จงโยนไม้เท้าของเจ้า" แล้วมันก็กลืนกินสิ่งที่พวกเขาเสกสรรขึ้น"(117) فَوَقَعَ الْحَقُّ وَبَطَلَ مَا كَانُوا يَعْمَلُونَ ความว่า : "ดังนั้นความจริงได้ปรากฏขึ้น และสิ่งที่พวกเขาประกอบนั้นได้มลายสิ้น" (118) فَغُلِبُوا هُنَالِكَ وَانقَلَبُوا صَاغِرِينَ ความว่า : "ดังนั้น ณ ที่นั่น พวกเขาได้รับความพ่ายแพ้และพวกเขากลับมาด้วยความต่ำต้อย" (119) وَأُلْقِيَ السَّحَرَةُ سَاجِدِينَ ความว่า : "และบรรดามายากรก็ได้ล้มตัวลงกราบ" (120) قَالُوا آمَنَّا بِرَبِّ الْعَالَمِينَ ความว่า : "พวกเขากล่าวว่า เราศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก" (121) رَبِّ مُوسَىٰ وَهَارُونَ ความว่า : "คือพระผู้อภิบาลของมูซาและฮารูน” (ซูเราะฮ์ อัล-อะอ์รอฟ : 117-122)
وَقَالَ فِرْعَوْنُ ائْتُونِي بِكُلِّ سَاحِرٍ عَلِيمٍ ความว่า : "และฟิรเอาน์ได้กล่าวว่า พวกเจ้าจงนำมายากรผู้เชี่ยวชาญทุกคนมาพบฉัน"(79) فَلَمَّا جَاءَ السَّحَرَةُ قَالَ لَهُم مُّوسَىٰ أَلْقُوا مَا أَنتُم مُّلْقُونَ ความว่า : "เมื่อเหล่ามายากรมาถึงแล้ว มูซาได้กล่าวกับพวกเขาว่า จงโยนสิ่งที่พวกเจ้าต้องการโยนเถิด"(80) فَلَمَّا أَلْقَوْا قَالَ مُوسَىٰ مَا جِئْتُم بِهِ السِّحْرُ إِنَّ اللَّهَ سَيُبْطِلُهُ إِنَّ اللَّهَ لَا يُصْلِحُ عَمَلَ الْمُفْسِدِينَ ความว่า : "ดังนั้น เมื่อพวกเขาได้โยนไปแล้ว มูซาได้กล่าวว่า สิ่งที่พวกเจ้านำมานั้นคือมายากล แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงทำลายมัน แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงแก้ไขการงานของบรรดาผู้บ่อนทำลาย"(81) وَيُحِقُّ اللَّهُ الْحَقَّ بِكَلِمَاتِهِ وَلَوْ كَرِهَ الْمُجْرِمُونَ ความว่า : "และอัลลอฮ์จะทรงให้ความจริงปรากฏด้วยพระวจนะของพระองค์ แม้ว่าผู้ทำบาปทั้งหลายจะเกลียดชังก็ตาม” (ซูเราะฮ์ ยูนุส : 79-82)
قَالُوا يَا مُوسَىٰ إِمَّا أَن تُلْقِيَ وَإِمَّا أَن نَّكُونَ أَوَّلَ مَنْ أَلْقَىٰ ความว่า : "พวกเขากล่าวว่า โอ้มูซา ไม่ว่าท่านจะโยนหรือพวกเราจะเป็นผู้โยนก่อน"(65) قَالَ بَلْ أَلْقُوا فَإِذَا حِبَالُهُمْ وَعِصِيُّهُمْ يُخَيَّلُ إِلَيْهِ مِن سِحْرِهِمْ أَنَّهَا تَسْعَىٰ ความว่า : "มูซากล่าวว่า พวกเจ้าจงโยนก่อนเถิด แล้วเมื่อนั้น เชือกหลายเส้นและไม้เท้าหลายอันของพวกเขานั้นปรากฎแก่มูซา ทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขาเลื้อยคลานไปมาด้วยเวทมนตร์ของพวกเขา"(66) فَأَوْجَسَ فِي نَفْسِهِ خِيفَةً مُّوسَىٰ ความว่า :"จากนั้น ความรู้สึกที่ถูกเก็บซ่อนไว้ข้างในจิตใจของมูซาก็เริ่มแสดงอาการหวาดกลัว"(67) قُلْنَا لَا تَخَفْ إِنَّكَ أَنتَ الْأَعْلَىٰ ความว่า : "เราจึงกล่าวว่า เจ้าจงอย่ากลัว แท้จริง เจ้าเหนือกว่า"(68) وَأَلْقِ مَا فِي يَمِينِكَ تَلْقَفْ مَا صَنَعُوا إِنَّمَا صَنَعُوا كَيْدُ سَاحِرٍ وَلَا يُفْلِحُ السَّاحِرُ حَيْثُ أَتَىٰ ความว่า : "และเจ้าจงโยนสิ่งที่อยู่ในมือขวาของเจ้า มันจะกลืนสิ่งที่พวกเขาทำขึ้น แท้จริงสิ่งที่พวกเขาทำขึ้นนั้นเป็นแผนของนักมายากล และนักมายากลนั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าเขาจะมาจากทางไหนก็ตาม"(69) فَأُلْقِيَ السَّحَرَةُ سُجَّدًا قَالُوا آمَنَّا بِرَبِّ هَارُونَ وَمُوسَىٰ ความว่า : "ดังนั้น พวกมายากลได้ก้มลงสุญูด โดยกล่าวว่า เราขอศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลของฮารูนและมูซา" (ซูเราะฮ์ ฏอฮา : 65-70)
بسم الله الرحمن الرحيم ความว่า : "ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ" قُلْ يَا أَيُّهَا الْكَافِرُونَ ความว่า : "จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) ว่า โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย" (1) لَا أَعْبُدُ مَا تَعْبُدُونَ ความว่า : "ฉันจะไม่เคารพภักดีสิ่งที่พวกเจ้าเคารพภักดีอยู่"(2) وَلَا أَنتُمْ عَابِدُونَ مَا أَعْبُدُ ความว่า : "และพวกเจ้าก็มิใช่เป็นผู้เคารพภักดีพระเจ้าที่ฉันเคารพภักดี"(3) وَلَا أَنَا عَابِدٌ مَّا عَبَدتُّمْ ความว่า : "และฉันก็มิใช่เป็นผู้เคารพภักดีสิ่งที่พวกเจ้าเคารพภักดี"(4) وَلَا أَنتُمْ عَابِدُونَ مَا أَعْبُدُ ความว่า : "และพวกเจ้าก็มิใช่เป็นผู้เคารพภักดีพระเจ้าที่ฉันเคารพภักดี"(5) لَكُمْ دِينُكُمْ وَلِيَ دِينِ} ความว่า : "สำหรับพวกเจ้าก็คือศาสนาของพวกเจ้า และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน"
بسم الله الرحمن الرحيم ความว่า : "ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ" قُلْ هُوَ اللَّهُ أَحَدٌ ความว่า : "จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) พระองค์คืออัลลอฮ์ผู้ทรงเอกะ" اللَّهُ الصَّمَدُ ความว่า : "อัลลอฮ์นั้นทรงเป็นที่พึ่ง" (2) لَمْ يَلِدْ وَلَمْ يُولَدْ ความว่า : "พระองค์ไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ" (3) وَلَمْ يَكُن لَّهُ كُفُوًا أَحَدٌ ความว่า : "และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์"
بسم الله الرحمن الرحيم ความว่า : "ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ" قُلْ أَعُوذُ بِرَبِّ الْفَلَقِ ความว่า : จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระผู้อภิบาลแห่งรุ่งอรุณ(1) مِن شَرِّ مَا خَلَقَ ความว่า : "ให้พ้นจากความชั่วร้ายที่พระองค์ได้ทรงบันดาลขึ้น"(2) وَمِن شَرِّ غَاسِقٍ إِذَا وَقَبَ ความว่า : "และจากความชั่วร้ายแห่งความมืดของเวลากลางคืนเมื่อมันแผ่คลุม" (3) وَمِن شَرِّ النَّفَّاثَاتِ فِي الْعُقَدِ ความว่า : "และจากความชั่วร้ายของบรรดาผู้เสกเป่าในปมเงื่อน"(4) وَمِن شَرِّ حَاسِدٍ إِذَا حَسَدَ ความว่า : "และจากความชั่วร้ายของผู้อิจฉาเมื่อเขาอิจฉา"
بسم الله الرحمن الرحيم ความว่า : "ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ" قُلْ أَعُوذُ بِرَبِّ النَّاسِ ความว่า : "จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระผู้อภิบาลแห่งมนุษยชาติ" (1) مَلِكِ النَّاسِ ความว่า : "พระราชาแห่งมนุษยชาติ" (2) إِلَٰهِ النَّاسِ ความว่า : "พระเป็นเจ้าแห่งมนุษยชาติ" (3) مِن شَرِّ الْوَسْوَاسِ الْخَنَّاسِ ความว่า : "ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ"(4) الَّذِي يُوَسْوِسُ فِي صُدُورِ النَّاسِ ความว่า : "ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์"(5) مِنَ الْجِنَّةِ وَالنَّاسِ ความว่า : "จากหมู่ญินและมนุษย์"
หลังจากได้อ่านสิ่งที่กล่าวไว้ลงในน้ำแล้ว ก็ให้ดื่มน้ำนั้นสามครั้ง และใช้น้ำที่เหลือใช้อาบน้ำ และด้วยวิธีนี้โรคภัยจะหมดไป อินชาอัลลอฮ์ ตะอาลา และหากมีความจำเป็นที่จะต้องทำซ้ำเป็นครั้งที่สองหรือมากกว่านั้น ก็ไม่มีความผิดประการใดจนกว่าโรคจะหายขาด ซึ่งวิธีนี้ได้รับการทดลองมาแล้วมากมาย และอัลลอฮ์ทรงให้เกิดประโยชน์ด้วยวิธีนี้ และมันเป็นวิธีที่ดีมากสำหรับผู้ที่ถูกขัดขวางจากภรรยาของตน (หมายถึง มีปัญหาในการร่วมหลับนอนกับภรรยาอันเนื่องจากไสยศาสตร์)[21] [21] โปรดดู: ฟะตาวา อิบนุบาซ (3/279) และฟัตหุลมะญีด (หน้า 346) และอัศศอริม อัลบัตตาร ฟี อัตตะศ็อดดี ลิสสะหะเราะติ วัลอัชราร ของวะฮีด อับดุสสะลาม (หน้า 109 -117) ซึ่งในนั้นมีรุกยะฮ์บทใหญ่ที่มีประโยชน์และยังผล อินชาอัลลอฮ์ ตะอาลา และมุศ็อนนัฟ อับดุรร็อซซาก (11/13) และฟัตหุลบารีย์ ของอิบนุหะญัร (10/233)
ประการที่สอง: ให้อ่านซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์ อายะฮ์อัลกุรซีย์ สองอายะฮ์สุดท้ายจากซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ ซูเราะฮ์อัลอิคลาศ อัลฟะลัก และอันนาส สามครั้งหรือมากกว่า พร้อมกับการเป่าและลูบบริเวณที่เจ็บปวดด้วยมือขวา[22] [22] ดู: อัลบุคอรีย์ พร้อมฟัตหุลบารีย์ (9/62) หะดีษเลขที่ (5016)และมุสลิม (4/1723)หะดีษเลขที่ (2192) และอัลบุคอรีย์ พร้อมฟัตหุลบารีย์ (10/208)
สาม: การขอความคุ้มครอง (ตะอั้ววุซาต) การรักษาด้วยการอ่าน (รุกยา) และบทวิงวอนที่ครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญ :
1- أَسْأَلُ اللَّهَ الْعَظِيمَ رَبَّ العَرْشِ العَظِيمِ أَنْ يَشْفِيَكَ ความว่า : "ฉันขอต่ออัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ พระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ ได้โปรดทำให้ท่านหายจากอาการป่วยด้วยเถิด (เจ็ดครั้ง)"[23] [23] อบูดาวูด (3/187) หะดีษเลขที่ (3106) และอัตติรมีซีย์ (2/410) หะดีษเลขที่ (2083) และอัลบานีย์ระบุว่าเศาะฮีหฺใน เศาะฮีหฺ อัลญามิอฺ (5/180) หะดีษเลขที่ (322) และในเศาะฮีหฺสุนันอบีดาวูด (2/276)
2- ให้ผู้ป่วยวางมือของเขาบนบริเวณที่เจ็บ และกล่าวว่า: بِسْمِ اللَّهِ ความว่า : "ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ" สามครั้ง และกล่าวว่า : أَعُوذُ بِالله وَقُدْرَتِهِ مِنْ شَرِّ مَا أَجِدُ وَأُحَاذِرُ ความว่า : "ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ และอำนาจของพระองค์ จากความชั่วร้ายที่ฉันประสบและที่ฉันระแวดระวัง" (เจ็ดครั้ง) [24] [24] มุสลิม (4/1728) หะดีษเลขที่ (2202)
3- اللَّهُمَّ رَبَّ النَّاسِ،أَذْهِبِ الْبَأْسَ، وَاشْفِ أَنْتَ الشَّافِي، لاَ شِفَاءَ إِلاَّ شِفَاؤُكَ، شِفَاءً لاَ يُغَادِرُ سَقَمًا ความว่า : "โอ้ อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งมนุษยชาติ ขอพระองค์ทรงโปรดขจัดความเจ็บป่วยให้หายไป และโปรดทรงรักษาด้วยเถิด พระองค์คือผู้ทรงรักษา ไม่มีการรักษาใดๆ เว้นแต่การรักษาของพระองค์เท่านั้น ซึ่งเป็นการรักษาที่ไม่ลงเหลือความเจ็บป่วยไว้เลย"[25] [25]อัลบุคอรี จากตำราฟัตหุลบารี (10/206) หะดีษเลขที่ (5750) และมุสลิม (4 /1721) หะดีษเลขที่ (2191)
4- أَعُوذُ بِكَلِمَاتِ اللَّهِ التَّامَّةِ مِنْ كُلِّ شَيْطَانٍ وَهَامَّةٍ، وَمِنْ كُلِّ عَيْنٍ لاَمَّةٍ ความว่า: "ฉันขอความคุ้มครองด้วยถ้อยคำต่างๆอันสมบูรณ์ของอัลลอฮฺ จากชัยฏอนทุกๆตัวที่คอยยุแหย่ล่อลวง รวมถึงแมลงหรือสัตว์มีพิษ และจากทุกๆอัยน์(สายตาที่อิจฉาริษยา) ที่คอยมุ่งหมาย"[26] [26] บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ จากตำราฟัตหุลบารี (6/408) หะดีษเลขที่ (3371)
5- أَعُوذُ بِكَلِمَاتِ اللَّهِ التَّامَّاتِ مِنْ شَرِّ مَا خَلَقَ ความว่า: "ฉันขอความคุ้มครองด้วยถ้อยคำอันสมบูรณ์แห่งอัลลอฮ์ให้พ้นจากความชั่วร้ายของสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างมา"[27] [27] รายงานโดย มุสลิม (4 / 1728) หะดีษเลขที่ (2709)
6- أَعُوذُ بِكَلِمَاتِ اللَّهِ التَّامَّاتِ: مِنْ غَضَبِهِ، وَعِقَابِهِ، وَشَرِّ عِبَادِهِ، وَمِنْ هَمَزَاتِ الشَّيَاطِينِ، وَأَنْ يَحْضُرُونِ ความว่า: "ฉันขอความคุ้มครองด้วยคำกล่าวอันสมบูรณ์ของอัลลอฮฺให้พ้นจากความกริ้วของพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษของพระองค์ และให้พ้นจากความชั่วร้ายของบ่าวของพระองค์ และให้พ้นจากการกระซิบกระซาบของบรรดาชัยฏอนทั้งหลาย และการที่พวกมันจะเข้ามาหาฉัน"[28] [28] รายงานโดย อบูดาวูด (3893) และอัตติรมีซีย์ (3528) และอัลอัลบานีย์ให้สถานะหะสันในเศาะฮีหฺ อัตติรมีซีย์ (3/171)
7- أَعُوذُ بِكَلِمَاتِ اللَّهِ التَّامَّاتِ الَّتِي لَا يُجَاوِزُهُنَّ بَرٌّ وَلَا فَاجِرٌ، مِنْ شَرِّ مَا خَلَقَ، وَبَرَأَ، وَذَرَأَ، وَمِنْ شَرِّ مَا يَنْزِلُ مِنَ السَّمَاءِ، وَمِنْ شَرِّ مَا يَعْرُجُ فِيهَا، وَمِنْ شَرِّ مَا ذَرَأَ فِي الْأَرْضِ، وَمِنْ شَرِّ مَا يَخْرُجُ مِنْهَا، وَمِنْ شَرِّ فِتَنِ اللَّيْلِ وَالنَّهَارِ، وَمِنْ شَرِّ كُلِّ طَارِقٍ إِلَّا طَارِقًا يَطْرُقُ بِخَيْرٍ يَا رَحْمَنُ ความว่า "ฉันขอความคุ้มครองด้วยบรรดาคำแห่งอัลลอฮฺที่สมบูรณ์ยิ่งซึ่งไม่มีคำพูดของผู้ใดจะสมบูรณ์ยิ่งกว่าไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือคนเลว (ให้ปลอดภัย) จากความชั่วร้ายของสิ่งที่ถูกสร้าง จากความชั่วร้ายของทุกสิ่งที่อัลลอฮฺทรงบังเกิดมันขึ้นมา จากความชั่วร้ายที่ลงมาจากฟากฟ้า จากความชั่วร้ายที่ขึ้นไปสู่ในนั้น จากความชั่วร้ายของสิ่งที่มีอยู่ใต้แผ่นดิน จากความชั่วร้ายสิ่งที่ออกมาจากมัน จากความชั่วร้ายของบททดสอบต่างๆที่จะเกิดขึ้นทั้งในยามกลางคืนและกลางวัน และจากความชั่วร้ายของทุกสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในยามค่ำคืนยกเว้นที่สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ดีโอ้พระผู้ทรงเมตตา"[29] [29] มุสนัด อะห์มัด (3/119) หะดีษเลขที่ (15461) ด้วยสายรายงานที่เศาะฮีฮฺ และอิบนุสสุนนีย์ (637) โปรดดู: มัจญ์มะอัซซะวาอิด (10/127) และอัลอัลบานีย์ได้ตัดสินว่าเศาะฮีฮฺในหนังสือซิลซิละตุลอะฮาดีษ อัศเศาะฮีฮะฮฺ (7/196)
8- اللَّهُمَّ رَبَّ السَّمَوَاتِ السَّبْعِ، وَرَبَّ الأَرْضِ، وَرَبَّ الْعَرْشِ الْعَظِيمِ، رَبَّنَا وَرَبَّ كُلِّ شَيْءٍ، فَالِقَ الْـحَبِّ وَالنَّوَى، وَمُنْزِلَ التَّوْرَاةِ وَالْإِنْجِيلِ وَالْقُرْآنِ، أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ كُلِّ شَيْءٍ أَنْتَ آخِذٌ بِنَاصِيَتِهِ، أَنْتَ الْأَوَّلُ فَلَيْسَ قَبْلَكَ شَيْءٌ، وَأَنْتَ الْآخِرُ فَلَيْسَ بَعْدَكَ شَيْءٌ، وَأَنْتَ الظَّاهِرُ فَلَيْسَ فَوْقَكَ شَيْءٌ، وَأَنْتَ الْبَاطِنُ فَلَيْسَ دُونَكَ شَيْءٌ ... ความว่า : "โอ้ อัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งฟากฟ้าทั้งเจ็ด พระผู้อภิบาลแห่งแผ่นดิน และพระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ โอ้พระผู้อภิบาลของเรา และพระผู้อภิบาลของทุกสรรพสิ่ง ผู้ทรงให้เมล็ดพืชและอินทผลัมปริออก ผู้ทรงประทานคัมภีร์เตารอต อินญีลและอัลกุรอาน เราขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายของทุกๆ สิ่งที่พระองค์สามารถยึดชีวิตมัน พระองค์คือผู้แรกซึ่งไม่มีสิ่งใดๆ ก่อนหน้าพระองค์ พระองค์คือผู้สุดท้ายซึ่งไม่มีสิ่งใดหลังจากพระองค์ พระองค์คือผู้โดดเด่นซึ่งไม่มีสิ่งใดเหนือกว่าพระองค์ และพระองค์คือผู้ซ่อนเร้นซึ่งไม่มีสิ่งใดนอกเหนือจากพระองค์ ..."[30] [30] มุสลิม (4/2084) หะดีษเลขที่ (2713)
9- بِسْمِ اللَّهِ أرْقِيكَ، مِنْ كُلِّ شَيْءٍ يُؤْذِيكَ، وَمِنْ شَرِّ كُلِّ نَفْسٍ أَوْ عَيْنِ حَاسِدٍ، اللهُ يَشْفِيكَ، بِسمِ اللَّهِ أَرقِيكَ ความว่า : "ด้วยพระนามของอัลลอฮฺฉันขอปัดเป่าท่าน จากทุกสิ่งที่รังควาญท่าน จากความชั่วร้ายของทุกชีวิตหรือดวงตาผู้อิจฉา อัลลอฮฺจะบำบัดรักษาท่าน ด้วยพระนามของอัลลอฮฺฉันขอปัดเป่าท่าน"[31] [31] รายงานโดย มุสลิม ( 4 / 1718) หะดีษเลขที่ (2186) จากอบีซะอีด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ
ลำดับที่ 10 «بِسْمِ اللَّهِ يُبْرِيكَ، وَمِنْ كُلِّ دَاءٍ يَشْفِيكَ، وَمِن شَرِّ حَاسِدٍ إِذَا حَسَدَ، وَمِنْ شَرِّ كُلِّ ذِي عَيْنٍ» ความว่า : "ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ พระองค์ทรงทำให้ท่านหาย และทรงบำบัดรักษาท่านจากโรคทั้งปวง จากความชั่วร้ายของผู้อิจฉาเมื่อเขาอิจฉา และจากความชั่วร้ายของทุกสายตา [32]" [32] รายงานโดย มุสลิม จากหะดีษของอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา (4/1718) หะดีษเลขที่ (2185)
11- بِسْمِ اللَّهِ أَرْقِيكَ مِنْ كُلِّ شَيْءٍ يُؤْذِيكَ، مِنْ حَسَدِ حَاسِدٍ، وَمِنْ كُلِّ ذِي عَيْنٍ اللَّهُ يَشْفِيكَ ความว่า :"ด้วยพระนามของอัลลอฮฺฉันขอปัดเป่าท่าน จากทุกสิ่งที่รังควาญท่าน จากความอิจฉาของผู้อิจฉา และจากทุกดวงตา อัลลอฮฺจะบำบัดรักษาท่าน"[33] [33] สุนัน อิบนิมาญะฮฺ (3527) จากอุบาดะฮ์ บิน อัศศอมิต เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เศาะฮีหฺโดย อัลอัลบานีย์ ใน เศาะฮีหฺ อิบนิ มาญะฮฺ (2/268)
บทขอความคุ้มครอง บทวิงวอน และการเสกเป่าเหล่านี้ ใช้รักษาจากไสยศาสตร์ การถูกนัยน์ตาอิจฉา การสิงสู่ของญิน และโรคภัยทั้งปวง เพราะแท้จริงมันคือการเสกเป่าที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ ด้วยการอนุญาตจากอัลลอฮฺตะอาลา
ประการที่สาม: การขจัดออกด้วยการทำหิจามะฮ์(การครอบแก้ว/การเจาะเลือดเพื่อรักษา)ในบริเวณหรืออวัยวะที่ปรากฏผลของไสยศาสตร์ หากสามารถกระทำได้ แต่หากไม่สามารถ การรักษาที่ได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้ก็เพียงพอแล้ว ด้วยการสรรเสริญแด่อัลลอฮ์ ตะอาลา[34] [34] ดู: ซาดุลมะอาด (4/125) และยังมีวิธีการรักษาไสยศาสตร์ประเภทอื่นๆ หลังจากที่มันเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งอนุญาตให้กระทำได้หากได้ถูกทดลองใช้แล้วและเกิดประโยชน์ ดูเพิ่มเติมใน: มุศ็อนนัฟ อิบนิ อบี ชัยบะฮฺ, (7/386-387) และฟัตหุลบารีย์ (10/233-234) และมุศ็อนนัฟ อับดิรฺร็อซซาก (11/13) และอัศ-ศอริม อัล-บัตตาร (หน้า 194-200) และ อัส-สิหร์ หะกีก่อตุฮู วะหุกมุฮู ของ ดร.มุสฟิร อัด-ดุมัยนีย์ (หน้า 64-66)
ประเภทที่สี่: ยาตามธรรมชาติ โดยมียาตามธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ ซึ่งอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺอันบริสุทธิ์ได้ชี้แนะไว้ หากมนุษย์ได้ใช้มันด้วยความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง ด้วยความสัตย์จริง และด้วยการมุ่งมั่นตั้งใจ พร้อมกับศรัทธาว่าประโยชน์นั้นมาจากอัลลอฮ์ อัลลอฮ์ก็จะทรงให้เกิดประโยชน์ด้วยยาเหล่านั้น หากพระองค์ทรงประสงค์ เช่นเดียวกัน ยังมียาที่ปรุงขึ้นจากสมุนไพรและอื่นๆ ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนการทดลอง ดังนั้นจึงไม่เป็นที่ต้องห้ามในการนำมาใช้ประโยชน์ตามบทบัญญัติศาสนา ตราบใดที่มันไม่เป็นสิ่งต้องห้าม[35] [35] ดู ฟัตหุลฮัก อัลมุบีน ฟี อิลาจ อัศศ็อร วัสสิหร์ วัลอัยน์ (หน้า 139)
และส่วนหนึ่งของการบำบัดรักษาตามธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮ์ ตะอาลา คือ: น้ำผึ้ง[36] และฮับบะตุสเซาดาอ์ (เทียนดำ) [37] น้ำซัมซัม[38] และน้ำฝน ดังคำดำรัสของพระองค์ ตะอาลา ที่ว่า : "และเราได้ให้น้ำฝนหลั่งลงมาจากฟากฟ้าเป็นที่จำเริญ" [ซูเราะฮ์ ก๊อฟ : 9] และน้ำมันมะกอก؛ ตามหะดีษของท่านนบี ﷺ ที่ว่า: "พวกเจ้าจงกินน้ำมัน และจงชะโลม (ร่างกาย) ด้วยมัน เพราะว่ามันมาจากต้นไม้อันจำเริญ"[39] และเป็นที่ประจักษ์แล้วจากประสบการณ์จริง การนำไปใช้ และการศึกษาค้นคว้าว่า มันคือน้ำมันที่ดีที่สุด[40] ส่วนยาจากธรรมชาตินั้นก็ได้แก่ การอาบน้ำ การทำความสะอาด และการประพรมน้ำหอม[41] [36] ดู: ฟัตหุลหัก อัล-มุบีน (หน้า140) และจะกล่าวถึงการรักษาด้วยน้ำผึ้งในหนังสือเล่มนี้ [37] ดู ฟัตหุลฮักกิลมุบีน (หน้า 141) และจะมีการกล่าวถึงการรักษาด้วยฮับบะตุสเซาดาอ์ (เทียนดำ) ในหนังสือเล่มนี้ [38] ดู ฟัตหุลหัก อัลมุบีน (หน้า 144) และจะมีการกล่าวถึงการรักษาด้วยน้ำซัมซัมในหนังสือเล่มนี้ [39] มุสนัดอะห์มัด (3/497) หะดีษเลขที่ (16055) อัตติรมิซีย์ (1851) และอิบนุมาญะฮ์ (3319) และเศาะฮีฮฺโดย อัลอัลบานีย์ ในเศาะฮีฮฺ อัตติรมิซีย์ (2/166) [40] ดูฟัตหุ้ลหักกิลมุบีน ฟี อิลาจิศศิรอฺ วัสสิหฺริ วัลอะอัยน์ (หน้า 142) (41) ดู : แหล่งอ้างอิงเดิม (หน้า 145)
2- การรักษาอัลอัยนฺ (การถูกนัยน์ตาอิจฉา)
ประเภทของการรักษาการถูกนัยน์ตา:
หมวดที่ 1: ก่อนการประสบ ซึ่งมีหลายประเภท:
1- การป้องกันตนเอง และการปกป้องผู้ที่เกรงว่าจะได้รับอันตราย ด้วยการกล่าวซิกรฺ บทดุอาอ์และบทขอความคุ้มครองต่าง ๆ ที่ศาสนาบัญญัติไว้ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในส่วนแรกของการรักษาไสยศาสตร์[42] [42] ดู: สิ่งที่ได้กล่าวไปแล้วเกี่ยวกับการรักษาไสยศาสตร์จากหนังสือเล่มนี้
2- ให้ผู้ที่เกรงหรือกลัวว่าจะก่อให้เกิดเคราะห์ร้ายด้วยสายตาของตนเอง กล่าวขอดุอาอ์ให้เกิดความจำเริญ (บะเราะกะฮฺ) เมื่อเขาได้เห็นสิ่งที่น่าประทับใจในตัวของเขาเอง ในทรัพย์สินของเขา ลูกของเขา พี่น้องของเขา หรือสิ่งอื่น ๆ นอกจากนั้น โดยให้เขากล่าวว่า: ((مَا شَاءَ اللَّهُ لاَ قُوَّةَ إِلاَّ بِاللَّهِ، اللَّهُمَّ بَارِكْ عَلَيْهِ)) ความว่า : “ตามที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ ไม่มีพลังอำนาจใด ๆ นอกจากด้วยอัลลอฮฺ โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงประทานบะรอกัต (ความจำเริญ) แด่เขา” ทั้งนี้เนื่องด้วยคำกล่าวของท่านนบี ﷺ ที่ว่า: “เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านเห็นสิ่งที่ทำให้เขามีความประทับใจในตัวของพี่น้องคนหนึ่งของเขา ก็ให้กล่าวอวยพรแสดงความจำเริญ (บะเราะกะฮฺ) แก่เขาคนนั้น”[43] [43] มุวัฏเฏาะอ์ มาลิก (2/938) และอิบนุมาญะฮ์ (เล่ม 2/1160) หะดีษเลขที่ (3509) และอะห์มัด (4/447) หะดีษเลขที่ (15700) อัลบานีย์ได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์ อิบนุมาญะฮ์ (2/265) และซาดุลมะอาด (4 /170) และอัศศอริม อัลบัตตาร ฟี อัตตะศ็อดดี ลิสสะหะเราะฮฺ วัลอัชรอร ของเชค วะฮีด อับดุสสลาม (หน้า 229-252)
3- ปกปิดความดีงามของผู้ที่เกรงว่าจะถูกนัยน์ตา[44] [44] ดู: ชัรหุสสุนนะฮ์ ลิลบะเฆาะวีย์ (3/116) และ ซาดุลมะอาด (4/173)
หมวดที่ 2: หลังจากประสบกับโรคตา (อัลอัยนฺ) ซึ่งมีอยู่หลายประเภทดังนี้:
1- เมื่อทราบตัวผู้ที่ก่อให้เกิดสายตาอิจฉาแล้ว เขาจะถูกสั่งให้ทำการอาบน้ำละหมาด แล้วผู้ที่ถูกสายตาอิจฉาก็ให้อาบน้ำจากน้ำที่เขาใช้นั้น[45] [45] ดู: สุนัน อบูดาวูด (4/9) หะดีษเลขที่ (5056) อัลอัลบานีย์กล่าวว่าเศาะฮีหฺ ใน สิลสิละฮฺ อัลอะหาดีษ อัศเศาะฮีหะฮฺ (6/61) และซาดุลมะอาด (4/163) และดู: การป้องกันและรักษาจากอัลกิตาบและอัซซุนนะฮฺ ของมุหัมมัด บิน ชายิอฺ (หน้า 144-147)
2. อ่านสิ่งต่อไปนี้ให้มาก: قُلۡ هُوَ ٱللَّهُ أَحَدٌ ความว่า : "จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) พระองค์คืออัลลอฮ์ผู้ทรงเอกะ" อัล-มุเอาวิซะตาน(ซูเราะฮ์อัล-ฟะลักและซูเราะฮฺอัน-นาส) ซูเราะฮ์อัลฟาตีฮะฮ์ อายะฮ์ท้ายๆ ของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ และบรรดาบทดุอาอ์ที่ถูกบัญญัติไว้สำหรับการเป่ารักษาพร้อมกับการเป่าลม (อันนัฟษ์) และการลูบบริเวณที่เจ็บปวดด้วยมือขวา ดังเช่นที่ปรากฏในแนวทางการรักษาไสยศาสตร์ประเภทที่สอง ในข้อย่อย (ญีม) จากหมายเลข (1- 11)[46] [46] ดู: สิ่งที่กล่าวมาแล้วในการรักษาไสยศาสตร์ประเภทที่สองจากหนังสือเล่มนี้
3- ให้อ่านลงในน้ำพร้อมกับการเป่า จากนั้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำนั้น และใช้น้ำส่วนที่เหลือเทราดบนตัวเขา[47] หรืออ่านลงในน้ำมันแล้วนำมาชโลมตัว[48] และหากการอ่านนั้นเป็นการอ่านลงในน้ำซัมซัม ก็จะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นหากสามารถหามาได้โดยง่าย[49] หรือ(อ่านลงใน)น้ำฝน[50] [47] สุนัน อบีดาวูด (4/10) หะดีษเลขที่ (3885) ท่านนบี ﷺ ได้กระทำเช่นนั้นแก่ษาบิต บิน ก็อยส์ และอัลอัลบานีย์ได้ตัดสินว่าเฎาะอีฟในเฎาะอีฟ อบีดาวูด (836) [48] มุสนัดอะห์มัด (3/497) หะดีษเลขที่ (16055) และอัลอัลบานีย์ตัดสินว่าเศาะฮีห์ในหนังสือซิลซิละตุลอะฮาดีษอัศเศาะฮีฮะฮ์ (1/108) หะดีษเลขที่ (379) [49] ดูสิ่งที่กล่าวมาแล้วในประเภทที่สี่ เรื่องการรักษาไสยศาสตร์ ในหนังสือเล่มนี้ [50] ดูที่กล่าวไปแล้วในประเภทที่สี่ของการรักษาไสยศาสตร์ ในหนังสือเล่มนี้
4- ไม่เป็นไรที่จะเขียนอายะฮ์ต่างๆ จากอัลกุรอานสำหรับผู้ป่วย แล้วนำไปล้างและให้เขาดื่มน้ำนั้น[51] และจากอายะฮ์เหล่านั้นคือ อัลฟาติหะฮ์ อายะฮ์อัลกุรซีย์ และสองอายะฮ์สุดท้ายจากซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ และ قُلۡ هُوَ ٱللَّهُ أَحَدٌ ความว่า : "จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) พระองค์คืออัลลอฮ์ผู้ทรงเอกะ" อัล-มุเอาวิซะตาน(ซูเราะฮ์อัล-ฟะลักและซูเราะฮฺอัน-นาส) และบรรดาบทดุอาอ์สำหรับเป่ารักษา ดังที่ปรากฏในการรักษาไสยศาสตร์ประเภทที่สอง ในหัวข้อย่อย (ข) และ (ค) จากข้อ (1-11)[52] [51] ดู: ซาด อัลมะอาด โดย อิบนุลก็อยยิม (4/170) และฟะตาวาอิบนุตัยมิยะฮ์ (19/64) [52] ดู: ประเภทที่สองของการรักษาไสยศาสตร์ ในหนังสือเล่มนี้
หมวดที่ 3: แนวทางปฏิบัติเพื่อปัดเป่าตาร้ายของผู้อิจฉา ซึ่งมีดังต่อไปนี้:
1- ให้ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺจากความชั่วร้ายของมัน
2- การยำเกรงต่ออัลลอฮ์ และการพิทักษ์รักษาพระองค์ในคำสั่งใช้และคำสั่งห้ามของพระองค์: “เจ้าจงปกป้องรักษา (ศาสนาของ) อัลลอฮ์ แล้วอัลลอฮ์จะทรงปกป้องรักษาเจ้า”[53] [53] รายงานโดย อัตติรมีซีย์ (2516) และเศาะฮีหฺโดยอัลอัลบานีย์ ใน เศาะฮีหฺ อัตติรมีซีย์ (2/309)
3. การอดทนต่อผู้อิจฉาและการให้อภัยแก่เขา คือการไม่ต่อสู้ตอบโต้ ไม่กล่าวโทษ และไม่คิดร้ายต่อเขา
4- การมอบหมายต่ออัลลอฮ์ เพราะผู้ใดที่มอบหมายต่ออัลลอฮ์ พระองค์ก็จะทรงเป็นผู้พอเพียงแก่เขา
5- ไม่เกรงกลัวผู้อิจฉา และไม่ทำให้หัวใจต้องหมกมุ่นอยู่กับเขา และนี่คือยาบำบัดที่ให้คุณประโยชน์ที่สุดอย่างหนึ่ง
6- การเข้าหาอัลลอฮ์ ความบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ และการแสวงหาความพอพระทัยจากพระองค์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์
7- การสำนึกผิด (เตาบะฮ์) จากบาปทั้งหลาย เพราะว่ามันจะทำให้ศัตรูของเขามีอำนาจเหนือเขา: "และเคราะห์กรรมอันใดที่ประสบแก่พวกเจ้า ก็เนื่องด้วยน้ำมือของพวกเจ้าได้ขวนขวายไว้และพระองค์ทรงอภัย (ความผิดให้) มากต่อมากแล้ว" ซูเราะฮ์ อัชชูรอ، อายะฮ์ที่: 30
8- การเศาะดะเกาะฮ์และการทำความดีงามตามความสามารถ เพราะแท้จริงแล้วการกระทำดังกล่าวมีผลอันน่าอัศจรรย์ในการขจัดภัยพิบัติ ภัยจากดวงตา และความชั่วร้ายของผู้อิจฉา
9- การดับไฟของผู้อิจฉา ผู้อธรรม และผู้ที่สร้างอันตราย ด้วยการทำความดีต่อเขา ยิ่งเขาเพิ่มพูนอันตราย ความชั่วร้าย การอธรรม และการอิจฉาแก่ท่านมากเท่าใด ท่านก็ยิ่งเพิ่มพูนการทำความดี การให้คำแนะนำตักเตือน และความเมตตาสงสารต่อเขามากขึ้น และสิ่งนี้จะไม่มีผู้ใดได้รับความสำเร็จให้กระทำได้ นอกจากผู้ที่ส่วนของเขาจากอัลลอฮฺนั้นยิ่งใหญ่
10. การทำให้เตาฮีดบริสุทธิ์ และมอบความบริสุทธิ์ใจแด่พระผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ ผู้ซึ่งไม่มีสิ่งใดสามารถให้โทษและให้คุณประโยชน์ได้เว้นแต่ด้วยการอนุมัติของพระองค์ มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ และเตาฮีดนั้นเป็นศูนย์รวมของสิ่งดังกล่าวทั้งหมดและเป็นแกนหลักของสาเหตุทั้งหลายเหล่านี้ ดังนั้นเตาฮีดจึงเป็นป้อมปราการอันยิ่งใหญ่ที่สุดของอัลลอฮฺ ซึ่งผู้ใดที่ได้เข้าไปในนั้น เขาย่อมเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ปลอดภัย
และนี่คือสิบประการที่ใช้ในการปัดเป่าความชั่วร้ายของผู้อิจฉา ผู้ที่ทำร้ายด้วยสายตา และนักไสยศาสตร์[54] [54] ดู: บะดาอิอ์ อัลฟะวาอิด ของอิบนุอัลก็อยยิม (2/238-245)
3- การรักษาภาวะญินปะปนหรือเข้าสิงมนุษย์
การรักษาผู้ที่ถูกญินเข้าสิง แบ่งออกเป็นสองประเภท:
หมวดที่ 1: ก่อนการประสบภัย
ส่วนหนึ่งของการป้องกันคือ การรักษาสิ่งที่เป็นฟัรฎูและวาญิบทั้งหมด การออกห่างจากสิ่งต้องห้ามทั้งหมด การสำนึกผิดกลับตัวจากความชั่วทั้งหลาย และการปกป้องตนเองด้วยบรรดาอัซการ ดุอาอ์ และบทขอความคุ้มครองต่างๆ ตามบทบัญญัติ
หมวดที่ 2 การรักษาหลังจากญินเข้าสิง
การอ่านของมุสลิมที่หัวใจของเขาสอดคล้องกับลิ้น และการรุกยะฮ์ของเขาแก่ผู้ป่วย และการรักษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการรุกยะฮ์ด้วยซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์ [55] อายะฮ์อัลกุรซีย์ สองอายะฮ์สุดท้ายของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ และ قُلۡ هُوَ ٱللَّهُ أَحَدٌ ความว่า : "จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) พระองค์คืออัลลอฮ์ผู้ทรงเอกะ" จากนั้นอ่าน قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلۡفَلَقِ ความว่า : "จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระผู้อภิบาลแห่งรุ่งอรุณ" และ قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلنَّاسِ ความว่า : "จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระผู้อภิบาลแห่งมนุษยชาติ" พร้อมกับการเป่าไปยังผู้ป่วย และให้กระทำซ้ำเช่นนั้นสามครั้งหรือมากกว่า และอ่านอายาตอื่นๆ จากอัลกุรอาน เพราะแท้จริงอัลกุรอานทั้งหมดนั้นคือการบำบัดสำหรับสิ่งที่อยู่ในทรวงอก เป็นยารักษา เป็นทางนำ และเป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา[56] และใช้บทดุอาอ์ต่างๆ สำหรับการเป่ารักษาดังที่ปรากฏอยู่ในประเภทที่สองของการรักษาไสยศาสตร์ ในหมวดบาอ์ (ب) และ ญิม(ج)[57] และในการรักษานี้จำเป็นต้องประกอบด้วยสองประการ : [55] ดู: สุนัน อบีดาวูด (4/13-14) หะดีษเลขที่ (3896) อะห์มัด (5/210) หะดีษเลขที่ (21835) และอัลอัลบานีย์ตัดสินว่าเศาะฮีฮฺ ใน สิลสิละฮฺ อัลอะฮาดีษ อัศเศาะฮีฮะฮฺ (2028) [56] ดู: อัลฟัตหุรฺร็อบบานีย์ ตัรตีบ มุสนัด อัลอิมาม อะห์มัด (17/183) [57] ดู: ประเภทที่สองของการรักษาไสยศาสตร์จากหนังสือเล่มนี้
ประการแรก (คือการรักษา) จากทางตัวของผู้ป่วยเอง ด้วยความเข้มแข็งของจิตใจ ความสัตย์จริงในการมุ่งเข้าหาอัลลอฮ์ และการขอความคุ้มครอง (ต่อพระองค์) อย่างถูกต้อง โดยที่หัวใจและลิ้นนั้นสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน
และประการที่สอง (คือการรักษา) จากทางตัวของผู้รักษา: โดยที่เขาเองก็จะต้องเป็นเช่นนั้นด้วย (คือมีความเข้มแข็งและสัตย์จริง) เพราะแท้จริงแล้ว อานุภาพของอาวุธนั้นขึ้นอยู่กับผู้ที่กวัดแกว่งมัน[58] [58] ดู: รุกยะฮ์อย่างละเอียดที่เป็นประโยชน์ ในหนังสือ อัศ-ศอริม อัล-บัตตาร ของชัยคฺ วะฮีด อับดุสสะลาม (หน้า109-117) และดู: ซาดุลมะอาด (4/66-69) อีฎอหุลฮัก ฟี ดุคูล อัล-ญินนี บิล-อินซีย์ วัร-ร็อด อะลา มัน อันกะรอ ซาลิก ของท่านอัลลามะฮฺ อับดุลอะซีซ บิน อับดุลลอฮฺ อิบนิ บาซ (หน้า 14) ฟะตาวา อิบนิ ตัยมียะฮฺ (19/9-65) และ (24/276) อัล-วิกอยะฮ์ วัล-อิลาจ มินัล-กิตาบ วัส-สุนนะฮ์ ของมุหัมมัด บิน ชายิอฺ (หน้า 66-69) และดู: วิธีการขับไล่ญินออกจากบ้าน ใน อัล-วิกอยะฮ์ วัล-อิลาจ ของมุหัมมัด บิน ชายิอฺ (หน้า 59) และ อาลัม อัล-ญิน วัศ-ชะยาฏีน ของอัล-อัชก็อร (หน้า130)
และหากมีการอะซานใส่หูของผู้ที่ถูกสิงก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าชัยฏอนจะหนีจากสิ่งนั้น[59] [59] ดู: ฟัตหุลฮัก อัลมุบีน ฟี อิลาจ อัศศ็อรอิ วัสสิหริ วัลอัยน์ (หน้า 112) และรายงานโดย อัลบุคอรีย์ (574)
4. การรักษาโรคทางจิต:
การรักษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับโรคทางจิต[60]และความอึดอัดคับแค้นใจ (ความเครียด/วิตกกังวล) โดยสรุปมีดังต่อไปนี้: [60] โปรดดูในเรื่องนี้: สาเหตุของการที่หัวใจปลอดโปร่งและผ่องใส ใน ซาด อัลมะอาด (2/23-28) และหนังสือ อัลวะสาอิล อัลมุฟีดะฮ์ ลิลหะยาต อัสสะอีดะฮ์ ของอัลอัลลามะฮ์ อับดุรเราะห์มาน บิน นาศิร อัสสะอ์ดีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺ.
1- การได้รับทางนำ และการเตาฮีด เช่นเดียวกับการหลงผิด และการตั้งภาคีนั้นถือเป็นสาเหตุที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประการหนึ่งที่ทำให้เกิดความอึดอัดคับแค้นใจ
2- รัศมีแห่งศรัทธาที่สัตย์จริง ซึ่งอัลลอฮ์ทรงประทานในหัวใจของบ่าว พร้อมกับการประกอบคุณงามความดี
3- ความรู้ที่เป็นประโยชน์: เพราะยิ่งความรู้ของบ่าวแผ่ขยายกว้างไกลออกไปมากเท่าใด จิตใจของเขาก็จะยิ่งเปิดกว้างและขยายตัวตามไปด้วยมากเท่านั้น
4- การหันเข้าหาและการกลับไปสู่อัลลอฮ์ การรักพระองค์ทั้งหัวใจ การมุ่งหน้าเข้าหาพระองค์ และการหาความสุข (ดื่มด่ำ) ในการประกอบอิบาดะฮ์ต่อพระองค์
5- การรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างสม่ำเสมอในทุกสภาวการณ์และในทุกสถานที่ เพราะการรำลึกนั้นมีผลอย่างน่ามหัศจรรย์ในการทำให้จิตใจมีความเปี่ยมสุขเบิกบานและมีความสุขเกษม อีกทั้งยังทำให้ความเศร้าโศกเสียใจและความวิตกกังวลจางหายไป
6- การทำดีต่อสรรพสิ่งที่ถูกสร้างด้วยความดีในรูปแบบต่างๆ และการให้คุณประโยชน์แก่พวกเขาเท่าที่สามารถจะทำได้ ดังนั้นผู้ที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และทำความดีจึงเป็นผู้ที่มีความปลอดโปร่งในหัวอกมากที่สุด มีจิตใจที่ผ่องใสที่สุด และมีหัวใจที่เปี่ยมสุขที่สุด
7- ความกล้าหาญ: เพราะแท้จริงแล้ว ผู้ที่กล้าหาญนั้นจะมีจิตใจที่เบิกบานและมีหัวใจที่กว้างขวาง"
8- การขจัดความมุ่งร้าย[61]ของหัวใจ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่น่าตำหนิและเป็นสาเหตุของความคับแค้นและความทุกข์ทรมาน เช่น ความอิจฉาริษยาความเกลียดชัง ความเคียดแค้น ความเป็นศัตรู, ความบาดหมาง และการอธรรม และได้มีหลักฐานยืนยันว่าท่านนบี ﷺ ได้ถูกถามถึงมนุษย์ที่ประเสริฐที่สุด ท่านจึงกล่าวว่า: "คือทุกคนที่เป็น ‘มัคมูม อัล-ก็อลบ์’ และเป็นผู้มีวาจาสัตย์" พวกเขาจึงกล่าวว่า: สำหรับ ‘ผู้มีวาจาสัตย์’ นั้นเราทราบดีอยู่แล้ว แต่ ‘มัคมูม อัล-ก็อลบ์’ คืออะไรหรือ? ท่านจึงกล่าวว่า: "คือผู้ที่มีความยำเกรงและสะอาดบริสุทธิ์ ในหัวใจของเขาไม่มีบาป ไม่มีการอธรรม ไม่มีความพยาบาทอาฆาต และไม่มีความอิจฉาริษยา"[62] [61] "ดะฆ็อล อัช-ชัยอ์" หมายถึง ตำหนิหรือความบกพร่องที่แฝงอยู่ภายใน ซึ่งทำให้สิ่งนั้นเสียหรือเสื่อมลง [62] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮ์ (4216) และอัลบานีย์ได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์อิบนุมาญะฮ์ (2/411)
9- การละทิ้งสิ่งที่เกินความจำเป็น ทั้งในการมอง การพูด การฟัง การคลุกคลีกับผู้คน การกิน และการนอน เพราะแท้จริงแล้ว การสลัดสิ่งส่วนเกินเหล่านี้ทิ้งไป เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ทำให้หัวใจได้รับความสุขสำราญ และทำให้ความวิตกกังวลและความเศร้าโศกมลายหายไป
10- การจดจ่ออยู่กับการงานใดงานหนึ่ง หรือการศึกษาหาความรู้ที่เป็นประโยชน์ เพราะมันจะทำให้หัวใจหันเหไปจากสิ่งที่ทำให้กังวล
11- การให้ความสำคัญกับภารกิจในวันปัจจุบัน และการตัดความกังวลที่มีต่ออนาคต รวมถึงความเศร้าโศกต่อสิ่งที่ผ่านพ้นไปในอดีต ดังนั้น บ่าว (ของอัลลอฮ์) ควรพยายามอย่างเต็มที่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่เขา ทั้งในเรื่องศาสนาและเรื่องทางโลก พร้อมทั้งทูลขอต่อพระเจ้าให้ทรงประทานความสำเร็จในเป้าหมายนั้น และขอความช่วยเหลือจากพระองค์ในการดำเนินการดังกล่าว เพราะแท้จริงแล้ว สิ่งนี้จะช่วยปลอบประโลมและขจัดความวิตกกังวลและความเศร้าโศกให้หมดไป
12- การมองไปยังผู้ที่ด้อยกว่าคุณ และอย่ามองไปยังผู้ที่อยู่เหนือกว่าคุณ: ทั้งในด้านสุขภาพ และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงในด้านปัจจัยยังชีพและสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน
13- การลืมสิ่งที่ผ่านพ้นไปแล้วจากบรรดาเรื่องเลวร้าย (หรือความไม่สมหวัง) ที่เขาไม่สามารถแก้ไขหรือดึงมันกลับคืนมาได้ โดยเขาจะไม่ปล่อยให้ความคิดไปจดจ่ออยู่กับเรื่องนั้นอย่างเด็ดขาด
14- เมื่อใดก็ตามที่เกิดภัยพิบัติหรือความทุกข์ยากอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นกับบ่าว ให้เขาพยายามผ่อนหนักเป็นเบา โดยการคาดการณ์ถึง 'สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด' ที่อาจเกิดขึ้นได้จากเรื่องนั้น แล้วให้เขารับมือหรือป้องกันมันตามความสามารถที่เขามี
15. ความเข้มแข็งของจิตใจ และการไม่ตื่นตระหนกหวั่นไหวต่อภาพลวงตาและจินตนาการที่ความคิดชั่วร้ายนำพามา ไม่โกรธ และไม่คาดวิตกถึงการสูญสิ้นของสิ่งที่รักและการเกิดขึ้นของสิ่งเลวร้าย แต่ให้มอบหมายกิจการงานทั้งปวงแด่อัลลอฮฺ พร้อมกับการขวนขวายในสาเหตุที่เป็นประโยชน์ และวิงวอนขอการอภัยโทษและความปลอดภัยจากอัลลอฮฺ
16- การที่หัวใจพึ่งพิงต่ออัลลอฮ์ การมอบหมายต่อพระองค์ และการคาดหวังที่ดีต่อพระองค์ สุบหานะฮู วะตะอาลา เพราะแท้จริงผู้ที่มอบหมายต่ออัลลอฮ์นั้น ความคิดเพ้อเจ้อจะมิส่งผลอันใดกับเขา
17- ผู้มีปัญญาย่อมตระหนักดีว่า ชีวิตที่แท้จริงคือชีวิตแห่งความสุขและความสงบ และมันก็ช่างสั้นนัก เขาจึงไม่บั่นทอนมันให้สั้นลงด้วยความวิตกกังวล และการปล่อยเวลาให้หมดไปกับความเศร้าหมอง เพราะแท้จริงแล้วสิ่งนั้นขัดกับชีวิตที่สมบูรณ์
18- เมื่อใดที่ความโชคร้ายหรือเรื่องไม่พึงใจมาประสบกับเขา ให้เขาเปรียบเทียบระหว่าง 'ความโปรดปราน (เนียะมัต) ที่ยังหลงเหลืออยู่' ทั้งในด้านศาสนาและทางโลก กับ 'ความโชคร้าย' ที่มาประสบนั้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว เขาจะเห็นความชัดเจนของความโปรดปรานจำนวนมหาศาลที่เขาดำรงอยู่ และในทำนองเดียวกัน ให้เขาเปรียบเทียบระหว่าง 'ความเสียหายที่เขาหวาดกลัว' ว่าจะเกิดขึ้น กับ 'โอกาสหรือความเป็นไปได้อันมากมายที่จะปลอดภัย' โดยอย่าปล่อยให้ความเป็นไปได้เพียงเล็กน้อย (ที่เลวร้าย) มาครอบงำความเป็นไปได้ส่วนใหญ่ที่เข้มแข็งกว่า และด้วยวิธีการนี้ ความวิตกกังวลและความกลัวของเขาก็จะมลายหายไป
19- เขาพึงตระหนักว่า การประทุษร้ายจากผู้คนนั้นไม่อาจทำอันตรายใดๆ ต่อเขาได้เลย โดยเฉพาะคำพูดที่ชั่วร้าย (การนินทา/ใส่ร้าย) ในทางกลับกัน สิ่งเหล่านั้นจะย้อนกลับไปทำร้ายตัวของผู้พูดเอง ดังนั้น เขาจึงไม่ควรเก็บเรื่องเหล่านั้นมาใส่ใจ หรือเอามาคิดให้รกสมอง เพื่อไม่ให้มันสามารถย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาได้
20- เขาทำให้ความคิดของเขามุ่งอยู่กับสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเขาในศาสนาและโลกของเขา
21- บ่าวจะไม่เรียกร้องการขอบคุณต่อความดีที่เขาได้ทำไป นอกจากจากอัลลอฮฺเท่านั้น และพึงตระหนักว่านี่คือการปฏิสัมพันธ์ของเขากับอัลลอฮฺ ดังนั้น จึงไม่สนใจต่อการขอบคุณของผู้ใด: ความว่า: "(พวกเขากล่าวว่า) แท้จริงเราให้อาหารแก่พวกเจ้า โดยหวังความโปรดปรานของอัลลอฮ์ เรามิได้หวังการตอบแทนและการขอบคุณจากพวกเจ้าแต่ประการใด" ซูเราะฮ์ อัล-อินซาน : 9
22- การวางเป้าหมายในสิ่งที่เป็นประโยชน์ไว้เบื้องหน้า และพยายามลงมือทำเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามนั้น โดยไม่หันไปให้ความสนใจกับสิ่งที่เป็นโทษ (หรือสิ่งไร้สาระ) และไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นมาจับจองพื้นที่ในสมองหรือในความคิดของเขา
23- การสะสางงานให้เป็นปัจจุบัน และการมีเวลาว่างสำหรับอนาคต เพื่อที่จะได้ทำงานใหม่ที่เข้ามาด้วยความคิดและความสามารถอย่างเข้มแข็งเต็มกำลัง
24. เขาจะเลือกสรรการงานและความรู้ต่างๆ ที่มีประโยชน์ตามลำดับความสำคัญ โดยเฉพาะสิ่งที่เขามีความปรารถนาอย่างมาก และขอความช่วยเหลือในเรื่องนั้นต่ออัลลอฮฺ แล้วจึงปรึกษาหารือ ดังนั้น เมื่อวิเคราะห์แล้วว่ามีประโยชน์และตั้งใจแน่วแน่ ก็ให้มอบหมายต่ออัลลอฮฺ
25- การพูดถึงความโปรดปราน (เนียะมัต) ของอัลลอฮ์ ทั้งที่ปรากฏให้เห็นชัดเจนและที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เพราะแท้จริงแล้ว การรับรู้ถึงความโปรดปรานเหล่านั้นและการพูดถึงมัน จะเป็นเหตุให้อัลลอฮ์ทรงขจัดความวิตกกังวลและความเศร้าโศกให้หมดไป และมันยังเป็นการกระตุ้นให้บ่าวเกิดความกตัญญู (ชุโกร) อีกด้วย
26- การปฏิบัติต่อภรรยา ญาติใกล้ชิด ผู้ที่ต้องติดต่อปฏิสัมพันธ์ด้วย และทุกคนที่ท่านมีความสัมพันธ์ด้วยนั้น คือเมื่อท่านพบข้อบกพร่องในตัวเขา ก็ให้รับรู้ถึงข้อดีต่างๆ ที่เขามีอยู่และนำมาเปรียบเทียบกัน ด้วยการพิจารณาเช่นนี้จะทำให้สัมพันธภาพยืนยาวและจิตใจก็จะเบิกบาน ด้วยเหตุนี้ ท่านศาสดา ﷺ จึงได้กล่าวว่า: “ผู้ศรัทธาชาย(สามี) จงอย่าได้เกลียดผู้ศรัทธาหญิง(ภรรยา) หากเขาไม่พอใจพฤติกรรมบางอย่างจากนาง แน่นอนเขาพอใจกับพฤติกรรมอื่นของนาง”[63] [63] รายงานโดย มุสลิม (2/ 1091) หะดีษเลขที่ (1469)
27- การขอดุอาอ์ให้กิจการทั้งปวงดีงาม และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ: "โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงปรับปรุงศาสนาของข้าพระองค์ อันเป็นเครื่องคุ้มครองกิจการทั้งปวงของข้าพระองค์ และขอพระองค์ทรงปรับปรุงโลกดุนยาของข้าพระองค์ ซึ่งเป็นที่ดำรงชีวิตของข้าพระองค์ และขอพระองค์ทรงปรับปรุงอาคิเราะฮ์ของข้าพระองค์ ซึ่งเป็นที่กลับคืนของข้าพระองค์ และขอทรงทำให้ชีวิตนี้เป็นการเพิ่มพูนความดีทุกประการแก่ข้าพระองค์ และขอทรงทำให้ความตายเป็นการพักผ่อนแก่ข้าพระองค์จากความชั่วทั้งปวง"[64] ، และอีกบทหนึ่งคือ: "โอ้ อัลลอฮ์ ฉันหวังในความเมตตาของพระองค์ โปรดอย่าปล่อยให้ฉันรับผิดชอบชีวิตของฉันด้วยตัวของฉันเองเพียงลำพังแม้เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ตาม และโปรดทำให้การงานของฉันทั้งหมดนั้นถูกต้อง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่คู่ควรแก่การเคารพภักดี เว้นแต่พระองค์ผู้เดียวเท่านั้น" [65] [64] มุสลิม (4/ 2087) หะดีษเลขที่ (2720) [65] บันทึกโดย อบูดาวูด (4/324) หะดีษเลขที่ (5090) และอะหฺหมัด (5/42) หะดีษเลขที่ (20430) และอัลบานีย์ได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษเศาะฮีห์ในหนังสือเศาะฮีหุลญามิอ์ (3388) และได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษหะสันในหนังสือเศาะฮีหฺสุนันอบีดาวูด (3/251)
28- การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์; ด้วยคำกล่าวของท่านนบี ﷺ ที่ว่า: "พวกท่านจงทำการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์ เพราะแท้จริงการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์นั้นเป็นประตูบานหนึ่งจากบรรดาประตูของสวรรค์ ซึ่งอัลลอฮ์จะทรงช่วยให้รอดพ้นจากความทุกข์โศกและความเศร้าหมองด้วยสาเหตุจากมัน"[66] [66] บันทึกโดยอะฮ์หมัด (5/314, 316, 319, 326, 330) ด้วยหมายเลข (21624, 22680, 22732) อัลฮากิม (2/75) ซึ่งบอกว่าเป็นหะดีษเศาะฮีห์และอัซซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องด้วย และอัลบานีย์บอกว่าเป็นหะดีษเศาะฮีห์ในหนังสือสิลสิละฮ์ อัลอะฮาดีษ อัศเศาะฮีฮะฮ์ (2/274)
ปัจจัยและแนวทางเหล่านี้ ถือเป็นยาบำบัดโรคทางจิตอันมีคุณประโยชน์ยิ่ง และเป็นหนึ่งในยาขนานเอกสำหรับบำบัดความวิตกกังวลทางจิตใจ สำหรับผู้ที่นำไปใคร่ครวญพิจารณาและปฏิบัติด้วยความสัจจริงและบริสุทธิ์ใจ ซึ่งมีปราชญ์บางท่านได้นำวิธีการเหล่านี้ไปใช้รักษาอาการป่วยทางจิตในหลายกรณีมาแล้ว และอัลลอฮฺก็ได้บันดาลให้เกิดคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงด้วยวิธีการดังกล่าว[67] [67] ดู: บทนำ อัล-วะสาอิล อัล-มุฟีดะฮ์, พิมพ์ครั้งที่ 5 (หน้า : 6)
5- การรักษาแผลเปื่อยและแผลสด
ท่านนบี ﷺ ครั้นเมื่อมีคนมาร้องทุกข์ หรือเขาผู้นั้นมีแผลพุพองหรือบาดแผล ท่านก็จะทำด้วยนิ้วของท่านเช่นนี้ -และท่านซุฟยานก็ได้วางนิ้วชี้ของเขาลงบนดิน หลังจากนั้นก็ยกมันขึ้นมา- พร้อมกับกล่าวว่า: بِسمِ اللهِ، تُرْبَةُ أرْضِنَا، بِرِيقَةِ بَعْضِنَا، يُشْفَى بِهِ سَقِيمُنَا، بإذْنِ رَبِّنَا ความว่า : "ฉันขอรักษาด้วยพระนามของอัลลอฮฺ นี่คือดินของเรา ผสมกับน้ำลายของบางคนจากพวกเรา เพื่อให้คนป่วยของเราหายจากอาการป่วย ด้วยพระประสงค์ของพระผู้อภิบาลของเรา"[68] [68]อัลบุคอรีย์ ในตำราฟัตหุลบารีย์ (10/206) หะดีษเลขที่ (5745) และมุสลิม (4/1724) หะดีษเลขที่ (2194)
ความหมายของหะดีษก็คือ: คือการที่เขาเอาน้ำลายของตนเองมาไว้ที่นิ้วชี้ของเขา หลังจากนั้นก็นำนิ้วนั้นไปแตะลงบนดิน ซึ่งจะมีเศษดินติดขึ้นมา แล้วนำมันมาลูบบริเวณที่เป็นแผลหรือส่วนที่เจ็บป่วย และกล่าวถ้อยคำนี้ในขณะที่กำลังลูบอยู่ [69] ดู: หนังสือเศาะหีหฺ มุสลิม พร้อมบทอธิบายโดยท่านอิมาม อัน-นะวะวีย์ (14/184) ฟัตหุลบารี โดยอิบนุ หะญัร (10/208) และดูคำอธิบายอย่างละเอียดของหะดีษใน ซาดุลมะอาด (4/186-187)
6- การบำบัดรักษาเมื่อประสบกับภัยพิบัติหรือความสูญเสีย
مَا أَصَابَ مِن مُّصِيبَةٍ فِي الْأَرْضِ وَلَا فِي أَنفُسِكُمْ إِلَّا فِي كِتَابٍ مِّن قَبْلِ أَن نَّبْرَأَهَا إِنَّ ذَٰلِكَ عَلَى اللَّهِ يَسِيرٌ ความว่า : "ไม่มีเคราะห์กรรมอันใดเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ หรือในตัวของพวกเจ้าเอง เว้นแต่สิ่งนั้นได้ถูกบันทึกไว้ก่อนที่เราจะบังเกิดมันขึ้นมา แท้จริงแล้วมันเป็นสิ่งที่ง่ายสำหรับอัลลอฮ์" ความว่า : "เพื่อพวกเจ้าจะได้ไม่เสียใจต่อสิ่งที่พวกเจ้าได้พลาดไป และจะได้ไม่หลงระเริงต่อสิ่งที่พระองค์ทรงประทานแก่พวกเจ้า และอัลลอฮ์ไม่ทรงชอบทุกคนที่หยิ่งผยองโอ้อวด" [ซูเราะฮ์ อัลหะดีด: 22-23]
2- ความว่า : "ไม่มีทุกข์ภัยอันใดเกิดขึ้น เว้นแต่ด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์ และผู้ใดศรัทธาต่ออัลลอฮ์ พระองค์จะทรงเปิดหัวใจของเขา (สู่แนวทางที่ถูกต้อง) และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่งอย่าง" ซูเราะฮ์ อัตตะฆอบุน: 11
3- "ไม่มีบ่าวคนใดที่ประสบกับความทุกข์ยาก แล้วเขากล่าวว่า: إنّا للهِ وَإنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ، اللَّهُمَّ أْجُرْنِي في مُصِيبَتي، وَأخْلِفْ لِي خَيراً مِنْهَا، ความว่า : “แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราจะกลับไปยังพระองค์ โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดประทานผลบุญต่อความทุกข์ยากนี้ของฉัน และขอทรงทดแทนมันด้วยสิ่งที่ดีกว่า” เว้นแต่อัลลอฮฺตะอาลาจะทรงประทานผลบุญให้แก่เขาในความทุกข์ยากของเขา และทรงทดแทนให้แก่เขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า" [70] [70] มุสลิม (2/633) หะดีษเลขที่ (918)
4- "เมื่อลูกของบ่าวคนหนึ่งเสียชีวิต อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสแก่มะลาอีกะฮ์ของพระองค์ว่า: พวกเจ้าได้ยึดวิญญาณลูกของบ่าวของข้าไปแล้วหรือ? พวกเขากล่าวตอบว่า: ใช่แล้ว พระองค์จึงตรัสว่า: พวกเจ้าได้ยึดผลแห่งดวงใจของเขาไปแล้วหรือ? พวกเขากล่าวตอบว่า: ใช่แล้ว พระองค์จึงตรัสว่า: แล้วบ่าวของข้ากล่าวว่าอะไร? พวกเขากล่าวว่า: เขาได้สรรเสริญพระองค์และกล่าวคำรำลึกถึงการกลับคืนสู่พระองค์[71] พระองค์จึงตรัสว่า: จงสร้างบ้านหลังหนึ่งในสวรรค์ให้แก่บ่าวของข้า และจงเรียกมันว่า บ้านแห่งการสรรเสริญ»[72] [71] คือ ท่านได้กล่าวว่า الحمد لله، إنَّا لله وإنَّا إليه راجعون ความว่า : "การสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์, แท้จริงพวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และแท้จริง พวกเราจะกลับไปยังพระองค์" [72] รายงานโดย อัตติรมีซีย์ (1021) และอัลอัลบานีย์กล่าวว่าหะสัน ใน เศาะฮีหฺ อัตติรมีซีย์ (1/298)
5- “อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า: “บ่าวผู้ศรัทธาของข้าไม่มีรางวัลใดตอบแทน ณ ที่ข้า เมื่อข้าได้เอาชีวิตบุคคลอันเป็นที่รักของเขาจากโลกนี้ไป แล้วเขาก็อดทนโดยหวังการตอบแทน นอกจากสวรรค์” [73] [73] อัลบุคอรีย์ พร้อมฟัตหุลบารีย์ (11/242) หะดีษเลขที่ (6424)
6- และท่านนบี ﷺ ได้กล่าวแก่ชายคนหนึ่งที่ลูกชายของเขาเสียชีวิตว่า: "เจ้าไม่ปรารถนาหรือ ที่เมื่อไปถึงประตูใดของสวรรค์ ก็จะพบเขารอคอยเจ้าอยู่"[74] [74] รายงานโดย อะห์มัด (15595) และอัน-นะสาอีย์ (4/23) ในบทว่าด้วยเรื่องการจัดการศพ หัวข้อเรื่องคำสั่งให้หวังผลตอบแทนและอดทนเมื่อเกิดภัยพิบัติ (1870) และสายรายงานนั้นเศาะฮีฮฺตามเงื่อนไขของเศาะฮีฮฺทั้งสอง อิบนุ ฮิบบาน ได้ตัดสินว่าเศาะฮีฮฺ (8/209) และอัล-อัลบานีย์ ได้ตัดสินว่าเศาะฮีฮฺใน เศาะฮีฮฺ อัต-ตัรฆีบ วะ อัต-ตัรฮีบ (2007) และดู: ฟัตหุลบารีย์ (11/243)
7- “อัลลอฮ์ ผู้ทรงเกียรติยิ่ง ตรัสว่า: เมื่อข้าทดสอบบ่าวของข้าด้วยที่รักทั้งสองของเขา แล้วเขาอดทนและมุ่งหวังผลบุญ ข้าจะตอบแทนเขาแทนที่สิ่งทั้งสองนั้นด้วยสวนสวรรค์ หมายถึง ดวงตาทั้งสองของเขา”[75] [75] อัลบุคอรีย์ ในตำราฟัตหุลบารีย์ (10/116)หะดีษเลขที่ (5653) และสำนวนที่อยู่ในวงเล็บมาจากสุนัน อัตติรมิซีย์ (2400) ดู: เศาะฮีหฺ อัตติรมิซีย์ (2/286)
8- “ไม่มีมุสลิมคนใดที่ประสบกับภัยอันตราย จากโรคภัยหรือสิ่งอื่นใดก็ตาม นอกจากอัลลอฮ์จะทรงสลัดความผิดต่างๆ ของเขาให้ร่วงหล่นไป ดั่งที่ต้นไม้สลัดใบของมัน”[76] [76] อัลบุคอรีย์ ในตำราฟัตหุลบารีย์ (10/120)หะดีษเลขที่ (5648) และมุสลิม (4/1991) หะดีษเลขที่ (2571)
9- «ไม่มีมุสลิมคนใดที่ถูกหนามทิ่มตำ หรือสิ่งที่หนักหนายิ่งกว่านั้น เว้นแต่จะถูกบันทึกตำแหน่งให้แก่เขาหนึ่งขั้น และความผิดบาปหนึ่งจะถูกลบล้างออกจากเขา»[77] [77] รายงานโดย มุสลิม (4/1991) หะดีษเลขที่ (2572)
10- “ไม่ว่าจะมีสิ่งใดประสบกับผู้ศรัทธา ทั้งการเจ็บไข้ได้ป่วย[78] ความเหนื่อยล้า[79] ความเจ็บป่วย และความโศกเศร้า แม้กระทั่งความกังวลที่เกิดขึ้นกับเขา[80] นอกจากอัลลอฮ์จะทรงลบล้างความผิดต่างๆ ของเขาด้วยเหตุนั้น”[81] [78] อัล-วะศ็อบ (الوصب) : ความเจ็บปวดที่ต่อเนื่อง และจากความหมายนี้คือคำตรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่ง: (وَلَهُمْ عَذَابٌ وَاصِبٌ) หมายถึง ที่ต่อเนื่องและถาวร ดู ชัรหฺ อัน-นะวะวีย์ (16/130) [79] อันนะศ็อบ : คือความเหนื่อยล้า [80] มีทัศนะหนึ่งอ่านว่า « يَهُمُّه » โดยใส่ฟัตหะฮ์บนยาอ์และฎอมมะฮ์บนฮาอ์ และอีกทัศนะหนึ่งอ่านว่า « يُهَمه » โดยใส่ฎอมมะฮ์บนยาอ์และฟัตหะฮ์บนฮาอ์, กล่าวคือ : ทำให้เขาเศร้าโศก และทั้งสองก็เศาะฮีห์, ดู ชัรห์เศาะฮีห์มุสลิมของอันนะวะวีย์ (16/130) [81] รายงานโดย มุสลิม (4/1993) หะดีษเลขที่ (2573)
11- “แท้จริงผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่จะมาพร้อมกับการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ และแท้จริงอัลลอฮ์นั้นเมื่อพระองค์ทรงรักกลุ่มชนใด พระองค์จะทรงทดสอบพวกเขา ผู้ใดที่พอใจเขาก็จะได้รับความพอพระทัย และผู้ใดที่โกรธเขาก็จะได้รับความกริ้วโกรธ”[82] [83] [82] รายงานโดย อัตติรมีซีย์ (2396) และอิบนุมาญะฮ์ (4031) และอัลอัลบานีย์จัดให้เป็นหะสัน ใน เศาะฮีหฺ อัตติรมีซีย์ (2/286) [83] คำว่า อัสสุคฏ์ (السُّخْط) และ อัสสะคอฏ (السَّخَط) มีความหมายตรงกันข้ามกับ อัรริฎอ (الرضا) หมายถึงความพึงพอใจ และคำว่า สะคิเฏาะ (سَخِطَ) หมายถึง โกรธ ดังนั้นเขาคือผู้ที่โกรธ (สาคิฏ) และคำว่า อัสเคาะเฏาะฮู (أَسْخَطَهُ) หมายถึง ทำให้เขาโกรธ และมีผู้กล่าวว่า: ตะสัคเคาะเฏาะ อะฏออะฮู (تَسَخَّطَ عطاءه) หมายถึง เขาเห็นว่าสิ่งที่ได้รับนั้นน้อยไปและไม่เป็นที่พอใจแก่เขา และคำกริยา สะคิเฏาะ (سَخِطَ) นั้นผันตามรูปแบบของคำว่า ตะอิบะ (تعب) และคำนามของมันคือ อัสสุคฏ์ (السُّخْطُ) ซึ่งพยัญชนะตัวแรกออกเสียงสระฎอมมะฮฺ ...และประโยค สะคิฏตุฮู (سَخِطْتُهُ) และ สะคิฏตุ อะลัยฮิ (سخطت عليه) และ อัสคอฏตุฮู ฟะสะคิเฏาะ (أَسْخَطْتُهُ فَسَخِطَ) นั้นมีรูปแบบและความหมายเหมือนกับประโยค อัฆฎ็อบตุฮู ฟะเฆาะฎิบะ (أغضبته فغضب) (หมายถึง: ฉันทำให้เขาโกรธ เขาก็เลยโกรธ) โปรดดู: อัศศิฮาหฺ หมวด سخط และ อัลมิศบาหฺ อัลมุนีร หมวด سخط
12- “...การทดสอบจะยังคงประสบกับบ่าวต่อไป[84] จนกระทั่งเขาได้เดินอยู่บนหน้าแผ่นดิน โดยไม่มีบาปใดๆ เกิดขึ้นกับเขา»[85]” [84] หมายถึง มุสลิม [85] บันทึกโดย อัตติรมีซีย์ (2698) และอิบนุมาญะฮ์ (4023) และชัยคฺ อัลอัลบานีย์ ตัดสินว่าหะสัน ในเศาะฮีหฺ อัตติรมีซีย์ (2/286)
7- แนวทางการแก้ความกลุ้มใจและความโศกเศร้า
1- ไม่มีบ่าวคนใดที่ประสบความกลุ้มใจและความโศกเศร้า แล้วเขากล่าวว่า: اللَّهُمَّ إِنِّي عَبْدُكَ ابْنُ عَبْدِكَ ابْنُ أَمَتِكَ، نَاصِيَتِي بِيَدِكَ، مَاضٍ فِيَّ حُكْمُكَ، عَدْلٌ فِيَّ قَضَاؤُكَ، أَسْأَلُكَ بِكُلِّ اسْمٍ هُوَ لَكَ،سَمَّيْتَ بِهِ نَفْسَكَ،أَوْ أَنْزَلْتَهُ فِي كِتَابِكَ، أَوْ عَلَّمْتَهُ أَحَدًا مِنْ خَلْقِكَ، أَوِ اسْتَأْثَرْتَ بِهِ فِي عِلْمِ الْغَيْبِ عِنْدَكَ، أَنْ تَجْعَلَ الْقُرْآنَ رَبِيعَ قَلْبِي، وَنُورَ صَدْرِي، وَجَلاءَ حُزْنِي، وَذَهَابَ هَمِّي ความว่า : "โอ้อัลลอฮฺ ฉันคือบ่าวของพระองค์ บุตรของบ่าวชายของพระองค์ บุตรของบ่าวหญิงของพระองค์ ขม่อมของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ กำหนดการของพระองค์ดำเนินบนตัวฉัน ลิขิตแห่งพระองค์นั้นยุติธรรมแก่ฉันแล้ว ฉันขอต่อพระองค์ด้วยพระนามทุกนามของพระองค์ ที่ซึ่งพระองค์ได้ตั้งไว้สำหรับตัวพระองค์เอง หรือที่พระองค์ทรงประทานไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ หรือที่พระองค์ได้สอนมันแก่บ่าวผู้ใดผู้หนึ่งของพระองค์ หรือที่พระองค์เก็บไว้เป็นความลับในความรอบรู้ของพระองค์ ฉันขอให้พระองค์ทรงโปรดประทานให้อัลกุรอานเป็นสิ่งที่รื่นรมย์แก่ใจฉัน เป็นรัศมีแก่อกฉัน เป็นสิ่งที่ขจัดความโศกเศร้าของฉัน และเป็นสิ่งที่ลบความกังวลของฉันให้หมดไป" เว้นเสียแต่ว่าอัลลอฮฺจะทรงขจัดความโศกเศร้าและความกังวลของเขาให้หมดไป และจะทรงเปลี่ยนมันให้เป็นความปิติยินดีแก่เขาแทน"[86] [86] รายงานโดย อะห์มัดในหนังสือมุสนัด (1/391) หะดีษเลขที่ (3712) และอัลบานีย์ได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษเศาะฮีห์ในหนังสือ “เศาะฮีหุตตัรฆีบวัตตัรฮีบ” (182)
2- اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ الْهَمِّ وَالْحَزَنِ، وَالْعَجْزِ وَالْكَسَلِ، وَالْبُخْلِ وَالْجُبْنِ، وَضَلَعِ الدَّيْنِ وَغَلَبَةِ الرِّجَالِ ความว่า :“โอ้อัลลอฮฺแท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความกังวลและความโศกเศร้า ความอ่อนแอและความเกียจคร้าน ความตระหนี่และความขี้ขลาด และจากการเป็นหนี้สินที่มากมายก่ายกอง และจากการกดขี่ของคนอื่น”[87] [87] อัล-บุคอรีย์ (7/158) หะดีษเลขที่ (2893) ท่านเราะซูล ﷺ ชอบที่จะขอดุอาอ์บทนี้ ดู: อัล-บุคอรีย์ ในหนังสือฟัตหุลบารีย์ (11/173)
8. การรักษาความทุกข์ใจ
1- لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ الْعَظِيمُ الْحَلِيمُ، لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ رَبُّ الْعَرْشِ الْعَظِيمِ، لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ رَبُّ السَّمَوَاتِ، وَرَبُّ الْأَرْضِ، وَرَبُّ الْعَرْشِ الْكَرِيمِ ความว่า : "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่และทรงอารีย์ยิ่ง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งชั้นฟ้าทั้งหลาย พระผู้อภิบาลแห่งแผ่นดิน และพระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันมีเกียรติ"[88] [88] อัลบุคอรีย์ (7/154) หะดีษเลขที่ (6346) และมุสลิม (4/2092) หะดีษเลขที่ (2730)
2- اللهُمَّ رَحْمَتَكَ أَرْجُو، فَلَا تَكِلْنِي إِلَى نَفْسِي طَرْفَةَ عَيْنٍ، وَأَصْلِحْ لِي شَأْنِي كُلَّهُ، لَا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ ความว่า : "โอ้อัลลอฮฺ ข้าพระองค์หวังในความเมตตาของพระองค์ โปรดอย่าปล่อยให้ข้าพระองค์รับผิดชอบชีวิตด้วยตัวของข้าพระองค์คนเดียว แม้เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ตาม และโปรดปรับปรุงการงานของข้าพระองค์ทั้งหมดด้วยเถิด ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่คู่ควรแก่การเคารพภักดี เว้นแต่พระองค์ผู้เดียวเท่านั้น"[89] [89] อบูดาวูด (4/324) หะดีษเลขที่ (5092) และอะหฺหมัด (5/42)หะดีษเลขที่ (20430) และอัลบานีย์ จัดว่าเป็นหะดีษหะสันในอิรวาอุลเฆาะลีล (3/357) และอัลอัรนาอูฏ ในตַหฺกีกของเขาต่ออัลมุสนัด (34/75)
3- لا إِلَهَ إِلا أَنْتَ سُبْحَانَكَ إِنِّي كُنْتُ مِنَ الظَّالِمِينَ ความว่า : "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ แท้จริงฉันเป็นหนึ่งในบรรดาผู้อธรรม"[90] [90] อัตติรมีซีย์ (5/529) หะดีษเลขที่ (3505) และอัลฮากิม ซึ่งท่านตัดสินว่าเศาะฮีฮฺและอัซซะฮะบีย์เห็นพ้องด้วย (1/505) และอัลอัลบานีย์ตัดสินว่าเศาะฮีฮฺ ในเศาะฮีฮฺ อัตติรมีซีย์ (3/168)
4- اللَّهُ اللَّهُ رَبِّي، لاَ أُشْرِكُ بِهِ شَيْئَاً ความว่า : "โอ้อัลลอฮฺ โอ้อัลลอฮฺ ผู้เป็นพระผู้อภิบาลของฉัน ฉันไม่มีภาคีกับพระองค์ด้วยสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น "[91] [91] อบูดาวูด (2/87) หะดีษเลขที่ (1525) และท่านอัลอัลบานีย์กล่าวว่าเศาะฮีหฺใน เศาะฮีหฺ อิบนิ มาญะฮ์ (2/335) และในเศาะฮีหฺ อัตติรมีซีย์ (4/196)
9- การรักษาตนเองของผู้ป่วย
"ให้วางมือของท่านบนส่วนที่เจ็บปวดจากร่างกายของท่าน และจงกล่าวว่าبِسْمِ اللَّهِ ความว่า : "ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ" สามครั้ง, และจงกล่าวเจ็ดครั้งว่า : أَعُوذُ بِاللَّهِ وَقُدْرَتِهِ مِنْ شَرِّ مَا أَجِـــــــدُ وَأُحَاذِرُ ความว่า : ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺและอำนาจของพระองค์ จากความชั่วร้ายที่ฉันประสบและที่ฉันระแวดระวัง"[92] [92] รายงานโดย มุสลิม (4/1728) หะดีษเลขที่ (2202)
10- การรักษาผู้ป่วยที่ได้ไปเยี่ยมเยียน
"ไม่มีบ่าวมุสลิมคนใดไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ชะตาของเขายังไม่ถึงคาด แล้วกล่าวเจ็ดครั้งว่า : أَسْأَلُ اللَّهَ الْعَظِيمَ، رَبَّ الْعَرْشِ الْعَظِيمِ، أَنْ يَشْفِيَكَ ความว่า : “ฉันขอจากอัลลอฮฺผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เป็นเจ้าแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่โปรดช่วยรักษาท่านด้วยเถิด” เว้นแต่อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขาหายป่วย"[93] [93] รายงานโดย อัตติรมีซีย์ (2083) และอบูดาวูด (3893) และอัลบานีย์ได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษเศาะฮีห์ในหนังสือ “เศาะฮีหฺ อัตติรฺมิซีย์” (2/210) และ “เศาะฮีหฺ อัลญามิอฺ” (5/180)
11- การรักษาความวิตกกังวลและความหวาดผวาในขณะนอน
«أَعُوذُ بِكَلِمَاتِ اللَّهِ التَّامَّاتِ: مِنْ غَضَبِهِ، وَعِقَابِهِ، وَشَرِّ عِبَادِهِ، وَمِنْ هَمَزَاتِ الشَّيَاطِينِ، وَأَنْ يَحْضُرُونِ» ความว่า: "ฉันขอความคุ้มครองด้วยคำกล่าวอันสมบูรณ์ของอัลลอฮฺให้พ้นจากความกริ้วของพระองค์ ให้พ้นจากการลงโทษของพระองค์ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของบ่าวของพระองค์ และให้พ้นจากการกระซิบกระซาบของบรรดาชัยฏอนทั้งหลาย และการที่พวกมันจะเข้ามาหาฉัน"[94] [94] อบูดาวูด (4/12) หะดีษเลขที่ (3893) และอัล-อัลบานีย์กล่าวว่าหะสัน ในเศาะฮีหฺ อัต-ติรมิซีย์ (3/171)
12- การรักษาโรคไข้ตัวร้อน
และท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า: "ไข้นั้นเป็นส่วนหนึ่งจากความร้อนของไฟนรก ดังนั้น จงทำให้มันเย็นลงด้วยน้ำ"[95] [95]รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (10/174) หะดีษเลขที่ (3264) และมุสลิม (4/1733) หะดีษเลขที่ (2210)
13- การรักษาการถูกต่อยและการถูกกัด
1- ให้ทำการอ่านบทอัล-ฟาติฮะฮ์ พร้อมกับรวบรวมน้ำลายแล้วพ่น (เป็นละอองเบาๆ) ลงบนบริเวณที่ถูกกัดต่อย[96] [96] บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ ดู ฟัตหุลบารี (10/208) บทว่าด้วยการแพทย์ หัวข้อ การทำรุกยะฮ์ของท่านนบี ﷺ.
2. ทำการเช็ดด้วยน้ำและเกลือ พร้อมกับอ่าน: قُلْ يَا أَيُّهَا الْكَافِرُونَ ความว่า : "จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) ว่า โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย" และอัล-มุเอาวิซะตัยนฺ(ซูเราะฮ์อัลนาสและอัลฟะลัก[97] [97] รายงานโดย อัฏฏ็อบรอนีย์ในหนังสืออัลมุอ์ญัม อัศศ่อฆีร (2/830) และอัลฮัยษะมีย์ในหนังสือมัจญ์มะอ์ อัซซะวาอิด (5/111) กล่าวว่าสายรายงานอยู่ในระดับหะสัน และอัลอัลบานีย์ในหนังสือสิลสิละฮ์ อัลอะหาดีษ อัศเศาะฮีหะฮ์ (548) กล่าวว่าเศาะฮีหฺ
14- แนวทางการแก้ความโกรธ
แนวทางการแก้ความโกรธนั้น มี 2 วิธี:
ประการแรก: การป้องกัน
และสิ่งนั้นจะบังเกิดได้ด้วยการหลีกเลี่ยงจากสาเหตุของความโกรธ และในบรรดาสาเหตุเหล่านี้ได้แก่ การหยิ่งยโส การหลงตัวเอง การโอ้อวด ความโลภที่น่าตำหนิ การล้อเล่นที่ไม่ถูกกาลเทศะ การพูดเล่นไร้สาระ และอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน
แนวทางที่สอง: การรักษาเมื่อเกิดความโกรธ
จำแนกได้เป็น 4 ประเภท คือ:
ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้รอดพ้นจากชัยฏอนมารร้ายที่ถูกสาปแช่ง
การอาบน้ำละหมาด
การเปลี่ยนสภาพที่ผู้โกรธเป็นอยู่: ด้วยการนั่งลง หรือการเอนตัวลงนอน หรือการออกไป หรือการหยุดพูด หรือนอกเหนือจากนั้น
การระลึกถึงสิ่งที่ถูกกล่าวไว้เกี่ยวกับผลบุญของการข่มความโกรธ และเกี่ยวกับความอัปยศอดสูที่เป็นผลพวงของความโกรธ[98] [98] สามารถดูรายละเอียดนี้พร้อมหลักฐานที่ถูกต้องได้ในหนังสือ อาฟาต อัล-ลิซาน (110-112) และ อัล-หิกมะฮ์ ฟี อัด-ดะอฺวะฮ์ อิลาลลอฮฺ (64-66) ของผู้เขียน
15- การรักษาด้วยฮับบะตุสเซาดาอ์
และท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า: "ในเมล็ดเทียนดำนั้นเป็นการรักษาโรคทุกชนิด ยกเว้นความตาย" อิบนุ ชิฮาบ ได้กล่าวว่า: “อัส-ซาม คือ ความตาย และอัล-ฮับบะตุส-เสาดาอ์ คือ อัช-ชูนีซ” [99] และฮับบะตุสเซาดาอ์นั้นมีคุณประโยชน์มากมายยิ่งนัก และหะดีษของท่านนบี ﷺ ที่ว่า “รักษาได้ทุกโรค” ก็เป็นเช่นเดียวกับพระดำรัสของอัลลอฮ์ ตะอาลา ที่ว่า: "มันจะทำลายทุกสิ่งตามพระบัญชาของพระผู้อภิบาลของมัน" ซูเราะฮ์ อัลอะห์ก๊อฟ อายะฮฺที่ 25 หมายถึง ทุกสิ่งยอมรับต่อการทำลายและสิ่งอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน[100] [99]รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (10/143) หะดีษเลขที่ (5688) และมุสลิม (1735) (2215) [100] ดู: ซาดุลมะอาด (4/297) อัตฏิบ มินัลกิตาบ วัสสุนนะฮ์ โดย มุวัฟฟัก อัดดีน อับดุลละฏีฟ อัลบัฆดาดี (หน้า 88)
16- การรักษาด้วยน้ำผึ้ง
1- อัลลอฮ์ อัซซะวะญัล ตรัสในการกล่าวถึงผึ้งว่า: "มีเครื่องดื่มออกมาจากท้องของพวกมันซึ่งมีสีสันต่างกัน ซึ่งในนั้นมีตัวยาที่บำบัดสำหรับปวงมนุษย์ แท้จริงในการนั้นเป็นสัญญาณ สำหรับหมู่ชนผู้ใคร่ครวญ" [ซูเราะฮ์ อัล-นะห์ลิ : 69]
2- และท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า: "การรักษามีอยู่ 3 ประการ: การกรีดด้วยมีดหมอ(ฮิญามะฮฺ)การดื่มน้ำผึ้ง หรือการใช้ไฟจี้ และฉันห้ามประชาชาติของฉันจากการใช้ไฟจี้"[101] [101] อัล-บุคอรีย์ ในหนังสือฟัตหุลบารี (10/137) หะดีษเลขที่ (5681) และดูประโยชน์ของน้ำผึ้งใน: ซาดุลมะอาด (4/50-62) และ อัฏ-ฏิบ มิน อัล-กิตาบ วัส-สุนนะฮฺ ของอัล-อัลลามะฮฺ มุวัฟฟัก อัด-ดีน อับดุลละฏีฟ อัล-บัฆดาดี (หน้า 129-136)
17- การรักษาด้วยน้ำซัมซัม
1- ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวเกี่ยวกับน้ำซัมซัมว่า: "เป็นน้ำที่มีความจำเริญ เป็นอาหารที่ทำให้อิ่มได้ [และเป็นการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ]"[102] [102] มุสลิม (4/1922) หะดีษเลขที่ (2473) และสำนวนที่อยู่ในวงเล็บมาจากอัลบัซซาร (2/86) และอัลบัยฮะกีย์ ใน อัสสุนัน อัลกุบรอ (5/147) และอัฏเฏาะบะรอนีย์ ใน อัลมุอฺญัม อัลเอาสัฏ (3/247) และสายรายงานเศาะฮีห์ ดู: มัจญ์มะอ์ อัซซะวาอิด (3/286)
2- และหะดีษจากญาบิร ที่รายงานไปถึงท่านนบีว่า: "น้ำซัมซัมเป็นยาสำหรับผู้ที่ดื่มมัน" [103] [103] บันทึกโดย อิบนุมาญะฮ์ (3062) และท่านอื่นๆ และอัลบานีย์ได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษเศาะฮีห์ ในหนังสือเศาะฮีห์อิบนุมาญะฮ์ (2/183) และอิรวาอ์อัลฆะลีล (4/320)
3- มีรายงานที่ได้รับการยืนยันจากท่าน ศ็อลลัลลอฮ์ อลัยฮิ วะสัลลัม ว่า: "ท่านเคยนำน้ำซัมซัม [ในภาชนะหนัง[104] และถุงน้ำ และเทราดลงบนผู้ป่วยและให้พวกเขาดื่ม"[105] ท่านอิบนุ อัล-ก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮ์ ตะอาลา กล่าวว่า: "และแท้จริงข้าพเจ้าและคนอื่น ๆ ได้เคยมีประสบการณ์กับเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์จากการใช้น้ำซัมซัมเพื่อบำบัดรักษา และข้าพเจ้าได้ใช้มันรักษาโรคมาหลายชนิดจนหายขาด[106] ด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์[107] [104] อัลอิดาวะฮ์: ภาชนะใส่น้ำสำหรับชำระล้าง และรูปพหูพจน์คือ อัลอะดาวา. มุคตาร อัศศิฮาห์ (1/11) [105] อัตติรมีซีย์ (1/180) หะดีษเลขที่ (963) และอัลบัยฮะกีย์ (5/202) และหุกมว่าเศาะฮีหฺโดยอัลอัลบานีย์ในเศาะฮีหฺอัตติรมีซีย์ (1/284) และซิลซิละฮฺ อัลอะหาดีษ อัศเศาะฮีหะฮฺ (2/572) หะดีษเลขที่ (883) และซาดุลมะอาด (4/392) [106] ส่วนผู้ที่ไม่ใช่ชาวหิญาซกล่าวว่า: «فَبَرِئْتُ» แปลว่า : จนหายขาด ดู: อันนิฮายะฮ์ ฟี ฆอรีบ อัลหะดีษ (1/111) [107] ซาด อัลมะอาด (4/393) หะดีษเลขที่ (178)
18- การรักษาโรคของหัวใจ
หัวใจมีสามประเภท:
1. หัวใจที่บริสุทธิ์ผ่องใส: คือหัวใจซึ่งจะไม่มีผู้ใดรอดพ้นในวันกิยามะฮฺ เว้นแต่ผู้ที่มาอยู่ต่อหน้าอัลลอฮฺพร้อมกับมัน ดังที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสว่า: "วันที่ทรัพย์สมบัติและลูกหลานจะไม่อำนวยคุณใด ๆ เลย เว้นแต่ผู้ที่มาอยู่ต่อหน้าอัลลอฮ์ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ผ่องใส" ซูเราะฮ์ อัชชุอะรออ์: 88 -89
หัวใจที่บริสุทธิ์ผ่องใสนั้น คือหัวใจที่ปลอดภัยจากอารมณ์ใฝ่ต่ำทุกประการที่ฝ่าฝืนคำสั่งใช้และคำสั่งห้ามของอัลลอฮ์ และจากความเคลือบแคลงสงสัยทุกประการที่ขัดแย้งกับสาส์นของพระองค์ มันจึงปลอดภัยจากการเป็นบ่าวของสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากพระองค์ และปลอดภัยจากการยึดถือคำตัดสินของผู้อื่นนอกเหนือไปจากเราะซูลของพระองค์
โดยสรุปแล้ว หัวใจที่บริสุทธิ์และสมบูรณ์นั้น คือหัวใจที่ปลอดพ้นจากการมีภาคีใด ๆ แก่อัลลอฮฺไม่ว่าในลักษณะใด หากแต่ได้อุทิศความเป็นบ่าวของตนแด่อัลลอฮฺอย่างบริสุทธิ์ใจ ทั้งในด้านเจตจำนง ความรัก การมอบหมายความไว้วางใจ การกลับตัวสู่พระองค์ ความนอบน้อมถ่อมตน ความเกรงกลัว และความหวัง และการงานของเขาก็เป็นไปเพื่ออัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ดังนั้น หากเขารัก ก็รักเพื่ออัลลอฮฺ หากเขาเกลียด ก็เกลียดเพื่ออัลลอฮฺ หากเขาให้ ก็ให้เพื่ออัลลอฮฺ และหากเขาห้าม ก็ห้ามเพื่ออัลลอฮฺ ความห่วงใยทั้งหมดของเขาย่อมเป็นเพื่ออัลลอฮฺ ความรักทั้งหมดของเขาเป็นเพื่ออัลลอฮฺ เป้าประสงค์ของเขามุ่งสู่พระองค์ ร่างกายของเขาเป็นของพระองค์ การงานของเขาเป็นเพื่อพระองค์ การนอนหลับของเขาเป็นเพื่อพระองค์ และการตื่นของเขาก็เป็นเพื่อพระองค์ คำพูดของเขาและการกล่าวถึงพระองค์นั้น เป็นที่พึงใจแก่เขายิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทั้งสิ้น และความคิดของเขาก็เวียนวนอยู่กับสิ่งที่เป็นที่พอพระทัยและเป็นที่รักของพระองค์[108] เราขอวิงวอนต่ออัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่ง ให้ประทานหัวใจเช่นนี้แก่พวกเรา [108] ดู : อิฆอษะตุลละฮ์ฟาน มิน มะศอยิด อัชชัยฏอน ของอิบนุลก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮฺ (1/7, 73)
สอง: ใจที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับประเภทแรก คือใจที่ไม่รู้จักพระเจ้าของตน และไม่เคารพอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ตามคำสั่งของพระองค์ และในสิ่งที่พระองค์ทรงรักและพอพระทัย ทว่ามันกลับคล้อยตามอารมณ์ใคร่และความสุขสำราญของตัวเอง แม้ว่าในสิ่งนั้นจะมีความกริ้วและความโกรธของพระเจ้าของเขาก็ตาม ดังนั้น เขาจึงเป็นผู้เคารพสักการะต่อสิ่งอื่นนอกเหนือจากอัลลอฮ์ ทั้งในด้านความรัก ความกลัว ความหวัง ความพึงพอใจ ความโกรธเคือง การยกย่อง และการนอบน้อมถ่อมตน หากเขาเกลียด เขาก็เกลียดเพื่อตัณหาของตนเอง และหากเขารัก เขาก็รักเพื่อตัณหาของตนเอง และหากเขาให้ เขาก็ให้เพื่อตัณหาของตนเอง และหากเขายับยั้ง เขาก็ยับยั้งเพื่อตัณหาของตนเอง ดังนั้น ตัณหาจึงเป็นผู้นำของเขา อารมณ์ใคร่เป็นผู้ชักนำของเขา ความโง่เขลาเป็นผู้ขับเคลื่อนของเขา และความหลงลืมเป็นยานพาหนะของเขา[109] เราขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากใจประเภทนี้ (109) ดู : อิฆอษะตุลละฮ์ฟาน ฟี มะศอยิด อัชชัยฏอน (1/9)
3- หัวใจที่ป่วย: เป็นหัวใจที่มีชีวิตแต่ก็มีความเจ็บป่วยอยู่ในนั้น มันมีสองแหล่งที่คอยหล่อเลี้ยงสลับกันไปมา และมันจะขึ้นอยู่กับว่าสิ่งใดมีอำนาจเหนือกว่า ในหัวใจดวงนี้มีทั้งความรักต่ออัลลอฮ์ตะอาลา การศรัทธาต่อพระองค์ ความบริสุทธิ์ใจเพื่อพระองค์ และการมอบหมายต่อพระองค์ ซึ่งเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตของมัน และในขณะเดียวกันก็มีความรักในตัณหา ความละโมบที่จะได้มันมา อิจฉาริษยา ความโอหัง หลงตัวเอง ความรักในตำแหน่งสูงส่ง การสร้างความเสียหายบนหน้าแผ่นดินด้วยการเป็นผู้นำ การหน้าไหว้หลังหลอก กลับกลอก ความตระหนี่และความขี้เหนียว ซึ่งเป็นสิ่งทำลายล้างและเป็นเหตุแห่งความพินาศของมัน[110] เราขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากหัวใจประเภทนี้ (110) ดู : อิฆอษะตุลละฮ์ฟาน (1/9)
และในอัลกุรอานอันทรงเกียรตินั้นประกอบไปด้วยการรักษาโรคทั้งปวงของหัวใจ
อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสว่า: "โอ้มนุษย์เอ๋ย แท้จริงได้มีมายังพวกเจ้าแล้วซึ่งข้อตักเตือน (อัลกุรอาน) จากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า และเป็นที่บำบัดสำหรับสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอก และเป็นทางนำ และเป็นความเมตตาสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา" ซูเราะฮ์ ยูนุส: 57 และอัลลอฮ์ อัซซะวะญัล ตรัสว่า: "และเราได้ประทานจากอัลกุรอานสิ่งที่เป็นการเยียวยาและเป็นความเมตตาสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา แต่สำหรับผู้อธรรมแล้ว มันมิได้เพิ่มพูนสิ่งใดแก่พวกเขา นอกจากความขาดทุนเท่านั้น" ซูเราะฮ์ อัล-อิสรออ์: 82
โรคของหัวใจ มี 2 ชนิด
หนึ่งคือ ผู้ที่เป็นจะไม่รู้สึกเจ็บปวดในทันที นั่นคือโรคแห่งความเขลา โรคแห่งความคลุมเครือและความสงสัย และนี่คือโรคที่เจ็บปวดรุนแรงที่สุดในบรรดาทั้งสองประเภท แต่เนื่องจากความเสื่อมเสียของหัวใจ เขาจึงไม่รู้สึกถึงมัน
และอีกประเภทหนึ่งคือ: โรคที่สร้างความเจ็บปวดในทันที เช่น ความวิตกกังวล ความเศร้าโศก ความเสียใจ และความโกรธกริ้ว ซึ่งโรคชนิดนี้อาจมลายหายไปได้ด้วยยาตามธรรมชาติ นั่นคือการขจัดสาเหตุของมันและวิธีการอื่น ๆ[111] (111) ดู : อิฆอษะตุลละฮ์ฟาน (1/44)
และการรักษาหัวใจประกอบด้วยสี่ประการ คือ
ประการแรก: ด้วยอัลกุรอานอันทรงเกียรติ เพราะแท้จริงอัลกุรอานคือการเยียวยารักษาความสงสัยที่อยู่ในหัวใจ และขจัดสิ่งที่อยู่ในนั้น อันได้แก่ การตั้งภาคี มลทินแห่งการปฏิเสธศรัทธา โรคแห่งความคลุมเครือสงสัย และโรคแห่งอารมณ์ใฝ่ต่ำ และอัลกุรอานคือทางนำสำหรับผู้ที่รู้ในสัจธรรมและปฏิบัติตาม อีกทั้งยังเป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธาสำหรับผลตอบแทนที่พวกเขาจะได้รับทั้งในโลกนี้และโลกหน้า อัลลอฮ์ ผู้ทรงอำนาจและเกรียงไกร ตรัสว่า: "และผู้ที่ตาย (หัวใจของเขา) และเราทำให้เขาฟื้นขึ้นมา และเราได้ให้แสงสว่างแก่เขา ซึ่งทำให้เขาใช้ชีวิตด้วยแสงสว่างนั้นท่ามกลางผู้คน จะเหมือนกับคนที่ใช้ชีวิตในความมืดมิดที่ไม่สามารถออกจากความมืดนั้นได้กระนั้นหรือ? เช่นนั้นแหละ การกระทำของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นได้รับการประดับให้รู้สึกดูดีอยู่เสมอ" [ซูเราะฮ์ อัลอันอาม : 122]
ประการที่สอง: หัวใจมีความต้องการใน 3 สิ่งด้วยกัน
1. สิ่งที่ช่วยรักษาพลังและความเข้มแข็งของมันไว้ นั่นคือ การมีศรัทธา การปฏิบัติความดีงาม และการปฏิบัติอิบาดะฮฺต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
2. การป้องกันจากสิ่งที่เป็นโทษ ด้วยการหลีกเลี่ยงบาปทั้งหมดและการฝ่าฝืนในรูปแบบต่างๆ
3- การขจัดทุกสิ่งที่ให้โทษออกไป และนั่นคือด้วยการสำนึกผิดและการขออภัยโทษ
ประการที่สาม: การรักษาโรคของหัวใจจากการครอบงำของอารมณ์ใฝ่ต่ำ:
วิธีการรักษามีสองประการ คือ การตรวจสอบตนเอง และการฝ่าฝืนมัน และการตรวจสอบนั้นมี 2 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1: ก่อนการปฏิบัติงาน และมีองค์ประกอบ 4 ขั้น:
1- เขาสามารถทำการงานนี้ได้หรือไม่
2. การงานนี้ การปฏิบัติจะดีกว่าการละทิ้งหรือไม่
3. การงานนี้มีเจตนาเพื่ออัลลอฮ์หรือไม่
4- การงานนี้มีผู้คอยช่วยเหลือและสนับสนุนหรือไม่ หากว่าการงานนั้นจำเป็นต้องมีผู้ช่วยเหลือ? ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ก็ให้ลงมือทำ แต่ถ้าไม่ ก็จงอย่าได้ลงมือทำเป็นอันขาด
ประเภทที่สอง: หลังการปฏิบัติ ซึ่งมี 3 ประเภทดังนี้:
1- การตรวจสอบตัวเองต่อการภักดีที่ได้บกพร่องไปในสิทธิของอัลลอฮ์ ตะอาลา โดยมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามรูปแบบที่ถูกกำหนด และส่วนหนึ่งจากสิทธิของอัลลอฮ์ ตะอาลา คือ ความบริสุทธิ์ใจ ความจริงใจ การเจริญรอยตามแบบฉบับ การตระหนักถึงสถานะแห่งอิหฺสาน การตระหนักถึงความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่ทรงมีต่อเขาในการภักดีนั้น และการตระหนักถึงความบกพร่องของตนเองหลังจากสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด
2- การตรวจสอบตนเองต่อทุกการกระทำ ที่การละทิ้งมันนั้นดีกว่าการลงมือกระทำมัน
3- การตรวจสอบและพิจารณาตนเอง (มุหาซะบะฮฺ النفس) ต่อการกระทำในเรื่องที่ศาสนาอนุญาต (มุบาหฺ) หรือเรื่องที่ทำเป็นกิจวัตรประจำวันว่า ตนเองได้กระทำสิ่งนั้นไปแล้วหรือไม่ และได้ตั้งเจตนาในการกระทำนั้นเพื่ออัลลอฮฺและปรโลกหรือไม่ หากตั้งเจตนาเพื่ออัลลอฮฺและปรโลก ก็ย่อมเป็นผู้ประสบความสำเร็จและได้รับผลกำไร แต่หากตั้งเจตนาเพื่อโลกดุนยา ก็ย่อมเป็นผู้ขาดทุนและล้มเหลว
และทั้งหมดนั้นคือการที่เขาจะต้องสำรวจตนเองเป็นอันดับแรกในเรื่องศาสนกิจที่เป็นฟัรฎู แล้วก็ทำให้มันสมบูรณ์หากพบว่ามีความบกพร่อง หลังจากนั้นก็ให้สำรวจในเรื่องข้อห้ามต่างๆ หากพบว่าตนได้ฝ่าฝืนสิ่งใดจากข้อห้ามเหล่านั้น ก็ให้แก้ไขด้วยการเตาบัตและการขออภัยโทษ หลังจากนั้นก็ให้สำรวจถึงสิ่งที่อวัยวะของเขาได้กระทำลงไป แล้วก็ให้สำรวจถึงความเผลอเรอ[112] (112) ดู : อิฆอษะตุลละฮ์ฟาน (1/136)
ประการที่สี่: การรักษาโรคหัวใจที่เกิดจากการเข้าครอบงำของชัยฏอน:
ชัยฏอนคือศัตรูของมนุษย์ และการปลดเปลื้องจากมันนั้น คือด้วยการขอความคุ้มครองตามที่อัลลอฮ์ได้ทรงบัญญัติไว้ และท่านนบี ﷺ ได้รวบรวมระหว่างการขอความคุ้มครองให้พ้นจากความชั่วร้ายของจิตใจ และความชั่วร้ายของชัยฏอน ท่าน ﷺ ได้กล่าวแก่อบูบักรฺว่า: قُلْ اللَّهُمَّ فَاطِرَ السَّمَوَاتِ وَالْأَرْضِ، عَالِمَ الْغَيْبِ وَالشَّهَادَةِ، رَبَّ كُلِّ شَيْءٍ وَمَلِيكَهُ، أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ، أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ نَفْسِي، وَشَرِّ الشَّيْطَانِ وَشِرْكِهِ، وَأَنْ أَقْتَرِفَ عَلَى نَفْسِي سُوءَاً، أَوْ أَجُرَّهُ إِلَى مُسْلِمٍ ความว่า : "จงกล่าวเถิดโอ้อัลลอฮ์ ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่ซ่อนเร้นและเปิดเผย พระผู้ทรงอภิบาลและครอบครองแห่งสรรพสิ่งทั้งมวล ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายของตัวฉันเอง และจากความชั่วร้ายของชัยฏอนและสมุนของมัน และฉันขอความคุ้มครองจากความชั่วที่ฉันกระทำต่อตัวเองหรือนำไปกระทำต่อมุสลิมคนอื่น" ท่านจงกล่าวบทวิงวอนนี้เมื่อท่านเข้าสู่ยามเช้า และเมื่อท่านเข้าสู่ยามเย็น และเมื่อท่านจะเข้านอน[113] [113] บันทึกโดย อัตติรมีซีย์ (3392) และอบูดาวูด (5058) และอัลบานีย์ได้ให้สถานะว่าเป็นหะดีษเศาะฮีห์ในหนังสือ “เศาะฮีหฺ อัตติรมีซีย์” (3/142)
การขอความคุ้มครอง, การมอบหมาย และความบริสุทธิ์ใจ ย่อมยับยั้งอำนาจของชัยฏอน[114] (114) ดู : อิฆอษะตุลละฮ์ฟาน (1/145-162)
ขอความสันติ ความเมตตา และความจำเริญจากอัลลอฮฺ จงประสบแด่บ่าวและร่อซูลของพระองค์ คือ มุฮัมมัดและแด่วงศ์วานของท่าน ตลอดจนบรรดาเศาะฮาบะฮฺของท่านทั้งหมด และผู้ที่ดำเนินตามพวกเขาด้วยความดีงาม จนถึงวันแห่งการตอบแทน (วันกิยามะฮฺ)
บทดุอาอ์ และตามด้วยการบำบัดรักษาด้วยการรุกยะฮ์ (การเสกเป่า) โดยอาศัยหลักฐานจากอัลกุรอานและซุนนะฮ์
ซะอีด บิน อะลี บิน วะฮ์ฟ อัล-เกาะฮ์ฏอนีย์
หนังสือ "บทดุอาอ์ และตามด้วยการบำบัดรักษาด้วยการรุกยะฮ์ (การเสกเป่า)โดยอาศัยหลักฐานจากอัลกุรอานและซุนนะฮ์ " ของ ดร.ซะอีด บิน อะลี บิน วะฮ์ฟ อัล-เกาะฮ์ฏอนีย์ เป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการอันทรงคุณค่าในหัวข้อการวิงวอน (ดุอาอ์) และการรักษาโรคด้วยการเสกเป่าตามบทบัญญัติ โดยหนังสือเล่มนี้ได้นำเสนอบทวิงวอนต่างๆ ที่คัดมาจากอัลกุรอานและแบบฉบับของท่านนบี และชี้แจงถึงวิธีการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาโรคทางจิตใจและทางร่างกาย อีกทั้งยังกล่าวถึงการรักษาด้วยการเสกเป่า โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการมีศรัทธาอันลึกซึ้งและการมุ่งหน้าอย่างจริงใจไปยังอัลลอฮ์ ตะอาลา ในการขอให้หายจากโรค และนำเสนอแนวทางที่มีประสิทธิภาพสำหรับการป้องกันและรักษาจากภยันตรายและโรคภัยต่างๆ