ฉันจะอาบน้ำละหมาดอย่างไร?
มีม
เสียง
1
เสียงอะซาน
2
“โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย เมื่อพวกเจ้าต้องการจะละหมาด ก็จงล้างหน้าของพวกเจ้า และมือทั้งสองของพวกเจ้าจนถึงข้อศอก จงเช็ดศรีษะของพวกเจ้า และจงล้างเท้าทั้งสองของพวกเจ้าจนถึงตาตุ่ม”
(ซูเราะฮ์อัลมาอิดะฮ์ : 6)
3
ไม่ถือเป็นการละหมาด หากไม่มีน้ำละหมาด และไม่ถือว่ามีน้ำละหมาด หากไม่มีการตั้งเจตนา และไม่ถือว่าเป็นการตั้งเจตนา หากไม่มีความบริสุทธ์ใจ และการตั้งเจตนานั้น สถานที่ของมันคือหัวใจ ไม่ใช่ลิ้น
4
ด้วยพระนามของอัลลอฮ์
เริ่มกล่าว "บิสมิลลาฮ์" ในตอนต้นของการอาบน้ำละหมาด ฉะนั้นด้วยกับการกล่าวบิสมิลลาฮ์ ถือว่าเราได้เริ่มการอาบน้ำละหมาดของเราแล้ว จากนั้นให้เราใช้ซิว๊าก เพื่อทำความสะอาดปาก ถ้าหากว่าสะดวก
5
ให้เราล้างมือ 3 ครั้ง โดยเริ่มจากปลายนิ้วมือไปจนถึงข้อมือ
6
ให้เราล้างมือทั้งสองข้างจนถึงข้อมือ 3 ครั้ง ติดต่อกัน
7
เริ่มจากมือขวา ให้เราล้างมันสามครั้ง ตามด้วยมือซ้ายสามครั้ง
8
นอกจากนี้ยังสามารถล้างมือขวา แล้วก็ล้างมือซ้าย แล้วก็ล้างมือขวา แล้วก็ล้างมือซ้าย สลับกันเป็นต้น
9
พร้อมตรวจสอบให้แน่ใจว่าน้ำได้เข้าไปทั่วทุกซอกนิ้วมือของเราแล้ว
10
จากนั้นก็บ้วนปากและสูดน้ำเข้าจมูก
11
การบ้วนปากนั้น ทำได้โดยการนำน้ำเข้าปาก แล้วกลั้วไปมา จากนั้นก็บ้วนออกมา
12
ส่วนการสูดน้ำเข้าจมูกนั้น ทำได้โดยการสูดน้ำเข้าไปในจมูกด้วยการสูดหายใจ จากนั้นก็สั่งออกมาด้วยมือซ้าย
13
หนึ่งในซุนนะฮ์คือ การบ้วนปากและสูดน้ำเข้าจมูกลึกๆ ถ้าหากว่าเราไม่ได้ถือศีลอดหรือไม่กลัวว่าจะเป็นอันตราย
14
การบ้วนปากและสูดน้ำเข้าจมูกนั้น 2 วิธี
15
ทำพร้อมกัน คือ การวักน้ำขึ้นมาเพียงครั้งเดียว แล้วใช้บ้วนปากครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งหนึ่งให้ล้างจมูก
ให้เรากลั่วน้ำในปากแล้วบ้วนออกมา จากนั้นให้เราสูดน้ำเข้าจมูกด้วยมือซ้าย
ให้เราทำเช่นนี้ 3 ครั้ง ด้วยการวักน้ำ 3 ครั้ง
16
ส่วนการทำแยกกันนั้น ให้เราวักน้ำขึ้นมาสำหรับบ้วนปากโดยเฉพาะ และวักน้ำขึ้นมาอีกครั้งสำหรับล้างจมูกโดยเฉพาะ โดยที่ให้เราวักน้้ำขึ้นมาแล้วเอามันใส่ปากทั้งหมด จากนั้นก็กลั่วน้ำในปากแล้วบ้วนออก จากนั้นให้เราวักน้ำขึ้นมาอีกครั้ง และสูดมันเข้าไปในจมูกและสั่งออกมาด้วยมือซ้าย
17
ถัดจากการบ้วนปากและล้างจมูก คือ การล้างหน้า
18
ขอบเขตของใบหน้าด้านยาว คือ จากไรผมปกติของศีรษะถึงปลายคาง และด้านกว้างนั้น คือ สิ่งที่อยู่ระหว่างหูทั้งสองข้าง
19
พร้อมทั้งวาญิบ (จำเป็น) ต้องล้างเส้นขนบนใบหน้าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเครา หนวด คิ้วทั้ง 2 ข้าง ขนตาและขนที่ขึ้นบริเวณใต้ริมฝีปากล่าง
20
และการล้างใบหน้านั้น มี 2 วิธี
21
วิธีที่ 1 ให้เราวักน้ำขึ้นมาด้วยมือทั้งสอง จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองล้างใบหน้าจากไรผมปกติของศีรษะจนถึงปลายคาง และจากหูด้านขวาไปจนถึงหูด้านซ้าย และถ้าหากว่าเคราหนา ก็มีซุนนะฮ์ส่งเสริมให้เอาน้ำเข้าไปใต้คางแล้วก็ให้เราสางเคราให้ทั่ว
ให้เราทำแบบนี้ 3 ครั้ง ซึ่งการทำ 3 ครั้งนั้น เป็นความสมบูรณ์แบบ หรือทำ 2 ครั้ง หรือ 1 ครั้งก็ได้ ซึ่งการทำ 1 ครั้งนั้น มันเป็นวายิบ (สิ่งที่จำเป็นต้องกระทำ)
22
วิธีที่ 2 ให้เราวักน้ำขึ้นมาด้วยมือขวาเท่านั้น จากนั้นก็เอามือขวาไปวางบนใบหน้า แล้วให้เราล้างหน้าด้วยมือทั้งสองข้าง เหมือนกับวิธีแรก โดยให้เราทำเช่นนี้ 3 ครั้ง
23
การทำเรียงตามลำดับของอวัยวะที่ใช้เอาน้ำละหมาดนั้นเป็นวาญิบ และการทำอย่างต่อเนื่องระหว่างอวัยวะต่าง ๆ ก็เป็นวาญิบเช่นเดียวกัน โดยเราจะไม่เอาส่วนที่ต้องทำทีหลังมาทำก่อน และเราจะไม่ชักช้าที่จะย้ายจากอวัยวะหนึ่งไปยังอีกอวัยวะหนึ่ง
24
หลังจากล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เราย้ายไปล้างมือทั้งสองข้าง
25
และขอบเขตของมือที่วาญิบจะต้องล้างก็คือ จากปลายนิ้วจนถึงข้อศอก พร้อมกับล้างข้อศอกทั้งสองข้างด้วย
26
ให้เราล้างมือขวาโดยเริ่มล้างจากปลายนิ้ว และให้เราสางนิ้วโดยการประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน จากนั้นให้เราเอาน้ำลูบไปจนถึงข้อศอก
27
จากนั้นให้เราล้างมือซ้าย และให้เราเริ่มล้างมันจากปลายนิ้ว พร้อมกับสางมันให้เรียบร้อย โดยล้างไปจนถึงข้อศอก
28
จากนั้นก็ให้เราขยับไปเช็ดศรีษะ และให้เราทำให้มือทั้งสองข้างเปียกด้วยน้ำใหม่ จากนั้นให้เราเอามือที่เปียกทั้งสองข้างลูบที่ด้านหน้าของศรีษะไปจนถึงท้ายทอย แล้วลูบกลับมายังที่เดิม และขอบเขตของศรีษะไม่มีความแตกต่างกันระหว่างคนคนหัวล้านกับคนที่มีผม
29
จากนั้นให้เราเช็ดหูทั้งสองข้างด้วยน้ำที่เหลือจากการเช็ดหัว ให้เราทำเช่นนั้น หนึ่งครั้ง
30
และวิธีการเช็ดหูทั้งสองข้างนั้น ให้เรานำนิ้วชี้สอดเข้าไปในรูหูทั้งสองข้างแล้วเช็ดมัน และใช้หัวแม่มือเช็ดใบหูด้านนอก เป็นอันว่าเราได้เช็ดใบหูทั้งสองข้าง ทั้งด้านในและด้านนอกเรียบร้อยแล้ว
31
จากนั้นก็ให้เราขยับไปล้างเท้าทั้งสองข้าง และขอบเขตของเท้าทั้งสองข้างที่วาญิบต้องล้างคือ จากปลายนิ้วเท้าไปจนถึงตาตุ่มทั้งสองข้าง ฉะนั้นการล้างส้นเท้าทั้งสองจึงเป็นวาญิบ
32
ให้เราเริ่มด้วยการล้างเท้าขวา และสางนิ้วเท้า โดยให้ความสำคัญกับการล้างส้นเท้าและหลังเท้า
33
จากนั้นให้เราล้างเท้าซ้ายเหมือนกับที่เราล้างเท้าขวา และอย่าลืมสางนิ้วเท้าด้วย และให้แน่ใจว่าล้างส้นเท้าอย่างสมบูรณ์และน้ำเปียกทั่วถึงตาตุ่มทั้งสองข้างเรียบร้อยแล้ว
34
เราขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นโดยที่ไม่มีภาคีใดๆต่อพระองค์ และเราขอปฏิญาณว่าแท้จริงมุฮัมมัดนั้นเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์
35
ซุนนะฮ์ส่งเสริมให้ดุอาอ์หลังจากเอาน้ำละหมาดเรียบร้อยแล้ว และส่งเสริมให้อ่านเพิ่ม
36
โอ้อัลลอฮ์ขอให้ฉันเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ขออภัยโทษกลับเนื้อกลับตัว (เตาบัต) ต่อพระองค์ และขอให้ฉันเป็นหนึ่งในบรรดาผู้แสวงหาความบริสุทธิ์ด้วยเถิด
37
หรือ
มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์พระผู้อภิบาลแห่งเรา และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์ ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ต้องเคารพภักดีนอกจากพระองค์ และฉันขออภัยโทษและกลับตัวต่อพระองค์
มีม
ถูกเขียนไว้บนหน้าจอ
1
ฉันจะอาบน้ำละหมาดอย่างไร?
2
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย เมื่อพวกเจ้าต้องการจะละหมาด ก็จงล้างหน้าของพวกเจ้า และมือทั้งสองของพวกเจ้าจนถึงข้อศอก จงเช็ดศรีษะของพวกเจ้า และจงล้างเท้าทั้งสองของพวกเจ้าจนถึงตาตุ่ม”
(ซูเราะฮ์อัลมาอิดะฮ์ : อายะฮ์ที่ 6)
3
ล้างฝ่ามือทั้งสองข้าง
4
บ้วนปาก สูดน้ำเข้าจมูกและสั่งออกมา
5
ทำพร้อมกัน
6
ทำแยกกัน
7
ล้างหน้า
8
ลำดับแรก
9
ลำดับที่สอง
10
การตั้งเจตนาและการกล่าวบิสมิ้ลลาฮ์
11
ล้างฝ่ามือทั้งสองข้าง
12
การบ้วนปาก
13
การสูดน้ำเข้าจมูกและสั่งออก
14
ล้างหน้า
15
ล้างมือทั้งสองจนถึงข้อศอก
16
เช็ดศรีษะและใบหูทั้งสองข้าง
17
ล้างเท้าทั้งสองจนถึงตาตุ่ม
18
ล้างมือทั้งสองข้าง
19
เช็ดศรีษะ
20
จุดเริ่มต้นของศรีษะ คือ จากส่วนโค้งของหน้าผากและจุดเริ่มต้นของไรผมปกติ
21
จุดสิ้นสุดของศรีษะ คือ จุดสิ้นสุดของไรผมที่ท้ายทอย
22
เช็ดหูทั้งสองข้าง
23
ล้างเท้าทั้งสองข้าง
24
และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า:
ความหายนะจากนรกจงประสบแด่ส้นเท้า (ที่ล้างไม่ทั่วถึง) พวกท่านจงอาบน้ำละหมาดให้ทั่วถึงเถิด
(บันทึกโดย อบูดาวูด)
25
เราขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นโดยที่ไม่มีภาคีใดๆต่อพระองค์ และเราขอปฏิญาณว่าแท้จริงมุฮัมมัดนั้นเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์
(บันทึกโดย มุสลิม)
26
โอ้อัลลอฮฺขอให้ฉันเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ขออภัยโทษกลับเนื้อกลับตัว (เตาบัต) ต่อพระองค์ และขอให้ฉันเป็นหนึ่งในบรรดาผู้แสวงหาความบริสุทธิ์ด้วยเถิด
(บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์)
27
มหาบริสุทธิ์ยิ่งอัลลอฮ์พระผู้อภิบาลแห่งเรา และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์ ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ต้องเคารพภักดีนอกจากพระองค์ และฉันขออภัยโทษและกลับตัวต่อพระองค์
บันทึกโดย นะซาอีย์ ในหนังสือ (อะมะลุ้ลเยามฺวั้ลลัยละฮฺ)
ฉันจะละหมาดอย่างไร?
การละหมาดเริ่มจากการตักบีร สิ้นสุดด้วยการให้สลาม
มีม
เสียง
1
เสียงอิกอมะฮ์
2
เสียงอิกอมะฮ์ที่ต่อเนื่อง
สิ่งแรกที่ผู้ละหมาดจะต้องทำ คือ การตั้งเจตนา และสถานที่ของมันก็คือ หัวใจ
3
ผินหน้าไปทางกิบละฮ์ และเมื่อท่านเป็นอิหม่ามหรือละหมาดคนเดียว ท่านจงวางสิ่งกั้น (ซุตเราะฮ์) ไว้ให้อยู่เบื้องหน้าท่าน
4
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
พวกเราเข้าสู่การละหมาดด้วยการกล่าวตักบีเราะตุ้ลเอียะฮ์รอม และจำเป็นต้องเปล่งมันออกมาเป็นคำพูดด้วยลิ้น
5
ขณะกล่าวตักบีเราะตุ้ลเอียะฮ์รอม ให้เรายกมือทั้งสองข้างเสมอไหล่ และแบฝ่ามือทั้งสองข้างหันไปทางกิบละฮ์
หรือ
ให้เรายกมือทั้งสองข้างเสมอติ่งหู ด้วยรูปแบบเดิม
6
ให้เราวางมือทั้งสองข้างลงบนหน้าอกหลังจากตักบีร หรือใต้หน้าอกเหนือสะดือ หรือใต้สะดือ ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานั้นถูกต้องทั้งหมด
มือขวาของเราวางทับบนข้อมือซ้าย
หรือใช้ฝ่ามือขวาจับลงบนหลังมือซ้าย
หรือใช้มือขวาวางลงบนข้อศอกข้างซ้าย
7
โอ้อัลลอฮ์ได้โปรดแยกระหว่างฉันและบาปของฉันให้ห่างไกลกันเฉกเช่นที่พระองค์ได้แยกทิศตะวันออกและทิศตะวันตก โอ้อัลลอฮ์ได้โปรดชำระฉันให้บริสุทธิ์จากความผิดของฉันเฉกเช่นผ้าขาวที่ถูกชำระจนสะอาดปราศจากความสกปรก โอ้อัลลอฮ์ได้โปรดล้างฉันจากความผิดทั้งหลายของฉันด้วยหิมะ น้ำและลูกเห็บ
ให้เราอ่านดุอาอ์อิสติฟตาฮ์หลังจากตักบีเราะตุ้ลเอียะฮ์รอมแล้ว โดยก่อนที่จะอ่านฟาติหะฮฺ และได้มีดุอาอ์บทอื่นๆ อีกที่ถูกบันทึกไว้เพื่อเป็นดุอาอฺอิสติฟตาฮ์สำหรับการละหมาด และการใช้ดุอาอ์อิสติฟตาฮ์ที่หลากหลายนั้นเป็นส่วนหนึงจากซุนนะฮ์
8
ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์จากชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง
ถัดจากดุอาอ์อิสติฟตาฮ์ ก็คือ การกล่าว อิสติอาซะฮ์ จากนั้นก็อ่านฟาติหะฮ์
9
ด้วยความสงบนิ่งและมีสมาธิ โดยอ่านทีละอายะฮ์ ที่ละอายะฮ์
10
อามีน
การกล่าว อามีน นั้นเป็นซุนนะฮ์สำหรับผู้ละหมาด ไม่ว่าจะเป็นอิหม่าม มะอ์มูม หรือละหมาดคนเดียว ซึ่งมันไม่ได้เป็นอายะฮ์หนึ่งของซูเราะฮ์ฟาติหะฮ์ แต่มันคือดุอาอ์ ซึ่งหมายความว่า โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงตอบรับด้วยเถิด
11
ให้เราอ่านส่วนใดส่วนหนึ่งจากกุรอานตามความสะดวก หลังจากอ่านซูเราะฮ์ฟาติหะฮ์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งซูเราะฮ์ หรือบางส่วนของมันก็ได้ และหลังจากที่อ่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็นิ่งเงียบสักครู่หนึ่งก่อนที่จะทำการรุกั๊วะ
12
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
ให้เรากล่าวตักบีรเพื่อเปลี่ยนอิริยาบทจากการยืนไปสู่การรุกั๊วะ
และนี่คือจุดที่สองในการละหมาด ที่ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ยกมือทั้งสองของท่าน ฉะนั้นจึงมีซุนนะฮ์ให้เรายกมือของพวกเราเสมอไหล่หรือหู
13
ให้เราวางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนหัวเข่าทั้งสองข้าง แล้วกางนิ้วออกจากกันให้ทั่วหัวเข่า เสมือนว่าเรานั้นกุมมันไว้
เรารูกั๊วะอย่างมีสมาธิ และไม่หันมือออกด้านข้าง และไม่เน้นไปที่แผ่นแก้มข้างใดข้างหนึ่ง ด้วยการโน้มตัวไปที่แก้มข้างใดข้างหนึ่งนั้น
14
แผ่นหลังตรง ไม่โค้งงอ ศรีษะเสมอหลัง โดยไม่ยกมันขึ้นหรือทำให้มันต่ำลง
15
กล่าวว่า "ซุบฮาน่าร็อบบียัลอาษีม" มหาบริสุทธิ์แด่พระเจ้าของฉันผู้ทรงยิ่งใหญ่
กล่าวตัสเบียะห์ซ้ำกัน 3 ครั้ง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ใกล้กับความสมบูรณ์แบบที่สุด และการกล่าวตัสเบียะห์เพียงครั้งเดียวนั้นก็ถือว่าใช้ได้ และก็กล่าวเพิ่ม หากว่าเราต้องการ และใช้การตัสเบียะห์ที่มีรูปแบบจากท่านนะบีที่หลากหลาย
16
บทดุอาอ์ที่ใช้กล่าวในขณะรุกั๊วะนั้น มีมากมาย
17
"ซะมิอั้ลลอฮุลิมันฮะมิดะฮ์" อัลลอฮฺทรงได้ยินผู้ที่สรรเสริญพระองค์
ให้เรากล่าวมันขณะเงยขึ้นมาจากรูกั๊วะ ตอนที่พวกเราละหมาดคนเดียว หรือคนหนึ่งคนใดจากพวกเราเป็นอิหม่าม
18
ยกมือทั้งสองข้างของเราเสมอหัวไหล่หรือหู และนี่คือตำแหน่งที่สามที่เราต้องยกมือ
19
หลังจากนั้น ให้เรายืนตรงพร้อมกับกล่าวว่า
"ร็อบบะนา วะละกัลหัมดุ" โอ้พระผู้อภิบาลของเราและการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์
20
และให้เราปล่อยมือของเรา หรือกุมมันไว้หลังจากเงยขึ้นมาจากรูกั๊วะ
21
มีซุนนะฮ์ให้ยืนนานๆ และมีสมาธิหลังจากการรุกั๊วะ
22
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
หลังจากนั้นก็ให้ลดตัวลงสู่พื้นพร้อมกล่าวตักบีรเพื่อเปลี่ยนอิริยาบทจากการยืนไปสู่การสุญูด
และเราสามารถจะเอามือทั้งสองยันลงพื้นก่อนหัวเข่า หรือจะเอาหัวเข่าลงพื้นก่อนมือทั้งสองก็ได้ แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งที่สะดวกสำหรับเรา
23
และวาญิบให้เราสุญูดลงบนอวัยวะทั้งเจ็ด ดั่งที่ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สอนพวกเราเอาไว้
หน้าผากพร้อมกับจมูก ฝ่ามือทั้งสองข้าง ปลายนิ้วเท้าทั้งสองข้างและหัวเข่าทั้งสองข้าง
24
ให้เรายันปลายนิ้วเท้าให้หันไปทางกิบละฮ์ และให้เท้าทั้งสองตั้งขึ้น
แยกต้นขาออก และยกท้องขึ้นให้พ้นต้นขาทั้งสองข้าง
ให้เรายกข้อศอกทั้งสองข้างให้สูงขึ้นจากพื้นโดยให้แยกห่างออกจากสีข้าง ในขณะที่เราไม่ได้ละหมาดเป็นญะมาอะฮ์หรือกลัวว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่อยู่รอบข้างเรา
และให้เอามือทั้งสองข้างอยู่ในระดับหัวไหล่หรือหู
25
กล่าวว่า "ซุบฮาน่าร็อบบียัลอะอฺลา" มหาบริสุทธิ์แด่พระเจ้าของฉันผู้ทรงสูงส่ง
กล่าวตัสเบียะห์ซ้ำกัน 3 ครั้ง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ใกล้กับความสมบูรณ์แบบที่สุด และการกล่าวตัสเบียะห์เพียงครั้งเดียวนั้นก็ถือว่าใช้ได้ และก็กล่าวเพิ่ม หากว่าเราต้องการ และใช้การตัสเบียะห์ที่มีรูปแบบจากท่านนะบีที่หลากหลาย และให้เราดุอาอ์ด้วยกับสิ่งที่เรารักจากสิ่งดีๆของโลกนี้และโลกอาคิเราะฮ์
26
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "สภาพที่บ่าวได้ใกล้ชิดกับพระผู้อภิบาลของเขามากที่สุดนั่นคือ ในขณะที่เขาเป็นผู้ที่กำลังสุญูด ดังนั้นพวกท่านจงขอดุอาอ์ให้มากๆ (ในขณะที่สุญูด)"
27
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
ให้เรากล่าวตักบีรในขณะที่เงยศรีษะขึ้นมาจากสุญูด
ให้เราตะแคงเท้าซ้ายแล้วนั่งทับบนมันอย่างมีสมาธิ และให้เราชันเท้าขวาขึ้น โดยให้ปลายนิ้วของเท้าขวาชี้ไปทางกิบละฮ์
หรือ
ให้เราชันเท้าทั้งสองข้างขึ้น และนั่งบนส้นเท้าทั้งสอง
ให้เรากางแขนออก โดยให้แขนข้างขวาวางบนขาอ่อนข้างขวา และแขนข้างซ้ายวางบนขาอ่อนข้างซ้าย บริเวณหัวเข่าหรือเหนือหัวเข่า
28
กล่าวว่า "ร็อบบิฆฟิรลี" โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดอภัยโทษให้แก่ฉันด้วยเถิด
ให้เรากล่าวดุอาอ์นี้ขณะนั่งระหว่างสองสุญูด โดยให้เรานั่งอย่างมีสมาธิ
29
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
ให้เราก้มลงไปสู่การสุญูดครั้งที่สองพร้อมกล่าวตักบีร ซึ่งรูปแบบและคำกล่าวนั้นเหมือนกับการสุญูดครั้งแรก
30
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
ให้เราทำร็อกอะฮ์ที่สอง เช่นเดียวกับที่เราได้ทำในร็อกอะฮ์แรก
วางมือทั้งสองข้างบนหน้าอก อ่านซูเราะฮ์ฟาติหะฮ์ อ่านอายะฮ์ใดอายะฮ์หนึ่งหรือกลุ่มอายะฮ์จากอัลกุรอาน
จากนั้นให้เราทำการรูกั๊วะ
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
และให้เรายืนตรง
"ซะมิอั้ลลอฮุลิมันฮะมิดะฮ์" อัลลอฮ์ทรงได้ยินผู้ที่สรรเสริญพระองค์
จากนั้นก็ให้เราทำการสุญูด
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
ให้เราสุญูด 2 สุญูด จากนั้นให้นั่งตะชะฮ์ฮุด
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
31
หลังจากเสร็จสิ้นจากร็อกอะฮ์ที่ 2 แล้ว การนั่งตะชะฮฺฮุดนั้น เราต้องนั่งแบบอิฟติรอช
32
การนั่งแบบอิฟติรอช จะอยู่ในการนั่งตะชะฮ์ฮุดของการละหมาดที่มี 2 ร็อกอะฮ์ เช่น ละหมาดซุบฮิ ละหมาดญุมอะฮฺ์ และละหมาดอีดทั้งสอง เหมือนดั่งเช่นการนั่งตะชะฮ์ฮุดครั้งแรกของการละหมาดที่มี 3 และ 4 ร็อกอะฮ์ และการนั่งระหว่าง 2 สุญูด
33
และไม่มีปัญหาแต่อย่างใด สำหรับบุคคลที่ไม่สามารถนั่งแบบอิฟติรอชได้ เนื่องจากมีขนาดร่างกายที่ใหญ่โต หรือมีอาการเจ็บป่วยที่เท้าทั้งสองข้าง หรือเนื่องด้วยสาเหตุอื่นๆ ที่เขาจะนั่งในรูปแบบใดก็ได้ที่เขาสามารถนั่งได้
34
ในการนั่งตะชะฮ์ฮุดนั้น ให้เราวางมือขวาบนหน้าขาขวาและกุมนิ้วทั้งหมด ยกเว้นนิ้วชี้ แล้วก็ชี้มันออกไป
35
หรือทำให้นิ้วหัวแม่มือเป็นวงชนกับนิ้วกลาง และชี้ด้วยนิ้วชี้
36
ส่วนมือซ้ายนั้น เราจะวางมันไว้ที่ต้นขาซ้ายหรือจับที่หัวเข่าก็ได้
และส่งเสริมให้สายตาของเรามองไปยังนิ้วชี้ของมือขวาขณะนั่งตะชะฮ์ฮุด
37
ความเคารพ ความภักดี และคุณธรรมทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ขอความสันติสุขความเมตตาจากอัลลอฮ์และความจำเจริญแห่งพระองค์จงมีแด่ท่านโอ้ท่านนะบี ขอความสันติสุขจงมีแด่พวกเราและแก่บรรดาบ่าวที่มีคุณธรรมแห่งอัลลอฮ์ ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และฉันขอปฏิญาณว่ามุฮัมมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์
ให้เราอ่านในการนั่งตะชะฮ์ฮุดครั้งแรกเท่านั้น ถ้าหากว่าเป็นการละหมาดที่มี 3 หรือ 4 ร็อกอะฮ์
ส่วนการละหมาดที่มี 2 ร็อกอะฮ์ เช่นละหมาดซุบฮิ ละหมาดยุมอะฮ์หรือละหมาดอีดทั้งสอง ให้เราเพิ่มเติมการนั่งตะชะฮ์ฮุดด้วยการอ่านเศาะละวาตแด่ครอบครัวของอิบรอฮีม
โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงประทานการสดุดีแด่มุฮัมมัดและครอบครัวของมุฮัมมัดเช่นที่พระองค์ทรงประทานการสดุดีแด่อิบรอฮีมและครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง โอ้อัลลอฮ์ ขอทรงประทานความจำเริญแด่มุฮัมมัดและครอบครัวของมุฮัมมัดเช่นที่พระองค์ทรงประทานความจำเริญแด่อิบรอฮีมและครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง
38
อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะฮฺมะตุ้ลลอฮ์
อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะฮฺมะตุ้ลลอฮ์
การให้สลามเกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นจากการตะชะฮ์ฮุดและการอ่านดุอาอ์ที่มีระบุอยู่ในซุนนะฮ์ของท่านนะบี แต่สิ่งนี้อยู่ในการละหมาดที่มี 2 ร็อกอะฮ์
39
เราได้ยินอย่างค่อยๆ ว่า "อัลลอฮุอักบัร"
แต่ถ้าหากว่าเป็นละหมาดที่มี 3 ร็อกอะฮ์ เช่น ละหมาดมัฆริบ หรือละหมาดที่มี 4 ร็อกอะฮ์ เช่น ละหมาดดุฮริ อัสรีและอีชาอ์
40
ให้เราลุกขึ้นยืนหลังจากการตะชะฮ์ฮุดครั้งแรก เพื่อละหมาดอีก 1 ร็อกอะฮ์ ถ้าหากว่าเรากำลังละหมาดมัฆริบ หรือละหมาดอีก 2 ร็อกอะฮ์ ถ้าหากว่าเรากำลังละหมาดดุฮริ อัสรี หรืออีชาอ์ และให้เราอ่านฟาติหะฮ์ให้ร็อกอะฮ์ต่างๆ พร้อมกับทำทุกรายละเอียดที่ผ่านมา ทั้งการรุกั๊วะ การสุญูด,การยืนตรงและการนั่ง
41
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
42
ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้นั่งแบบตะวัรรุก ในตะชะฮ์ฮุดครั้งสุดท้ายของทุกๆละหมาดที่มี 2 ตะชะฮ์ฮุด
43
ให้นั่งแบบตะวัรรุกในตะชะฮ์ฮุดครั้งสุดท้ายของการละหมาดที่มี 3 และ 4 ร็อกอะฮ์ ซึ่งมีหลายท่าด้วยกัน
44
ตะแคงเท้าซ้ายและชันเท้าขวาขึ้น และทำให้เท้าทั้งสองข้างออกมาอยู่ทางด้านขวา แล้ววางก้นลงกับพื้น
หรือ
ตะแคงเท้าทั้งสองข้าง และทำให้เท้าทั้งสองข้างอยู่ทางด้านขวา
หรือ
ให้ตะแคงเท้าขวา แล้วสอดเท้าซ้ายเข้าไปใต้ต้นขาและหน้าแข้งของเท้าขวา
45
และในการนั่งตะชะฮ์ฮุดครั้งสุดท้าย ให้เราอ่านตะชะฮ์ฮุด จากนั้นตามด้วยการเศาะลาวาตแด่ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
46
ก่อนให้สลาม และหลังจากอ่านตะชะฮ์ฮุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เราขอความคุ้มครองจากอัลลอฮ์ให้รอดพ้นจาก 4 ประการดังต่อไปนี้ 1.ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษในนรก 2.ให้พ้นจากการลงโทษในหลุมศพ 3.ให้พ้นจากภัยของการมีชีวิต และภัยของการตาย 4.ให้พ้นจากภัยของดัจญาล อัล-มะซีห์
และให้เราขอดุดาอ์จากอัลลอฮ์ ตามสิ่งที่เราต้องการ จากสิ่งดีๆ ทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮ์
47
อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะฮฺมะตุ้ลลอฮฺ
อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะฮฺมะตุ้ลลอฮฺ
การสิ้นสุดของการละหมาดจะไม่เกิดขึ้น เว้นแต่ด้วยกับการให้สลาม
48
ด้วยการให้สลามนั้น ถือว่าเราได้ทำให้การละหมาดของเราเสร็จสิ้นลงแล้ว
ให้อ่าน "อัสตัฆฟิรุลลอฮ์" 3 ครั้ง แปลว่า "ฉันขออภัยโทษต่อพระองค์อัลลอฮ์"
49
และส่วนหนึ่งที่เป็นสุนนะฮ์ส่งเสริมให้ผู้ละหมาดกระทำ ก็คือ เมื่อเขาได้ให้สลามแล้ว ให้เขาขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ 3 ครั้ง จากนั้นให้กล่าวคำรำลึกถึงอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่มีปรากฎจากท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
มีม
ถูกเขียนไว้บนหน้าจอ
1
ไม่ว่าท่านจะเป็นอิหม่ามหรือละหมาดคนเดียวก็ตาม
2
ตักบีเราะตุ้ลเอียะฮ์รอม
3
ให้เรายกมือทั้งสองข้างเสมอหัวไหล่
4
ให้เรายกมือทั้งสองข้างเสมอติ่งหู ด้วยรูปแบบเดิม
5
วางมือบนหน้าอก
6
หรือเหนือสะดือ
7
หรือใต้สะดือ
8
มือขวาของเราวางบนข้อมือซ้าย
9
หรือใช้มือขวาจับที่ข้อศอกซ้าย
10
บทดุอาอ์อิสติฟตาห์ (ก่อนที่จะอ่านซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์ในร็อกอะฮ์แรกของการละหมาด)
11
โอ้อัลลอฮ์ได้โปรดแยกระหว่างฉันและบาปของฉันให้ห่างไกลกันเฉกเช่นที่พระองค์ได้แยกทิศตะวันออกและทิศตะวันตก โอ้อัลลอฮ์ได้โปรดชำระฉันให้บริสุทธิ์จากความผิดของฉันเฉกเช่นผ้าขาวที่ถูกชำระจนสะอาดปราศจากความสกปรก โอ้อัลลอฮ์ได้โปรดล้างฉันจากความผิดทั้งหลายของฉันด้วยหิมะ น้ำและลูกเห็บ
12
ส่งเสริมให้อ่านดุอาอ์อิสติฟตาห์ที่หลากหลาย
13
อิสติอาซะฮ์ (การกล่าว "อะอูซุบิ้ลลาฮิมินัชชัยฏอนิรเราะญีม)
14
ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์จากชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง
15
ซูเราะฮ์ฟาติฮะห์
16
การสรรเสริญทั้งหลายนั้น เป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ ผู้ทรงอภิสิทธิ์แห่งวันตอบแทน เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮ์ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ ขอพระองค์ทรงแนะนำพวกข้าพระองค์ซึ่งทางอันเที่ยงตรง (คือ) ทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปราณแก่พวกเขา มิใช่ทางของพวกที่ถูกกริ้ว และมิใช่ทางของพวกที่หลงผิด
17
อามีน
18
เป็นดุอาอ์ ซึ่งมีความหมายว่า "โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงโปรดตอบรับด้วยเถิด"
19
ให้เราอ่านส่วนหนึ่งจากอัลกุรอานตามความสะดวก
20
รูกั๊วะ
21
อัลลอฮ์ มหายิ่งใหญ่
22
หลังตรงและเสมอกัน ไม่โค้ง
23
กล่าวว่า "ซุบฮาน่าร็อบบียัลอาษีม"
24
ส่วนหนึ่งจากดุอาอ์ขณะรุกั๊วะที่มีร่องรอยปรากฎจากท่านเราะซูล
25
ผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง ผู้ทรงศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง พระผู้อภิบาลแห่งมลาอิกะฮ์ทั้งหลายและมลาอิกะฮ์ญิบรีล
26
มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์พระผู้อภิบาลแห่งเรา และด้วยการสรรเสริญพระองค์ โอ้อัลลอฮ์ได้โปรดประทานอภัยโทษแก่ฉันด้วยเถิด
27
อัลลอฮ์ทรงได้ยินผู้ที่สรรเสริญพระองค์
28
โอ้พระผู้อภิบาลของเรา และการสรรเสริญทั้งหลายนั้นแด่พระองค์ด้วยการสรรเสริญที่มากมายที่ดียิ่งและประเสริฐยิ่ง
29
กางมือทั้งสองข้างของเรา
30
หรือหุบมันไว้
31
สุญูด
32
หน้าผากพร้อมกับจมูก
33
ฝ่ามือทั้งสอง
34
หัวเข่าทั้งสอง
35
เท้าทั้งสอง
36
กล่าวว่า "ซุบฮาน่าร็อบบียัลอะอฺลา"
37
"สภาพที่บ่าวได้ใกล้ชิดกับพระผู้อภิบาลของเขามากที่สุด นั่นคือในขณะที่เขาเป็นผู้ที่กำลังสุญูด ดังนั้นพวกท่านจงขอดุอาอ์ให้มากๆ (ในขณะที่สุญูด)" บันทึกโดย มุสลิม
38
การนั่งแบอิฟติรอช (ตะแคงเท้าซ้ายและชันเท้าขวาขึ้น)
39
การนั่งแบบอิกอาอ์ (วางฝ่าเท้าทั้งสองบนพื้น แล้วใช้ก้นนั่งบนส้นเท้าทั้งสองข้าง)
40
การอ่าน "ร็อบบิฆฟิรลี" 3 ครั้ง
41
โอ้อัลลอฮ์ได้โปรดอภัยให้แก่ฉัน เมตตาฉัน ชี้นำฉัน ประทานปัจจัยยังชีพแก่ฉัน
42
ละหมาดซุบฮิ
43
ละหมาดญุมอะฮ์
44
ละหมาดอีดทั้งสอง
45
ละหมาดซุฮริ
46
ละหมาดอัศริ
47
ละหมาดมัฆริบ
48
ละหมาดอิชาอ์
49
ความเคารพ ความภักดี และคุณธรรมทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ขอความสันติสุขความเมตตาจากอัลลอฮ์และความจำเจริญแห่งพระองค์จงมีแด่ท่านโอ้ท่านนะบี ขอความสันติสุขจงมีแด่พวกเราและแก่บรรดาบ่าวที่มีคุณธรรมแห่งอัลลอฮ์ ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และฉันขอปฏิญาณว่ามุฮัมมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์
50
โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงประทานการสดุดีแด่มุฮัมมัดและครอบครัวของมุฮัมมัดเช่นที่พระองค์ทรงประทานการสดุดีแด่อิบรอฮีมและครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง โอ้อัลลอฮ์ ขอทรงประทานความจำเริญแด่มุฮัมมัดและครอบครัวของมุฮัมมัดเช่นที่พระองค์ทรงประทานความจำเริญแด่อิบรอฮีมและครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง
51
ซุฮริ-อัศริ-มัฆริบ-อิชาอ์
52
ซุบฮิ-ญุมุอะฮ์-อีดทั้งสอง
53
โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงประทานการสดุดีแด่มุฮัมมัดและครอบครัวของมุฮัมมัดเช่นที่พระองค์ทรงประทานการสดุดีแด่อิบรอฮีมและครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง โอ้อัลลอฮ์ ขอทรงประทานความจำเริญแด่มุฮัมมัดและครอบครัวของมุฮัมมัดเช่นที่พระองค์ทรงประทานความจำเริญแด่อิบรอฮีมและครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง
54
อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะฮฺมะตุ้ลลอฮ์
55
เมื่อนั่งอยู่ในร็อกอะฮ์สุดท้าย ให้ยืดเท้าซ้ายไปข้างหน้า แล้วชันเท้าขวาขึ้น และนั่งบนพื้น บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
56
การนั่งแบบตะวัรรุก
57
"โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษในหลุมศพ การลงโทษในนรกญะฮันนัม จากความโกลาหลหรือบททดสอบขณะที่มีชีวิตและหลังความตายและจากความชั่วร้ายที่เป็นบททดสอบ (ฟิตนะฮฺ) ของดัจญาล" บันทึกโดย มุสลิม
58
"โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันได้อธรรมต่อตัวเองซึ่งเป็นการอธรรมอย่างมากมาย และไม่มีผู้ใดที่จะอภัยโทษทั้งหลายได้นอกจากพระองค์เท่านั้น ดังนั้น ได้โปรดอภัยให้ฉันด้วยการอภัยจากพระองค์ด้วยเถิด ได้โปรดเมตตาฉัน แท้จริงแล้วพระองค์นั้นเป็นผู้ที่ทรงอภัยและทรงเมตตายิ่ง" บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
59
อ่าน ""อัสตัฆฟิรุลลอฮ์" 3 ครั้ง
60
จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “แท้จริงสิ่งแรกที่บ่าวจะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮ์จากการงานของเขา คือ การละหมาด ดังนั้นถ้าหากละหมาดของเขาดี แน่นอนเขาย่อมได้รับชัยชนะและประสบความสำเร็จ และถ้าหากละหมาดของเขาบกพร่อง แน่นอนเขาย่อมสิ้นหวังและขาดทุน" บันทึกโดยอบูดาวูด และอัตติรมิซีย์ และอันนะซาอีย์