اللهم أنت السلام ومنك السلام، تباركت يا ذا الجلال والإكرام” ความว่า “โอ้ พระผู้อภิบาลของข้า พระองค์คือผู้ทรงเปี่ยมด้วยสันติ จากพระองค์นั้นคือที่มาของสันติ ความจำเริญยิ่งแด่พระองค์ โอ้ผู้เปี่ยมด้วยความยิ่งใหญ่และเกียรติยศ
จากเษาบาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า:
เมื่อท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ละหมาดเสร็จ ท่านจะกล่าวอิสติฆฟาร(อภัยโทษ)สามครั้ง จากนั้นท่านจะกล่าว “اللهم أنت السلام ومنك السلام، تباركت يا ذا الجلال والإكرام” ความว่า “โอ้ พระผู้อภิบาลของข้า พระองค์คือผู้ทรงเปี่ยมด้วยสันติ จากพระองค์นั้นคือที่มาของสันติ ความจำเริญยิ่งแด่พระองค์ โอ้ผู้เปี่ยมด้วยความยิ่งใหญ่และเกียรติยศ” ท่านวะลีด กล่าวว่า "ดังนั้นฉันกล่าวแก่ท่านเอาซาอีย์ว่า : การอิสติฆฟารนั้นเป็นอย่างไร? ท่านตอบว่า: คือการที่ท่านกล่าว" อัสตัฆฟิรุลลอฮ์ อัสตัฆฟิรุลลอฮ์".
كَانَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِذَا انْصَرَفَ مِنْ صَلَاتِهِ اسْتَغْفَرَ ثَلَاثًا، وَقَالَ: «اللَّهُمَّ أَنْتَ السَّلَامُ، وَمِنْكَ السَّلَامُ، تَبَارَكْتَ ذَا الْجَلَالِ وَالْإِكْرَامِ»، قَالَ الْوَلِيدُ: فَقُلْتُ لِلْأَوْزَاعِيِّ: كَيْفَ الْاسْتِغْفَارُ؟ قَالَ: تَقُولُ: أَسْتَغْفِرُ اللهَ، أَسْتَغْفِرُ اللهَ.
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะกล่าวเมื่อท่านเสร็จจากการละหมาดของท่านว่า: อัสตัฆฟิรุลลอฮฺ อัสตัฆฟิรุลลอฮฺ อัสตัฆฟิรุลลอฮฺ. จากนั้นท่านก็จะกล่าวคำเชิดชูพระผู้อภิบาลของท่าน ด้วยการกล่าว" "اللَّهمَّ أنتَ السَّلامُ، ومنْكَ السَّلامُ، تباركْتَ ذا الجَلالِ والإكرامِ " อัลลอฮ์คือผู้ทรงปลอดภัยและสมบูรณ์ในคุณลักษณะของพระองค์ ปราศจากข้อบกพร่องและความไม่สมบูรณ์ทุกประการ และเจ้าจะขอความปลอดภัยจากพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายทั้งปวงในโลกนี้และอาคิเราะฮ์ ไม่ใช่ขอจากผู้อื่น และพระองค์ผู้ทรงมีคุณงามความดีมากมายทั้งในโลกนี้และอาคิเราะฮ์ ทรงเป็นเจ้าแห่งความยิ่งใหญ่และความดีงาม.
...:
ส่งเสริมให้กล่าวอิสติฆฟารหลังจากละหมาด และให้ทำเป็นประจำ
ส่งเสริมให้กล่าวอิสติฆฟาร(ขออภัยโทษ)เพื่อเติมเต็มข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจากการทำอิบาดะฮ์และเพื่อเป็นการปรับปรุงสู่การทำความดีและข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น.
เศาะฮีห์ มุสลิม (1/ 414) (591).
เพิ่มเติม (6)
مرعاة المفاتيح شرح مشكاة المصابيح.
لعبيد الله المباركفوري (3/ 317).
سبل السلام.
للصنعاني (1/ 294).
توضيح الأحكام مِن بلوغ المرام.
لعبد الله البسام (2/ 301).