زيارة المسجد النبوي الشريف
การเยี่ยมมัสยิดนะบะวีย์อันทรงเกียรติ พร้อมคำเตือนและคำชี้แนะสำหรับมาผู้เยี่ยม เรียบเรียง ดร.อับดุลลอฮฺ บิน นาญี อัล-มิคลาฟีย์ ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ คำนิยม มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้ทรงทำให้การเยี่ยมเยียนมัสยิดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ของพระองค์ เป็นหนึ่งในการงานอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้ใกล้ชิดกับพระองค์ และทรงทำให้การละหมาดในมัสยิดแห่งนี้เป็นการยกระดับเพิ่มขึ้นอีกหลายขั้น การสดุดีและความศานติจงมีแด่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งเป็นมนุษย์ที่บริสุทธิ์ยิ่ง และจงมีแด่ครอบครัวและสหายของท่าน…
การเยี่ยมมัสยิดนะบะวีย์อันทรงเกียรติ พร้อมคำเตือนและคำชี้แนะสำหรับมาผู้เยี่ยม
เรียบเรียง
ดร.อับดุลลอฮฺ บิน นาญี อัล-มิคลาฟีย์
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
คำนิยม
มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้ทรงทำให้การเยี่ยมเยียนมัสยิดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ของพระองค์ เป็นหนึ่งในการงานอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้ใกล้ชิดกับพระองค์ และทรงทำให้การละหมาดในมัสยิดแห่งนี้เป็นการยกระดับเพิ่มขึ้นอีกหลายขั้น การสดุดีและความศานติจงมีแด่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งเป็นมนุษย์ที่บริสุทธิ์ยิ่ง และจงมีแด่ครอบครัวและสหายของท่าน ตลอดจนผู้ที่เจริญรอยตามพวกเขาด้วยความดีไปจนถึงวันแห่งความตาย
อนึ่ง
ผมมีความยินดียิ่งที่จะแนะนำหนังสือ “การเยี่ยมมัสยิดนะบะวีย์อันทรงเกียรติพร้อมคำเตือนและคำชี้แนะสำหรับผู้มาเยี่ยม” ของ ดร.อับดุลลอฮฺ บิน นาญี อัล-มัคลาฟีย์ ที่ใช้สำนวนง่าย มีเนื้อหาครอบคลุม เน้นหนักในด้านที่มีความสำคัญต่อผู้มาเยี่ยมที่จะต้องระมัดระวังในการมาเยี่ยมของเขา
ซึ่งท่านได้อธิบายถึงการเยี่ยมเยียนตามหลักศาสนาและวิธีการที่ถูกต้องในการให้สลามแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และสหายทั้งสองของท่าน และอธิบายเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ที่ศาสนากำหนดให้ไปเยี่ยมในเมืองมะดีนะฮฺที่อยู่นอกมัสยิดนะบะวีย์อันทรงเกียรติ รวมไปถึงคำเตือนและคำแนะนำบางประการที่ผู้มาเยี่ยมจำเป็นต้องรู้ที่สอดคล้องกับอะกีดะฮฺ (หลักศรัทธา) ที่ถูกต้องที่อยู่บนแนวทางของชาวสลัฟผู้มีเกียรติบนพื้นฐานของอัลกุรอานและสุนนะฮฺ และเนื่องจากความสำคัญของหนังสือเล่มนี้และเนื้อหาสาระที่มี ผมจึงแนะนำให้ตีพิมพ์และเผยแพร่มัน ขอดุอาอฺจากอัลลอฮฺให้พระองค์ทรงทำให้มันเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกคน และผมรู้สึกยินดีที่จะขอบคุณอย่างจริงใจและชื่นชมรัฐบาล ผู้รับใช้ดินแดนอันทรงเกียรติทั้งสอง กบัตริย์ซัลมาน บิน อัลดุลอะซีซ อาละสุอู้ด (หะฟิเศาะฮุ้ลลอฮฺ) และมกุฎราชกุมาร เจ้าชายมุหัมมัด บิน ซัลมาน (หะฟิเศาะฮุ้ลลอฮฺ) สำหรับการดูแลมัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองแห่งเป็นอย่างดี ให้บริการในทุกๆ ด้าน เตรียมการทุกวิถีทาง และขจัดความยากลำบากให้แก่ผู้มาเยี่ยมมัสยิดทั้งสอง และขอบคุณไปยังหัวหน้าฝ่ายกิจการมัสยิดหะรอมและมัสยิดนะบะวีย์ ฯพณฯ เชคศ.ดร.อับดุรเราะฮฺมาน บิน อับดุลอะซิซ อัส-สุดัยส์ สำหรับความพยายามของท่านในการรับใช้มัสยิดศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองแห่งและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของเขาในการบริหารองค์กรส่งเสริมความดีและห้ามปรามความชั่วของสำนักงานบริหารกิจการทั่วไปของมัสยิดนะบะวีย์
ดังนั้นจึงขออัลลอฮฺทรงตอบแทนผลบุณแก่พวกเขา ทรงช่วยเหลือพวกเราและพวกเขาให้ได้รับใช้อิสลามและมุสลิมต่อไป และขออัลลอฮฺทรงโปรดประทานการสดุดีและความศานติแด่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ครอบครัวของท่าน และสหายของท่านทั้งหมด
อาลี บิน ศอลิหฺ อัล-มุหัยสินีย์
ผู้อำนวยการองค์กรการส่งเสริมความดีและห้ามปรามความชั่ว สำนักงานบริหารกิจการทั่วไปของมัสยิดนะบะวีย์
คำนำ
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ผู้อภิบาลแห่งสากลโลก การสดุดีและความศานติจงมีแด่ท่านนบีมุหัมมัดผู้มีสัจจะ และจงมีแด่ครอบครัวและสหายของท่านผุ้นำแห่งความดีและความจำเริญ
อนึ่ง ผู้เยี่ยมที่มีเกียรติครับ อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะฮฺมะตุลลอฮฺ วะบะเราะกาตุฮฺ ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่เมืองของท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
ท่านพี่น้องผู้มาเยี่ยมครับ ท่านจงสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ ที่พระองค์ทรงให้ท่านมีสุขภาพดี ทรงให้ท่านร่ำรวย และทรงให้ท่านบรรลุผลสำเร็จได้มายังเมืองของท่านเราะซูลของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เพราะหากพระองค์อัลลอฮฺ (มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์) ได้ทรงให้ท่านบรรลุผลสำเร็จในเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนอาจไม่สามารถที่จะมาเยี่ยมได้ ทั้งๆ ที่พวกเขามีความปรารถนาและกระตือรือร้น ดังนั้น เมื่อท่านมาถึงเมืองมะดีนะฮฺ อัล-มุเนาวะเราะฮฺ ท่านต้องปฏิบัติตนให้มีมารยาทตามหลักศาสนบัญญัติที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ส่งเสริมเอาไว้ ซึ่งมันเป็นสิ่งจำเป็นที่มุสลิมทุกคนพึงปฏิบัติในทุกๆ สถานที่อยู่แล้ว แต่การมีมารยาทที่ดีในเมืองมะดีนะฮฺ ซึ่งเป็นเมืองของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั้นต้องเน้นหนักยิ่งขึ้น และจงขอบคุณอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ทรงให้ท่านบรรลุผลสำเร็จได้มาเยี่ยมมัสยิดของท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ของพระองค์ ซึ่งมันคือหนึ่งในสามมัสยิดที่มีความประเสริฐ ดังคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า “ไม่มีการตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเดินทาง ยกเว้นการเดินทางไปยังมัสยิดสามแห่ง คือ มัสยิดหะรอม และมัสยิดของฉันนี้ (มัสยิดนะบะวีย์) และมัสยิดอัลอักศอ” บันทึกโดย อัลบุคอรีและมุสลิม
และจงสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ ผู้ทรงเกรียงไกร ผู้ทรงสูงส่ง ที่พระองค์ทรงให้ท่านบรรลุผลสำเร็จได้มาเยี่ยมสุสานของท่านนบีของเรา มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม พร้อมกับการมาเยี่ยมมัสยิดนะบะวีย์ ดังนั้นจึงจำเป็นสำหรับท่านที่จะต้องเจริญรอยตามแนวทางที่เที่ยงตรงของท่านนบีที่ท่านได้ทำแบบอย่างเอาไว้ให้แก่ประชาชาติของท่าน และได้บัญญัติในการมาเยี่ยมมัสยิดนะบะวีย์ไว้ให้แก่พวกเขา และเป็นแนวทางที่บรรพชนผู้ทรงคุณธรรม (เราะฮิมะฮุลลอฮฺ) ของพวกเราได้เคยปฏิบัติไว้
ท่านพี่น้องผู้มาเยี่ยมที่มีเกียรติครับ หากท่านต้องการมาเยี่ยมมัสยิดนะบะวีย์ ท่านจะต้องทำความสะอาดชำระล้างร่างกาย ใส่เครื่องหอม และหลีกเลี่ยงการมามัสยิดนะบะวีย์ด้วยกลิ่นที่น่ารังเกียจ เมื่อท่านมาถึงมัสยิด ให้ก้าวเท้าขวาขณะเข้ามัสยิด พร้อมกล่าวว่า: ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ และการสดุดีและความศานติจงมีแด่ท่านเราะซูลุลลอฮฺ,โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ซึ่งความผิดบาปของข้าพระองค์ และเปิดประตูแห่งความเมตตาของพระองค์ให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ ขอต่อพระพักตร์อันทรงเกียรติของพระองค์และอำนาจอันทรงเดิมของพระองค์ ให้รอดพ้นจากชัยฏอนมารร้ายที่ถูกสาปแช่งด้วยเถิด
จากนั้นให้มุ่งไปยังเราเฏาะฮฺอันทรงเกียรติ แล้วละหมาดตะฮิยะตุ้ลมัสยิดในนั้นสองร็อกอะฮฺ (หากสะดวก) แต่ถ้าบริเวณนั้นแออัด ก็สามารถละหมาดบริเวณไหนของมัสยิดนะบะวีย์ก็ได้ และหลีกเลี่ยงการเบียดเสียดและทำร้ายมุสลิมซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อนุญาต เพราะแท้จริงท่านได้มายังมัสยิดนะบะวีย์เพื่อรับผลบุญ ไม่ใช่มารับบาป
จากนั้นให้มุ่งไปยังสุสานของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อย่างมีมารยาทและด้วยความสงบเสงี่ยม ถ้าหากว่าบริเวณดังกล่าวยังมีผู้คนหนาแน่นอยู่ ก็ควรระมัดระวังในการที่จะไม่เข้าไปเบียดเสียดกับผู้คน แม้ว่าจะต้องรอเวลาให้ความแออัดเบาบางลงสักครู่หนึ่งก็ตาม และพยายามที่จะไม่ไปเยี่ยมสุสานของท่านนบีหลังจากละหมาดฟัรฎูห้าเวลาโดยทันทีเพราะเวลาดังกล่าวส่วนมากแล้วมักจะมีผู้คนหนาแน่น และจงอย่าส่งเสียงดัง เพราะแท้จริงอัลลอฮฺได้ทรงห้ามปวงบ่าวของพระองค์จากเรื่องดังกล่าว พระองค์ทรงตรัสว่า: โอ้ศรัทธาชนทั้งหลาย! พวกเจ้าอย่าได้ยกเสียงของพวกเจ้าเหนือเสียงของท่านนบี และอย่าพูดเสียงดังกับเขาเยี่ยงการพูดเสียงดังของบางคนของพวกเจ้ากับอีกบางคน เพราะ (เกรงว่า) การงานต่างๆ ของพวกเจ้าจะสูญเสียไป โดยที่พวกเจ้าไม่รู้สึกตัว แท้จริงบรรดาผู้ที่ลดเสียงของพวกเขา ณ ที่เราะซูลุลลอฮฺนั้น ชนเหล่านั้น คือบรรดาผู้ที่อัลลอฮฺทรงทดสอบจิตใจของพวกเขาเพื่อความยำเกรง สำหรับพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง ซูเราะฮฺ อัล-หุญุรอต อายะฮฺ ที่ 2-3 อิมาม อิบนุกะษีร เราะฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในตัฟซีรของท่านว่า: การส่งเสียงดังหรือยกเสียงสูงบริเวณสุสานของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ เช่นเดียวกับตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เพราะแท้จริงแล้วท่านเป็นที่เคารพนับถือทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และในหลุมฝังศพของท่าน ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตลอดไป และท่านอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้ยินเสียงของผู้ชายสองคนในมัสยิดนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยที่เสียงของทั้งสองดังขึ้น ท่านจึงกล่าวว่า คุณทั้งสองคนคือใคร? หรือ คุณทั้งสองคนมาจากไหน? เขาทั้งสองก็ได้ตอบว่า เป็นชาวเมืองฎออิฟ ท่านจึงกล่าวว่า ถ้าหากคุณทั้งสองคนเป็นชาวเมืองนี้ ฉันจะลงโทษคุณทั้งสองคนอย่างแน่นอน โทษฐานที่ส่งเสียงดังในมัสยิดของท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บันทึกโดยอิมาม อัลบุคอรีย์ เราะฮิมะฮุลลอฮฺ เมื่อท่านมาถึงหน้าสุสานของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วก็จงหยุดนิ่งอย่างสงบเสงี่ยมและนอบน้อม และให้สลามแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยกล่าวว่า อัสสลามุอะลัยกา ยา เราะซูลัลลอฮฺ วะเราะฮฺมะตุ้ลลอฮิ วะบะเราะกาตุฮฺ ความศานติจงประสบแด่ท่าน โอ้ท่านนบีของอัลลอฮฺ ความศานติจงประสบแด่ท่าน โอ้ผู้ที่อัลลอฮฺทรงสร้างที่ดีที่สุด ความสันติจงประสบแด่ท่าน โอ้ผู้เป็นผู้นำของบรรดาเราะซูลที่ถูกส่งมา ผู้เป็นผู้นำของบรรดาผู้ยำเกรง ฉันขอเป็นพยานว่า ท่านได้เผยแพร่สาส์น ได้ทำสิ่งที่ได้รับมอบหมาย ตักเตือนประชาชาติ และต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺอย่างจริงจัง ดังนั้นขอพระองค์อัลลอฮฺทรงตอบแทนท่านในความดีที่ท่านให้แก่ประชาชาติของท่าน ข้าพเจ้าขอวิงวอนต่อพระองค์อัลลอฮฺ ขอทรงโปรดประทานความจำเริญแด่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเครือญาติของท่าน ดั่งที่พระองค์ได้ทรงประทานความจำเริญแด่ท่านนบีอิบรอฮีม และเครือญาติของท่าน แท้จริงพระองค์ทรงเป็นที่ได้รับการสรรเสริญและเป็นผู้ที่ทรงเกียรติยิ่ง และขอทรงโปรดประทานความประเสริฐแด่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเครือญาติของท่าน ดั่งที่พระองค์ได้ทรงประทานความประเสริฐแด่ท่านนบีอิบรอฮีม และเครือญาติของท่าน แท้จริงพระองค์ทรงเป็นที่ได้รับการสรรเสริญและเป็นผู้ที่ทรงเกียรติยิ่ง
และท่านสามารถให้สลามแด่ท่านนบีด้วยสำนวนอื่นๆ ที่ศาสนาอนุญาต
หลังจากนั้น ให้ขยับไปทางขวาของท่านเล็กน้อย แล้วให้สลามแก่ท่านอบูบักรฺ อัศ-ศิดดีก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ซึ่งเป็นเคาะลีฟะฮฺของท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยกล่าวว่า ความสันติ ความเมตตา และความจำเริญจากเอกองค์อัลลอฮฺ จงประสบแด่ท่าน โอ้อบูบักรฺเอ๋ย ความสันติจงมีแด่เคาะลีฟะฮฺของท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และผู้ที่อยู่เคียงข้างท่านในถ้ำ ขอพระองค์อัลลอฮฺทรงประทานผลตอบแทนที่ดีให้แก่ท่านแทนพวกเรา แทนอิสลามและบรรดามุสลิมด้วยเถิด หรือสำนวนอื่นๆ เป็นต้น หลังจากนั้น ให้ขยับไปทางขวาของท่านเล็กน้อย แล้วให้สลามแก่ท่านอมีรุลมุอฺมินีน อุมัร อัลฟารูก เราะฎิยัลลอฮุอันฮู โดยกล่าวว่า ความสันติ ความเมตตา และความจำเริญจากเอกองค์อัลลอฮฺ จงประสบแด่ท่าน โอ้อุมัร อัลฟารูกเอ๋ย ความสันติจงมีแด่เคาะลีฟะฮฺผู้ทรงธรรมคนที่สอง ขอพระองค์อัลลอฮฺทรงประทานผลตอบแทนที่ดีให้แก่ท่านแทนพวกเรา แทนอิสลามและบรรดามุสลิมด้วยเถิด หรือสำนวนอื่นๆ เป็นต้น ด้วยกับสิ่งนี้ เป็นอันว่าเสร็จสิ้นการเยี่ยมเยียนมัสยิดนะบะวีย์ สุสานของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และสุสานของสหายทั้งสองของท่าน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ท่านพี่น้องที่มาเยี่ยมครับ หากท่านต้องการขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ -อัซซะวะญัลลา- ท่านจงผินหน้าไปทางกิบลัตตรงส่วนไหนของมัสยิดนะบะวีย์อันทรงเกียรติและเวลาใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นกลางคืนหรือกลางวัน และให้เลือกสถานที่ที่ไม่แออัด เพราะมันจะทำให้ท่านมีสมาธิ รวบรวมความคิดของท่าน และสร้างความสงบให้กับหัวใจของท่านมากขึ้น และขอดุอาอฺจากอัลลอฮฺ เพื่อตัวท่านและพี่น้องมุสลิมของท่านให้ได้รับความดีทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ผู้มาเยี่ยมที่มีเกียรติครับ ท่านควรระมัดระวังการกระทำผิดหรือละเมิดในการขอดุอาอฺ ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น การดุอาอฺต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺและขอจากสิ่งนั้น การขอฝนจากสิ่งนั้น เพราะการกระทำดังกล่าวขัดต่อคำสั่งของอัลลอฮฺและคำสั่งของท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มิหนําซ้ํามันยังเป็นการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺอีกด้วย เพราะแท้จริงพระองค์อัลลอฮฺได้ทรงห้ามคุณมิให้ดุอาอฺต่อสิ่งอื่นจากพระองค์ พระองค์ได้ตรัสว่า ดังนั้น พวกเจ้าอย่าวิงวอนขอผู้ใดเคียงคู่กับอัลลอฮฺ สูเราะฮฺอัลญิน อายะฮฺที่ 18 และพระองค์อัลลอฮฺได้ตรัสไว้ว่า และเมื่อบ่าวของข้าถามเจ้าถึงข้าแล้ว ก็ (จงตอบเถิดว่า) แท้จริงนั้นข้าอยู่ใกล้ ข้าจะตอบรับคำวิงวอนของผู้ที่วิงวอนเมื่อเขาวิงวอนต่อข้า ดังนั้น พวกเขาจงตอบรับข้าเถิด และศรัทธาต่อข้า เพื่อว่าพวกเขาจะได้อยู่ในทางที่ถูกต้อง สูเราะฮฺอัลบะกอเราะฮฺ อายะฮฺที่ 186 และพระองค์อัลลอฮฺได้ตรัสไว้ว่า และใครเล่าจะหลงผิดมากไปกว่าผู้ที่วิงวอนขออื่นจากอัลลอฮฺที่มันจะไม่ตอบรับ (การวิงวอน) ของเขาจนถึงวันกิยามะฮฺ และพวกมันเฉยเมยต่อการวิงวอนขอของพวกเขา สูเราะฮฺอัลอะหฺกอฟ อายะฮฺที่ 5 และในหะดีษของอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา มีคำพูดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า เมื่อเจ้าวินวอนขอ ก็จงวินวอนขอต่ออัลลอฮฺ และเมื่อเจ้าขอความช่วยเหลือ ก็จงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ บันทึกโดยอิมามอัตติรมีซีย์ เราะฮิมะฮุลลอฮฺ
และสมควรต้องกล่าวว่า “โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงโปรดทำให้นบีของพระองค์ให้การช่วยเหลือข้าพระองค์ด้วยเถิด โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงอย่าให้ฉันถูกห้ามจากการได้รับการช่วยเหลือของนบีของพระองค์ด้วยเถิด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม” และคุณจะต้องตะวัสสุลต่ออัลลอฮฺ (การกระทำชนิดหนึ่งที่ทำให้ใกล้ชิดกับพระองค์) ด้วยความรักของคุณที่มีต่อท่านนบีของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ด้วยการที่คุณได้ปฏิบัติตามท่านนบี และด้วยการงานต่างๆ ที่ดีของคุณ
พี่น้องผู้มาเยี่ยมครับ ท่านจงรู้ไว้เถิดว่า การเยี่ยมเยียนนี้คือแนวทางปฏิบัติของชาวสละฟุศศอลิหฺ เราะฮิมะฮุมุลลอฮฺ
สถานที่ต่างๆ ที่ศาสนากำหนดให้ไปเยี่ยม
ในเมืองมะดีนะฮฺที่อยู่นอกมัสยิดนะบะวีย์อันทรงเกียรติ
1-อัลบะเกียะอฺ คือ สุสานของชาวเมืองมะดีนะฮฺ ซึ่งมีบรรดาเศาะหาบะฮฺ ตาบิอีน และบรรดาสละฟุศศอลิหฺมากมายถูกฝังที่นี้ (ขอความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺและความเมตตาของพระองค์จงมีแด่พวกเขา) แท้จริงท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้มาเยี่ยมชาวอัลบะเกียะอฺแล้วให้สลามและขอดุอาอฺให้แก่พวกเขา
ดังนั้นเมื่อท่านไปยังสุสานอัลบะเกียะอฺ ท่านจงให้สลามแก่พวกเขา และกล่าวเช่นเดียวกับที่นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ของเรากล่าว ขอความสันติจงมีแด่เจ้าของที่พำนักทั้งหลาย จากบรรดามุอฺมินีนและมุสลิมีน และพวกเราอินชาอัลลอฮฺจะต้องตามพวกท่านไปในภายหลังอย่างแน่นอน ขออัลลอฮฺทรงประทานความปลอดภัยแก่พวกเราและแก่พวกท่านทั้งหลายด้วยเถิด บันทึกโดยอิมามมุสลิม เราะฮิมะฮุลลอฮฺ และจงขอดุอาอฺและขออภัยโทษให้แก่ชาวอัลบะเกียะอฺ นี่คือการเยี่ยมเยียนตามหลักศาสนา โอ้พี่น้องมุสลิมเอ๋ย ท่านไม่ควรเหยียบหรือนั่งบนสุสาน เพราะได้มีระบุจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับการห้ามกระทำเรื่องดังกล่าว ด้วยคำกล่าวของท่านที่ว่า “พวกท่านจงอย่าละหมาดหันไปทางหลุมศพ และพวกท่านจงอย่านั่งบนมัน” บันทึกโดยอิมามมุสลิม เราะฮิมะฮุลลอฮฺ
และควรระวังอย่าไปลูบหรือจูบหลุมฝังศพหรือเก็บเศษดินจากมัน หรือขอดุอาอฺจากผู้ที่อยู่ในหลุมฝังศพ เพราะพวกเขาไม่สามารถให้คุณประโยชน์หรือโทษแก่ท่านเลย
2-สุสานของบรรดาผู้เสียชีวิตชะฮีดในสงครามอุฮุด มันคือสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างมุสลิมกับพวกมุชริกีน บรรดาเศาะหาบะฮฺ -เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม- ได้เสียชีวิตชะฮีดในสงครามครั้งนี้ 70 คน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ไปเยี่ยมชุฮะดาอฺอุฮุด ท่านให้สลามและดุอาอฺแก่พวกเขา และพึงทราบเถิดว่าบรรดาชุฮะดาอฺเหล่านี้ถูกสังหารเนื่องจากปกป้องอิสลาม และสิทธิของพวกเขาเหนือพวกเรา คือ พวกเราต้องขอดุอาอฺให้พวกเขาได้รับความพึงพอพระทัยทุกคน ดังนั้นเมื่อท่านไปเยี่ยมพวกเขา ก็จงให้สลามแก่พวกเขาเหมือนกับตอนที่ท่านให้สลามแก่คนตายที่สุสานอัลบะเกียะอฺและคนตายคนอื่นๆ
3-มัสยิดกุบาอฺ มีบัญญัติกำหมดให้ไปเยี่ยมและละหมาดในมัสยิดกุบาอฺ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ขี่อูฐหรือเดินเท้ามายังมัสยิดแห่งนี้ทุกสัปดาห์ ผู้ใดก็ตามที่ไปยังมัสยิดแห่งนี้และละหมาดในนั้น เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับการทำอุมเราะฮฺ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ผู้ใดที่ทำความสะอาดที่บ้านของเขา แล้วไปยังมัสยิดกุบาอฺ และละหมาดในที่นั้น เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับการทำอุมเราะฮฺ" บันทึกโดยอิมามอิบนุมาญะฮฺ เราะฮิมะฮุลลอฮฺ
ดังนั้นท่านจงอย่าให้ตัวเองพลาดโอกาสในการทำความดีอันยิ่งใหญ่นี้เลย โอ้พี่น้องมุสลิมเอ๋ย
คำเตือนและคำแนะนำสำหรับผู้มาเยี่ยมมัสยิดนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
ท่านพี่น้องผู้มาเยี่ยมที่มีเกียรติครับ
ท่านจงรักษาบทดุอาอฺที่มีบันทึกไว้ขณะที่ท่านเข้าและออกจากมัสยิดนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หรือมัสยิดอื่นๆ
ท่านจงอย่าคำนับขณะให้สลามแก่ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แต่จงยื่นอย่างสงบ มีมารยาทและนอบน้อม
ท่านจงอย่าลูบผนัง เสาหรือประตูของมัสยิดนะบะวีย์ มิมบัร ที่ยืนนำละหมาดของอิมาม หน้าต่างผนังที่อยู่รอบๆ ห้องของท่านนบี เพื่อขอความเป็นสิริมงคล เพราะการกระทำดังกล่าวไม่เป็นที่อนุญาต
อิมามนะวาวีย์ เราะฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ "อัล-มัญมัวะ (เล่ม 8/หน้า257) เกี่ยวกับการลูบสุสานอันทรงเกียรติด้วยมือไว้ว่า ผู้ใดก็ตามที่คิดว่า การลูบด้วยมือหรืออย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันนั้น จะทำให้ได้รับความเป็นสิริมงคลมากกว่า มันคือความโง่เขลาของตัวเขาเอง เพราะแท้จริงความเป็นสิริมงคลมันอยู่ในสิ่งที่สอดคล้องกับศาสนา แล้วเขาจะแสวงหาความโปรดปรานในสิ่งที่ขัดกับความถูกต้องได้อย่างไร?
พี่น้องผู้มาเยี่ยมครับ จงรู้ไว้เถิดว่าการเยี่ยมนั้นไม่ได้ผูกมัดกับระยะเวลาที่จำกัด ไม่ว่าจะนานหรือไม่นาน และไม่ได้ผูกมัดกับจำนวนละหมาด ไม่ว่าจะน้อยหรือมากก็ตาม ความผิดส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นจากผู้มาเยี่ยมมัสยิดนะบะวีย์ คือ พวกเขาคิดว่าพวกเขาจำเป็นจะต้องละหมาดในมัสยิดจำนวนเท่านั้นเท่านี้ เช่น ละหมาด 40 เวลา เป็นต้น บางคนถึงกับทำให้ตัวเองต้องยุ่งยากลำบากและบังคับคนอื่นให้ทำพร้อมกับเขาด้วย ซึ่งการกระทำเช่นนี้มันเป็นสิ่งที่ผิด เพราะไม่มีหลักฐานระบุจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เรื่องการกำหนดจำนวนละหมาดที่ผู้มาเยี่ยมต้องละหมาดในมัสยิดของท่าน ดังนั้นคุณจงละหมาดตามที่คุณสะดวก ไมว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม
และหะดีษที่ระบุเกี่ยวกับการกำหนดจำนวนละหมาด 40 เวลาในมัสยิดนบีนั้น คือ หะดีษที่มีอยู่ในมุสนัดของอิมามอะฮฺหมัด รายงานโดยท่านอนัส บิน มาลิก เราะฏิยัลลอฮุอันฮู จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ผู้ใดก็ตามทีละหมาดในมัสยิดของฉัน 40 เวลา โดยไม่พลาดสักเวลา เขาจะถูกบันทึกให้รอดพ้นจากนรก รอดพ้นจากการลงโทษในหลุมฝั่งศพ และปลอดภัยจากการเป็นคนนิฟาก (หน้าไหว้หลังหลอก) มันเป็นหะดีษที่เฎาะอีฟ (อ่อน) ส่วนอีกหะดีษหนึ่งที่บันทึกโทยอิมามอัตติรมีซีย์ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านได้กล่าวว่า “ผู้ใดที่ละหมาดเพื่ออัลลอฮฺจำนวนสี่สิบวันร่วมกับญะมาอะฮฺ โดยทันการตักบีรฺครั้งแรก (ตักบีเราะตุลอิหฺรอม) เขาจะถูกบันทึกให้ปลอดภัยจากสองประการ ปลอดภัยจากไฟนรก และปลอดภัยจากนิฟาก (หน้าไว้หลังหลอก)” มันเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
เพราะฉะนั้น ผมจึงขอตักเตือนพี่น้องที่มาเยี่ยมให้แสวงหาความปลอดภัยนี้ ซึ่งคุณสามารถปฏิบัติหะดีษบทนี้โดยที่คุณอยู่ที่นี้หรือขณะที่คุณอยู่ในประเทศของคุณ
ตามหลักแล้ว ผู้ขอดุอาอฺจะต้องหันหน้าไปทางกิบลัตขณะดุอาอฺ แต่บางคนยืนข้างๆ มัสยิดนะบะวีย์ ยกมือทั้งสองข้างของเขาขอดุอาอฺจากอัลลอฮฺโดยหันหน้าไปทางสุสานของท่านนบี ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่เป็นที่รู้จักว่ามาจากชาวสลัฟ บรรดาอิมามและนักปราชญ์อาวุโสของประชาชาติอิสลาม ดังนั้นพี่น้องผู้มาเยี่ยมควรระมัดระวังการกระทำเช่นนี้ และให้ท่านปฏิบัติเฉพาะสิ่งที่บรรดาสเศาะหาบะฮฺของท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตาบิอีน และบรรพชนผู้ศรัทธารุ่นก่อนๆ ที่ได้กระทำไว้ก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นการขอดุอาอฺ กิบลัตของมัน คือ กะอฺบะฮฺ
ไม่อนุญาตให้เขียนจดหมายที่มีคำดุอาอฺแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้ววางที่หน้าต่างห้อง หรือวางในเราเฎาะฮฺ หรือในส่วนใดส่วนหนึ่งของมัสยิดนะบะวีย์ เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และไม่อนุญาต และเช่นเดียวกับที่การนำจดหมายเหล่านั้นมาจากประเทศต่างๆ และส่งต่อมายังมัสยิดนะบะวีย์
ไม่อนุญาตให้เฏาะวาฟรอบสุสาน เพราะการเฏาะวาฟเป็นอิบาดะฮฺที่อนุญาตให้กระทำกับกะอฺบะฮฺเท่านั้น เพื่อเชิดชูและปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺ ตะอาลา
พี่น้องผู้มาเยี่ยมครับ ท่านจงพยายามตระเตรียมเสบียงแห่งการเชื่อฟังและกระทำความดีในช่วงที่ท่านกำลังอยู่ที่เมืองมะดีนะฮฺ รักษาการละหมาดฟัรฏูในรูปแบบญะมาอะฮฺที่มัสยิดนะบะวีย์ และละหมาดสุนัตในเราเฏาะฮฺให้มากๆ -ถ้าท่านสะดวก- เพราะมีการรับรองจากท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านได้กล่าวว่า
ระหว่างบ้านฉันกับมิมบัรของฉันนั้นคือสวนหนึ่งจากบรรดาสวนในสวรรค์
บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ และมุสลิม เราะฮิมะฮุมัลลอฮฺ
และการเจาะจงให้คุณลักษณะเช่นนี้กับเราะเฏาะฮฺ โดยไม่เจาะลงบริเวณอื่นๆ ของมัสยิดนั้น บ่งบอกให้เห็นถึงความประเสริฐและความโดดเด่นของมัน ดังนั้นท่านจงพยายามละหมาดสุนัต การรำลึกถึงอัลลอฮฺ และการอ่านอัลกุรอานในนั้น โดยไม่เบียดเสียดหรือสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ละหมาดคนอื่นๆ ฉะนั้นผู้ใดละทิ้งสิ่งหนึ่งเพื่ออัลลอฮฺ พระองค์จะทรงทดแทนสิ่งที่ดีกว่านั้นให้แก่เขา
ส่วนละหมาดฟัรฎูนั้น แท้จริงการละหมาดในแถวหน้าจะประเสริฐกว่า ดังคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม "แถวที่ดีที่สุดของผู้ชายคือแถวแรก และแถวที่ชั่วที่สุดคือแถวสุดท้าย" บันทึกโดยอิมามมุสลิม เราะฮิมะฮุลลอฮฺ
และคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า
"หากผู้คนได้รู้ (ถึงความประเสริฐ) ของการเรียกร้อง (อาซาน) และการได้ยืนละหมาดในแถวแรกแล้ว แน่นอนพวกเขาจะเเข่งขันกัน จนสุดท้าย หากมีการหยิบฉลากกัน พวกเขาก็จะหยิบฉลาก"
บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ และมุสลิม เราะฮิมะฮุมัลลอฮฺ
ความหมายของคำว่า "يَسْتَهِمُوا" คือ การหยิบฉลาก
พึงทราบเถิดว่าแท้จริงการละหมาด 1 เวลา ในมัสยิดนะบะวีย์ประเสริฐกว่าการละหมาดหนึ่งพันครั้งในมัสยิดอื่นๆ ยกเว้นมัสยิดหะรอม ซึ่งการละหมาด 1 เวลาในมัสยิดหะรอมประเสริฐกว่าการละหมาดหนึ่งแสนครั้งในมัสยิดอื่นๆ ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "การละหมาดหนึ่งเวลาในมัสยิดของฉันแห่งนี้ ประเสริฐกว่าการละหมาดหนึ่งพันครั้งในมัสยิดอื่นๆ ยกเว้นมัสยิดอัลหะรอม และการละหมาดหนึ่งเวลาในมัสยิดหะรอม ประเสริฐกว่าการละหมาดหนึ่งแสนครั้งในมัสยิดอื่นๆ บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺและอะฮฺหมัด เราะฮิมะฮุมัลลอฮฺ
และควรรักษาการอ่านกุรอาน รำลึกถึงอัลลอฮฺ ขอบคุณและสรรเสริญพระองค์ บริจาคทาน และเอี้ยะติกาฟที่มัสยิดนะบะวีย์ให้เยอะๆ ถ้าหากท่านสะดวก
ถ้าหากมีเรื่องศาสนาเรื่องใดที่ท่านยังไม่เข้าใจ ก็จงสอบถามผู้รู้ ซึ่งส่วนหนึ่งของพวกเขาคือบรรดาคณาจารย์ที่สอนอยู่ในมัสยิดนะบะวีย์ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามคำดำรัสของอัลลอฮฺ ตะลาลา ที่ว่า “ดังนั้น พวกเจ้าจงถามผู้รู้ หากพวกเจ้าไม่รู้” (สูเราะฮฺ อัลอัมบิยาอฺ อายะฮฺที่ 7)
หรือโทรไปยังโทรศัพท์ของ “สำนักกิจการให้การแนะนำผู้ถาม” ที่วางกระจายอยู่ตามประตูของมัสยิดนะบะวีย์และในบางมุมของมัสยิด -อินชาอัลลอฮฺ- ท่านจะได้พบกับคำตอบที่จำเป็นต่อท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเยี่ยมเยียน การประกอบพิธีอุมเราะฮฺและพิธีฮัจญ์ของท่าน
ควรพยายามเข้าร่วมเรียนรู้วิชาการที่สอนโดยบรรดาคณาจารย์ของมัสยิดนะบะวีย์ เพื่อท่านจะได้เข้าใจเรื่องศาสนาของท่าน และอยู่ภายใต้คำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า "ผู้ใดที่มายังมัสยิดของฉันแห่งนี้ โดยมิได้มาเพื่อสิ่งใดเลย เว้นแต่เพื่อความดีที่เขาจะมาเรียนรู้มัน หรือมาสอนถ่ายทอดมัน เขาจะมีสถานะเทียบเท่ากับผู้ที่ออกรบในหนทางของอัลลอฮฺ และผู้ใดมาเพื่อจุดประสงค์อื่นจากนี้ เขาจะมีสถานะเทียบเท่ากับชายคนหนึ่งที่กำลังมองเสบียงของผู้อื่น" บันทึกโดย อิมามอิบนุมาญะฮฺ,อะฮฺหมัด,และฮากิม ในอัลมุสตัดร็อก (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาพวกเขาทั้งหมด)
นอกจากนี้ ท่านพี่น้องนักศึกษา อย่าลืมที่จะไปเยี่ยมห้องสมุดของมัสยิดนะบะวีย์ในห้องโถงกว้างบนหลังคาด้านตะวันตก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อเติมมัสยิดนะบะวีย์ของผู้รับใช้มัสยิดหะรอมอันทรงเกียรติทั้งสอง กบัตริย์ฟะฮัด เราะฮฺมะฮุลลอฮฺ และการที่จะขึ้นไปยังห้องสมุดดังกล่าวให้ใช้บันไดเลื่อนหมายเลข 10 แล้วท่านจะพบกับสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับท่านในนั้น
ท่านพี่น้องผู้มาเยี่ยมครับ หากท่านเป็นผู้ที่มีความสนใจเกี่ยวกับหนังสือต้นฉบับที่เขียนด้วยมือ ท่านก็จงไปเยี่ยมแผนกที่เกี่ยวกับหนังสือต้นฉบับที่เขียนด้วยมือที่ประตูอุษมาน บิน อัฟฟาน -เราะฏิยัลลอฮุอันฮู- ซึ้งตั้งอยู่ที่ส่วนท้ายของการต่อเติมมัสยิดในสมัยซาอุดิอาระเบียช่วงแรก ตรงกลางมัสยิดนะบะวีย์
นอกจากนี้ยังมีแผนกผลิตเสียงและวิดิโอแนะนำอยู่ที่ประตูหมายเลข (17هـ) ประตูอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ -เราะฏิยัลลอฮุอันฮู- โดยการต่อเติมมัสยิดของผู้รับใช้มัสยิดหะรอมทั้งสอง กษัตริย์ฟะฮัด เราะฮฺมะฮุลลอฮฺ คอยบริการบันทึกบทเรียนต่างๆ คุฏบะฮฺ และละหมาดต่างๆ ของมัสยิดนะบะวีย์ แจกให้กับผู้มาเยี่ยมฟรี โดยการนำเทปเปล่า หรือแผ่นดิสก์ หรือแฮนดี้ไดร์มาด้วย นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดสำหรับสตรีอยู่ในที่ละหมาดของสตรีทางด้านทิศตะวันออก อยู่ตรงประตูหมายเลข 24 และในที่ละหมาดของสตรีทางด้านทิศตะวันตก อยู่ตรงประตูหมายเลข16 และมีห้องสมุดเสียงสำหรับผู้หญิง อยู่ตรงประตูหมายเลข 28 อีกด้วย
ท่านจงขยับไปข้างหน้าเพื่อให้แถวแรกเต็มที่ละแถว และอย่านั่งบริเวณทางเข้า ทางเดิน บันไดและประตู เพราะการกระทำเช่นนั้นเป็นการปิดทางเข้ามัสยิด ซึ่งอาจทำให้ผู้คนต้องละหมาดด้านนอกมัสยิด ทั้งๆ ที่ด้านในมัสยิดยังมีที่ว่างอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านและพี่น้องร่วมละหมาดของท่านต้องรักษาแถวละหมาดให้เชื่อมติดกันและเรียงเป็นแถว จนกระทั่งแถวเต็มและสมบูรณ์ และสามารถรองรับจำนวนผู้ร่วมละหมาดในมัสยิดได้
หากท่านต้องการละหมาดในแถวแรกๆ หรือในเราเฏาะฮฺอันทรงเกียรติ ท่านต้องรีบมามัสยิดนะบะวีย์ตั้งแต่เนิ่นๆ อย่ามาช้าแล้วไปเดินข้ามคอผู้คน เดินผ่านคนละหมาด และไปเบียดเสียดกับพวกเขา,เพราะนั่นเป็นการสร้างความเดือนร้อนให้แก่ผู้ละหมาด และการสร้างความเดือนร้อนให้แก่บรรดามุสลิมนั้นไม่เป็นที่อนุญาต
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เห็นชายคนหนึ่ง (ในวันศุกร์) เขากำลังเดินข้ามคอผู้คนเพื่อก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้า โดยที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กำลังคุฏบะฮฺอยู่บนมิมบัรอยู่ ท่านก็ได้หยุดการคุฏบะฮฺ แล้วกล่าวกับเขาว่า "เจ้าจงนั่ง เพราะแท้จริงเจ้าได้สร้างความเดือนร้อนและเจ้าเองก็มาช้าด้วย" บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺและอะฮฺหมัด เราะฮิมะฮุมัลลอฮฺ
คือ เจ้าได้สร้างความเดือนร้อนให้แก่ผู้คนโดยการก้าวข้ามคอพวกเขา และเจ้าได้มาช้า ถ้าหากว่าเจ้าต้องการอยู่แถวแรกๆ เจ้าจำเป็นต้องมาให้ไว้ๆ อย่ามาสาย
อย่าเดินตัดหน้าผู้ละหมาด เพราะได้มีการกล่าวถึงข้อห้ามจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในคำกล่าวของท่านที่ว่า "หากผู้ที่เดินผ่านตัดหน้าผู้ละหมาดรู้ว่ามันมีโทษอย่างไร เขาย่อมจะหยุดไม่ยอมเดินผ่านผู้ละหมาด แม้จะต้องรอนานถึงสี่สิบ (อาจเป็นนาที/ชั่วโมง/วัน/เดือนหรือปี) ดีกว่าการเดินผ่านผู้ละหมาดไป" อบูนัฎรฺกล่าวว่า "ฉันไม่รู้ว่าท่านจะพูดสี่สิบวัน หรือเดือน หรือปี บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรี เราะฮิมะฮุลลอฮฺ อิมามอิบนุหะญัร เราะฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ ฟัตหุลบารีย์ (1/585) ว่า คำกล่าวของท่านนบี ที่ว่า (لَكَانَ أَنْ يَقِفَ أَرْبَعِينَ) หมายความว่า ถ้าหากผู้ที่เดินตัดหน้าคนละหมาดรู้ว่าปริมาณบาปที่จะมาประสบกับเขา เนื่องจากการที่เขาเดินตัดหน้าผู้ละหมาด แน่นอนว่าเขาจะต้องเลือกที่จะหยุดตามระยะเวลาที่ถูกกล่าวไว้ในเบื้องต้น เพื่อไม่ให้บาปนั้นมาประสบกับเขา
พี่น้องผู้มาเยี่ยมครับ ท่านควรรักษาความสะอาด ใส่เครื่องหอม และขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกจากร่างกายและเสื้อผ้า เพราะแท้จริงบรรดามะลาอิกะฮฺก็ได้รับความเดือนร้อนจากสิ่งที่มนุษย์ได้รับความเดือดร้อน
จงรักษาความสะอาดมัสยิดและลานมัสยิด และอย่าสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ละหมาดด้วยการถ่มน้ำลายหรือสั่งน้ำมูกลงบนพื้นหรือกำแพงหรือลานของมัสยิดนะบะวีย์ และท่านจะต้องรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ และจงรู้ไว้ว่าการถ่มน้ำลายในมัสยิดนั้นเป็นความผิด ดั่งที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอกไว้ด้วยคำกล่าวของท่านที่ว่า "แท้จริงการถ่มน้ำลายในมัสยิดเป็นความผิด และการถ่ายถอนความผิดของมันนั้นคือการฝังมัน" (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ และมุสลิม เราะฮิมะฮุมัลลอฮฺ
อย่าปล่อยให้ลูกของท่านวิ่งเล่น สร้างความวุ่นวายและส่งเสียงดังในมัสยิด เพราะสิ่งนี้มันขัดกับมารยาทของการอยู่ในมัสยิดของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
หลีกเลี่ยงสถานที่ที่แออัดและมุ่งไปยังสถานที่ที่มีที่ว่างของมัสยิด และพึงทราบเถิดว่า ความประเสริฐของการละหมาดในมัสยิดจะได้รับโดยการละหมาดในส่วนใดส่วนหนึ่งของมัสยิด
ท่านพี่น้องผู้มาเยี่ยมครับ กรุณารอสักครู่หลังจากที่ท่านละหมาดเสร็จแล้ว ให้อ่านบทซิเกรหลังละหมาด และอย่ารีบละหมาดสุนัตหลังจากละหมาดฟัรฎูทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่และเวลาที่แออัด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอุปสรรคและผู้ที่ต้องการรีบออกจากมัสยิดสามารถแยกย้ายออกไป และไม่ต้องตกอยู่ในความผิดของการเดินตัดหน้าผู้ละหมาด
ท่านต้องอยู่ในความสงบ ไม่วิ่งและผลักกันในตอนที่ยกม่านที่วางไว้สำหรับให้ผู้หญิงละหมาดในเราะเฎาะฮฺ
อย่านำอัลกุรอานออกจากมัสยิดนะบะวีย์ เพราะมันถูกบริจาควะกัฟไว้ในมัสยิด
อย่านั่งพิงบนชั้นวางอัลกุรอาน อย่าวางรองเท้าไว้ข้างๆ และอย่าเดินข้ามชั้นวางอัลกุรอานเพื่อเป็นให้เกียรติคัมภีร์ของอัลลอฮฺ
เมื่อท่านวางรองเท้าของท่านไว้ที่ไหนสักที่ ท่านควรรู้สถานที่นั้นๆ และชั้นวางรองเท้าทั้งหมดที่ใช้สำหรับวางรองเท้าทั้งด้านในหรือด้านบนของมันจะมีหมายเลขกำกับอยู่ ฉะนั้นท่านไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากจำหมายเลขนั้นๆ เพื่อท่านจะได้กลับมาหยิบรองเท้าของท่านได้อย่างสะดวกและง่ายดาย
ท่านพี่น้องผู้มาเยี่ยมครับ พึงทราบเถิดว่ามัสยิดนะบะวีย์และมัสยิดอื่นๆ ถูกเตรียมไว้สำหรับการทำอิบาดะฮฺ ฉะนั้นท่านจงอย่าใช้มันเป็นสถานที่นอน สถานที่ขอทาน และสถานที่ประกาศสิ่งของสูญหาย
จงอย่าใช้คูลเลอร์ที่บรรจุน้ำซัมซัมสำหรับไว้ดื่ม ซึ่งวางอยู่ทั่วบริเวณต่างๆ ของมัสยิดเพื่อเอาน้ำละหมาด และจงอย่าใช้พรมของมัสยิดทำเป็นหมอนหรือผ้าห่มปกปิด
หลีกเลี่ยงการนอนบนลานมัสยิดนะบะวีย์
ห้ามสูบบุหรี่ในลานและบริเวณของมัสยิด และผู้ใดก็ตามที่ถูกทดสอบด้วยการสูบบุหรี่ เขาจำเป็นจะต้องวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ ตะอาละ ในมัสยิดของท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ของพระองค์ ให้พระองค์ทรงช่วยเหลือเขาในการที่จะเลิกมัน และพึ่งรู้เถิดว่านักวิชาการได้ให้คำชี้ขาดไว้ว่าการขายบุหรี่และสูบบุหรี่นั้นเป็นที่ต้องห้าม ดังนั้นผู้ที่สูบบุหรี่จึงมีความผิดบาป และท่านพี่น้องผู้มาเยี่ยมครับ แท้จริงท่านมา (เยี่ยมมัสยิดนบี) เพื่อเพิ่มความดี ดังนั้นควรระมัดระวังสิ่งที่เป็นความชั่ว
ประตูมัสยิดนะบะวีย์ทุกทั้งหมด มีชื่อและหมายเลขกำกับไว้ ดังนั้นท่านพี่น้องที่มาเยี่ยมต้องรู้ชื่อหรือหมายเลขของประตูที่ท่านเข้ามา เพื่อท่านจะได้กลับไปยังประตูนั้นเมื่อออกจากมัสยิด
เมื่อท่านเห็นว่าที่ประตูทางออกมีผู้คนหนาแน่น ท่านต้องอยู่รอในมัสยิดสักครู่หนึ่ง จนกระทั่งความหนาแน่นจะเบาบางลง
และอย่าลืมก้าวเท้าซ้ายของท่านขณะออกจากมัสยิด และกล่าวดุอาอฺออกจากมัสยิด นั่นก็คือ "ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานการสดุดีและความศานติแด่มุหัมมัดด้วยเถิด โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษในความผิดของฉันให้แก่ฉัน และทรงเปิดประตูแห่งความโปรดปรานของพระองค์ให้แก่ฉันด้วยเถิด" บันทึกโดยอิมาม: อัต-ติรมีซีย์ อิบนุมาญะฮฺ และอะฮฺหมัด และมีตัวอย่างอยู่ในเศาะฮีห์ของอิมามมุสลิม ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่านเหล่านั้น
เราแนะนำให้ท่านนำการ์ดของโรงแรมที่ท่านพักอยู่มาด้วย เพื่อใช้มัน (กลับที่พัก) หากท่านไม่รู้จักที่พักของท่าน
ในกรณีที่มีผู้ป่วยในมัสยิดนะบะวีย์ต้องการการปฐมพยาบาลให้รีบแจ้งผู้เฝ้าที่ยืนอยู่ตรงประตูมัสยิด หรือแจ้งเจ้าหน้าที่คนใดก็ได้ให้รับทราบ
ชั้นดาดฟ้าของมัสยิดนะบะวีย์จะถูกเปิดไว้สำหรับละหมาดวันศุกร์ตลอดทั้งปี และสำหรับละหมาด 5 เวลาช่วงเทศกาล (ช่วงพิธีฮัจญ์และรอมฎอน) ฉะนั้นท่านพี่น้องผู้มาเยี่ยมครับ ถ้าหากท่านเห็นว่าชั้นล่างของมัสยิดนะบะวีย์แออัดหนาแน่น ให้ท่านขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า ท่านจะพบที่โล่ง ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ
ในมัสยิดจะมีรถเข็นสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุไว้คอยบริการผู้ที่มีความต้องการ ที่แผนกควบคุมและจัดการประตูของมัสยิดนะบะวีย์ ที่ประตูหมายเลข 8 ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของมัสยิดนะบะวีย์ เพื่อขนย้ายพวกเขาจากที่พักหรือรถของพวกเขาไปยังมัสยิดนะบะวีย์ในช่วงที่พวกเขาพักอยู่ที่นั่น
อย่าละหมาดล้ำหน้าอิหม่ามในช่วงเวลาที่มีผู้คนหนาแน่นในลานด้านหน้ามัสยิด เพื่อออกจากข้อขัดแย้งทางฟิกฮฺ
พยายามใช้ประโยชน์จากคำแนะนำของผู้ดูแลมัสยิดนะบะวีย์ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นถูกแต่งตั้งมาเพื่อบริการและเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน
จงนอบน้อมและดุอาอฺให้มากๆ และให้คำมั่นสัญญากับอัลลอฮฺว่าจะกลับเนื้อกลับตัวอย่างจริงจัง พึงทราบเถิดว่าการมีมารยาทอย่างแท้จริงต่ออัลลอฮฺ ญัลละ วะอะลา คือการรักและเชิดชูพระองค์และมีความบริสุทธิ์ใจต่อศาสนาเพื่อพระองค์ และการมีมารยาทอย่างแท้จริงต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ของพระองค์ คือ การปฏิบัติตามสุนนะฮ์ เดินตามแนวทางของท่าน และการงานของบรรดาเศาะฮาบะฮฺของท่านที่มาหลังจากท่าน และมีมารยาทกับท่านหลังจากที่ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
สุดท้ายนี้ ผมขอสั่งเสียท่านพี่น้องผู้มาเยี่ยมว่า ให้เศาะละวาตแด่ท่านนบีมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ของพวกเราให้มากๆ เพราะได้มีรายงานจากท่านอัมรุ บิน อัลอาศ เราะฏิยัลลอฮุอันฮุ ว่าแท้จริงเขาได้ยินท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าว่า "ผู้ใดที่กล่าวเศาะละวาต (สดุดี) แก่ฉันหนึ่งครั้ง อัลลอฮฺจะทรงสดุดี (หรือให้ความเมตตา) แก่เขาสิบเท่า" บันทึกโดยมุสลิมและคนอื่นๆ
จงขอดุอาอฺ (ที่มีหลักฐานจากท่านนบี) นอบน้อมต่ออัลลอฮฺให้มากๆ และหันไปพึ่งพระองค์ เพราะท่านอยู่ในสถานที่มีความหวังว่าจะมีการตอบรับดุอาอฺ และอย่าลืมบิดามารดา ครอบครัว ลูกๆ และพี่น้องมุสลิมของท่านทุกหนแห่งในดุอาอฺของท่าน
และขออัลลอฮฺทรงประทานการสดุดี ความศานติสุข และความจำเริญแด่ท่านนบีของเรามุหัมมัด แด่ครอบครัวของท่าน และแด่มิตรสหายของท่านทั้งปวง
Related books
All books
ความประเสริฐและมารยาทต่างๆ ของมัสยิดนบี และข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับการเยี่ยมสุสานท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และสุสานของสหายทั้งสองของท่าน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา52 ภาษาความประเสริฐและมารยาทต่างๆ ของมัสยิดนบี และข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับการเยี่ยมสุสานท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และสุสานของสหายทั้งสองของท่าน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา
หนังสือเล่มนี้ได้ชี้แจงถึงความประเสริฐต่างๆ ของมัสยิดอันนะบะวีย์และมารยาทในการเยี่ยมเยือน อีกทั้งยังได้นำเสนอมารยาทในการเยี่ยมหลุมฝังศพของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และหลุมฝังศพของเศาะหาบะฮ์ทั้งสองของท่าน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของความสงบสำรวม ความสะอาดบริสุทธิ์ และการออกห่างจากการกระทำที่เป็นอุตริกรรม (บิดอะฮ์) ในระหว่างการเยี่ยมเยือน
การกระทำที่ผิดในการประกอบพิธีฮัจญ์ อุมเราะห์ และการเยี่ยมเยือน (สถานที่ต่าง ๆ)37 ภาษาการกระทำที่ผิดในการประกอบพิธีฮัจญ์ อุมเราะห์ และการเยี่ยมเยือน (สถานที่ต่าง ๆ)
ข้อผิดพลาดและการกระทำที่ผิดที่เกี่ยวข้องกับการทำอุมเราะห์ ประการแรก: การกระทำที่ผิดและข้อผิดพลาดของผู้คนในการครองอิห์รอม 1- ละทิ้งการอิฮ์ลาล (คือ การเปล่งเสียงขณะกล่าว "ลับบัยกะฮัจญัน หรือ อุมเราะตัน) โดยไม่เปล่งเสียงออกมาขณะที่เขาต้องการเข้าสู่การอิห์รอม และซุนนะฮ์: ให้เปล่งเสียงในขณะนั้น
บทชี้ขาด (ฟัตวา) เกี่ยวกับฮัจญ์ อุมเราะห์และการเยี่ยมเยือน23 ภาษาบทชี้ขาด (ฟัตวา) เกี่ยวกับฮัจญ์ อุมเราะห์และการเยี่ยมเยือน
ได้รับการคัดเลือกจากชุดคำวินิจฉัยทางศาสนาของคณะกรรมการฟัตวาถาวรในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยมีการย่อคำถามให้เหมาะสมกับบริบท ประการแรก: คำวินิจฉัย (ฟัตวา) ทั่วไป คำถาม: เป็นที่อนุญาตหรือไม่สำหรับพ่อของฉัน ซึ่งทำอุมเราะห์ด้วยเงินที่เขายืมมาจากธนาคาร? ตอบ: ใครก็ตามที่ต้องการประกอบพิธีฮัจญ์หรืออุมเราะห์ให้แก่ตัวเองหรือทำให้ผู้อื่น จำเป็นที่เขาจะต้องเลือกค่าใช้จ่ายที่ดีสำหรับการทำฮัจญ์และอุมเราะห์ของเขา เพราะอัลลอฮ์ ผู้ทรงฤทธานุภาพนั้น ทรงดีและทรงยอมรับแต่สิ่งที่ดีเท่านั้น
การตรวจสอบยืนยันและอธิบายให้กระจ่างในประเด็นปัญหาต่างๆ มากมายเกี่ยวกับหัจญ์ อุมเราะฮ์ และการเยี่ยมเยือน ตามแนวทางของอัลกิตาบและอัซซุนนะฮ์46 ภาษาการตรวจสอบยืนยันและอธิบายให้กระจ่างในประเด็นปัญหาต่างๆ มากมายเกี่ยวกับหัจญ์ อุมเราะฮ์ และการเยี่ยมเยือน ตามแนวทางของอัลกิตาบและอัซซุนนะฮ์
หนังสือเล่มนี้ได้อธิบายถึงบทบัญญัติของการประกอบพิธีหัจญ์ อุมเราะฮ์ และการเยี่ยมเยือน ตามแนวทางของอัลกิตาบและอัซซุนนะฮ์ โดยได้ชี้แจงถึงสิ่งที่เป็นวาญิบจำเป็นต้องปฏิบัติในการประกอบพิธีหัจญ์และอุมเราะฮ์ ข้อห้ามต่างๆ ขณะครองอิห์รอม และมารยาทต่างๆ ในการเยี่ยมเยือนมัสยิดอันนะบะวีย์ พร้อมทั้งตักเตือนให้ระวังจากอุตริกรรม (บิดอะฮ์) ในศาสนพิธีเหล่านี้