แท้จริงผู้ที่ฉันรักมากที่สุด และจะได้อยู่ใกล้ชิดกับฉันมากที่สุดจากหมู่พวกท่านในวันกิยามะฮ์ คือ คนที่มีมารยาทดีงามที่สุดในหมู่พวกท่าน
จากญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:
"แท้จริงผู้ที่ฉันรักมากที่สุด และจะได้อยู่ใกล้ชิดกับฉันมากที่สุดจากหมู่พวกท่านในวันกิยามะฮ์ คือ คนที่มีมารยาทดีงามที่สุดในหมู่พวกท่าน และแท้จริงผู้ที่ฉันเกลียดมากที่สุด และจะได้อยู่ห่างไกลฉันมากที่สุดในวันกิยามะฮ์ คือ คนพูดมาก และคนที่ชอบพูดจาเยิ่นเย้อใช้สะบัดสำนวนเพื่อโอ้อวดคนอื่น และผู้ที่ชอบใช้วาจายกตนข่มท่าน" พวกเขาก็กล่าวถามว่า: โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ พวกเรารู้ถึงคำว่า คนพูดมาก และคำว่า ผู้ที่ชอบพูดจาเยิ่นเย้อใช้สะบัดสำนวนเพื่อโอ้อวดคนอื่น แต่คำว่าผู้ที่ชอบใช้วาจายกตนข่มท่านคืออะไรกันเล่า? ท่านกล่าวตอบว่า: "คือผู้ที่มีความเย่อหยิ่งจองหอง"
«إِنَّ مِنْ أَحَبِّكُمْ إِلَيَّ وَأَقْرَبِكُمْ مِنِّي مَجْلِسًا يَوْمَ القِيَامَةِ أَحَاسِنَكُمْ أَخْلاَقًا، وَإِنَّ أَبْغَضَكُمْ إِلَيَّ وَأَبْعَدَكُمْ مِنِّي مَجْلِسًا يَوْمَ القِيَامَةِ الثَّرْثَارُونَ وَالمُتَشَدِّقُونَ وَالمُتَفَيْهِقُونَ»، قَالُوا: يَا رَسُولَ اللهِ، قَدْ عَلِمْنَا الثَّرْثَارُونَ وَالمُتَشَدِّقُونَ فَمَا الْمُتَفَيْهِقُونَ؟ قَالَ: «الْمُتَكَبِّرُونَ».
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แจ้งว่าผู้ที่ท่านรักมากที่สุดในโลกนี้และอยู่ใกล้ท่านมากที่สุดในการพบปะกันในวันฟื้นคืนชีพ คือ ผู้มีศีลธรรมที่ดีที่สุดในหมู่พวกเจ้า และผู้ที่ท่านเกลียดชังจากพวกเจ้ามากที่สุดในโลกนี้ และพวกที่จะอยู่ห่างจากท่านมากที่สุดในการพบปะกันในวันกิยามะฮ์ คือ พวกที่ประพฤติผิดศีลธรรมที่เลวร้ายที่สุด (คนพูดมาก ) พูดมากด้วยความชอบและบิดเบือนความจริง (ผู้ที่ชอบพูดจาเยิ่นเย้อใช้สะบัดสำนวนเพื่อโอ้อวดคนอื่น) คือบรรดาผู้ที่พูดคุยอย่างกว้างขวางและยกย่องคำพูดของพวกเขาโดยไม่มีความระมัดระวัง (วาจายกตนข่มท่าน) พวกเขากล่าวว่า: โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ คนพูดมากและผู้ที่ชอบพูดจาเยิ่นเย้อใช้สะบัดสำนวนเพื่อโอ้อวดคนอื่น เราได้ทราบแล้ว ดังนั้นพวกวาจายกตนข่มท่านคืออะไร? เขากล่าวว่า: ผู้หยิ่งผยอง ผู้ที่เยาะเย้ยผู้คน โดยชอบขยายเรื่องราว ชอบให้ผู้อื่นเกิดความแปลกใจ เพื่อโอ้อวด ยกตน และแสดงตนว่าเหนือผู้อื่น
อุปนิสัยที่ดีเป็นเหตุผลหนึ่งที่ได้รับความรักจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และอยู่ใกล้เขาในวันฟื้นคืนชีพ ในขณะที่อุปนิสัยที่ไม่ดีจะตรงกันข้าม
อุปนิสัยที่ดีเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้คนรักกัน ในขณะที่อุปนิสัยที่ไม่ดีนั้นตรงกันข้าม
ส่งเสริมให้มีมารยาทที่ดี ความอ่อนน้อมถ่อมตน และไม่สร้างรุนแรงหรือแสดงอารมณ์
ตักเตือนระวังไม่ให้พูดมากเกินไป การโอ้อวด การยกตนข่มผู้อื่น และการพูดอย่างปรุงแต่ง
สุนัน อัตติรมีซีย์ (3/ 545) (2018).
เพิ่มเติม (4)
بهجة الناظرين شرح رياض الصالحين.
لسليم الهلالي (1/ 676).
تحفة الأحوذي.
للمباركفوري (6/ 135).
อ้างอิงในหนังสือ
6 หนังสือเพิ่มเติม (6)
- الحقيقة المُبْهِرَة في العلاقة بين الإسلام والإنسان(إنّ من أحبكم إليَّ وأقربكم مني مجلساً يوم القيامة؛ أحاسنكم أخلاقاً)[130].
- دين الإسلام تعرضه نصوص القرآن وسنة خير الأنامعرض دين الإسلام بالأدلة النقلية(إن من أحبكم إليّ وأقربكم مني مجلساً يوم القيامة أحاسنكم أخلاقاً)[15]
- كتاب تعليم المسلم الجديد«إِنَّ مِنْ أَحَبِّكُمْ إِلَيَّ وَأَقْرَبِكُمْ مِنِّي مَجْلِسًا يَوْمَ الْقِيَامَةِ، أَحَاسِنُكُمْ أَخْلَاقًا»
- مجموعة زاد الحديث (1)الحديث 1«إِنَّ مِنْ أَحَبِّكُمْ إِلَيَّ وَأَقْرَبِكُمْ مِنِّي مَجْلِسًا يَوْمَ القِيَامَةِ أَحَاسِنَكُمْ أَخْلَاقًا»
- نبراس طالب (1)1«إِنَّ مِنْ أَحَبِّكُمْ إِلَيَّ وَأَقْرَبِكُمْ مِنِّي مَجْلِسًا يَوْمَ الْقِيَامَةِ أَحَاسِنَكُمْ أَخْلَاقًا»
- نبراس طالب (5)1«إِنَّ مِنْ أَحَبِّكُمْ إِلَيَّ وَأَقْرَبِكُمْ مِنِّي مَجْلِسًا يَوْمَ الْقِيَامَةِ أَحَاسِنَكُمْ أَخْلَاقًا»