Skip to content

“แท้จริงบุคคลที่อัลลอฮ์ทรงกริ้วที่สุดคือ ผู้ที่ชอบโต้เถียงกันอย่างรุนแรง”

จากอาอีชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

“แท้จริงบุคคลที่อัลลอฮ์ทรงกริ้วที่สุดคือ ผู้ที่ชอบโต้เถียงกันอย่างรุนแรง”

«إِنَّ أَبْغَضَ الرِّجَالِ إِلَى اللهِ الْأَلَدُّ الْخَصِمُ».

บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
เศาะฮีห์
คำอธิบาย​

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงเกลียดผู้ที่ชอบและดื้อรั้นในการโต้เถียงกัน ซึ่งเขาจะไม่ยอมรับความจริงและพยายามผลักไสด้วยการโต้แย้ง หรือผู้ที่โต้เถียงกันด้วยสัจธรรมแต่เขาเลยเถิดออกนอกกรอบของคุณธรรม และโต้เถียงกันโดยปราศจากความรู้

ความหมายคำ

...:

บทเรียนที่ได้รับจากหะดีษ

การเรียกร้องสิทธิ์ของผู้ที่ได้รับความอยุติธรรมตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ถือว่าเป็นการโต้เถียงที่ไม่ดีน่ารังเกียจ

การโต้เถียงกันและการชิงดีชิงเด่นกันนั้นเป็นความหายนะประการหนึ่งที่เกิดจากการใช้คำพูดที่ก่อให้เกิดความไม่ลงรอยกันและการแตกแยกในหมู่ชาวมุสลิม

การพิพาทกันเป็นสิ่งที่ดีน่ายกย่อง หากมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสัจธรรมและใช้รูปแบบที่ดี และการพิพาทกันจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีน่าตำหนิ หากมันเป็นการปฏิเสธสัจธรรมและยืนยัดความเท็จ หรือการพิพาทที่ไม่มีหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ใด ๆ

แหล่งอ้างอิง

เศาะฮีห์ อัลบุคอรีย์ (3/ 131) (2457).

เศาะฮีห์ มุสลิม (4/ 2054) (2668).

เพิ่มเติม (8)

توضيح الأحكام من بلوغ المرام.

للبسام (7/ 476).

منحة العلام في شرح بلوغ المرام.

لعبد الله الفوزان (10/ 308).

فتح ذي الجلال والإكرام.

لابن عثيمين (6/ 416).

سبل السلام بشرح بلوغ المرام.

للصنعاني (2/ 685).