Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

170 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ผู้รายงาน

แสดงผู้รายงานทั้งหมด (72)
النعمان بن بشير3 علي3 أبو بكرة2 أسامة بن زيد2 النواس بن سمعان الأنصاري2 سهل بن سعد2 صهيب2 عبادة بن الصامت2 عبد الله بن عمرو2 أبان بن عثمان قال1 أبو الدرداء1 أبو العباس سهل بن سعد الساعدي1 أبو أمامة قال1 أبو بن كعب1 أبو سعيد1 أبو سعيد الخدري وأبي هريرة1 أبو عبد الله النعمان بن بشير1 أبو عمرو- وقيل1 أبو مالك الأشعري1 أبو مالك الحارث بن عاصم الأشعري1 أبو محمد عبد الله بن عمرو بن العاص1 أبو مسعود1 ‌أبي حميد أو عن ‌أبي أسيد قال1 الأغر1 الحسن قال1 الحسين بن علي بن أبي طالب1 ‌الزبير بن العوام قال1 العباس بن عبد المطلب1 المقدام بن معدي كرب1 النواس بن سمعان1 أم سلمة أم المؤمنين1 أمير المؤمنين أبي حفص عمر بن الخطاب1 جرير بن عبد الله1 جويرية أم المؤمنين1 حذيفة1 حكيم بن حزام1 خولة الأنصارية1 خولة بنت حكيم السلمية قالت1 زيد بن أرقم1 سعد1 سعد بن أبي وقاص1 سفيان بن عبد الله الثقفي1 سلمان1 سلمان الفارسي1 سليمان بن صرد1 سمرة بن جندب1 سهل بن حنيف1 سهل بن معاذ بن أنس عن أبيه قال1 شداد بن أوس1 ‌عائشة1 عبادة1 عبد الله بن خبيب1 عبيد الله بن محصن الأنصاري1 عثمان بن أبي العاص1 عقبة بن عامر1 علي قال1 عمر بن الخطاب1 عياض بن حمار أخي بني مجاشع1 قطبة بن مالك1 كعب بن عجرة1 مصعب بن سعد قال1 هانئ مولى عثمان1
แท้จริงสิ่งที่อนุมัติ (หะลาล) นั้นชัดเจนและสิ่งที่ต้องห้าม (หะรอม) ก็ชัดเจนเช่นกัน และในระหว่างทั้งสองนั้นมีสิ่งที่คลุมเครือ (ไม่ชัดเจน) ซึ่งผู้คนส่วนมากไม่รู้ ดังนั้นผู้ใดรักษาตนจากสิ่งที่คลุมเครือได้ เขาก็รักษาศาสนาและเกียรติยศของเขาได้ และผู้ใดที่ตกอยู่ในสิ่งที่คลุมเครือ ก็เสมือนกับว่าเขาได้ตกอยู่ในสิ่งที่ต้องห้าม เปรียบดังเช่นผู้ที่เลี้ยงปศุสัตว์อยู่รอบ ๆ บริเวณเขตหวงห้าม ซึ่งกลัวว่ามันอาจเล็ดลอดเข้าไปกินในนั้น พึงทราบเถิดว่า กษัตริย์ทุกคนย่อมมีเขตหวงห้าม และพึงทราบเถิดว่า แท้จริงเขตหวงห้ามของอัลลอฮ์คือสิ่งต้องห้ามต่าง ๆ ของพระองค์ พึงทราบเถิดว่า ในร่างกายมนุษย์มีก้อนเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง หากเนื้อก้อนนั้นดี ร่างกายก็จะดีตาม และหากเนื้อก้อนนั้นเสีย ร่างกายก็จะเสียตามไปด้วย พึงทราบเถิดว่า เนื้อก้อนนั้นคือ หัวใจ"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“โอ้ อบูสะอีด ผู้ใดที่พอใจกับอัลลอฮ์ในฐานะพระเจ้าของเขา อิสลามเป็นศาสนาของเขา และมูฮัมหมัดในฐานะศาสดาของเขา สวรรค์ย่อมเป็นที่แน่ชัดสำหรับเขา” ดังนั้น อบูสะอีด จึงประหลาดใจกับสิ่งนี้ เขาจึงกล่าวว่า จงกล่าวให้แก่ฉันอีกครั้งเถิด โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ เขาก็ทำเช่นนั้น จากนั้นเขาก็กล่าวว่า: “และอีกเรื่องหนึ่งซึ่งบ่าวคนหนึ่งจะถูกยกระดับของเขานับร้อยระดับในสวรรค์โดยความห่างระหว่างทุกสองระดับนั้น ราวฟ้ากับดิน" เขาจึงถามว่า: อะไรหรือโอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์เอ่ย? ท่านนบีตอบว่า: “การญิฮาดเพื่อพระเจ้า การญิฮาดเพื่อพระเจ้า”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"พวกเจ้าจงให้คำมั่นสัญญาแก่ฉันว่าจะไม่ตั้งภาคีใดๆ กับอัลลอฮ์ ไม่ลักขโมย ไม่ผิดประเวณี ไม่ฆ่าลูกหลาน ไม่ใส่ร้ายแก่กันทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ฝ่าฝืนในเรื่องการทำความดี บุคคลใดในพวกเจ้าได้สัญญาแล้ว จะได้รับการตอบแทนสิ่งที่ดีจากอัลลอฮ์ และผู้ใดได้กระทำผิดข้อหนึ่งข้อใด อัลลอฮ์จะลงโทษบนโลกนี้นั่นคือการลบล้างบาปให้แก่เขา และผู้ใดได้กระผิดข้อหนึ่งข้อใดแล้วอัลลอฮ์ปกปิดไว้ เป็นเรื่องของอัลลอฮ์ หากพระองค์ทรงประสงค์พระองค์ก็จะอภัย หากพระองค์ทรงประสงค์พระองค์ก็จะลงโทษ" พวกเราจึงทำการให้คำมั่นสัญญากับเขาถึงสิ่งเหล่านั้น
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“เมื่อชาวสวรรค์เข้าสวรรค์กันแล้ว อัลลอฮ์ ตะอาลา จะตรัสว่า “พวกเจ้าต้องการให้ข้าเพิ่มเติมอะไรให้พวกเจ้าหรือไม่? พวกเขาก็จะตอบกันว่า: พระองค์ไม่ได้ทำให้ใบหน้าของพวกเราขาวผ่องแล้วมิใช่หรือ? ไม่ได้ทรงทำให้พวกเราได้เข้าสวรรค์กันแล้วมิใช่หรือ? และให้เรารอดพ้นจากนรกแล้วมิใช่หรือ? ท่านกล่าวว่า “แล้วพระองค์ก็ทรงเปิดสิ่งปิดกั้นออก ซึ่งนั่นทำให้พวกเขารู้สึกว่า ไม่มีสิ่งใดที่พวกเขาเคยได้รับมาที่จะเป็นที่รักยิ่งสำหรับพวกเขา มากไปกว่าการได้มองไปที่พระเจ้าของพวกเขาผู้ทรงสูงส่ง”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ฟิตนะฮ์ต่างๆ จะส่งผลต่อบรรดาหัวใจ ดั่งเช่นเสื่อที่สร้างริ้วรอยของเสื่อไว้บนผิวหนังของคนที่นอนลงบนมัน หัวใจของผู้ใดที่ดื่มด่ำไปกับฟิตนะฮ์ หรือซึมซับไปกับมัน ( คือไปยอมให้กับฟิตนะฮ์นั้น ) มันก็จะทำให้หัวใจของคนผู้นั้นเกิดจุดดำขึ้นจุดหนึ่งแต่หากหัวใจของผู้ใดปฏิเสธมัน (คือไม่ยอมรับมัน ไม่ยอมให้กับฟิตนะฮ์นั้น) มันก็จะทำให้หัวใจของคนผู้นั้น เกิดจุดขาวขึ้นหนึ่งจุด นั่นแสดงว่า เมื่อหัวใจต้องเผชิญกับฟิตนะฮ์ มันก็จะทำให้หัวใจของเราแบ่งเป็นสองประเภท ประเภทที่หนึ่งมีความขาว ( มีความบริสุทธิ์ ) เสมือนหินเกลี้ยง(ที่มีความแวววาว ) เพราะฟิตนะฮ์ใด ๆ ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้หัวใจของคนนั้นได้ ตราบเท่าที่บรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินยังคงดำรงอยู่ ส่วนหัวใจอีกประเภทคือ เมื่อมันเผชิญกับฟิตนะฮ์ มันจะดำมืด (เพราะไปยอมให้กับฟิตนะฮ์) เสมือนอัลคูซ ( ซึ่งเป็นภาชนะชนิดหนึ่ง) หรือเสมือนเหยือกน้ำที่วางคว่ำไว้ ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เปรียบเหมือนหัวใจที่ไม่รู้จักความดีงามใดๆ เป็นหัวใจที่ไม่ปฏิเสธความชั่วความผิด เป็นหัวใจที่ยอมให้กับอารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเองเท่านั้น" ท่านฮุซัยฟะฮฺกล่าวว่า: "และข้าพเจ้าได้เล่าให้ท่านอุมัรฟังว่า ระหว่างท่านกับฟิตนะฮฺนั้น มีประตูบานหนึ่งซึ่งถูกปิดไว้และใกล้จะถูกพังลงแล้ว" ท่านอุมัรกล่าวว่า: "พังลงหรือ? ขอให้บิดาของท่านได้รับความเมตตา หากมันถูกเปิดออก บางทีมันอาจจะปิดได้อีก" ข้าพเจ้ากล่าวว่า: "ไม่ใช่ แต่จะถูกพังลง" และข้าพเจ้าได้บอกแก่อุมัรว่า ประตูบานนั้นคือชายคนหนึ่งที่ถูกฆ่าหรือตาย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่แน่นอน ไม่มีความผิดพลาดใดๆ อาบูคอลิด กล่าวว่า: "ข้าพเจ้าได้ถามท่านสะอัดร่อฎิยัลลอฮุอันฮุว่า: 'โอ้ อบูมาลิก อะไรคือ อะซวัด มุรฺบัดด์?' ท่านตอบว่า: 'คือสีดำที่มีความขาวปะปนอยู่อย่างเข้มข้น' ข้าพเจ้าจึงถามอีกว่า: 'แล้วคำว่า อัลกูซ มุญัคคียัน คืออะไร?' ท่านตอบว่า: 'คือภาชนะที่ถูกพลิกกลับหัวลง'"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"แท้จริง ในสวนสวรรค์มีตลาดหนึ่งซึ่งชาวสวรรค์จะไปยังที่นั่นทุกวันศุกร์ แล้วลมจากทางเหนือจะพัดพามาและสัมผัสใบหน้าและเสื้อผ้าของพวกเขา ทำให้พวกเขางดงามและสง่างามยิ่งขึ้น เมื่อพวกเขากลับไปหาครอบครัวของพวกเขา พวกเขาก็จะสวยงามและสง่างามกว่าเดิม ครอบครัวของพวกเขาจะกล่าวว่า "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ พวกท่านงดงามและสง่างามกว่าเดิมหลังจากจากเราไป" และพวกเขาจะตอบว่า "และพวกท่านก็เช่นกัน ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ พวกท่านงดงามและสง่างามกว่าเดิมหลังจากจากเราไป"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ฉันได้กล่าวว่า: “โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ได้โปรดบอกถ้อยคำหนึ่งให้แก่ฉันที่เกี่ยวกับอิสลามที่เป็นถ้อยคำที่ฉันไม่ต้องถามผู้อื่นนอกจากท่านด้วยเถิด” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า: “ท่านจงกล่าวเถิดว่า ฉันได้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์แล้ว หลังจากนั้นก็จงยืนหยัดอยู่บนความถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม และอะห์มัด
"ใครในหมู่พวกท่านที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าโดยมีร่างกายที่แข็งแรงปลอดภัยมีความปลอดภัยในที่พักพิงของเขา เเละปัจจัยยังชีพเพียงพอสำหรับวันนั้น มันก็เหมือนกับว่า เขาได้รับสิ่งดีทั้งหมดของโลกนี้เเล้ว"
หะซัน บันทึกโดย อัต-ตัรมีซีย์ เเละอิบนุมาญะฮ์