عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (109)
"อัลลอฮ์ทรงเมตตาแก่ผู้ที่ใจกว้างเมื่อเขาได้ขาย เมื่อเขาได้ซื้อ และเมื่อเขาได้ถูกทวงถามในสิทธิ์"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
"ทุก ๆ ความดีคือการเศาะดะเกาะฮ์ (การบริจาคทาน) "
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัลบุคอรีย์จากหะดีษญาบิร และบันทึกโดย มุสลิมจากหะดีษหุซัยฟะฮ์
"ฉันได้ถูกมอบให้ 5 ประการ ซึ่งไม่มีใครได้รับมาก่อนฉัน ฉันถูกให้ได้รับชัยชนะด้วยระยะทาง 1 เดือน และแผ่นดินนี้ได้ถูกทำให้เป็นสถานที่ละหมาดและบริสุทธิ์สำหรับฉัน ดังนั้นผู้ใดในหมู่ประชาชาติของฉัน เมื่อได้ถึงเวลาละหมาดแก่เขา ก็ให้เขาละหมาดเถิด และทรัพย์เชลยที่ได้มานั้นเป็นที่อนุญาติสำหรับฉัน ซึ่งมันเป็นที่ต้องห้ามต่อผู้คนก่อนหน้าฉัน และฉันได้ถูกมอบสิทธิในการไถ่โทษ(ชะฟาอะฮ์) และศาสดาคนหนึ่งได้ถูกส่งไปยังประชาชาติของเขาโดยเฉพาะ และฉันถูกส่งมายังมนุษยชาติทั้งมวล"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สอนเราในเรื่องของการละหมาดอิสติคอเราะฮ์ในเรื่องต่างๆ เหมือนดังเช่นที่ท่านสอนอัลกุรอานหนึ่งซูเราะฮ์ให้แก่พวกเรา ท่านบนีกล่าวว่า: "เมือใดที่คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านหวังในสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็จงละหมาดสองร็อกอะฮ์ ซึ่งเป็นการละหมาดที่ไม่ได้เป็นภาคบังคับ จากนั้นก็กล่าวว่า: ความว่า “โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอต่อพระองค์ช่วยคัดเลือกการงานนี้ อันเนื่องด้วยความรอบรู้ของพระองค์ ฉันขอให้มีความสามารถ อันเนื่องด้วยความสามารถของพระองค์ และฉันขอต่อพระองค์ให้ได้รับความโปรดปรานอย่างใหญ่หลวงของพระองค์ แท้จริง พระองค์ทรงกำหนด ด้วยฉันไม่มีความสามารถในการกำหนดใดๆ พระองค์ทรงรอบรู้ยิ่ง ในสิ่งที่ฉันไม่รู้และพระองค์ทรงรอบรู้ยิ่งถึงสิ่งเร้นลับ" "โอ้อัลลอฮ์ เมื่อพระองค์ทรงรู้ว่า การงานนี้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับฉัน ดีต่อศาสนาของฉันและดุนยาของฉัน อีกทั้งดีต่อการดำเนินชีวิตของฉัน และบั้นปลายชีวิตของฉัน ขอพระองค์ทรงโปรดกำหนดให้ฉันและให้เป็นเรื่องง่ายดายแก่ฉัน และทรงโปรดให้มีความจำเริญแก่ฉันในการงานนี้ด้วยเถิด” “โอ้อัลลอฮ์ เมื่อพระองค์ทรงรู้ว่าการงานนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดีสำหรับฉัน ไม่ดีต่อศาสนาของฉัน และการดำเนินชีวิตของฉัน ตลอดจนบั้นปลายแห่งการงานของฉัน ขอพระองค์ทรงโปรดให้มันพ้นไปจากฉันด้วยเถิด" หรือกล่าวว่า: "ในเรื่องนี้ ทั้งช้าและเร็ว โปรดให้มันพ้นไปจากเรา และเราห่างไกลจากมัน และขอพระองค์ทรงโปรดทรงกำหนดให้ฉันได้รับความดี ถ้าหากเรื่องนี้เกิดขึ้นและขอพระองค์ทรงยินดีทรงพึงพอใจต่อฉันในเรื่องนี้ด้วยเถิด" และกล่าว่า: (และให้กล่าวถึงสิ่งที่ต้องการเลือกระหว่างมัน)
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
พวกเรากำลังอยู่ในระหว่างปฏิบัติการทางทหาร ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งจากมุฮาญีรีนได้ตีก้นของชายคนหนึ่งจากชาวอันศอร ชาวอันศอรกล่าวว่า: “โอ้ อันศอร!” และมุฮาญีรีนกล่าวว่า: “โอ้ มุฮาญีรีน!” แล้วอัลลอฮ์ก็ได้ทำให้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ได้ยิน ดังนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “นี่มันอะไรกัน?” พวกเขากล่าวว่า: ชายคนหนึ่งจากมุฮาญีรีนตีก้นชายคนหนึ่งจากอันศอร ชาวอันศอรกล่าวว่า: โอ้ อันศอร! และมุฮาญีรีนกล่าวว่า: โอ้ มุฮาญีรีน! ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “จงปล่อยพวกเขาไปเถิด เพราะมันน่ารังเกียจมาก” ญาบิรกล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม มาถึง ชาวอันศอรก็มีจำนวนมาก แล้วจำนวนผู้อพยพก็เพิ่มมากขึ้น อับดุลลอฮ์ บิน อุบัย จึงกล่าวว่า: พวกเขาทำเช่นนั้นจริงหรือ? ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ หากเรากลับไปยังมะดีนะฮ์ ผู้ที่มีเกียรติกว่าจะขับไล่ผู้ที่ต่ำต้อยกว่าออกไปจากที่นั่น อุมัร อิบนุลค็อฏฏอบ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ กล่าวว่า: “จงปล่อยข้าไปเถิด โอ้ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ แล้วข้าจะตัดคอของชายหน้าซื่อใจคดผู้นี้” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “จงปล่อยเขาไปเถิด มิฉะนั้นผู้คนจะกล่าวหาว่ามุฮัมมัดฆ่าสหายของเขา”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เคยอยู่ระหว่างการเดินทาง ท่านได้เห็นฝูงชนเบียดเสียดกันอยู่ และมีชายคนหนึ่งที่คนอื่นกำลังกางร่มให้ ท่านจึงถามว่า “นี่เกิดอะไรขึ้น?” พวกเขาตอบว่า“เขากำลังถือศีลอดอยู่ครับ”ท่านนบีจึงกล่าวว่า: “การถือศีลอดขณะเดินทางไม่ใช่ความดีงาม”,และในรายงานของมุสลิมมีถ้อยคำว่า:“พวกท่านจงรับเอาการผ่อนปรนของอัลลอฮ์เถิด ที่พระองค์ทรงอนุญาตให้แก่พวกท่าน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ผู้ใดที่กินกระเทียมหรือหัวหอม ก็ให้เขาแยกตัวออกไป - หรือท่านกล่าวว่า: ให้เขาแยกตัวออกไป - จากมัสยิดของเราและอยู่บ้าน” และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้รับหม้อซึ่งในนั้นบรรจุผักต่างๆ ที่มีกลิ่น และท่านได้รับกลิ่นเหม็น จึงถามถึงสิ่งนั้น และได้บอกถึงผักต่างๆ ที่มีกลิ่นที่อยู่ในนั้น แล้วท่านกล่าวว่า "จงเอาสิ่งนี้ไปมอบให้กับบรรดามิตรสหายของท่านที่มาพร้อมกับท่าน และเมื่อเขาเห็นท่านนบีจึงรังเกียดที่จะกินมัน ท่านนบีเลยกล่าวว่า : “กินสิ เพราะฉันจะสื่อสารกับคนที่เจ้าไม่สื่อสารด้วย”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์ได้ห้ามการขายเหล้า สัตว์ที่ตายเอง (มายนะห์) หมู และรูปเคารพ" มีคนถามว่า "โอ้ รอซูลของอัลลอฮ์ แล้วไขมันของสัตว์ที่ตายเองล่ะ เพราะมันถูกใช้ในการทาเรือ ทาผิวหนัง และใช้เป็นน้ำมันตะเกียง คนจะใช้มันได้หรือไม่?" ท่านรอซูลกล่าวว่า "ไม่ มันหะรอม" จากนั้นท่านรอซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวอีกว่า "ขอให้อัลลอฮ์ทรงสาปแช่งพวกยิว เพราะเมื่ออัลลอฮ์ทรงห้ามไขมันของมัน พวกเขาได้นำมันไปหลอม จากนั้นก็นำไปขาย และกินผลประโยชน์จากมัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม