Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

11 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ระดับของหะดีษ

"ฉันจะอยู่ที่อ่างเก็บน้ำเพื่อที่ฉันจะได้ดูว่ามีใครบ้างในพวกเจ้าที่จะมาหาฉัน แต่บางคนจะถูกกันไม่ให้เข้าถึงฉัน ดังนั้นฉันจะกล่าวว่า "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน พวกเขาเป็นของฉันและเป็นประชาชาติของฉัน" แล้วมีเสียงกล่าวขึ้นมาว่า "เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขาทำอะไรบ้างหลังจากที่เจ้าเสียชีวิตไป ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ พวกเขารีบหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"โอ้บิลาลเอ๋ย จงบอกฉันถึงการงานที่เจ้ามีความหวังมากที่สุดที่ได้ทำไว้ในอิสลาม เพราะฉันได้ยินเสียงรองเท้าทั้งสองของเจ้าเบื้องหน้าฉันในสวรรค์" บิลาลตอบว่า : ฉันไม่ได้กระทำการงานใดที่ฉันหวังมากที่สุด แท้จริงฉันจะไม่อาบน้ำละหมาดใดในช่วงเวลากลางคืนหรือกลางวัน เว้นแต่ฉันจะละหมาดด้วยน้ำละหมาดดังกล่าวเท่าที่ถูกบันทึกให้ฉันสามารถละหมาดได้
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“สิ่งแรกที่จะถูกตัดสินในหมู่ผู้คนในวันกิยามะฮ์คือเรื่องที่เกี่ยวกับการนองเลือด”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"กลุ่มแรกที่เข้าสู่สวรรค์จะอยู่ในรูปของดวงจันทร์ในคืนเต็มดวง จากนั้นกลุ่มที่ตามมาจะอยู่ในรูปของดาวที่สว่างไสวที่สุดในท้องฟ้า พวกเขาไม่ปัสสาวะ ไม่ถ่ายอุจจาระ ไม่ถ่มน้ำลายหรือเสมหะ หวีของพวกเขาเป็นทองคำ เหงื่อของพวกเขาเป็นเช่นชะมด และภาชนะสำหรับใส่กำยานของพวกเขาคือไม้กฤษณาอันหอมกรุ่น ซึ่งเป็นไม้หอมชั้นดี และภรรยาของพวกเขาคือ หูรอุลอีน (หญิงสาวแห่งสวรรค์ผู้มีดวงตางาม) โดยทั้งหมดถูกสร้างอยู่ในรูปลักษณะเดียวกันเหมือนชายคนหนึ่ง ในรูปร่างของบิดาของพวกเขา คือ อาดัม (อาลัยฮิสสลาม) ซึ่งมีความสูงหกสิบศอกบนท้องฟ้า”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ฉันคือนายของมนุษย์ในวันกิยามะฮ์ (วันพิพากษา) และพวกท่านรู้หรือไม่ว่าหมายถึงอะไร? อัลลอฮ์จะรวบรวมมนุษย์ทั้งคนกลุ่มแรกและกลุ่มสุดท้ายไว้ในสถานที่แห่งหนึ่ง ทุกคนจะได้ยินเสียงผู้เรียก และสายตาจะมองเห็นพวกเขาได้ทั้งหมด พระอาทิตย์จะเข้าใกล้ จนผู้คนจะรู้สึกทุกข์ทรมานและกังวลใจจนเกินจะทนได้ ผู้คนจึงพูดกันว่า: "พวกท่านไม่เห็นหรือว่าเรามาถึงจุดนี้แล้ว? ทำไมจึงไม่มีใครช่วยเราทูลขอความเมตตาต่อพระจ้าของเรา?" จากนั้นบางคนจึงกล่าวแก่กันว่า: "ไปหาอาดัมเถิด" พวกเขาจึงไปหาอาดัม อะลัยฮิสลาม และพูดกับเขาว่า: "ท่านคือบิดาแห่งมนุษย์ อัลลอฮ์ทรงสร้างท่านด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ เป่าลมหายใจของพระองค์ให้มีชีวิตในตัวท่าน และสั่งบรรดามลาอิกะฮ์ให้ก้มสูญูดต่อท่าน ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อาดัม อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยฝ่าฝืนพระบัญชาของพระองค์ด้วยการกินผลไม้จากต้นไม้ที่ถูกห้าม ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหานู้ฮ์เถิด" พวกเขาจึงไปหานูฮฺ และพูดว่า: "โอ้ นูฮฺ ท่านเป็นเราะสูลคนแรกที่ถูกส่งมายังโลก และพระองค์ได้เรียกท่านว่าเป็นบ่าวผู้สำนึกบุญคุณ ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" นูฮฺ อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยวิงวอนสาปแช่งต่อกลุ่มชนของฉัน ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหาอิบราฮีมเถิด" พวกเขาจึงไปหาอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม และพูดว่า: "โอ้ อิบรอฮีม ท่านเป็นนบีของอัลลอฮ์และเป็นคนสนิทของพระองค์บนโลกนี้ ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยพูดโกหกสามครั้ง ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหามูซาเถิด" พวกเขาจึงไปหามูซา อะลัยฮิสลาม และพูดว่า:" โอ้ มูซา ท่านเป็นเราะสูลของอัลลอฮ์ และพระองค์ได้ยกย่องท่านด้วยการส่งสาส์นให้แก่ท่านและตรัสกับท่าน ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" มูซา อะลัยฮิสลาม ตอบว่า:"พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยฆ่าคนที่ฉันไม่ได้รับคำสั่งให้ฆ่า ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหาอีซาเถิด" พวกเขาจึงไปหาอีซา อะลัยฮิสลาม และพูดว่า: "โอ้ อีซา ท่านเป็นเราะสูลของอัลลอฮ์ คำตรัสของพระองค์ที่พระองค์ทรงให้แก่มัรยัม และเป็นจิตวิญญาณจากพระองค์ ท่านได้พูดกับผู้คนตั้งแต่ยังอยู่ในเปล ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อีซา อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงความผิดบาปใด ๆ ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหามุฮัมมัดเถิด" พวกเขาจึงไปหามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และพูดว่า: 'โอ้ มุฮัมมัด ท่านเป็นร่อซูลของอัลลอฮ์ และเป็นนบีคนสุดท้าย พระองค์ทรงอภัยให้แก่ท่านทั้งความผิดที่ผ่านไปและความผิดที่อาจเกิดในภายหลัง ขอท่านได้ช่วยวิงวอนต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?' ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: 'ฉันจึงเดินไปยังใต้บัลลังก์ของอัลลอฮ์ และก้มลงสูญูดต่อพระองค์ จากนั้น พระองค์จะทรงเปิดเผยคำสรรเสริญที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน และพระองค์จะตรัสว่า: "โอ้ มุฮัมมัด จงเงยหน้าขึ้นขอเถิด แล้วจะได้รับ และจงวิงวอน แล้วจะได้รับการตอบรับ" ฉันจึงเงยหน้าขึ้นและกล่าวว่า: "ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า" พระองค์จะตรัสว่า: 'โอ้ มุฮัมมัด จงพาคนในประชาชาติของเจ้าที่ไม่มีการสอบสวนเข้าไปยังประตูขวาสุดของสวรรค์ และพวกเขาจะเข้าไปในประตูอื่น ๆ ร่วมกับคนอื่น ๆ' และท่านกล่าวต่อไปว่า: 'ขอสาบานต่อพระผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ความกว้างระหว่างประตูสวรรค์สองบานนั้นเทียบเท่ากับระยะทางระหว่างมักกะฮ์ถึงฮิมยัร หรือระหว่างมักกะฮ์ถึงบุสรอ'"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ผู้ใดที่เขามีการอธรรมต่อพี่น้องของเขาในเรื่องเกียรติ์ศักดิ์ศรีของเขาหรือสิ่งอื่นใด เขาก็จงไปขออภัย(ฮะลาล)กับเขาเสียแต่ในวันนี้เถิด ก่อนที่ถึง(วัน)ที่ไม่มีทองไม่มีเงิน หากเขามีความดีใดๆ อยู่ ก็จะถูกเอาไปจากเขาตามปริมาณที่เขาไปอธรรมไว้ แต่หากเขาไม่มีความดีใดอีก จะถูกเอาบาปจากคู่กรณีของเขาแล้วให้เขาแบกรับมันไว้แทน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
“ฉันจะบอกให้พวกเจ้าทราบเอาไหมว่า ชาวสวรรค์นั้นคือพวกใด? คือคนที่อ่อนแอถ่อมตัว (สภาพทางดุนยาของเขาขาดแคลน ผู้คนดูถูกเหยียดหยามเขา) ถ้าหากเขาสาบานต่ออัลลอฮ์ พระองค์จะทรงให้เป็นไปตามที่เขาสาบาน ฉันจะบอกให้พวกเจ้าทราบเอาไหมว่า ชาวนรกนั้นคือพวกใด? คือคนที่หยาบคาย จองหอง ลำพองตน
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
เราอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และคืนหนึ่งท่านมองดูดวงจันทร์ –หมายถึงคืนพระจันทร์เต็มดวง- แล้วท่านก็กล่าวว่า “แท้จริง พวกเจ้าจะเห็นพระเจ้าของพวกเจ้าเหมือนที่พวกเจ้าเห็นดวงจันทร์ดวงนี้ ซึ่งไม่มีความลำบากใดๆ กับพวกเจ้าในการมองเห็นพระองค์ “ดังนั้น หากพวกเจ้ามีความสามารถที่จะไม่พลาดการละหมาดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นและก่อนดวงอาทิตย์ตกได้ ก็จงทำเถิด!” จากนั้นท่านก็อ่านโองการของอัลลอฮ์ที่ว่า: “{وَسَبِّحْ بِحَمْدِ رَبِّكَ قَبْلَ طُلُوعِ الشَّمْسِ وَقَبْلَ الْغُرُوبِ } ความว่า: "และจงสรรเสริญพระผู้อภิบาลของเจ้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นและก่อนดวงอาทิตย์ตก"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม