عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (22)
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เล่าแก่พวกเรา และท่านเป็นคนสัตย์จริงและถูกรับรองในความสัตย์จริงนั้น โดยกล่าวว่า “แท้จริงการบังเกิดของพวกเจ้าแต่ละคนนั้น จะถูกรวบรวมอยู่ในครรภ์มารดาเป็นเวลาสี่สิบวันในรูปของน้ำอสุจิ หลังจากนั้นก็กลายเป็นก้อนเลือดภายในระยะเวลาเดียวกัน และหลังจากนั้น ก็กลายเป็นก้อนเนื้อภายในระยะเวลาเดียวกัน หลังจากนั้นมลาอิกะฮ์ก็ถูกส่งไปหาเขาโดยบัญชาให้บันทึกสี่กำหนดการนั่นคือเครื่องยังชีพของเขา อายุขัยของเขา การงานของเขา และทุกข์หรือสุขของเขา หลังจากนั้นก็เป่าวิญญาณใส่ร่างของเขา แท้จริงคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าจะปฏิบัติกิจการงานของชาวสวรรค์ จนกระทั่งไม่มีสิ่งใดอยู่ระหว่างเขากับสวรรค์นอกจากระยะห่างแค่ศอกเดียวเท่านั้น แต่กำหนดการที่ได้บันทึกไว้นั้นก็มานำหน้าเขา ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติสิ่งที่เป็นการงานของชาวนรกและในที่สุดเขาก็ตกนรก และแท้จริงคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกท่าน จะปฏิบัติกิจการงานของชาวนรก จนกระทั่งไม่มีอะไรอยู่ระหว่างเขากับนรกนอกจากระยะห่างแค่หนึ่งศอกเท่านั้น แต่กำหนดการที่ได้บันทึกไว้นั้นก็มานำหน้าเขา ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติสิ่งที่เป็นการงานของชาวสวรรค์ และในที่สุดเขาก็ได้เข้าสวรรค์”.
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ฉันคือนายของมนุษย์ในวันกิยามะฮ์ (วันพิพากษา) และพวกท่านรู้หรือไม่ว่าหมายถึงอะไร? อัลลอฮ์จะรวบรวมมนุษย์ทั้งคนกลุ่มแรกและกลุ่มสุดท้ายไว้ในสถานที่แห่งหนึ่ง ทุกคนจะได้ยินเสียงผู้เรียก และสายตาจะมองเห็นพวกเขาได้ทั้งหมด พระอาทิตย์จะเข้าใกล้ จนผู้คนจะรู้สึกทุกข์ทรมานและกังวลใจจนเกินจะทนได้
ผู้คนจึงพูดกันว่า: "พวกท่านไม่เห็นหรือว่าเรามาถึงจุดนี้แล้ว? ทำไมจึงไม่มีใครช่วยเราทูลขอความเมตตาต่อพระจ้าของเรา?" จากนั้นบางคนจึงกล่าวแก่กันว่า: "ไปหาอาดัมเถิด" พวกเขาจึงไปหาอาดัม อะลัยฮิสลาม และพูดกับเขาว่า: "ท่านคือบิดาแห่งมนุษย์ อัลลอฮ์ทรงสร้างท่านด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ เป่าลมหายใจของพระองค์ให้มีชีวิตในตัวท่าน และสั่งบรรดามลาอิกะฮ์ให้ก้มสูญูดต่อท่าน ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อาดัม อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยฝ่าฝืนพระบัญชาของพระองค์ด้วยการกินผลไม้จากต้นไม้ที่ถูกห้าม ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหานู้ฮ์เถิด"
พวกเขาจึงไปหานูฮฺ และพูดว่า: "โอ้ นูฮฺ ท่านเป็นเราะสูลคนแรกที่ถูกส่งมายังโลก และพระองค์ได้เรียกท่านว่าเป็นบ่าวผู้สำนึกบุญคุณ ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" นูฮฺ อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยวิงวอนสาปแช่งต่อกลุ่มชนของฉัน ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหาอิบราฮีมเถิด"
พวกเขาจึงไปหาอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม และพูดว่า: "โอ้ อิบรอฮีม ท่านเป็นนบีของอัลลอฮ์และเป็นคนสนิทของพระองค์บนโลกนี้ ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยพูดโกหกสามครั้ง ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหามูซาเถิด"
พวกเขาจึงไปหามูซา อะลัยฮิสลาม และพูดว่า:" โอ้ มูซา ท่านเป็นเราะสูลของอัลลอฮ์ และพระองค์ได้ยกย่องท่านด้วยการส่งสาส์นให้แก่ท่านและตรัสกับท่าน ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" มูซา อะลัยฮิสลาม ตอบว่า:"พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยฆ่าคนที่ฉันไม่ได้รับคำสั่งให้ฆ่า ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหาอีซาเถิด"
พวกเขาจึงไปหาอีซา อะลัยฮิสลาม และพูดว่า: "โอ้ อีซา ท่านเป็นเราะสูลของอัลลอฮ์ คำตรัสของพระองค์ที่พระองค์ทรงให้แก่มัรยัม และเป็นจิตวิญญาณจากพระองค์ ท่านได้พูดกับผู้คนตั้งแต่ยังอยู่ในเปล ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อีซา อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงความผิดบาปใด ๆ ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหามุฮัมมัดเถิด"
พวกเขาจึงไปหามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และพูดว่า: 'โอ้ มุฮัมมัด ท่านเป็นร่อซูลของอัลลอฮ์ และเป็นนบีคนสุดท้าย พระองค์ทรงอภัยให้แก่ท่านทั้งความผิดที่ผ่านไปและความผิดที่อาจเกิดในภายหลัง ขอท่านได้ช่วยวิงวอนต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?'
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: 'ฉันจึงเดินไปยังใต้บัลลังก์ของอัลลอฮ์ และก้มลงสูญูดต่อพระองค์ จากนั้น พระองค์จะทรงเปิดเผยคำสรรเสริญที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน และพระองค์จะตรัสว่า: "โอ้ มุฮัมมัด จงเงยหน้าขึ้นขอเถิด แล้วจะได้รับ และจงวิงวอน แล้วจะได้รับการตอบรับ" ฉันจึงเงยหน้าขึ้นและกล่าวว่า: "ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า" พระองค์จะตรัสว่า: 'โอ้ มุฮัมมัด จงพาคนในประชาชาติของเจ้าที่ไม่มีการสอบสวนเข้าไปยังประตูขวาสุดของสวรรค์ และพวกเขาจะเข้าไปในประตูอื่น ๆ ร่วมกับคนอื่น ๆ'
และท่านกล่าวต่อไปว่า: 'ขอสาบานต่อพระผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ความกว้างระหว่างประตูสวรรค์สองบานนั้นเทียบเท่ากับระยะทางระหว่างมักกะฮ์ถึงฮิมยัร หรือระหว่างมักกะฮ์ถึงบุสรอ'"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“วันกิยามะฮ์จะยังไม่อุบัติขึ้นจนกว่าดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก เมื่อมันขึ้นมาทางทิศตะวันตกแล้วมวลมนุษย์จะกลายเป็นผู้ศรัทธามั่น แต่ ณ วันนั้น{จะไม่อำนวยประโยชน์แก่ชีวิตหนึ่งชีวิตใดซึ่งการศรัทธาของเขาโดยที่เขามิได้ศรัทธามาก่อน หรือมิได้แสวงหาความดีใด ๆ ไว้ในการศรัทธาของเขา} [ซูเราะฮ์อัลอันอาม :158] ” และแน่นอนวันกิยามะฮ์จะเกิดขึ้น (ในทันใด) ขณะที่คนสองคนปูผ้าระหว่างพวกเขาและไม่ทันต่อรองราคา และพวกเขาไม่ทันพับมัน วันกิยามะฮ์นี้จะมาถึง ขณะที่ชายคนหนึ่งแบกน้ำนมอูฐของเขา แต่ไม่ทันที่จะดื่มมัน วันกิยามะฮ์นี้จะมาถึง ขณะที่คนไม่สามารถเตรียมถังสำหรับให้น้ำปศุสัตว์ของเขาได้ และวันกิยามะฮ์นี้จะมาถึง ขณะที่ชายคนหนึ่งในพวกท่านเอาอาหารเพื่อใส่ปากของเขาแต่ไม่ทันที่จะกินมัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"แท้จริงผู้ใดผู้หนึ่งในหมู่พวกเจ้า เมื่อได้เสียชีวิตลงแล้ว จะถูกเสนอให้เขาเห็นสถานที่อยู่ของเขาทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น ถ้าเขาเป็นชาวสวรรค์ เขาก็จะถูกจัดให้เป็นชาวสวรรค์ ถ้าเขาเป็นพวกชาวนรก เขาก็จะถูกจัดให้เป็นชาวนรก แล้วจะมีการกล่าวแก่เขาว่า นี่คือที่พำนักสำหรับเจ้า จนกว่าจะถึงวันแห่งการฟื้นคืนชีพอีกครั้งในวันกิยามะฮ์"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ความตายจะถูกนำมาโดยถูกจำแลงเป็นแกะอ้วนตัวหนึ่ง พลันมีผู้ประกาศมาประกาศว่า “โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย!” พวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย" ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน แล้วมีเสียงประกาศอีกว่า “โอ้ชาวนรกทั้งหลาย!” แล้วพวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย” ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน ทันใดนั้นความตายก็ถูกเชือด จากนั้นผู้ประกาศก็กล่าวว่า "โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะ มันจะไม่มีความตายอีกแล้ว โอ้ ชาวนรกทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะและไม่มีความตายอีกแล้ว” จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็อ่านโองการที่ว่า{وَأَنْذِرْهُمْ يَوْمَ الحَسْرَةِ إِذْ قُضِيَ الأَمْرُ وَهُمْ فِي غَفْلَةٍ} [مريم: 39]، وَهَؤُلاَءِ فِي غَفْلَةٍ أَهْلُ الدُّنْيَا {وَهُمْ لاَ يُؤْمِنُونَ} [مريم: 39]» "และเจ้าจงเตือนสำทับพวกเขาถึงวันแห่งความเสียใจ เมื่อกิจการนั้นถูกตัดสิน และพวกเขาอยู่ในการหลงลืม{39} (ซึ่งพวกที่อยู่สภาพที่หลงลืมคือผู้ที่หลงไหลกับดุนยา)และพวกเขาไม่ศรัทธา" [ซูเราะฮ์มัรยัม : 39]
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ฉันจะบอกให้พวกเจ้าทราบเอาไหมว่า ชาวสวรรค์นั้นคือพวกใด? คือคนที่อ่อนแอถ่อมตัว (สภาพทางดุนยาของเขาขาดแคลน ผู้คนดูถูกเหยียดหยามเขา) ถ้าหากเขาสาบานต่ออัลลอฮ์ พระองค์จะทรงให้เป็นไปตามที่เขาสาบาน ฉันจะบอกให้พวกเจ้าทราบเอาไหมว่า ชาวนรกนั้นคือพวกใด? คือคนที่หยาบคาย จองหอง ลำพองตน
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ً"ในวันกิยามะฮ์นั้นดวงอาทิตย์จะถูกนำมาใกล้กับสรรพสิ่งทุกอย่าง จนกระทั่งใกล้กับตัวพวกเขาแค่หนึ่งไมล์" สุลัยม์ บิน อามิร กล่าวว่า: ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ฉันไม่รู้ว่าอะไรคือหนึ่งไมล์? หน่วยวัดระยะทางบนโลก หรือเครื่องมือสำหรับทาขอบตา ท่านกล่าวว่า: "ในวันนั้นมนุษย์จะอยู่ในเหงื่อที่ไหลออกมาตามการกระทำที่เขาได้ปฏิบัติไว้ จนกระทั่งบางคนจะมีเหงื่อไหลถึงตาตุ่ม บางคนก็มีเหงื่อไหลท่วมถึงหัวเข่า บางคนก็มีเหงื่อไหลท่วมถึงบั้นเอวทั้งสอง บางคนก็มีเหงื่อท่วมมิดปิดปากของเขา" และท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ชี้นิ้วไปที่ปากของท่าน
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"สถานะที่ต่ำสุดในพวกเจ้าจะได้ในสวรรค์คือ เมื่อมีคนพูดกับเขาว่า “จงฝันเถิด” แล้วเขาก็ฝัน แล้วเขาก็ฝัน แล้วเขาก็พูดกับเขาว่า “คุณฝันแล้วหรือ?” เขาตอบว่า: ใช่ จากนั้นเขาก็พูดกับเขาว่า: คุณจะได้รับสิ่งที่คุณปรารถนาในฝันและเช่นเดียวกันกับมัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม