Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

20 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ระดับของหะดีษ

"แท้จริงอัลลอฮ์ทรงพอพระทัยแก่พวกเจ้า 3 ประการ และทรงรังเกียจแก่พวกเจ้า 3 ประการ ทรงพอพระทัยแก่พวกเจ้า จาก: การทำอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ การไม่ตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์และการที่พวกเจ้ายึดให้มั่นในสายเชือกของอัลลอฮ์อย่างพร้อมเพรียงกัน โดยไม่แตกแยก และพระองค์ทรงรังเกียจแก่พวกเจ้า การพูดว่า ‘เขากล่าวอย่างนั้นและเขากล่าวอย่างนี้’ (การพูดเรื่องซุบซิบนินทาหรือเรื่องไร้สาระ) การถามมากและการผลาญทรัพย์”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"แท้จริงอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง ได้ตรัสว่า: "ผู้ใดก็ตามที่เป็นปรปักษ์กับคนรักของข้า แท้จริงข้าได้ประกาศสงครามกับเขาแล้ว และไม่มีสิ่งใดที่บ่าวของข้าได้ปฏิบัติเพื่อให้ใกล้ชิดกับข้าที่ข้าจะรักยิ่งกว่าสิ่งที่ข้าได้กำหนดเป็นศาสนบังคับเหนือเขา และบ่าวของข้าจะยังคงปฏิบัติเพื่อให้ใกล้ชิดกับข้าด้วยกับสิ่งที่เป็นสุนนะฮ์ต่างๆ จนกระทั่งข้ารักเขา และเมื่อใดที่ข้ารักเขา ข้าจะดูแลรักษาหูของเขาที่เขาใช้ฟัง ดูแลรักษาดวงตาของเขาที่เขาใช้มอง ดูแลรักษามือของเขาที่เขาใช้หยิบจับและดูแลรักษาเท้าของเขาที่เขาใช้เดิน และหากเขาวิงวอนขอต่อข้า แน่นอนข้าจะประทานให้แก่เขา และหากเขาขอความคุ้มครองจากข้า ข้าก็ย่อมให้ความคุ้มครองแก่เขา"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
มีคนถามท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า “โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ มนุษย์คนใดหรือที่จะมีความสุขมากที่สุดจากการได้รับการช่วยเหลือของท่านในวันกิยามะฮ์? ท่านจึงกล่าวว่า โอ้อบูฮุร็อยเราะฮ์เอ่ย ฉันคิดว่ายังไม่เคยมีใครถามเรื่องนี้กับฉันมาก่อน และฉันเห็นว่าเจ้าตั้งอกตั้งใจที่จะเก็บเกี่ยววจนะของฉัน มนุษย์ที่จะมีความสุขที่สุดจากการได้รับการช่วยเหลือของฉันในวันกิยามะฮ์นั้นคือ ผู้ที่กล่าวว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
เรากำลังนั่งอยู่ล้อมรอบ ๆ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยมีอบูบักร์และอุมัรอยู่เป็นกลุ่ม จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ลุกขึ้นยืนในระหว่างเรา เขาค่อย ๆ เดินออกจากเรา และเรากลัวว่าเขาจะประสบกับสิ่งไม่ดีตอนที่เราไม่อยู่ ซึ่งเราต่างหวาดกลัวมาก เราจึงลุกขึ้นยืน และฉันเป็นคนแรกที่หวาดกลัว ฉันจึงเดินออกไปตามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จนกระทั่งฉันได้มาถึงที่สวนชาวอันศอร แห่งบะนู อัล-นัจญาร์ ที่ปิดล้อมไปด้วยกำแพง ฉันจึงเดินรอบ ๆ มัน เพื่อหาประตูเข้าว่าพอจะมีไหม? แต่ฉันไม่พบสิ่งใดเลย นอกจากว่า มีลำธารเล็ก ๆ เข้าไปตรงกลางสวน ซึ่งมันเป็นสายน้ำที่มาจากบ่อภายนอกสวน ดังนั้น ฉันจึงพยายามมุดตัวเข้า และฉันก็ได้แอบเข้าไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และท่านก็รู้สึกตัวได้ (ว่ามีคนแอบเข้ามาหาท่าน) ท่านกล่าวว่า “เจ้า คือ อบูฮุรัยเราะห์ หรือ?” ฉันก็กล่าวว่า: ใช่ โอ้ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ท่านกล่าวว่า เกิดอะไรขึ้น เจ้ามีเรื่องอะไรหรือ? ฉันกล่าวว่า: ท่านอยู่กับเรามาแล้วสักพัก ท่านก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมา ดังนั้นเราจึงกลัวว่าท่านจะได้รับอันตราย ดังนั้นเราจึงแอบตามท่านมา และฉันคือคนแรกที่กลัวเช่นนั้น ดังนั้น ฉันจึงมาหาท่านที่นี้ และฉันก็มุดตัวเข้ามาดั่งสุนัขจิ้งจอก และคนเหล่านี้ก็อยู่ข้างหลังฉัน ท่านกล่าวว่า: “โอ้ อบูฮุร็อยเราะห์” แล้วท่านก็มอบรองเท้าของท่านให้ฉัน «จงเอารองเท้าทั้งสองข้างนี้ไป แล้วผู้ใดก็ตามที่เจ้าพบหลังกำแพงนี้ เขาปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้าเอกองค์อัลลอฮ์ ด้วยใจของเขาแน่วแน่ จงแจ้งข่าวดีแก่เขาด้วยสวรรค์” คนแรกที่ฉันพบคืออุมัร และเขากล่าวว่า “อบูฮุร็อยเราะห์ รองเท้าคู่นี้คืออะไร?” ฉันจึงพูดว่า: นี่คือรองเท้าของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านมอบให้ฉัน และท่านให้ฉันแจ้งข่าวดีว่าผู้ใดก็ตามที่ปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้าด้วยเอกองค์อัลลอฮ์ ด้วยใจที่แน่วแน่ เขาจะได้เข้าสวรรค์ ดังนั้นอุมัรจึงผลักที่อกของฉัน และฉันก็ล้มลง เขากล่าวว่า “จงกลับไปเถิด อบูฮุร็อยเราะห์” ดังนั้น ฉันจึงได้กลับไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และฉันก็น้ำตาไหล และอุมัรก็เดินตามฉัน จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าหรือ อบูฮุร็อยเราะห์?” ฉันกล่าวว่า: ฉันได้พบกับอุมัร และฉันได้เล่าให้ท่านฟังถึงสิ่งที่ท่านมอบรองเท้ามาให้ฉัน และเขาก็ผลักเข้าที่อกของฉัน ฉันจึงล้มลง เขากล่าวว่า จงกลับไปหา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เถิด แล้วท่านก็ได้กล่าวว่า: “โอ้ อุมัร อะไรทำให้เจ้าได้กระทำอย่างนั้น?” เขากล่าวว่า: โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ฉันขอสาบานว่า สิ่งที่ท่านส่งอบูฮูร็อยเราะฮ์ไปพร้อมกับรองเท้าของท่าน และผู้ใดก็ตามที่เขาพบ เขาจะเป็นพยานว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้าเอกองค์อัลลอฮ์ ด้วยใจที่แน่วแน่ จะทำให้เขาได้เข้าสวรรค์กระนั้นหรือ? ท่านกล่าวว่า: “ใช่” เขากล่าวว่า “อย่าทำอย่างนั้น เพราะฉันกลัวว่าผู้คนจะเข้าใจผิดโดยจะพึ่งมัน ดังนั้นจงปล่อยให้พวกเขาได้กระทำ (ประกอบการงานที่ดี) อย่างนั้นเถิด” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ถ้าเช่นนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขาได้กระทำ (ประกอบการงานที่ดี) อย่างนั้นเถิด”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงประเสริฐ (ฏ็อยยิบ) ไม่ทรงยอมรับสิ่งใดเว้นแต่สิ่งที่ดีงามเท่านั้น และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงสั่งใช้บรรดาผู้ศรัทธาในสิ่งเดียวกันกับที่พระองค์ได้ทรงสั่งใช้บรรดาเราะสูล พระองค์ทรงตรัสว่า: "โอ้บรรดาเราะสูลเอ๋ย จงบริโภคแต่สิ่งที่ดี ๆ และจงประกอบแต่ความดีเถิด" และทรงตรัสอีกว่า: "โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงบริโภคแต่สิ่งที่ดี ๆ จากสิ่งที่เราประทานเป็นเครื่องยังชีพแก่สูเจ้าเถิด" หลังจากนั้นท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เล่าถึงชายคนหนึ่งที่เดินทางไกล จนผมของเขายุ่งเหยิง เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น เขายกมือทั้งสองสู่ฟากฟ้า (พลางวิงวอนดุอาอ์ว่า) โอ้พระผู้อภิบาลของข้า! โอ้พระผู้อภิบาลของข้า! ทั้งที่อาหารที่เขาบริโภคนั้นมาจากสิ่งต้องห้าม เครื่องดื่มที่เขาดื่มนั้นก็มาจากสิ่งต้องห้าม เครื่องนุ่งห่มที่เขาสวมใส่นั้นก็มาจากสิ่งต้องห้าม และเขาก็ถูกเลี้ยงดูด้วยสิ่งต้องห้าม แล้วดุอาอ์ของเขาจะถูกตอบรับได้อย่างไรเล่า".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“อัลลอฮ์จะทรงกำแผ่นดินและทรงม้วนชั้นฟ้าทั้งหลายด้วยมือขวาของพระองค์ แล้วพระองค์จะตรัสว่า “ฉันคือกษัตริย์ บรรดากษัตริย์ในโลกนี้อยู่ที่ไหน?"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงดี พระองค์ไม่ทรงรับสิ่งใดนอกจากที่ดี ๆ และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงกำชับให้ผู้ศรัทธา (เช่นเดียวกัน) กับพระองค์ทรงกำชับบรรดาเราะซูล (กล่าวคือ) พระองค์พระผู้ทรงสูงส่งได้ตรัสว่า “โอ้บรรดาเราะซูล จงกินจากสิ่งที่ดี และจงกระทำการดี แท้จริงข้ารอบรู้ในสิ่งที่สู่เจ้ากระทำ”(อัล-มุมินูน : 51) และยังตรัสอีกว่า “โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงกินจากที่ดี ๆ ซึ่งเราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่สูเจ้า”(อัล-บะเกาะเราะฮ์ : 172) หลังจากนั้นท่าน (เราะซูล) ได้เล่าเรื่องชายคนหนึ่งที่เดินทางเป็นระยะเวลายาวนานจน (ผม) ยุ่งเหยิง และฝุ่นตลบ เขาแบมือทั้งสองสู่ฟ้า (พลางขอดุอาอ์ว่า) ข้าแต่พระผู้อภิบาล ! ข้าแต่พระผู้อภิบาล ! ขณะนั้น อาหารที่เขากินนั้นเป็นอาหารที่ต้องห้าม เครื่องดื่มของเขาก็เป็นที่ต้องห้าม และเสื้อผ้าของเขาก็เป็นที่ต้องห้าม และบำรุงปากท้องของเขาด้วยสิ่งที่ต้องห้าม ดังนั้นแล้วจะมีการตอบสนองการขอของเขาได้อย่างไร?"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"เมื่ออัลลอฮ์ทรงรักบ่าวคนหนึ่ง อัลลอฮ์ได้เรียกญิบรีลแล้วบอกว่า อัลลอฮ์ทรงมีความรักต่อคนผู้นี้ ดังนั้นเจ้าจงมีความรักต่อเขาเช่นกัน ญิบรีล จะมีความรักต่อเขา และญิบรีลได้เรียกชาวฟากฟ้า (เหล่าบรรดานะบี และมวลมลาอิกะฮ์) แท้จริงอัลลอฮ์ทรงมีความรักต่อคนผู้นั้น ดังนั้นท่านทั้งหลายจงมีความรักต่อเขา ชาวฟากฟ้าจะมีความรักต่อเขา หลังจากนั้นเขาก็ถูกวางตัวให้เป็นที่ยอมรับแด่ชาวโลก และเมื่ออัลลอฮ์ทรงโกรธบ่าวผู้ใด พระองค์จะทรงเรียกญิบรีลมา และกล่าวแก่เขาว่า: ฉันโกรธเขาคนนั้น แล้วพระองค์ทรงโกรธคนนั้น เขากล่าวว่า: แล้วญิบรีลก็โกรธเขา แล้วเขาก็เรียกชาวฟากฟ้ามา แล้วบอกว่า อัลลอฮ์ทรงโกรธเขาคนนั้น พวกท่านทั้งหลายก็จงโกรธเขา เขากล่าวว่า: ดังนั้นพวกเขาก็โกรธคนๆนั้น หลังจากนั้นเขาก็ถูกวางตัวให้เป็นที่โกรธเคืองแด่ชาวโลก "
เศาะฮีห์ เศาะฮีห์ มุสลิม