عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
แสดงแหล่งที่มาที่เหลือ
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (78)
"มุสลิม(ที่แท้จริง) คือ ผู้ที่บรรดาชาวมุสลิมปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา และมุฮาญิร(ผู้อพยพ) คือ ผู้ที่ละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
แท้จริงสิ่งที่อนุมัติ (หะลาล) นั้นชัดเจนและสิ่งที่ต้องห้าม (หะรอม) ก็ชัดเจนเช่นกัน และในระหว่างทั้งสองนั้นมีสิ่งที่คลุมเครือ (ไม่ชัดเจน) ซึ่งผู้คนส่วนมากไม่รู้ ดังนั้นผู้ใดรักษาตนจากสิ่งที่คลุมเครือได้ เขาก็รักษาศาสนาและเกียรติยศของเขาได้ และผู้ใดที่ตกอยู่ในสิ่งที่คลุมเครือ ก็เสมือนกับว่าเขาได้ตกอยู่ในสิ่งที่ต้องห้าม เปรียบดังเช่นผู้ที่เลี้ยงปศุสัตว์อยู่รอบ ๆ บริเวณเขตหวงห้าม ซึ่งกลัวว่ามันอาจเล็ดลอดเข้าไปกินในนั้น พึงทราบเถิดว่า กษัตริย์ทุกคนย่อมมีเขตหวงห้าม และพึงทราบเถิดว่า แท้จริงเขตหวงห้ามของอัลลอฮ์คือสิ่งต้องห้ามต่าง ๆ ของพระองค์ พึงทราบเถิดว่า ในร่างกายมนุษย์มีก้อนเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง หากเนื้อก้อนนั้นดี ร่างกายก็จะดีตาม และหากเนื้อก้อนนั้นเสีย ร่างกายก็จะเสียตามไปด้วย พึงทราบเถิดว่า เนื้อก้อนนั้นคือ หัวใจ"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"พวกเจ้าจงยำเกรงต่อพระเจ้าของพวกเจ้า จงละหมาดให้ครบห้าเวลา จงถือศิลอดในเดือนของพวกเจ้า (เดือนเราะมาฎอน) จงจ่ายซะกาตทรัพย์สินของพวกเจ้า และจงเชื่อฟังผู้นำของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะได้เข้าสวรรค์ของพระเจ้าของพวกเจ้า"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ และอะห์มัด
ฉันถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า: งานใดที่อัลลอฮ์รักมากที่สุด? ท่านตอบว่า “การละหมาดตามเวลาของมันที่กำหนดไว้” เขากล่าวว่า แล้วอะไรอีก? ท่านตอบว่า: “จากนั้นคือการทำความดีต่อพ่อแม่” เขากล่าวว่า: แล้วอะไรอีก? ท่านตอบว่า “การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์” เขากล่าวว่า เขาเล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น และหากฉันถามอีก แน่นอน ท่านต้องกล่าวเพิ่มให้แก่ฉันอีก.
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“เมื่อมุอัซซิน (ผู้ประกาศเมื่อถึงเวลาละหมาด) กล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร"(อัลลอฮ์ผู้ยิ่งใหญ่) ดังนั้นคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าก็กล่าวตามว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร" จากนั้นเขากล่าวว่า 'อัชฮะดู อันลา อิลาฮะอิลลัลลอฮ์" (ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์) และเขาก็กล่าวตามว่า "อัชฮะดูอันลา อิลาฮะอิลลัลลอฮ์" และจากนั้นเขากล่าวว่า "อัชฮาดู อันนา มูฮัมมะดัรเราะซูลุลลอฮ์" (ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่ามูฮัมมัดเป็นเราะซูลของอัลลอฮ์) และเขาก็กล่าวตามว่า "อัชฮาดู อันนา มูฮัมมะดัรเราะซูลุลลอฮ์" จากนั้นเขากล่าวว่า "หัยยา อาลัศ เศาะลาฮ์" (จงมาละหมาดกันเถิด) และเขาก็กล่าวตามว่า "ลาเฮาลา วะลา กุววาตา อิลลา บิลลาฮ์" (ไม่มีอำนาจหรือกำลังใดๆ เว้นแต่ด้วยการอนุมัติจากอัลลอฮ์) แล้วเขากล่าวว่า "หัยยา อะลัล ฟะลาห์" (จงมาสู่ความสำเร็จกันเถิด) และเขาก็กล่าวตามว่า 'ลาเฮาลา วาลา กุววาตา อิลลา บิลลาฮ์" และ จากนั้นเขากล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร" แล้วเขาก็กล่าวตามว่า 'อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร' แล้วเขากล่าวว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์" และเขาก็กล่าวตามว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์" จากใจของเขา เขาจะได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“หากบ่าวมุสลิม -หรือผู้ศรัทธา- อาบน้ำละหมาดและล้างหน้าของเขา ความผิดบาปทุกอย่างที่เขามองด้วยตาของเขาจะหายไปจากหน้าของเขาพร้อมกับน้ำ - หรือ ด้วยน้ำหยดสุดท้าย-, ฉะนั้น เมื่อล้างมือแล้ว บาปทุกประการที่มือทำไว้ย่อมหลุดพร้อมกับน้ำ - หรือ ด้วยน้ำหยดสุดท้าย- ดังนั้น เมื่อล้างเท้า บาปทุกประการที่เท้านั้นกระทำย่อมหลุดพร้อมกับน้ำ - หรือ ด้วยน้ำหยดสุดท้าย- จนกว่าเขาจะสะอาดจากบาปเหล่านั้น"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"แท้จริงพระเจ้าจะลงโทษผู้ที่ทรมานผู้คนในโลกนี้"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“แท้จริง อัลลอฮ์จะทรงเรียกชายคนหนึ่งจากประชาชาติของฉันออกมาต่อหน้าผู้คนมากมายในวันกิยามะฮ์ จากนั้นก็เปิดบันทึกของเขาเก้าสิบเก้าเล่ม แต่ละเล่มนั้นจะมีความยาวไกลสุดสายตา แล้วพระองค์ตรัสว่า “เจ้าจะปฏิเสธสิ่งนี้หรือไม่? ผู้บันทึกของข้าได้อธรรมต่อเจ้าหรือไม่” เขาจะกล่าวว่า “ไม่เลย ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน” ดังนั้นพระองค์ตรัสว่า: “เจ้ามีข้อแก้ตัวไหม?” เขาจะตอบว่า “ไม่มี ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน” ดังนั้นพระองค์จึงตรัสว่า “ เปล่าเลย แท้จริงแล้ว เจ้ามีความดีอย่างหนึ่งอยู่ที่เรา แท้จริงจะไม่มีความอธรรมใดๆ เกิดขึ้นกับเจ้า” จากนั้นพระองค์ก็ได้นำการ์ดใบหนึ่งออกมาซึ่งในนั้นได้บันทึกว่า: “أشهد أن لا إله إلا الله وأشهد أن محمداعبده ورسوله ความว่า “ฉันขอปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น และฉันขอปฏิญาณตนว่ามูฮัมมัดเป็นบ่าวและเป็นศาสนทูตของพระองค์” พระองค์ตรัสว่า “จงนำตาชั่งของเจ้ามา” เขากล่าวว่า: “โอ้ พระผู้อภิบาลของฉัน การ์ดใบนี้กับบรรดาบันทึกเหล่านี้จะมีประโยชน์อะไร? พระองค์ทรงตรัสว่า “แท้จริงเจ้าจะไม่ถูกอธรรม ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “จากนั้น บันทึกเหล่านั้นก็ถูกวางบนถาด (ของตาชั่งข้างหนึ่ง) และการ์ดนั้นก็ถูกวางบนถาด (อีกข้างหนึ่ง) ดังนั้นบรรดาบันทึกจะมีน้ำหนักเบาและการ์ดใบนั้นจะหนัก เพราะไม่มีสิ่งใดจะมีน้ำหนักเมื่อเทียบกับพระนามของอัลลอฮ์”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัต-ตัรมีซีย์ เเละอิบนุมาญะฮ์