Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

123 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ระดับของหะดีษ

ผู้รายงาน

แสดงผู้รายงานทั้งหมด (54)
"โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงกลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮฺ) ต่ออัลลอฮฺ เถิด เพราะแท้จริงฉัน กลับเนื้อกลับตัวต่อพระองค์วันละร้อยครั้ง"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"หากมนุษย์รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของผลบุญที่ได้จากการเรียกร้องสู่อะซานและการยืนในแถวแรกของการละหมาด แม้พวกเขาจำเป็นต้องจับสลากเพื่อได้โอกาสนั้น พวกเขาก็ยินดีทำเช่นนั้น และหากพวกเขารู้ถึงผลบุญจากการรีบไปมัสยิดก่อนเวลา พวกเขาก็จะแข่งกันไป และหากพวกเขารู้ถึงผลบุญมหาศาลของการละหมาดอิชาอ์และซุบฮ์ พวกเขาก็จะไปมัสยิด แม้ต้องคลานด้วยความลำบากก็ตาม"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ฉันได้ถามท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับความความดีและบาป และท่านกล่าวว่า: “ความดีคือมีมารยาทที่ดี ส่วนบาปคือสิ่งที่ทำให้ใจของเจ้ากระวนกระวาย และเจ้าไม่ต้องการให้ผู้คนรับรู้ถึงสิ่งนั้น"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ทุก ๆ ความดีคือการเศาะดะเกาะฮ์ (การบริจาคทาน) "
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัลบุคอรีย์จากหะดีษญาบิร และบันทึกโดย มุสลิมจากหะดีษหุซัยฟะฮ์
"มุสลิม(ที่แท้จริง) คือ ผู้ที่บรรดาชาวมุสลิมปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา และมุฮาญิร(ผู้อพยพ) คือ ผู้ที่ละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
แท้จริงสิ่งที่อนุมัติ (หะลาล) นั้นชัดเจนและสิ่งที่ต้องห้าม (หะรอม) ก็ชัดเจนเช่นกัน และในระหว่างทั้งสองนั้นมีสิ่งที่คลุมเครือ (ไม่ชัดเจน) ซึ่งผู้คนส่วนมากไม่รู้ ดังนั้นผู้ใดรักษาตนจากสิ่งที่คลุมเครือได้ เขาก็รักษาศาสนาและเกียรติยศของเขาได้ และผู้ใดที่ตกอยู่ในสิ่งที่คลุมเครือ ก็เสมือนกับว่าเขาได้ตกอยู่ในสิ่งที่ต้องห้าม เปรียบดังเช่นผู้ที่เลี้ยงปศุสัตว์อยู่รอบ ๆ บริเวณเขตหวงห้าม ซึ่งกลัวว่ามันอาจเล็ดลอดเข้าไปกินในนั้น พึงทราบเถิดว่า กษัตริย์ทุกคนย่อมมีเขตหวงห้าม และพึงทราบเถิดว่า แท้จริงเขตหวงห้ามของอัลลอฮ์คือสิ่งต้องห้ามต่าง ๆ ของพระองค์ พึงทราบเถิดว่า ในร่างกายมนุษย์มีก้อนเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง หากเนื้อก้อนนั้นดี ร่างกายก็จะดีตาม และหากเนื้อก้อนนั้นเสีย ร่างกายก็จะเสียตามไปด้วย พึงทราบเถิดว่า เนื้อก้อนนั้นคือ หัวใจ"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ฉันถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า: งานใดที่อัลลอฮ์รักมากที่สุด? ท่านตอบว่า “การละหมาดตามเวลาของมันที่กำหนดไว้” เขากล่าวว่า แล้วอะไรอีก? ท่านตอบว่า: “จากนั้นคือการทำความดีต่อพ่อแม่” เขากล่าวว่า: แล้วอะไรอีก? ท่านตอบว่า “การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์” เขากล่าวว่า เขาเล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น และหากฉันถามอีก แน่นอน ท่านต้องกล่าวเพิ่มให้แก่ฉันอีก.
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“เมื่อมุอัซซิน (ผู้ประกาศเมื่อถึงเวลาละหมาด) กล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร"(อัลลอฮ์ผู้ยิ่งใหญ่) ดังนั้นคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าก็กล่าวตามว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร" จากนั้นเขากล่าวว่า 'อัชฮะดู อันลา อิลาฮะอิลลัลลอฮ์" (ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์) และเขาก็กล่าวตามว่า "อัชฮะดูอันลา อิลาฮะอิลลัลลอฮ์" และจากนั้นเขากล่าวว่า "อัชฮาดู อันนา มูฮัมมะดัรเราะซูลุลลอฮ์" (ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่ามูฮัมมัดเป็นเราะซูลของอัลลอฮ์) และเขาก็กล่าวตามว่า "อัชฮาดู อันนา มูฮัมมะดัรเราะซูลุลลอฮ์" จากนั้นเขากล่าวว่า "หัยยา อาลัศ เศาะลาฮ์" (จงมาละหมาดกันเถิด) และเขาก็กล่าวตามว่า "ลาเฮาลา วะลา กุววาตา อิลลา บิลลาฮ์" (ไม่มีอำนาจหรือกำลังใดๆ เว้นแต่ด้วยการอนุมัติจากอัลลอฮ์) แล้วเขากล่าวว่า "หัยยา อะลัล ฟะลาห์" (จงมาสู่ความสำเร็จกันเถิด) และเขาก็กล่าวตามว่า 'ลาเฮาลา วาลา กุววาตา อิลลา บิลลาฮ์" และ จากนั้นเขากล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร" แล้วเขาก็กล่าวตามว่า 'อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร' แล้วเขากล่าวว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์" และเขาก็กล่าวตามว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์" จากใจของเขา เขาจะได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม