عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
ผู้รายงาน
"การละหมาดของชายคนหนึ่งที่เป็นญะมาอะฮ์ ผลบุญจะทวีคูณกว่าการละหมาดของเขาที่ตลาดและบ้านของเขาถึงยี่สิบกว่าเท่า โดยที่เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าเขาได้อาบน้ำละหมาด แล้วเขาก็อาบมันอย่างดี หลังจากนั้นเขาได้ไปยังมัสญิดโดยไม่มีจุดประสงค์อื่นใดนอกจากเพื่อทำการละหมาด ไม่มีสิ่งใดผลักดันเขา (ให้เดินออกไป) นอกจากการละหมาด เขาจะไม่ก้าวเท้าหนึ่งก้าวนอกจากเขาจะถูกยกระดับหนึ่งขั้น และจะถูกลบความผิดหนึ่งความผิดจนกระทั่งเขาได้ก้าวเข้ามัสญิด และเมื่อเขาได้เข้าในมัสญิด ก็เสมือนกับว่าเขาได้อยู่ในการละหมาดตราบใดที่การละหมาดนั้นได้กักขังเขาไว้ และบรรดามลาอิกะฮ์ต่างวิงวอนให้กับคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าตราบใดที่เขายังคงนั่งในที่ที่เขาได้ละหมาด บรรดามลาอิกะฮ์จะกล่าวว่า โอ้อัลลอฮ์โปรดเมตตาแก่เขาด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์โปรดอภัยโทษให้แก่เขาด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์โปรดตอบรับการกลับตัว (เตาบะฮ์) ของเขาด้วยเถิด ตราบใดที่เขามิได้ก่อความเดือดร้อนและมิได้มีหะดัษ (เสียน้ำละหมาด) ณ สถานที่นั้น”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“จงทำแถวหน้าให้เต็มก่อน แล้วจึงตามด้วยแถวถัดไป และหากยังมีแถวใดขาดอยู่ ก็ให้ความขาดนั้นอยู่ในแถวหลังสุด”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด และอันนะซาอีย์
“มีชายตาบอดคนหนึ่งได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วกล่าวว่า โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แท้จริง ฉันไม่มีผู้ช่วยประคองฉันเวลาฉันจะไปไปมัสญิด หลังจากนั้น เขาจึงขอท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อนุโลมให้เขาละหมาดที่บ้าน แล้วท่านก็อนุโลมให้ แต่พอชายคนนั้นหันหลังไปเพื่อจะกลับบ้าน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็เรียกเขามาอีกครั้งแล้วถามว่า “ท่านได้ยินเสียงอะซานเรียกมาละหมาดหรือไม่?” ชายคนนั้นตอบว่า ใช่ ได้ยิน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็กล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นท่านจำเป็นต้องตอบรับเสียงอะซาน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นำเราละหมาดในเช้าวันหนึ่งและพูดว่า: "พวกเจ้าเห็นคนนั้นไหม?" พวกเขากล่าวว่า ไม่ เขากล่าวว่า "พวกเจ้าเห็นคนนั้นไหม?" พวกเขากล่าวว่า ไม่ เขากล่าวว่า: “แท้จริง การละหมาดสองเวลา (คือ ฟะญัรและอิชาอ์) นี้ เป็นการละหมาดที่หนักที่สุดสำหรับพวกมุนาฟิก (คนหน้าไหว้หลังหลอก) และหากพวกท่านรู้ถึงคุณค่าของมัน พวกท่านจะมาละหมาดแม้จะต้องคลานมาก็ตาม และแถวแรกนั้นมีความประเสริฐเหมือนกับแถวของมลาอิกะฮ์ (ทวยเทพ) และหากพวกท่านรู้ถึงความประเสริฐของมัน พวกท่านจะเร่งไปอยู่ในแถวแรก และการละหมาดของชายหนึ่งคนร่วมกับอีกคนหนึ่งมีความบริสุทธิ์มากกว่าการละหมาดคนเดียว และการละหมาดกับสองคนบริสุทธิ์มากกว่าการละหมาดกับหนึ่งคน และยิ่งมีจำนวนมากก็ยิ่งเป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮ์ตะอาลา”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด อันนะซาอีย์ และอะห์มัด
"การละหมาดญะมาอะฮ์นั้นดีกว่าการละหมาดคนเดียวด้วยกับยี่สิบห้าเท่าและเหล่าทูตสวรรค์ในยามค่ำคืนและเหล่าทูตสวรรค์ในตอนกลางวันก็รวมตัวกันในการละหมาดรุ่งอรุณ(ฟัจญ์ริ) จากนั้น อบูฮุรัยเราะห์ กล่าวว่า: ดังนั้น จงอ่านอายะฮ์นี้เถิดถ้าคุณต้องการ (ทราบถึงรายละเอียด) ความว่า: {แท้จริงการอ่านยามรุ่งอรุณนั้นเป็นพยานยืนยันเสมอ} (อัลอิสรออ์ : 78)
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ผู้ใดที่ออกจากบ้านไปมัสยิดในตอนเช้าหรือตอนเย็น อัลลอฮ์จะทรงเตรียมที่พักในสวรรค์ให้แก่เขา ทุกครั้งที่เขาไปตอนเช้าหรือตอนเย็น
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“เมื่อการละหมาดเริ่มต้นขึ้นแล้ว จะไม่มีการละหมาดใด ยกเว้นการละหมาดภาคบังคับ(ฟัรฎู)เท่านั้น”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“ผู้ใดที่กินกระเทียมหรือหัวหอม ก็ให้เขาแยกตัวออกไป - หรือท่านกล่าวว่า: ให้เขาแยกตัวออกไป - จากมัสยิดของเราและอยู่บ้าน” และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้รับหม้อซึ่งในนั้นบรรจุผักต่างๆ ที่มีกลิ่น และท่านได้รับกลิ่นเหม็น จึงถามถึงสิ่งนั้น และได้บอกถึงผักต่างๆ ที่มีกลิ่นที่อยู่ในนั้น แล้วท่านกล่าวว่า "จงเอาสิ่งนี้ไปมอบให้กับบรรดามิตรสหายของท่านที่มาพร้อมกับท่าน และเมื่อเขาเห็นท่านนบีจึงรังเกียดที่จะกินมัน ท่านนบีเลยกล่าวว่า : “กินสิ เพราะฉันจะสื่อสารกับคนที่เจ้าไม่สื่อสารด้วย”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม