عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
ผู้รายงาน
"ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งหลังจากตักบีรในเวลาละหมาด ก่อนที่จะอ่าน (อัล-ฟาติฮะห์) จากนั้นฉันก็ถามว่า "โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ด้วยบิดาและมารดาของฉันเป็นค่าไถ่สำหรับท่าน ท่านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการนิ่งเงียบของท่านระหว่างการตักบีรและการอ่าน (อัลฟาติหะฮ์) ท่านกำลังอ่านอะไรหรือเปล่า?" ท่านตอบว่า "ฉันกล่าวว่า"
«اللهُمَّ بَاعِدْ بَيْنِي وَبَيْنَ خَطَايَايَ كَمَا بَاعَدْتَ بَيْنَ الْمَشْرِقِ وَالْمَغْرِبِ، اللهُمَّ نَقِّنِي مِنْ خَطَايَايَ كَمَا يُنَقَّى الثَّوْبُ الْأَبْيَضُ مِنَ الدَّنَسِ، اللهُمَّ اغْسِلْنِي مِنْ خَطَايَايَ بِالثَّلْجِ وَالْمَاءِ وَالْبَرَدِ»
ความว่า "โอ้อัลลอฮ์ โปรดทำให้ระหว่างฉันกับความผิดพลาดของฉันได้ห่างออกจากกัน ดังเช่นที่พระองค์ทรงทำให้ระยะห่างระหว่างตะวันออกกับตะวันตก โอ้อัลลอฮ์ โปรดทรงชำระฉันให้พ้นจากความผิดของฉัน ดังเช่นผ้าขาวที่ถูกขจัดคราบสกปรกออกไป โอ้ อัลลอฮ์ โปรดทรงชำระล้างฉันจากความผิดของฉันด้วยน้ำ หิมะ และลูกเห็บ ด้วยเถิด"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
เมื่อท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ละหมาดเสร็จ ท่านจะกล่าวอิสติฆฟาร(อภัยโทษ)สามครั้ง จากนั้นท่านจะกล่าว “اللهم أنت السلام ومنك السلام، تباركت يا ذا الجلال والإكرام” ความว่า “โอ้ พระผู้อภิบาลของข้า พระองค์คือผู้ทรงเปี่ยมด้วยสันติ จากพระองค์นั้นคือที่มาของสันติ ความจำเริญยิ่งแด่พระองค์ โอ้ผู้เปี่ยมด้วยความยิ่งใหญ่และเกียรติยศ” ท่านวะลีด กล่าวว่า "ดังนั้นฉันกล่าวแก่ท่านเอาซาอีย์ว่า : การอิสติฆฟารนั้นเป็นอย่างไร? ท่านตอบว่า: คือการที่ท่านกล่าว" อัสตัฆฟิรุลลอฮ์ อัสตัฆฟิรุลลอฮ์".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ใครก็ตามที่อ่านอายะฮ์กุรซีย์ทุกครั้งหลังละหมาดฟัรฎห้าเวลา ไม่มีอุปสรรคใดๆ สำหรับเขาที่จะได้เข้าสวรรค์ เว้นแต่ความตายเท่านั้น"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อันนะซาอีย์ในหนังสืออัลกุบรอ
เมื่อท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ขึ้นมาจากรุกูั๊วะ ท่านจะกล่าวว่า : "สะมิอัลลอฮุ ลิมัน หามิดะฮุ อัลลอฮุมมา ร็อบบานา ลากาฮัมดุ มิลอัสสะมาวาติ วะมิลอัลอัรฎิ วะมิลอะ มาชิอ์ตา มิน ชัยอิน บะอ์ดุ" (ความว่า อัลลอฮ์ได้ยินผู้ที่สรรเสริญพระองค์ โอ้อัลลอฮ์ พระเจ้าของเรา การสรรเสริญเป็นของพระองค์ ให้เต็มฟ้า ให้เต็มแผ่นดิน ให้เต็มเท่าที่พระองค์จะทรงประสงค์ในภายหลัง)
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“ใครก็ตามที่กล่าวตัสบีห์ (สุบหานัลลอฮ์) หลังจากการละหมาดทุกเวลาสามสิบสามครั้ง และกล่าวตะห์มีด(อัลหัมดุลิลลาฮ์) สามสิบสามครั้ง และกล่าวตักบีร (อัลลอฮุอักบัร) สามสิบสามครั้ง ซึ่งทั้งหมดนั้นรวมเป็นเก้าสิบเก้าครั้ง และครบหนึ่งร้อยด้วยการที่เขากล่าวว่า:
" لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ
คำอ่าน: "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วะห์ดะฮู ลา ชะรีกะละฮ์, ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวา อะลา กุลลิชัยอิน เกาะดีร"
เขาจะได้รับการอภัยโทษจากความผิดทั้งหลาย แม้มันจะมีมากเท่าฟองน้ำในท้องทะเลก็ตาม”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ท่านอิบนุซซุบัยร์ จะกล่าวทุกครั้งหลังการละหมาด เมื่อให้สลามเสร็จ "«لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ، لَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إِلَّا بِاللهِ، لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ، وَلَا نَعْبُدُ إِلَّا إِيَّاهُ، لَهُ النِّعْمَةُ وَلَهُ الْفَضْلُ وَلَهُ الثَّنَاءُ الْحَسَنُ، لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ مُخْلِصِينَ لَهُ الدِّينَ وَلَوْ كَرِهَ الْكَافِرُونَ» " ความว่า (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การกราบไหว้อย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว ไม่มีสิ่งใดเป็นภาคีเทียบเคียงกับพระองค์ อำนาจทั้งหมดเป็นของพระองค์ มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงสามารถเหนือทุกสรรพสิ่ง ไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การกราบไหว้อย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮฺ และเราไม่เคารพสักการะสิ่งอื่นใดนอกจากพระองค์เท่านั้น เป็นสิทธิแห่งพระองค์ซึ่งการประทานนิอ์มัต(ความโปรดปราน) ความประเสริฐและการสรรเสริญที่งดงาม ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การกราบไหว้นอกจากอัลลอฮฺ โดยที่เรามอบความบริสุทธิ์ใจแห่งการยึดมั่นในศาสนาแด่พระองค์ แม้ว่าเหล่าผู้ปฏิเสธจะเกลียดชังก็ตาม) และท่านได้กล่าวว่า "ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะกล่าวประโยคนี้ทุกครั้งหลังการละหมาด"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้จับมือเขาแล้วกล่าวว่า “โอ้ มูอาซ ขอสาบานต่อพระเจ้า แท้จริงฉันรักเจ้า” จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “โอ้ มูอาซ ฉันขอแนะนำว่าท่านอย่าได้พลาดที่จะอ่านดุอาอ์บทนี้ทุกครั้งหลังละหมาด” ให้ท่านอ่านว่า "อัลลอฮุมมะ อาอินนี อะล่า ซิกริกะ วะ ชุกรีกะ วะ ฮุสนิ อิบาดะติกะ" ความว่า ” “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์ระลึกถึงพระองค์ ขอบพระคุณในความโปรดปรานของพระองค์ และเป็นผู้นมัสการพระองค์ด้วยดีเถิด”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด อันนะซาอีย์ และอะห์มัด
"ไม่มีครั้งใดที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ละหมาดหลังจากที่โองการ {إِذَا جَاءَ نَصْرُ اللَّهِ وَالفَتْحُ} {เมื่อความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์และชัยชนะมาถึง} [อัน-นะศ็อรฺ: 1] ถูกประทานลงมา เว้นแต่ท่านจะกล่าวในละหมาดนั้นว่า:«سُبْحَانَكَ رَبَّنَا وَبِحَمْدِكَ اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي» “มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของเรา และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์ โอ้อัลลอฮ์ ได้โปรดอภัยให้ข้าพระองค์ด้วยเถิด'"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม