Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

40 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง
"แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงประเสริฐ (ฏ็อยยิบ) ไม่ทรงยอมรับสิ่งใดเว้นแต่สิ่งที่ดีงามเท่านั้น และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงสั่งใช้บรรดาผู้ศรัทธาในสิ่งเดียวกันกับที่พระองค์ได้ทรงสั่งใช้บรรดาเราะสูล พระองค์ทรงตรัสว่า: "โอ้บรรดาเราะสูลเอ๋ย จงบริโภคแต่สิ่งที่ดี ๆ และจงประกอบแต่ความดีเถิด" และทรงตรัสอีกว่า: "โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงบริโภคแต่สิ่งที่ดี ๆ จากสิ่งที่เราประทานเป็นเครื่องยังชีพแก่สูเจ้าเถิด" หลังจากนั้นท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เล่าถึงชายคนหนึ่งที่เดินทางไกล จนผมของเขายุ่งเหยิง เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น เขายกมือทั้งสองสู่ฟากฟ้า (พลางวิงวอนดุอาอ์ว่า) โอ้พระผู้อภิบาลของข้า! โอ้พระผู้อภิบาลของข้า! ทั้งที่อาหารที่เขาบริโภคนั้นมาจากสิ่งต้องห้าม เครื่องดื่มที่เขาดื่มนั้นก็มาจากสิ่งต้องห้าม เครื่องนุ่งห่มที่เขาสวมใส่นั้นก็มาจากสิ่งต้องห้าม และเขาก็ถูกเลี้ยงดูด้วยสิ่งต้องห้าม แล้วดุอาอ์ของเขาจะถูกตอบรับได้อย่างไรเล่า".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
วันหนึ่ง ในขณะที่พวกเรากำลังอยู่พร้อมกับท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็ได้มีชายคนหนึ่งที่มีเสื้อผ้าขาวผ่อง ผมดำสนิท ไม่มีร่องรอยของการเดินทางเลย เข้ามาหาพวกเรา และก็ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเราที่รู้จักเขา จนกระทั่งเขาได้นั่งลงตรงหน้าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะสัลลัม โดยที่หัวเข่าของเขากับหัวเข่าของท่านนบีประกบกัน และวางสองฝ่ามือของเขาลงบนโคนขาของท่านนบี พร้อมกล่าวว่า “โอ้มุหัมมัด ! จงบอกฉันเกี่ยวกับอิสลามด้วยเถิด?” ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ตอบว่า “อิสลาม คือ การที่ท่านกล่าวคำปฏิญานว่า “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮ์ วะอันนะ มุหัมมะดัน เราะซูลุลลอฮ์” (แปลว่า ไม่มีพระเจ้าที่แท้จริง –ที่สมควรแก่การเคารพสักการะ- นอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น และมุหัมมัด คือ ศาสนฑูตของพระองค์) ดำรงการละหมาด จ่ายซะกาต ถือศีลอดในเดือนเราะมาฎอน และประกอบพิธีหัจญ์หากท่านมีความสามารถ” เขากล่าวว่า “ท่านพูดถูกแล้ว” เขา(อุมัร) กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกแปลกใจต่อเขาที่สอบถามท่านนบีแล้วเขากล่าวรับรอง” เขากล่าวอีกว่า “แล้วจงบอกฉันเกี่ยวกับอีหม่านด้วยเถิด? ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ตอบว่า “คือ การที่ท่านศรัทธาต่ออัลลอฮ์ บรรดามลาอิกะฮ์ของพระองค์ คัมภีร์ต่างๆ ของพระองค์ บรรดาศาสนฑูตของพระองค์ วันอาคิเราะฮ์ ตลอดจนท่านศรัทธาในกฏอัลเกาะดัรทั้งดีและชั่ว” เขากล่าวว่า “ท่านพูดถูกแล้ว” เขากล่าวต่อไปอีกว่า “แล้วจงบอกฉันเกี่ยวกับอิห์ซานด้วยเถิด?” ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ตอบว่า “คือ การที่ท่านทำอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ราวกับว่าท่านเห็นพระองค์ และถ้าหากท่านไม่เห็นพระองค์ แท้จริงพระองค์ก็ทรงเห็นท่าน” เขากล่าวว่า “แล้วจงบอกฉันเกี่ยวกับวันสิ้นโลกด้วยเถิด?” ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ตอบว่า “คนที่ถูกถามไม่ได้รู้มากไปกว่าคนที่ถาม” เขากล่าวว่า “แล้วจงบอกฉันเกี่ยวกับสัญญานของมันว่ามีอะไรบ้าง ?” ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ตอบว่า “คือ การที่ทาสหญิงจะกำเนิดลูกเป็นนายของนาง และท่านจะได้เห็นคนเดินเท้าเปล่า (ไม่ใส่รองเท้า) ไม่สวมเสื้อผ้า ยากจน เลี้ยงแพะแกะต่างพากันปลูกตึกสูง ๆ (อุมัร) เล่าว่า จากนั้น เขาคนนั้นก็จากไป แล้วฉัน(อุมัร)ก็หายหน้าไปหลายวัน ต่อมาท่านนบีก็ได้ถามฉันว่า “โอ้อุมัร ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนถามนั้นเป็นใคร? ฉันตอบว่า “อัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ย่อมรู้ดีกว่า” ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ตอบว่า “แท้จริงแล้วเขาคือญิบรีล เขามาหาพวกเจ้าเพื่อสอนศาสนาให้แก่พวกเจ้า”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
มีคนกลุ่มหนึ่งจากบรรดาสาวกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวแก่ท่านนบี ว่า: “โอ้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คนที่ร่ำรวยพวกเขาเอาผลบุญไปหมดแล้ว พวกเขาละหมาดเหมือนกับพวกเราละหมาด พวกเขาถือศีลอดเหมือนกับพวกเรา และพวกเขาทำศอดาเกาะห์ด้วยกับทรัพย์สินที่มีอย่างเหลือล้นของพวกเขา” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวตอบว่า “มิใช่อัลลอฮ์หรอกหรือ ที่ได้ทรงทำให้พวกเจ้าสามารถที่จะทำศอดาเกาะห์ได้? นั่นก็เพราะว่าในทุกๆการกล่าวว่า “ซุบฮานัลลอฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “อัลลอฮุอักบัร” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “อัลฮัมดุลิ้ลละฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “ลาอิลาฮะอิ้ลลัลลอฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และการใช้กันให้ทำความดีคือการทำศอดะเกาะห์ และการห้ามปรามกันมิให้ทำความชั่ว คือการทำศอดะเกาะห์ และการมีเพศสัมพันธ์ของพวกท่าน(กับภรรยา) คือการทำศอดะเกาะห์” บรรดาสาวกจึงกล่าวต่อว่า : “โอ้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เวลาที่พวกเรามีความต้องการและร่วมหลับนอนกับภรรยาของพวกเรานั้นได้ผลบุญด้วยหรือ?” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงได้ตอบว่า “พวกท่านเห็นหรือไม่ว่า ถ้าหากว่าคนหนึ่งมีเพศสัมพันธ์ที่ต้องห้าม -ทำซินา- นั่นมีความผิดใช่หรือไม่? ดังนั้นถ้ามีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง(ฮะลาล)นั่นก็มีผลบุญ”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"จงแบ่งส่วนตามข้อกำหนดให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับ และส่วนที่เหลือให้แก่ญาติผู้ชายที่ใกล้ชิดที่สุด"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์ได้ห้ามการขายเหล้า สัตว์ที่ตายเอง (มายนะห์) หมู และรูปเคารพ" มีคนถามว่า "โอ้ รอซูลของอัลลอฮ์ แล้วไขมันของสัตว์ที่ตายเองล่ะ เพราะมันถูกใช้ในการทาเรือ ทาผิวหนัง และใช้เป็นน้ำมันตะเกียง คนจะใช้มันได้หรือไม่?" ท่านรอซูลกล่าวว่า "ไม่ มันหะรอม" จากนั้นท่านรอซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวอีกว่า "ขอให้อัลลอฮ์ทรงสาปแช่งพวกยิว เพราะเมื่ออัลลอฮ์ทรงห้ามไขมันของมัน พวกเขาได้นำมันไปหลอม จากนั้นก็นำไปขาย และกินผลประโยชน์จากมัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"จงอยู่ในโลกดุนยานี้ประหนึ่งว่าเจ้าเป็นคนแปลกหน้า หรือเป็นผู้เดินทาง (ผ่านมา,ไม่ได้พำนักในที่นั้นอย่างถาวร) อับดุลลอฮ์ อิบนุอุมัร ได้กล่าวว่า "ถ้าชีวิตของเจ้าถึงยามกลางคืนแล้ว ก็อย่ารอให้ถึงตอนเช้า (หมายถึงอย่าหวังว่าจะอยู่ถึงเช้าอีกวันหนึ่ง ให้คิดว่ากลางคืนนั้นคือเวลาสุดท้ายของเจ้า) และถ้าชีวิตของเจ้าอยู่ถึงตอนเช้ารุ่งอีกวันหนึ่ง ก็อย่ามีความหวังว่าจะอยู่ถึงกลางคืน (เมื่อมีสุขภาพดี) เจ้าก็จงใช้เวลาที่สุขภาพ(ดี)ของท่านทำความดี เพื่อเวลาที่ท่านป่วย(อ่อนแอ ไม่สามารถสะสมความดี) เจ้าจะได้มีการงานที่สะสมไว้แล้ว และจงใช้เวลาว่างในชีวิตของเจ้า(เอาไว้สะสมความดี) ก่อนที่ความตายจะมาถึง
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
“โอ้เด็กน้อย แท้จริงฉันจะสอนเจ้าบางประโยค เจ้าจงรักษา (ศาสนาของ) อัลลอฮ์ แล้วอัลลอฮ์จะทรงรักษาเจ้า จงรักษาอัลลอฮ์ แล้วเจ้าจะพบว่าพระองค์อยู่บนทางของเจ้า เมื่อจะขอ ก็จงขอจากอัลลอฮ์ และเมื่อจะขอความช่วยเหลือ ก็จงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เถิด และพึงทราบเถิดว่า ชนกลุ่มใดหากพวกเขารวมกันเพื่อจะทำประโยชน์เรื่องใดให้แก่เจ้า พวกเขาจะไม่สามารถทำประโยชน์ให้ได้นอกจากเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดมันไว้แก่เจ้าแล้วเท่านั้น และหากพวกเขารวมกันเพื่อจะทำร้ายเรื่องใดแก่เจ้า พวกเขาจะไม่สามารถทำร้ายได้นอกจากเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดมันไว้แก่เจ้าแล้ว ปากกาได้ถูกยกออกไปแล้ว และน้ำหมึกสำหรับการบันทึกก็เหือดแห้งไปแล้ว”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัตติรมิซีย์และคนอื่นๆ
แท้จริงสิ่งที่อนุมัติ (หะลาล) นั้นชัดเจนและสิ่งที่ต้องห้าม (หะรอม) ก็ชัดเจนเช่นกัน และในระหว่างทั้งสองนั้นมีสิ่งที่คลุมเครือ (ไม่ชัดเจน) ซึ่งผู้คนส่วนมากไม่รู้ ดังนั้นผู้ใดรักษาตนจากสิ่งที่คลุมเครือได้ เขาก็รักษาศาสนาและเกียรติยศของเขาได้ และผู้ใดที่ตกอยู่ในสิ่งที่คลุมเครือ ก็เสมือนกับว่าเขาได้ตกอยู่ในสิ่งที่ต้องห้าม เปรียบดังเช่นผู้ที่เลี้ยงปศุสัตว์อยู่รอบ ๆ บริเวณเขตหวงห้าม ซึ่งกลัวว่ามันอาจเล็ดลอดเข้าไปกินในนั้น พึงทราบเถิดว่า กษัตริย์ทุกคนย่อมมีเขตหวงห้าม และพึงทราบเถิดว่า แท้จริงเขตหวงห้ามของอัลลอฮ์คือสิ่งต้องห้ามต่าง ๆ ของพระองค์ พึงทราบเถิดว่า ในร่างกายมนุษย์มีก้อนเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง หากเนื้อก้อนนั้นดี ร่างกายก็จะดีตาม และหากเนื้อก้อนนั้นเสีย ร่างกายก็จะเสียตามไปด้วย พึงทราบเถิดว่า เนื้อก้อนนั้นคือ หัวใจ"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์และมุสลิม