Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

40 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง
"ความสะอาดเป็นครึ่งหนึ่งของการศรัทธา และการกล่าวว่า "อัลหัมดุลิลลาฮ์" (การสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์) ผลบุญของมันจะเต็มตาชั่งในวันกิยามะฮ์ และการกล่าวว่า "ซุบหานัลลอฮ์" (มหาบริสุทธิ์แห่งอัลลอฮ์) และ "อัลหัมดุลิลลาฮ์" ผลบุญของทั้งสองประโยคหรือผลบุญของแต่ละประโยคนั้นจะเต็มระหว่างท้องฟ้าและผืนแผ่นดิน การละหมาดนั้นคือรัศมี การบริจาคทาน (เศาะดะเกาะฮ์) คือข้อพิสูจน์(ที่บ่งบอกถึงการศรัทธา) การอดทนคือแสงสว่าง และอัลกุรอานคือหลักฐานเพื่อสนับสนุนท่านหากท่านทำความดี หรือไม่ก็คือหลักฐานมัดตัวท่านหากท่านทำความชั่ว มนุษย์ทุกคนย่อมขวนขวายเพื่อตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ขายตัวเองให้อัลลอฮ์ ดังนั้นเขาก็คือผู้ปลดปล่อยตัวเขาเองจากการถูกลงโทษในไฟนรก และมีผู้ขายตัวเองให้กับชัยฏอนและตัณหาของเขา ดังนั้นเขาคือผู้ทำลายตัวเขาเองให้พินาศ"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ไม่มีภาชนะใดที่มนุษย์บรรจุใส่อาหารจนเต็มจะเลวร้ายไปกว่าท้องของเขาเอง เพียงพอแล้วสำหรับลูกหลานอาดัมด้วยอาหารเพียงไม่กี่คำที่สามารถทําให้กระดูกสันหลังของเขาเเข็งเเรง(หมายถึงสามารถประทังชีวิตและสร้างความแข็งแรงแก่ร่างกาย) และหากจำเป็นต้องกินจริง ๆ แล้ว ก็ (จงเตรียมท้องไว้เป็นสามส่วน) ส่วนหนึ่งสำหรับอาหาร ส่วนหนึ่งสำหรับเครื่องดื่ม และอีกส่วนหนึ่งสำหรับลมหายใจ"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อิมามอะห์มัด อัตติรมีซีย์ อันนะซาอีย์ และอิบนุมาญะฮ์
"เจ้าจงละทิ้งสิ่งที่ทำให้เจ้าเกิดความสงสัย ไปสู่สิ่งที่จะไม่ทำให้เจ้าเกิดความสงสัย"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย ติรมีซีย์ และนะซาอีย์
"แท้จริงส่วนหนึ่งจากสิ่งที่มนุษย์ได้รับรู้จากคำพูดของบรรดาศาสนทูตก่อนๆ คือ หากเจ้าไม่มีความละอายแล้ว ก็จงทำตามสิ่งที่เจ้าประสงค์เถิด"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
“แท้จริง เจ้าได้ถามเรื่องที่ยิ่งใหญ่นัก แต่ทว่ามันเป็นเรื่องง่าย สำหรับผู้ที่อัลลอฮ์ทรงประทานความง่ายดายแก่เขา นั่นก็คือ ให้เจ้าเคารพอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ โดยที่ไม่ตั้งภาคีใด ๆ กับพระองค์ ทำการละหมาด จ่ายซะกาต ถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน และประกอบพิธีหัจญ์ ณ บัยติลลาฮ์” หลังจากนั้นท่านได้กล่าวอีกว่า: “เอาไหมฉันจะบอกแก่เจ้าซึ่งบรรดาประตูแห่งความดีงาม? นั่นก็คือ การถือศีลอดเป็นเกราะกำบัง และการบริจาคทาน(เศาะดะเกาะฮ์) สามารถลบล้างความผิดเสมือนกับน้ำที่ดับไฟ และการละหมาดของคนๆ หนึ่งในยามค่ำคืน" หลังจากนั้นท่านก็อ่านซูเราะฮ์อัซ-ซัจญดะฮ์ อายะฮ์ที่ 16-17 (ความว่า: "สีข้างของพวกเขาเคลื่อนห่างจากที่นอน พลางวิงวอนต่อพระเจ้าของพวกเขาด้วยความกลัวและความหวัง และพวกเขาบริจาค สิ่งที่เราได้ให้เป็นเครื่องยังชีพแก่พวกเขา ดังนั้น จึงไม่มีชีวิตใดรู้สิ่งที่ถูกซ่อนไว้สำหรับพวกเขา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตา เป็นการตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้") หลังจากนั้นท่านได้กล่าวอีกว่า: “เอาไหมฉันจะบอกแก่เจ้าสิ่งที่เป็นหัวหลักของกิจการทั้งปวง เสาของมัน และจุดสุดยอดของมัน? ฉันตอบว่า: เอาสิ โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ท่านกล่าวว่า: “หัวหลักของกิจการนั้นคืออิสลาม เสาของมันคือการละหมาด และจุดสุดยอดของมันคือการญิฮาด” หลังจากนั้นท่านได้กล่าวอีกว่า: “เอาไหมฉันจะบอกแก่เจ้าซึ่งสิ่งที่ครอบคลุมทั้งหมดที่กล่าวมา? ฉันตอบว่า: เอาสิ โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ แล้วท่านก็จับลิ้นของท่านและกล่าวว่า: “ท่านจงระงับสิ่งนี้” ฉันจึงกล่าวว่า: “โอ้นบีของอัลลอฮ์ พวกเราจะถูกสอบสวนในสิ่งที่เราได้พูดด้วยกระนั้นหรือ ?” ท่านตอบว่า: “แม่ของท่านได้เสียท่านแล้ว โอ้มุอาซเอ๋ย แล้วที่มนุษย์ต้องถลำใบหน้าหรือจมูกเข้าไปในไฟนรกมิใช่เพราะผลจากลิ้นดอกหรือ!"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์
"ผู้ใดที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันอาคิเราะฮ์ เขาก็จงพูดแต่ในสิ่งที่ดีหรือไม่ก็นิ่งเงียบเสีย และผู้ใดที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันอาคิเราะฮ์ เขาก็จงให้เกียรติเพื่อนบ้านของเขา และผู้ใดที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันอาคิเราะฮ์ เขาก็จงให้เกียรติแขกของเขา"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
มีชายคนหนึ่งกล่าวแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า โปรดให้คำแนะนำแก่ฉันหน่อย ท่านนบีกล่าวว่า: "อย่าโกรธ" ท่านกล่าวซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า: "อย่าโกรธ".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
"เลือด (ชีวิต) ของมุสลิมคนหนึ่งจะไม่เป็นที่อนุญาต (ให้ถูกฆ่า) นอกจากด้วยสาเหตุหนึ่งในสามประการนี้ คือ ผู้ที่แต่งงานแล้วและกระทำการซินา (ผิดประเวณี) และชีวิตชดใช้ด้วยชีวิต (การประหารชีวิตในคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา) ผู้ที่ละทิ้งศาสนาของเขา (มุรตัด) และผู้ที่แยกตัวออกจากญะมาอะฮ์ (ประชาคมมุสลิม)"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม