عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
แสดงแหล่งที่มาที่เหลือ
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (59)
ฉันได้ขี่ลาซ้อนหลังท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งมีชื่อเรียกว่า อุฟายร์ ท่านได้กล่าวกับฉันว่า "โอ้มุอาซ ท่านทราบหรือไม่ว่าอะไรคือสิทธิที่อัลลอฮ์ต้องได้รับจากบ่าวของพระองค์ และอะไรคือสิทธิที่บ่าวจะได้รับจากอัลลอฮ์ " ฉันกล่าวว่า "อัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ทรงรู้ดีที่สุด" ท่านจึงกล่าวว่า "แท้จริงสิทธิที่อัลลอฮ์ต้องได้รับจากบ่าว คือการเคารพสักการะต่อพระองค์เพียงผู้เดียว และไม่นำสิ่งใดมาเป็นภาคีกับพระองค์ และสิทธิที่บ่าวจะได้รับจากอัลลอฮ์ก็คือการที่พระองค์ไม่ลงโทษผู้ที่ไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ด้วยสิ่งใดๆ " แล้วฉันได้กล่าวว่า "โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ จะให้ฉันนำเรื่องนี้บอกเล่าแก่ผู้คนไหม เพื่อเขาจะได้ดีใจกับมัน? "ท่านตอบว่า “ท่านอย่าได้บอกพวกเขา เพราะอาจทำให้พวกเขาพึ่งพาสิ่งนั้นเท่านั้น".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้นำพวกเราละหมาดซุบฮ์ที่ ฮุดัยบียะฮ์ ขณะที่ยังมีร่องรอยของฝนที่ตกลงมาลงเมื่อคืน เมื่อละหมาดเสร็จแล้วท่านก็หันหน้ามาหาผู้คน แล้วกล่าวว่า "พวกเจ้ารู้ไหมว่าพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าได้กล่าวไว้อย่างไร?" พวกเขาตอบว่า "อัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์เท่านั้นที่รู้ดียิ่ง" ท่านกล่าวต่อว่า "พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงกล่าวว่า: "ส่วนหนึ่งจากบ่าวของข้าตื่นขึ้นมามีทั้งผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธศรัทธา โดยผู้ใดกล่าวว่าฝนที่ตกแก่พวกเราด้วยความโปรดปรานและความเมตตาของอัลลอฮ์ นั่นแหละคือผู้ศรัทธาต่อข้าและปฏิเสธการศรัทธาต่อดวงดาว ส่วนผู้ที่กล่าวว่าฝนที่ตกลงมาด้วยอิทธิพลของดาวดวงนั้นดวงนี้ นั้นแหละเขาเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อข้า แต่เป็นผู้ศรัทธาต่อดวงดาว”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"แท้จริงอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกียรติ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ พระองค์ไม่ทรงหลับ และไม่สมควรแก่พระองค์ที่จะทรงหลับ พระองค์ทรงลดและยกดุลยภาพ (แห่งความยุติธรรม) การงานในยามค่ำคืนจะถูกยกขึ้นไปยังพระองค์ก่อนการงานในยามกลางวัน และการงานในยามกลางวันจะถูกยกขึ้นไปก่อนการงานในยามค่ำคืน ม่านปิดของพระองค์คือแสงสว่าง — และในบางรายงานกล่าวว่าเป็นไฟ — หากพระองค์ทรงเปิดม่านนั้นออก แสงแห่งสง่าราศีจากพระพักตร์ของพระองค์จะเผาผลาญทุกสิ่งที่สายพระเนตรของพระองค์ทอดไปถึงในบรรดาสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง“
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
มีชายคนหนึ่งถามท่านเราะซูลว่า "โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ เราจะถูกลงโทษจากการกระทำของเราในยุคสมัยก่อนอิสลามหรือไม่?" ท่านตอบว่า "ผู้ใดกระทำความดีในยุคสมัยอิสลาม เขาจะไม่ถูกลงโทษสำหรับการกระทำของเขาในยุคสมัยก่อนอิสลาม หากแต่ผู้ใดกระทำความชั่วในยุคสมัยอิสลาม เขาจะถูกลงโทษทั้งการกระทำในยุคสมัยก่อนอิสลามและยุคสมัยหลังอิสลาม"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ผู้ใดที่ได้พบกับอัลลอฮ์ โดยที่เขาไม่ยึดสิ่งใดเป็นภาคีต่อพระองค์ เขาจะได้เข้าสวรรค์ และผู้ใดที่ได้พบกับอัลลอฮ์ โดยที่เขาตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ เขาจะตกนรก"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ไม่มีบ่าวคนใดที่ประสบกับภัยพิบัติใดภัยพิบัติหนึ่ง แล้วเขาจะกล่าวสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงสั่งใช้ : ความว่า: (แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และเราจะกลับคืนสู่พระองค์) (อัลบะเกาะเราะฮ์: 156) โอ้อัลลอฮ์ ได้โปรดให้การตอบแทนแก่ฉันในภัยพิบัติที่ได้ประสบกับฉัน และโปรดทดแทนสิ่งที่ดีกว่าให้แก่ฉัน เว้นเเต่อัลลอฮ์จะทรงประทานให้แก่เขาซึ่งสิ่งที่ดีกว่าภัยพิบัติที่ประสบกับเขา ท่านหญิงอุมมุ ซาละมะห์ เล่าต่อว่า: ในตอนที่อบูซาละมะห์เสียชีวิต ฉันกล่าวว่า: จะมีมุสลิมคนใดที่จะดีไปกว่าอบูซาละมะห์ (สามีของนาง) เป็นครอบครัวแรกที่อพยพไปยังท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม (อพยพไปมะดีนะฮ์) จากนั้นฉันก็ได้กล่าวดุอาอ์ข้างต้น อัลลอฮ์ก็ได้ทดแทนด้วยท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้แก่ฉัน
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“ฉันจะบอกให้พวกเจ้าทราบเอาไหมว่า ชาวสวรรค์นั้นคือพวกใด? คือคนที่อ่อนแอถ่อมตัว (สภาพทางดุนยาของเขาขาดแคลน ผู้คนดูถูกเหยียดหยามเขา) ถ้าหากเขาสาบานต่ออัลลอฮ์ พระองค์จะทรงให้เป็นไปตามที่เขาสาบาน ฉันจะบอกให้พวกเจ้าทราบเอาไหมว่า ชาวนรกนั้นคือพวกใด? คือคนที่หยาบคาย จองหอง ลำพองตน
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ใครที่กล่าว "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ" ความว่า (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮฺ) และปฏิเสธทุกสิ่งที่ถูกสักการะอื่นจากอัลลอฮฺ ทรัพย์สินและเลือดเนื้อของเขาจะเป็นที่ต้องห้าม และการคิดบัญชีที่มีต่อเขานั้นเป็นหน้าที่ของอัลลอฮฺ"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม