Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

4 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ระดับของหะดีษ

ผู้รายงาน

แสดงผู้รายงานทั้งหมด (59)
عبد الله بن عمرو3 ‌ابن عباس2 أبو موسى2 أبو الدرداء1 أبو الهياج الأسدي قال1 أبو بشير الأنصاري1 أبو طلحة1 أبو عبد الرحمن عبد الله بن عمر بن الخطاب1 أبو عبد الله جابر بن عبد الله الأنصاري1 أبو عمرو- وقيل1 أبو مرثد الغنوي1 أبو هريرة عبد الرحمن بن صخر1 ‌أبي هريرة1 أسماء بنت أبي بكر1 البراء1 البراء بن عازب1 المغيرة بن شعبة1 المقداد بن الأسود1 المقداد بن عمرو الكندي1 النعمان بن بشير1 أم الدرداء و أبي الدرداء1 أم المؤمنين أم عبد الله عائشة1 أم سلمة أم المؤمنين1 ‌أنس بن مالك1 جرير بن عبد الله1 جندب1 حارثة بن وهب الخزاعي1 حكيم بن حزام1 رسول الله صلى الله عليه وسلم أنه قال1 زيد بن خالد الجهني1 زينب بنت جحش1 سفيان بن عبد الله الثقفي1 صفوان بن محرز قال1 طارق بن أشيم الأشجعي1 طاوس أنه قال1 طلحة بن عبيد الله1 عائشة وعبد الله بن عباس1 عبادة1 عبد الرحمن بن سمرة1 ‌عبد الله بن عمرو بن العاص1 عبد الله بن مسعود قال1 عثمان بن أبي العاص1 عدي بن حاتم1 علي1 عمر1 عمران بن حصين1 ‌قتادة رحمه الله قال1 معاذ بن جبل1 معاوية1
"แท้จริง อัลลอฮ์จะตรัสแก่บรรดาชาวสวรรค์ว่า "โอ้ ชาวสวรรค์ทั้งหลาย" พวกเขาจะตอบว่า "ขอสนองรับโองการพระองค์ท่าน ความดีงามทั้งหมดอยู่ในสองมือของพระองค์แล้ว" แล้วพระองค์ก็มีตรัสว่า "พวกเจ้าพอใจแล้วหรือยัง?" พวกเขาต่างตอบว่า "พวกเราไม่พอใจได้อย่างไรละ ในเมื่อพระองค์ท่านได้ให้แก่พวกเราในสิ่งที่พระองค์ท่านไม่เคยให้แก่ผู้อื่นใดเลยในบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงสร้างทั้งหมด" พระองค์จรัสต่อไปว่า "จะเอาไหม ฉันจะให้สิ่งที่พิเศษกว่านั้น?" พวกเขาตอบว่า "โอ้ พระองค์ท่าน มีอะไรอีกที่พิเศษไปกว่านี่หรือ?" พระองค์ตอบว่า "ฉันจะประทับความโปรดปรานของฉันลงบนพวกเจ้า แล้วฉันก็จะไม่โกรธเคืองพวกเจ้าไปตลอดกาล"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
อะลี บิน อบีฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุได้ส่งทองคำแท่งเล็ก ๆ ที่อยู่ในหนังสัตว์ที่เย็บไว้อย่างดี ซึ่งยังไม่ได้ถูกแยกออกจากสิ่งสกปรกหรือดินของมันจากเยเมนให้กับนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านนบีได้แบ่งทองคำให้กับสี่คน ได้แก่ อุยัยนะฮ์ บิน บัดร์, อักเราะอ์ บิน ฮาบิซ, ซัยด์ อัล-คอยล์ และคนที่สี่ไม่แน่ใจว่าเป็นอัลกะมะห์ หรืออามิรุ บิน อัล-ตุฟัยล์ แล้วมีชายคนหนึ่งจากบรรดาเซาะฮาบะฮ์กล่าวว่า "พวกเราควรจะเป็นผู้ที่ได้รับทองคำนี้มากกว่าผู้คนเหล่านี้" เมื่อข่าวนี้ถึงหูท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมท่านจึงกล่าวว่า "พวกท่านจะไม่วางใจฉันหรือ ในเมื่อฉันคือผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่อยู่ในฟากฟ้า (อัลลอฮ์)? ข่าวคราวจากฟากฟ้า (วะห์ยู) มาถึงฉันทั้งยามเช้าและยามเย็น" แล้วมีชายคนหนึ่งลุกขึ้นยืน เขามีตาที่ลึก จมูกโด่ง และมีคิ้วหนา ผมเถิกและหนวดหนา ใส่ผ้าผูกเอวแน่นและศีรษะโกนหมด เขากล่าวว่า "โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ จงกลัวอัลลอฮ์เถอะ" ท่านศาสนทูตตอบว่า "ความหายนะจงเกิดแก่ท่าน! ท่านคิดว่าไม่ใช่ฉันที่ควรจะกลัวอัลลอฮ์มากที่สุดในหมู่มนุษย์หรือ?" ผู้รายงานกล่าวว่า "จากนั้นชายคนนั้นก็หันหลังเดินจากไป" เมื่อเห็นเช่นนี้ คอลีด บิน อัล-วะลีด รอฎียัลลอฮูอันฮูจึงกล่าวว่า "ท่านศาสนทูต ขอให้ข้าพเจ้าตัดหัวเขาไหม?" ท่านศาสนทูตตอบว่า "ไม่! เพราะอาจเป็นไปได้ว่าเขาเป็นผู้ละหมาด" คอลีดพูดต่อไปว่า"มีคนมากมายที่ละหมาดแต่คำพูดไม่ตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจ"ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "แท้จริงฉันไม่ได้รับคำสั่งให้เจาะลึกในใจของผู้คน หรือฉีกท้องของพวกเขา" จากนั้นท่านมองไปยังชายคนนั้นที่กำลังเดินห่างออกไป และกล่าวว่า "แท้จริงจะมีบางคนที่ออกมาจากชนชาติจากคนกลุ่มนี้ที่อ่านอัลกุรอานราวกับน้ำที่ไหลออกมา แต่คำที่พวกเขาพูดจะไม่เกินลำคอ พวกเขาจะออกจากศาสนาเหมือนกับที่ลูกศรพุ่งออกจากธนู" และฉันคิดว่า ท่านนบีกล่าวว่า "ถ้าหากฉันได้พบพวกเขา ฉันจะฆ่าพวกเขาเหมือนกับการฆ่าชนเผ่าซะมูด"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ความตายจะถูกนำมาโดยถูกจำแลงเป็นแกะอ้วนตัวหนึ่ง พลันมีผู้ประกาศมาประกาศว่า “โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย!” พวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย" ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน แล้วมีเสียงประกาศอีกว่า “โอ้ชาวนรกทั้งหลาย!” แล้วพวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย” ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน ทันใดนั้นความตายก็ถูกเชือด จากนั้นผู้ประกาศก็กล่าวว่า "โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะ มันจะไม่มีความตายอีกแล้ว โอ้ ชาวนรกทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะและไม่มีความตายอีกแล้ว” จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็อ่านโองการที่ว่า{وَأَنْذِرْهُمْ يَوْمَ الحَسْرَةِ إِذْ قُضِيَ الأَمْرُ وَهُمْ فِي غَفْلَةٍ} [مريم: 39]، وَهَؤُلاَءِ فِي غَفْلَةٍ أَهْلُ الدُّنْيَا {وَهُمْ لاَ يُؤْمِنُونَ} [مريم: 39]» "และเจ้าจงเตือนสำทับพวกเขาถึงวันแห่งความเสียใจ เมื่อกิจการนั้นถูกตัดสิน และพวกเขาอยู่ในการหลงลืม{39} (ซึ่งพวกที่อยู่สภาพที่หลงลืมคือผู้ที่หลงไหลกับดุนยา)และพวกเขาไม่ศรัทธา" [ซูเราะฮ์มัรยัม : 39]
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"แท้จริงพวกเจ้าจะปฏิบัติตาม (เลียนแบบ) แนวทางของประชาชาติที่มาก่อนพวกเจ้า คืบต่อคืบ ศอกต่อศอก จนกระทั่ง หากพวกเขาเข้าไปในรู้แย้ พวกเจ้าก็จะตามเข้าไปในนั้นด้วยอย่างแน่นอน" บรรดาเศาะฮาบะฮ์ถามว่า "โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ พวกเขาคือยิวและคริสเตียนใช่ใหม?" ท่านตอบว่า "แล้วจะเป็นใครอีก?"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม