عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
แสดงแหล่งที่มาที่เหลือ
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (66)
"ในสวนสวรรค์มีหนึ่งร้อยระดับ โดยระหว่างแต่ละสองระดับนั้นมีระยะห่างเท่ากับระยะระหว่างฟ้ากับแผ่นดิน และ "อัลฟิรเดาส์" คือระดับที่สูงที่สุด ซึ่งจากที่นั่นแม่น้ำทั้งสี่สายในสวนสวรรค์จะไหลออกมา และเหนือมันคือบัลลังก์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นหากพวกท่านวอนขอสิ่งใดจากอัลลอฮ์ จงขอ "อัลฟิรเดาส์" เถิด”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์
“ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เดินผ่านหลุมศพสองหลุม แล้วท่านก็กล่าวว่า "แท้จริง ทั้งสองคนที่อยู่ในหลุมสองหลุมนี้กำลังถูกทรมาน และทั้งสองคนไม่ได้ถูกทรมานเพราะสิ่งใหญ่โตอะไร" หนึ่งในสองคนนี้มักจะไม่ระวังตัวเองจากการปัสสาวะ ส่วนอีกคนมักเดินใส่ร้ายผู้อื่น"จากนั้นท่านก็หยิบกิ่งไม้ที่ชื้นแล้วฉีกออกเป็นสองซีก จากนั้นท่านก็ปักไว้ในแต่ละหลุม พวกเขากล่าวว่า: โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ทำไมท่านถึงทำเช่นนี้? ท่านกล่าวว่า “บางทีมันอาจช่วยบรรเทาให้เขาทั้งสองได้ ตราบใดที่กิ่งทั้งสองนั้นยังไม่แห้ง”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“พระผู้อภิบาลจะทรงอยู่ใกล้บ่าวมากที่สุดคือตอนท้ายของกลางดึก ดังนั้นหากเจ้าสามารถอยู่ในหมู่ผู้ที่ระลึกถึงพระเจ้าในเวลานั้นได้ ก็จงเป็นเสียเถิด”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอันนะซาอีย์
“โอ้บรรดาผู้หญิงทั้งหลาย พวกเธอจงบริจาคกันให้มากเถิด เพราะฉันเห็นว่าพวกเธอส่วนมากเป็นชาวนรก” พวกนางถามว่า: เพราะเหตุใดหรือ โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์? ท่านตอบว่า: “เพราะพวกเธอชอบสาปแช่ง และเนรคุณต่อสามี ฉันไม่เคยเห็นผู้มีสติปัญญาน้อยและศาสนาน้อยใดที่สามารถทำให้ผู้ชายที่มีความเด็ดขาดหลงใหลได้เท่ากับพวกเธอ” พวกนางถามต่อว่า: โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ การบกพร่องทางศาสนาและสติปัญญาของพวกเราเป็นเช่นใดหรือ? ท่านตอบว่า: "ก็การเป็นพยานของหญิงคนหนึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งในการเป็นพยานของผู้ชายไม่ใช่หรือ?" พวกนางตอบว่า: "ใช่" ท่านกล่าวว่า: “นี่แหละคือความบกพร่องทางสติปัญญา และหญิงมีเลือดประจำเดือนนั้นไม่ต้องละหมาดและไม่ต้องถือศีลอดมิใช่หรือ?” นางตอบว่า: "ใช่" ท่านกล่าวว่า: “นี่แหละคือความบกพร่องทางศาสนาของนาง”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ในค่ำคืนที่ฝนตกหนักและมืดมิดพวกเราได้ออกไปหาท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพื่อให้ท่านนำละหมาดพวกเรา อับดุลลอฮ์ บิน คุบัยบ์ กล่าวว่า แล้วฉันก็เจอกับท่าน ท่านกล่าวว่า "จงกล่าว" ฉันก็ไม่กล่าวใดๆ เลย จากนั้นท่านกล่าวอีกว่า "จงกล่าว" ฉันก็ยังไม่กล่าวใดๆ เลย ท่านกล่าวต่ออีกว่า "จงกล่าว" ฉันเลยกล่าวว่า แล้วฉันจะกล่าวอะไร? ท่านกล่าว่า "{قُلْ هُوَ اللهُ أَحَدٌ} และอีกสองซูเราะฮ์ที่ให้การคุ้มครองในตอนเย็นและตอนเช้า 3 ครั้ง ซึ่งมันจะเพียงพอแล้วสำหรับเจ้า"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอันนะซาอีย์
"มีความโปรดปราน(เนี๊ยะมะฮ์)สองประการ ที่มนุษย์ส่วนมากละเลย คือ สุขภาพดีและการมีเวลาว่าง"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อ่านโองการนี้: {هُوَ الَّذِي أَنْزَلَ عَلَيْكَ الْكِتَابَ مِنْهُ آيَاتٌ مُحْكَمَاتٌ هُنَّ أُمُّ الْكِتَابِ وَأُخَرُ مُتَشَابِهَاتٌ فَأَمَّا الَّذِينَ فِي قُلُوبِهِمْ زَيْغٌ فَيَتَّبِعُونَ مَا تَشَابَهَ مِنْهُ ابْتِغَاءَ الْفِتْنَةِ وَابْتِغَاءَ تَأْوِيلِهِ، وَمَا يَعْلَمُ تَأْوِيلَهُ إِلَّا اللَّهُ، وَالرَّاسِخُونَ فِي الْعِلْمِ يَقُولُونَ آمَنَّا بِهِ كُلٌّ مِنْ عِنْدِ رَبِّنَا وَمَا يَذَّكَّرُ إِلَّا أُولُو الْأَلْبَابِ} [آل عمران: 7] {พระองค์คือผู้ทรงประทานคัมภีร์ลงมาแก่ท่าน ในนั้นมีโองการที่ชัดเจนซึ่งเป็นรากฐานของคัมภีร์ และบางโองการไม่ชัดเจน ผู้ที่มีใจเอนเอียงออกจากความจริง เขาจะตามโองการที่มีความคลุมเครือ เพื่อแสวงหาความขัดแย้งและแสวงหาการตีความ [ที่เป็นเท็จ] ในโองการนั้น และไม่มีใครรู้ความหมายของโองการนั้นได้นอกจากอัลลอฮ์ และบรรดาผู้รอบรู้ในความรู้กล่าวว่า เราศรัทธาในสิ่งนี้ ทั้งหมดนี้มาจากพระผู้อภิบาลของเราทั้งสิ้น และไม่มีใครที่จะรับคำตักเตือนนอกจากบรรดาผู้ที่มีสติปัญญาเท่านั้น} [ซูเราะฮ์ อาลิอิมรอน: 7] ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ได้กล่าวต่อว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “หากพวกเจ้าเห็นบรรดาผู้ปฏิบัติตามโองการต่างๆ ที่คลุมเครือ ดังนั้นพวกเขาคือผู้ที่อัลลอฮ์ทรงตั้งชื่อให้ ดังนั้นจงระวังพวกเขาให้ดี".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ไม่ใช่เพราะผู้ที่อ่อนแอจากหมู่พวกเจ้าดอกหรือ !
พวกเจ้าจึงได้รับความช่วยเหลือ (ชัยชนะ) และได้รับการประทานปัจจัยยังชีพ (ที่มากมาย)?"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์