Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

110 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ระดับของหะดีษ

ผู้รายงาน

แสดงผู้รายงานทั้งหมด (48)
“ข้าแต่พระเจ้า ไม่มีการใช้ชีวิตใดนอกจากการใช้ชีวิตเพื่อปรโลก ดังนั้นโปรดอภัยโทษแก่ชาวอันศอรและมุหะญิรีนด้วยเถิด”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"แท้จริง สำหรับผู้ศรัทธาในสวรรค์นั้นจะมีกระโจมที่ทำจากไข่มุกกลวงเพียงเม็ดเดียว ซึ่งมีความยาวหกสิบไมล์ โดยที่เขาจะมีคู่ครองหลายคนอยู่ในกระโจมหลังนั้น และจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปแสวงหาความสุขกับภรรยาแต่ละคน โดยที่แต่ละคนจะมองไม่เห็นซึ่งกันและกัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าจะยังไม่เป็นบุคคลที่มีการศรัทธาที่สมบูรณ์ จนกว่าฉันจะเป็นที่รักยิ่งสำหรับเขา มากกว่าบิดาของเขา ลูกของเขา และมนุษย์ทั้งหมด"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ช่างเป็นสิ่งที่แปลกยิ่งสำหรับสถานการณ์ของผู้ศรัทธา ทุกสถานการณ์ของเขาล้วนเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา และสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับใครนอกจากกับผู้ศรัทธาเท่านั้น หากเขาได้รับความดีเขาก็สำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์ และนั่นถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา และหากเขาประสบความยากลำบากเขาก็อดทน และการอดทนนั้นก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขาเช่นกัน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ว่าท่านหญิงฟาติมะห์ รอฏิยัลลอฮุ อันฮา ได้มาพบท่านนบี ซอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม เพื่อร้องทุกข์เกี่ยวกับความเหนื่อยยากจากการใช้มือบดแป้ง และเธอได้ยินมาว่ามีทาสมาถึงท่านนบี แต่เธอไม่พบท่าน ฟาติมะห์จึงเล่าเรื่องนี้ให้ท่านหญิงอาอิชะห์ฟัง เมื่อท่านนบีกลับมา ท่านหญิงอาอิชะห์ก็เล่าเรื่องนี้ให้ท่านนบีฟัง ท่านนบีจึงมาหาพวกเรา ขณะที่พวกเรากำลังเตรียมตัวนอนอยู่ เมื่อพวกเราพยายามจะลุกขึ้น ท่านนบีได้กล่าวว่า "ให้อยู่ที่เดิม" จากนั้นท่านก็เข้ามานั่งระหว่างฉันกับนาง จนฉันรู้สึกถึงความเย็นจากเท้าของท่านที่สัมผัสกับท้องของฉัน แล้วท่านนบีก็กล่าวว่า "พวกเธออยากให้ฉันบอกสิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่พวกเธอขอไหม? เมื่อพวกเธอเข้านอนหรือไปที่ที่นอนของพวกเธอ ให้พวกเธอกล่าว"ซุบหานัลลอฮ์ (มหาบริสุทธิ์จงมีแด่พระเจ้า)" สามสิบสามครั้ง "อัลฮำดุลิลลาฮ์ (สรรเสริญอัลลอฮ์) " สามสิบสามครั้ง และ "อัลลอฮุอักบัร" สามสิบสี่ครั้ง เพราะสิ่งนี้ดีกว่าคนรับใช้สำหรับพวกเธอทั้งสอง
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เคยกล่าวไว้ในยามทุกข์ยากว่า: «لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ الْعَظِيمُ الْحَلِيمُ، لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ رَبُّ الْعَرْشِ الْعَظِيمِ، لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ رَبُّ السَّمَاوَاتِ وَرَبُّ الْأَرْضِ وَرَبُّ الْعَرْشِ الْكَرِيمِ» ความว่า: “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่ ผู้ทรงขันติ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ ผู้เป็นเจ้าแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ พระเจ้าแห่งท้องฟ้า พระเจ้าแห่งแผ่นดิน และพระเจ้าแห่งบัลลังก์อันสูงส่ง”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ฉัน (หมายถึงหะกีม) ขอ (ทรัพย์) จากท่านร่อซูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วท่านก็ให้ฉัน ต่อมาฉันก็ขออีก แล้วท่านก็ให้ฉันอีก แล้วท่านกล่าวกับฉันว่า:"โอ้หะกีม แท้จริงทรัพย์สินนั้นเขียวสดและหวาน (น่าปรารถนา) ใครก็ตามที่รับมันด้วยจิตใจที่ไม่โลภ ก็จะได้รับความศิริมงคลในทรัพย์นั้น และผู้ใดที่รับมันด้วยความละโมบ ก็จะไม่ได้รับความศิริมงคล และเขาจะเป็นดั่งคนที่กินแล้วไม่อิ่ม และมือที่อยู่ด้านบนย่อมดีกว่ามือที่อยู่ด้านล่าง" หะกีมกล่าวว่า: “โอ้ท่านร่อซูลของอัลลอฮฺ ขอสาบานต่อผู้ทรงส่งท่านมาด้วยสัจธรรม ฉันจะไม่ขอสิ่งใดจากใครเลยหลังจากท่าน จนกว่าฉันจะจากโลกนี้ไป” หลังจากนั้น อบูบักร ได้เรียกหะกีมเพื่อจะมอบทรัพย์ให้เขา แต่เขาปฏิเสธที่จะรับ แล้วต่อมา อุมัร ก็เรียกเขาเพื่อจะมอบทรัพย์ให้ แต่เขาก็ยังปฏิเสธอีก อุมัรจึงกล่าวว่า: “โอ้กลุ่มชนมุสลิม! แท้จริงฉันเสนอสิทธิ์ของเขาที่อัลลอฮฺทรงกำหนดไว้ในทรัพย์ที่ได้มานี้แก่เขา แต่เขากลับปฏิเสธที่จะรับมัน” และหะกีมก็ไม่เคยขอหรือรับอะไรจากใครเลยหลังจากท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จนกระทั่งเขาเสียชีวิต ขออัลลอฮฺทรงเมตตาเขาเถิด
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ความตายจะถูกนำมาโดยถูกจำแลงเป็นแกะอ้วนตัวหนึ่ง พลันมีผู้ประกาศมาประกาศว่า “โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย!” พวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย" ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน แล้วมีเสียงประกาศอีกว่า “โอ้ชาวนรกทั้งหลาย!” แล้วพวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย” ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน ทันใดนั้นความตายก็ถูกเชือด จากนั้นผู้ประกาศก็กล่าวว่า "โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะ มันจะไม่มีความตายอีกแล้ว โอ้ ชาวนรกทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะและไม่มีความตายอีกแล้ว” จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็อ่านโองการที่ว่า{وَأَنْذِرْهُمْ يَوْمَ الحَسْرَةِ إِذْ قُضِيَ الأَمْرُ وَهُمْ فِي غَفْلَةٍ} [مريم: 39]، وَهَؤُلاَءِ فِي غَفْلَةٍ أَهْلُ الدُّنْيَا {وَهُمْ لاَ يُؤْمِنُونَ} [مريم: 39]» "และเจ้าจงเตือนสำทับพวกเขาถึงวันแห่งความเสียใจ เมื่อกิจการนั้นถูกตัดสิน และพวกเขาอยู่ในการหลงลืม{39} (ซึ่งพวกที่อยู่สภาพที่หลงลืมคือผู้ที่หลงไหลกับดุนยา)และพวกเขาไม่ศรัทธา" [ซูเราะฮ์มัรยัม : 39]
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม