Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

103 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ผู้รายงาน

แสดงผู้รายงานทั้งหมด (52)
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮ์ อลัยฮิ วะสัลลัม ไม่ได้เข้มงวดกับการละหมาดสุนนะฮ์ใดมากไปกว่าการที่เขามุ่งมั่นที่จะปฏิบัติละหมาดสองร็อกอะฮ์ก่อนละหมาดฟัจร์
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม จะเริ่มการละหมาดด้วยการตักบีรและการอ่าน ความว่า: “มวลการสรรเสริญที่สมบูรณ์ยิ่งทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก” เมื่อท่านก้มศีรษะ ท่านไม่ได้เงยหน้าขึ้นหรือเหยียดตรง แต่กลับอยู่ตรงกลางระหว่างนั้น และเมื่อท่านเงยหน้าขึ้นจากการก้มศีรษะ ท่านก็ไม่ได้กราบสุญูดลงจนกว่าจะยืนตรง เมื่อท่านยกศีรษะขึ้นจากการสุญูด ท่านจะไม่สุญูดจนกว่าจะนั่งตัวตรง ท่านมักจะกล่าว "อัตตะหิยะฮ์" ในทุกๆ สองร็อกอะฮ์ และท่านจะแผ่ขาซ้ายและจะยกขาขวาขึ้น ท่านจะห้ามจากการนั่งบนส้นเท้าเหมือนชัยฏอน และท่านจะห้ามไม่ให้ผู้คนแผ่แขนเหมือนสัตว์ป่า และท่านจะจบการละหมาดด้วยการให้สลาม
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“เมื่อการละหมาดเริ่มต้นขึ้นแล้ว จะไม่มีการละหมาดใด ยกเว้นการละหมาดภาคบังคับ(ฟัรฎู)เท่านั้น”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่ทิ้งสี่ร็อกอะห์ก่อนซุฮรี่และสองร็อกอะฮ์ก่อนรุ่งเช้า
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะกล่าวทุกครั้งหลังการละหมาดฟัรฎูเสร็จว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮุ วะห์ดาฮู ลาชาริกะลาฮ์ ลาฮุลมุลกุวาลาฮุลฮัมดู วาฮุวาอาลา กุลลิชัยอิน เกาะดีร อัลลอฮุมมา ลามานิอา ลิมา อะฏ็อยตา วาลามุติยา ลิมามานะตา วาลายันฟาอุ ซัลญัดดิ มันกัลญัดดุ" (ความว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์เพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ กับพระองค์ อำนาจทั้งหมดเป็นของพระองค์และมวลการสรรเสริญเป็นของพระองค์ และพระองค์ทรงสามารถเหนือทุกสิ่ง โอ้อัลลอฮ์ ไม่มีใครสามารถยับยั้งสิ่งที่พระองค์มอบให้ได้ และไม่มีใครสามารถมอบให้ในสิ่งที่พระองค์ทรงยับยั้งได้ และความร่ำรวยไม่สามารถให้ประโยชน์กับคนมั่งคั่งได้)
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ผู้ใดที่กินกระเทียมหรือหัวหอม ก็ให้เขาแยกตัวออกไป - หรือท่านกล่าวว่า: ให้เขาแยกตัวออกไป - จากมัสยิดของเราและอยู่บ้าน” และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้รับหม้อซึ่งในนั้นบรรจุผักต่างๆ ที่มีกลิ่น และท่านได้รับกลิ่นเหม็น จึงถามถึงสิ่งนั้น และได้บอกถึงผักต่างๆ ที่มีกลิ่นที่อยู่ในนั้น แล้วท่านกล่าวว่า "จงเอาสิ่งนี้ไปมอบให้กับบรรดามิตรสหายของท่านที่มาพร้อมกับท่าน และเมื่อเขาเห็นท่านนบีจึงรังเกียดที่จะกินมัน ท่านนบีเลยกล่าวว่า : “กินสิ เพราะฉันจะสื่อสารกับคนที่เจ้าไม่สื่อสารด้วย”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“เมื่อพวกเจ้าได้ยินผู้ที่ประกาศเรียกสู่การละหมาด ก็จงกล่าวตามอย่างที่เขากล่าว แล้วจงทำการเศาะละวาตต่อฉัน เพราะผู้ใดทำการเศาะละวาตต่อฉันหนึ่งครั้ง อัลลอฮ์จะทำการเศาะละวาตแก่เขาสิบครั้ง จากนั้นก็จงขอต่ออัลลอฮ์ซึ่งสถานะหนึ่งให้แก่ฉัน แท้จริงมันเป็นตำแหน่งหนึ่งในสวรรค์ที่ไม่คู่ควรกับใครนอกจากผู้เป็นบ่าวคนหนึ่งจากบ่าวของอัลลอฮ์เท่านั้น และฉันหวังว่าบ่าวคนนั้นจะเป็นฉัน ดังนั้นใครก็ตามที่ขอสถานะนั้นให้แก่ฉัน การชะฟาอะฮ์จะเป็นที่อนุญาตสำหรับเขา”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"มีบทซิกิรจำนวนหนึ่งซึ่งผู้ที่กล่าวบทซิกิรเหล่านั้นหลังจากละหมาดฟัรฎูทุกเวลาจะไม่ขาดทุน นั้นคือ กล่าวตัสบีห์ 33 ครั้ง กล่าวตะห์มีด 33 ครั้ง และกล่าวตักบีร 33 ครั้ง"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม