عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
หมวดหมู่ (21)
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
แสดงแหล่งที่มาที่เหลือ
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (49)
มีกลุ่มผู้ชายบางกลุ่ม มาหาท่าน สะฮัล บิน สะอัด อัสสาอิดีย์ พวกเขาสงสัยว่ามิมบัรทำจากไม้ชนิดใด ดังนั้น พวกเขาจึงถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขากล่าวว่า "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ฉันรู้ว่ามันทำมาจากอะไร ฉันเห็นมันตั้งแต่วันแรกที่มันถูกสร้างขึ้น และวันแรกที่ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ขึ้นนั่งอยู่บนนั้น ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ส่งเขาไปยังผู้หญิงคนหนึ่งเป็นชาวอันศอร ซึ่งสะฮัล กล่าวแก่นางว่า: "ท่านจงใช้ทาสของท่านที่เป็นช่างไม้ให้ทำบางอย่างให้ฉัน ซึ่งไม้ที่ฉันสามารถนั่งได้เมื่อฉันพูดกับผู้คน" ดังนั้น นางจึงใช้เขา และเขาก็ได้ทำมันขึ้นมาจากไม้ทามาริสก์ที่นำมาจากป่า จากนั้นเขาก็นำมันมาและส่งไปยังท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วได้ใช้ให้ตั้งไว้ตรงนี่ จากนั้น ฉันเห็นท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ขึ้นละหมาดบนนั้น และกล่าวตักบีรขณะที่อยู่บนนั้น และท่านก็รุกู๊วะขณะที่อยู่บนนั้น แล้วถอยหลังลงมาสุญูดที่ฐานของมิมบัร แล้วกลับขึ้นไปอยู่บนนั้น เมื่อเสร็จแล้วก็หันไปหาผู้คนแล้วกล่าวว่า "โอ้มนุษย์เอ๋ย ที่ข้าได้ทำสิ่งนี้เพื่อให้พวกท่านปฏิบัติตามอิหม่าม และเรียนรู้ถึงวิธีการละหมาดของฉัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ระหว่างทุก ๆ สองอะซาน มีการละหมาด ระหว่างทุก ๆ สองอะซาน มีการละหมาด” จากนั้นท่านก็กล่าวในครั้งที่สาม: “สำหรับผู้ที่ประสงค์”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"การละหมาดญะมาอะฮ์นั้นดีกว่าการละหมาดคนเดียวด้วยกับยี่สิบห้าเท่าและเหล่าทูตสวรรค์ในยามค่ำคืนและเหล่าทูตสวรรค์ในตอนกลางวันก็รวมตัวกันในการละหมาดรุ่งอรุณ(ฟัจญ์ริ) จากนั้น อบูฮุรัยเราะห์ กล่าวว่า: ดังนั้น จงอ่านอายะฮ์นี้เถิดถ้าคุณต้องการ (ทราบถึงรายละเอียด) ความว่า: {แท้จริงการอ่านยามรุ่งอรุณนั้นเป็นพยานยืนยันเสมอ} (อัลอิสรออ์ : 78)
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สอนเราในเรื่องของการละหมาดอิสติคอเราะฮ์ในเรื่องต่างๆ เหมือนดังเช่นที่ท่านสอนอัลกุรอานหนึ่งซูเราะฮ์ให้แก่พวกเรา ท่านบนีกล่าวว่า: "เมือใดที่คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านหวังในสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็จงละหมาดสองร็อกอะฮ์ ซึ่งเป็นการละหมาดที่ไม่ได้เป็นภาคบังคับ จากนั้นก็กล่าวว่า: ความว่า “โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอต่อพระองค์ช่วยคัดเลือกการงานนี้ อันเนื่องด้วยความรอบรู้ของพระองค์ ฉันขอให้มีความสามารถ อันเนื่องด้วยความสามารถของพระองค์ และฉันขอต่อพระองค์ให้ได้รับความโปรดปรานอย่างใหญ่หลวงของพระองค์ แท้จริง พระองค์ทรงกำหนด ด้วยฉันไม่มีความสามารถในการกำหนดใดๆ พระองค์ทรงรอบรู้ยิ่ง ในสิ่งที่ฉันไม่รู้และพระองค์ทรงรอบรู้ยิ่งถึงสิ่งเร้นลับ" "โอ้อัลลอฮ์ เมื่อพระองค์ทรงรู้ว่า การงานนี้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับฉัน ดีต่อศาสนาของฉันและดุนยาของฉัน อีกทั้งดีต่อการดำเนินชีวิตของฉัน และบั้นปลายชีวิตของฉัน ขอพระองค์ทรงโปรดกำหนดให้ฉันและให้เป็นเรื่องง่ายดายแก่ฉัน และทรงโปรดให้มีความจำเริญแก่ฉันในการงานนี้ด้วยเถิด” “โอ้อัลลอฮ์ เมื่อพระองค์ทรงรู้ว่าการงานนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดีสำหรับฉัน ไม่ดีต่อศาสนาของฉัน และการดำเนินชีวิตของฉัน ตลอดจนบั้นปลายแห่งการงานของฉัน ขอพระองค์ทรงโปรดให้มันพ้นไปจากฉันด้วยเถิด" หรือกล่าวว่า: "ในเรื่องนี้ ทั้งช้าและเร็ว โปรดให้มันพ้นไปจากเรา และเราห่างไกลจากมัน และขอพระองค์ทรงโปรดทรงกำหนดให้ฉันได้รับความดี ถ้าหากเรื่องนี้เกิดขึ้นและขอพระองค์ทรงยินดีทรงพึงพอใจต่อฉันในเรื่องนี้ด้วยเถิด" และกล่าว่า: (และให้กล่าวถึงสิ่งที่ต้องการเลือกระหว่างมัน)
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
ท่านอิบนุซซุบัยร์ จะกล่าวทุกครั้งหลังการละหมาด เมื่อให้สลามเสร็จ "«لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ، لَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إِلَّا بِاللهِ، لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ، وَلَا نَعْبُدُ إِلَّا إِيَّاهُ، لَهُ النِّعْمَةُ وَلَهُ الْفَضْلُ وَلَهُ الثَّنَاءُ الْحَسَنُ، لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ مُخْلِصِينَ لَهُ الدِّينَ وَلَوْ كَرِهَ الْكَافِرُونَ» " ความว่า (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การกราบไหว้อย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว ไม่มีสิ่งใดเป็นภาคีเทียบเคียงกับพระองค์ อำนาจทั้งหมดเป็นของพระองค์ มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงสามารถเหนือทุกสรรพสิ่ง ไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การกราบไหว้อย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮฺ และเราไม่เคารพสักการะสิ่งอื่นใดนอกจากพระองค์เท่านั้น เป็นสิทธิแห่งพระองค์ซึ่งการประทานนิอ์มัต(ความโปรดปราน) ความประเสริฐและการสรรเสริญที่งดงาม ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การกราบไหว้นอกจากอัลลอฮฺ โดยที่เรามอบความบริสุทธิ์ใจแห่งการยึดมั่นในศาสนาแด่พระองค์ แม้ว่าเหล่าผู้ปฏิเสธจะเกลียดชังก็ตาม) และท่านได้กล่าวว่า "ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะกล่าวประโยคนี้ทุกครั้งหลังการละหมาด"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“เมื่อมุอัซซิน (ผู้ประกาศเมื่อถึงเวลาละหมาด) กล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร"(อัลลอฮ์ผู้ยิ่งใหญ่) ดังนั้นคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าก็กล่าวตามว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร" จากนั้นเขากล่าวว่า 'อัชฮะดู อันลา อิลาฮะอิลลัลลอฮ์" (ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์) และเขาก็กล่าวตามว่า "อัชฮะดูอันลา อิลาฮะอิลลัลลอฮ์" และจากนั้นเขากล่าวว่า "อัชฮาดู อันนา มูฮัมมะดัรเราะซูลุลลอฮ์" (ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่ามูฮัมมัดเป็นเราะซูลของอัลลอฮ์) และเขาก็กล่าวตามว่า "อัชฮาดู อันนา มูฮัมมะดัรเราะซูลุลลอฮ์" จากนั้นเขากล่าวว่า "หัยยา อาลัศ เศาะลาฮ์" (จงมาละหมาดกันเถิด) และเขาก็กล่าวตามว่า "ลาเฮาลา วะลา กุววาตา อิลลา บิลลาฮ์" (ไม่มีอำนาจหรือกำลังใดๆ เว้นแต่ด้วยการอนุมัติจากอัลลอฮ์) แล้วเขากล่าวว่า "หัยยา อะลัล ฟะลาห์" (จงมาสู่ความสำเร็จกันเถิด) และเขาก็กล่าวตามว่า 'ลาเฮาลา วาลา กุววาตา อิลลา บิลลาฮ์" และ จากนั้นเขากล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร" แล้วเขาก็กล่าวตามว่า 'อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร' แล้วเขากล่าวว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์" และเขาก็กล่าวตามว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์" จากใจของเขา เขาจะได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ผู้ใดที่ออกจากบ้านไปมัสยิดในตอนเช้าหรือตอนเย็น อัลลอฮ์จะทรงเตรียมที่พักในสวรรค์ให้แก่เขา ทุกครั้งที่เขาไปตอนเช้าหรือตอนเย็น
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"หากคนใดคนหนึ่งจากพวกท่านเข้าไปในมัสยิด เขาควรละหมาดสองร๊อกอะฮ์ก่อนที่จะนั่งลง"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม