عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
หมวดหมู่ (19)
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
แสดงแหล่งที่มาที่เหลือ
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (37)
ท่านหญิงอุมมุสะลามะฮ์ได้กล่าวถึงโบสถ์หลังหนึ่งแก่ท่านเราะซูลุลลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่นางได้เห็นในดินแดนอบิสซิเนีย มีชื่อเรียกว่ามาริยะฮ์ ดังนั้นนางจึงเล่าให้ท่านฟังถึงสิ่งที่นางได้เห็นในโบสถ์นั้น เกี่ยวกับรูปภาพต่างๆ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “พวกเขาคือกลุ่มชนที่หากในหมู่พวกเขามีบ่าวที่ศอลิห์หรือคนศอลิห์เสียชีวิต พวกเขาก็จะสร้างมัสยิดบนหลุมศพของเขา และพวกเขาจะวาดภาพต่างๆ ในนั้น” พวกเขาคือกลุ่มชนที่ชั่วร้ายที่สุดสำหรับอัลลอฮ์"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ไม่มีครั้งใดที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ละหมาดหลังจากที่โองการ {إِذَا جَاءَ نَصْرُ اللَّهِ وَالفَتْحُ} {เมื่อความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์และชัยชนะมาถึง} [อัน-นะศ็อรฺ: 1] ถูกประทานลงมา เว้นแต่ท่านจะกล่าวในละหมาดนั้นว่า:«سُبْحَانَكَ رَبَّنَا وَبِحَمْدِكَ اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي» “มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของเรา และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์ โอ้อัลลอฮ์ ได้โปรดอภัยให้ข้าพระองค์ด้วยเถิด'"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
คืนหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้หายไปจากที่นอน โดยที่ฉันก็พยายามหาเขา ทันใดนั้น มือของฉันก็ได้สัมผัสกับ
ฝ่าเท้าของเขา ซึ่งทั้งสองข้างก็ตั้งตรงขณะที่เขาอยู่ในมัสยิด และท่านได้กล่าวว่า “โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอความคุ้มครองด้วยความโปรดปรานของพระองค์ท่าน จากความโกรธกริ้วของพระองค์ และด้วยการประทานอภัยโทษของพระองค์ ให้ฉันปลอดภัยจากการลงโทษของพระองค์ และฉันขอความคุ้มครองด้วยพระองค์ท่าน จากพระองค์ท่าน ฉันไม่อาจคำนวณนับการสดุดีต่อพระองค์ได้ ดังที่พระองค์ทรงสดุดีพระองค์เอง”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮ์ อลัยฮิ วะสัลลัม ไม่ได้เข้มงวดกับการละหมาดสุนนะฮ์ใดมากไปกว่าการที่เขามุ่งมั่นที่จะปฏิบัติละหมาดสองร็อกอะฮ์ก่อนละหมาดฟัจร์
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม จะเริ่มการละหมาดด้วยการตักบีรและการอ่าน ความว่า: “มวลการสรรเสริญที่สมบูรณ์ยิ่งทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก” เมื่อท่านก้มศีรษะ ท่านไม่ได้เงยหน้าขึ้นหรือเหยียดตรง แต่กลับอยู่ตรงกลางระหว่างนั้น และเมื่อท่านเงยหน้าขึ้นจากการก้มศีรษะ ท่านก็ไม่ได้กราบสุญูดลงจนกว่าจะยืนตรง เมื่อท่านยกศีรษะขึ้นจากการสุญูด ท่านจะไม่สุญูดจนกว่าจะนั่งตัวตรง ท่านมักจะกล่าว "อัตตะหิยะฮ์" ในทุกๆ สองร็อกอะฮ์ และท่านจะแผ่ขาซ้ายและจะยกขาขวาขึ้น ท่านจะห้ามจากการนั่งบนส้นเท้าเหมือนชัยฏอน และท่านจะห้ามไม่ให้ผู้คนแผ่แขนเหมือนสัตว์ป่า และท่านจะจบการละหมาดด้วยการให้สลาม
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“เมื่อการละหมาดเริ่มต้นขึ้นแล้ว จะไม่มีการละหมาดใด ยกเว้นการละหมาดภาคบังคับ(ฟัรฎู)เท่านั้น”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะกล่าวทุกครั้งหลังการละหมาดฟัรฎูเสร็จว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮุ วะห์ดาฮู ลาชาริกะลาฮ์ ลาฮุลมุลกุวาลาฮุลฮัมดู วาฮุวาอาลา กุลลิชัยอิน เกาะดีร อัลลอฮุมมา ลามานิอา ลิมา อะฏ็อยตา วาลามุติยา ลิมามานะตา วาลายันฟาอุ ซัลญัดดิ มันกัลญัดดุ" (ความว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์เพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ กับพระองค์ อำนาจทั้งหมดเป็นของพระองค์และมวลการสรรเสริญเป็นของพระองค์ และพระองค์ทรงสามารถเหนือทุกสิ่ง โอ้อัลลอฮ์ ไม่มีใครสามารถยับยั้งสิ่งที่พระองค์มอบให้ได้ และไม่มีใครสามารถมอบให้ในสิ่งที่พระองค์ทรงยับยั้งได้ และความร่ำรวยไม่สามารถให้ประโยชน์กับคนมั่งคั่งได้)
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ผู้ใดที่กินกระเทียมหรือหัวหอม ก็ให้เขาแยกตัวออกไป - หรือท่านกล่าวว่า: ให้เขาแยกตัวออกไป - จากมัสยิดของเราและอยู่บ้าน” และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้รับหม้อซึ่งในนั้นบรรจุผักต่างๆ ที่มีกลิ่น และท่านได้รับกลิ่นเหม็น จึงถามถึงสิ่งนั้น และได้บอกถึงผักต่างๆ ที่มีกลิ่นที่อยู่ในนั้น แล้วท่านกล่าวว่า "จงเอาสิ่งนี้ไปมอบให้กับบรรดามิตรสหายของท่านที่มาพร้อมกับท่าน และเมื่อเขาเห็นท่านนบีจึงรังเกียดที่จะกินมัน ท่านนบีเลยกล่าวว่า : “กินสิ เพราะฉันจะสื่อสารกับคนที่เจ้าไม่สื่อสารด้วย”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม