عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
ผู้รายงาน
แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ส่งเขาไปยังประเทศเยเมน แล้วท่านนบีได้ถามเขาเกี่ยวกับเครื่องดื่ม (ที่ประเทศเยเมน) ว่าทำมาจากอะไร เขาได้ตอบว่า อัล-บิตอุ และ อัล-มิซรุ มีคนถามอบู บุรดะฮ์ ว่า อัล-บิตอุคืออะไร? เขาได้ตอบไปว่า อัล-บิตอุคือไวน์ที่ทำมาจากน้ำผึ้ง และอัล-มิซรุ คือไวน์ที่ทำมาจากข้าวบาร์เลย์ แล้วท่านนบีก็กล่าวว่า "ทุกสิ่งที่มึนเมานั้นเป็นที่ต้องห้าม" บันทึกโดย อัลบุคอรีย์
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์และมุสลิม
"ทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมา คือ สุรา และทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมาเป็นสิ่งที่หะรอม และใครก็ตามที่ดื่มสุราในโลกนี้และเสียชีวิตไปโดยที่เขาเป็นคนติดสุราและไม่กลับใจเตาบะฮ์ เขาจะไม่ได้ดื่มสุราในวันอาคิเราะฮ์"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม และบันทึกโดยอัลบุคอรีย์ในประโยคสุดท้ายของสำนวนหะดีษ
"ครั้งหนึ่งฉันเป็นผู้รินเครื่องดื่มให้กับกลุ่มคนในบ้านของอบู ฏ็อลหะฮ์ และเหล้าของพวกเขามาจากการหมักผลอินทผลัม จากนั้นท่านศาสดามุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สั่งให้ผู้ประกาศป่าวประกาศว่า: "จงรู้เถิดว่า แท้จริงเครื่องดื่มมึนเมาได้ถูกห้ามแล้ว" อบู ฏ็อลหะฮ์จึงสั่งให้ฉันออกไปเทเครื่องดื่มเหล่านั้นทิ้ง ฉันจึงออกไปและเทมันจนไหลไปตามถนนในเมืองมะดีนะฮ์ บางคนในกลุ่มนั้นกล่าวว่า: "พวกคนที่ถูกฆ่าขณะที่เครื่องดื่มมึนเมายังคงอยู่ในกระเพาะของพวกเขาจะเป็นอย่างไร?" จากนั้นอัลลอฮ์ได้ประทานอายะฮ์นี้ลงมา: “ไม่มีความผิดใดๆ แก่ผู้ศรัทธาและปฏิบัติสิ่งดีงามในสิ่งที่พวกเขาเคยบริโภค (ก่อนที่จะมีข้อห้าม)” (อัลมาอิดะฮ์: 93)"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
เราอยู่กับท่านนีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ซุลฮุลัยฟะห์ แล้วผู้คน ก็ประสบกับความหิว พวกเรามีอูฐและแกะเป็นทรัพย์เชลย เขากล่า ว่า: โดยที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อยู่ในท้ายของกลุ่มคน พวกเขาจึงทำการรีบเชือดและตั้งหม้อ(โดยที่ท่านนบีไม่ทราบ แต่ครั้นเมื่อนบีทราบ) ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สั่งให้วางหม้อลงไปแล้วคว่ำหม้อ จากนั้นท่านนบีได้นำทรัพย์เชลยเหล่านี้มาแบ่งกัน โดยแบ่งว่าแกะสิบตัวเท่ากับอูฐตัวหนึ่ง ปรากฏว่ามีอูฐตัวหนึ่งวิ่งหนี พวกเขาพยายามไล่จับแต่มันหนีเร็วเกินไป มีม้าเพียงไม่กี่ตัวในกลุ่มพวกเขา จึงมีชายคนหนึ่งยิงธนูไปแล้วอัลลอฮ์ก็ช่วยให้เขาสามารถหยุดมันได้สำเร็จ แล้วท่านได้กล่าวว่า: “แท้จริงสัตว์เหล่านี้มีพฤติกรรมหลบหนีเหมือนสัตว์ป่า ดังนั้น หากมีตัวใดเอาชนะพวกเจ้าได้ (ในการจับหรือเชือด) ก็ให้ปฏิบัติกับมันในลักษณะนี้เถิด'”, ดังนั้น ราฟีอ์ จึงกล่าวว่า: เราหวังหรือกลัวศัตรูในวันพรุ่งนี้ และเราไม่มีมีด ดังนั้นเราควรเชือดด้วยไม้ไผ่กลวงได้หรือไม่? เขากล่าวว่า: “ตราบใดที่มั้นทำให้เลือดไหลออกและมีการกล่าวถึงพระนามของพระเจ้าอยู่ จงกินมัน จะต้องไม่ใช่ฟันและเล็บ แล้วฉันจะเล่าให้ฟังถึงเหตุผลดังกล่าว โดยที่ฟันนั้นเป็นกระดูก ส่วนเล็บนั้นมันเป็นมีดของชาวหะบะชะฮ์ (ที่ไม่ไช่มุสลิม)”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ทำการเชือดอุฎฮียะฮ์ด้วยแกะสีดำปนขาวสองตัว ซึ่งมันทั้งสองมีเขาแล้ว โดยท่านได้เชือดมันทั้งสองด้วยมือของท่านเอง ท่านกล่าวบิสมิลลาฮ์และตักบีร เเละท่านได้วางเท้าของท่านลงบนลำคอของมันทั้งสอง"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ผู้ใดที่เลี้ยงสุนัขที่ไม่ใช่สุนัขล่าสัตว์ ไม่ใช่สุนัขที่ใช้เฝ้าปศุสัตว์ เเละไม่ใช่สุนัขเฝ้าที่ดิน(ไร่นา) เเท้จริงจะพร่องลงไปสองกีร็อฏจากผลบุญของเขาในทุกๆวัน" ซาลิม กล่าวว่า: อบูฮุร็อยเราะห์เคยกล่าวว่า “หรือสุนัขทำสวน” และเขาเป็นเจ้าของสวน
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์ได้ห้ามการขายเหล้า สัตว์ที่ตายเอง (มายนะห์) หมู และรูปเคารพ" มีคนถามว่า "โอ้ รอซูลของอัลลอฮ์ แล้วไขมันของสัตว์ที่ตายเองล่ะ เพราะมันถูกใช้ในการทาเรือ ทาผิวหนัง และใช้เป็นน้ำมันตะเกียง คนจะใช้มันได้หรือไม่?" ท่านรอซูลกล่าวว่า "ไม่ มันหะรอม" จากนั้นท่านรอซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวอีกว่า "ขอให้อัลลอฮ์ทรงสาปแช่งพวกยิว เพราะเมื่ออัลลอฮ์ทรงห้ามไขมันของมัน พวกเขาได้นำมันไปหลอม จากนั้นก็นำไปขาย และกินผลประโยชน์จากมัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ผู้ใดที่ละหมาดเหมือนกับละหมาดของเรา และผินสู่กิบละฮ์เดียวกับเรา และกินสัตว์เชือดของเรา นั่นแหละคือมุสลิม ที่มีการคุ้มครองจากอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์ ดังนั้นอย่าทรยศต่ออัลลอฮ์ในการคุ้มครองของพระองค์”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์