เจ้าจงละทิ้งสิ่งที่ทำให้เจ้าเกิดความสงสัย (ว่าเป็นสิ่งที่ศาสนาอนุมัติให้หรือไม่) ไปสู่สิ่งที่จะไม่ทำให้เจ้าเกิดความสงสัย เพราะความสัจจริงคือความมั่นใจ ส่วนความมุสาคือความคลางแคลงใจ
จากอบู อัล-เฮารออ์ อัล-ซะอ์ดีย์ กล่าวว่า: ฉันได้กล่าวแก่อัล-ฮะซัน บิน อาลี เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า: สิ่งใดบ้างที่คุณจดจำจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม? เขากล่าวว่า: ฉันได้จำจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า:
"เจ้าจงละทิ้งสิ่งที่ทำให้เจ้าเกิดความสงสัย (ว่าเป็นสิ่งที่ศาสนาอนุมัติให้หรือไม่) ไปสู่สิ่งที่จะไม่ทำให้เจ้าเกิดความสงสัย เพราะความสัจจริงคือความมั่นใจ ส่วนความมุสาคือความคลางแคลงใจ"
«دَعْ مَا يَرِيبُكَ إِلَى مَا لاَ يَرِيبُكَ، فَإِنَّ الصِّدْقَ طُمَأْنِينَةٌ، وَإِنَّ الكَذِبَ رِيبَةٌ».
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บัญชาให้ละทิ้งถ้อยคำและการกระทำซึ่งมีข้อสงสัยว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งต้องห้ามหรือไม่? เป็นสิ่งต้องห้ามหรืออนุญาต? ตราบเท่าที่ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งท่านแน่ใจว่าสิ่งเหล่านั้นดีและเป็นที่อนุญาต เพราะจิตใจสงบสุขกับสิ่งเหล่านั้นและสงบลง และสิ่งใดที่สงสัยก็ทำให้ใจวิตกกังวลและเป็นทุกข์
มุสลิมจะต้องยึดหลักกิจการของตนบนความแน่นอน และละทิ้งสิ่งที่สงสัย และต้องหยั่งรู้ลึกซึ้งในศาสนาของตน
ห้ามไม่ให้เอาตัวเองไปอยู่ในสิ่งที่ต้องสงสัย
หากคุณต้องการความมั่นใจและความสบายใจ ให้ละทิ้งสิ่งที่สงสัยแล้ววางมันไป
ความเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อบ่าวของพระองค์เมื่อพระองค์ทรงบัญชาพวกเขาให้ทำสิ่งที่ทำให้เกิดความสงบทั้งจิตใจและจิตวิญญาณ และห้ามพวกเขาจากสิ่งที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลและความสับสน
สุนัน อันนะซาอีย์ (8/ 327) (5711).
สุนัน อัตติรมีซีย์ (4/ 286) (2518).
มุสนัดอิหม่ามอะห์มัด (3/ 248) (1723).
เพิ่มเติม (5)
التحفة الربانية في شرح الأربعين حديثًا النووية.
لإسماعيل الأنصاري (ص29).
شرح الأربعين النووية.
لابن عثيمين (ص153).
فتح القوي المتين في شرح الأربعين وتتمة الخمسين للنووي وابن رجب (ص56).