Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

3 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ระดับของหะดีษ

ผู้รายงาน

แสดงผู้รายงานทั้งหมด (166)
أبو ذر6 النعمان بن بشير6 عمر بن الخطاب6 أبو موسى الأشعري5 حذيفة5 عقبة بن عامر5 علي5 ‌أبي هريرة4 جرير بن عبد الله4 عبادة بن الصامت4 عبد الله بن عمرو بن العاص4 أبو قتادة3 البراء3 أم عطية3 سعد بن أبي وقاص3 صهيب3 ‌ابن عباس2 أبو الدرداء2 أبو أيوب الأنصاري2 أبو بكرة2 أبو مسعود2 أبو هريرة قال2 أسامة بن زيد2 البراء بن عازب2 أم سلمة أم المؤمنين2 ثوبان2 حكيم بن حزام2 سعد2 سهل بن سعد2 عمر2 معاوية2 إبراهيم النخعي عن همام بن الحارث قال1 ‌ابن أبي أوفى1 أبو الهياج الأسدي قال1 أبو أمامة الباهلي1 أبو أمامة إياس بن ثعلبة الحارثي1 أبو أيوب1 أبو بردة الأنصاري1 أبو بردة بن أبي موسى1 أبو بشير الأنصاري1 أبو بكر الصديق1 أبو بن كعب1 أبو حازم بن دينار1 أبو حازم قال1 أبو حمزة أنس بن مالك1 أبو حميد الساعدي1 أبو رقية تميم بن أوس الداري1 أبو زهير عمارة بن رؤيبة1 أبو سعيد1 أبو سعيد الخدري قال1 أبو سعيد الخدري وأبي هريرة1 أبو سعيد الخدري وعن أبي هريرة1 أبو طلحة1 أبو عبد الرحمن عبد الله بن عمر بن الخطاب1 أبو عبد الله النعمان بن بشير1 أبو عبد الله جابر بن عبد الله الأنصاري1 أبو عمرو- وقيل1 أبو مالك الأشعري1 أبو مالك الحارث بن عاصم الأشعري1 أبو مرثد الغنوي1 أبو مسعود الأنصاري1 أبو هريرة رضي لله عنه قال1 أبو هريرة عبد الرحمن بن صخر1 أبو يعلى شداد بن أوس1 ‌أبي الزبير قال1 ‌أبي بن كعب1 ‌أبي حميد أو عن ‌أبي أسيد قال1 ‌أبي قتادة السلمي1 أبيه أبي موسى الأشعري1 أبيه قال1 أسماء بنت أبي بكر1 الأغر1 الحسن قال1 العباس بن عبد المطلب1 المغيرة1 المغيرة بن شعبة1 المقداد بن الأسود1 المقداد بن عمرو الكندي1 النبي صلى الله عليه وسلم قال1 النواس بن سمعان1 النواس بن سمعان الأنصاري1 أم الدرداء و أبي الدرداء1 أم المؤمنين أم عبد الله عائشة1 أم قيس بنت محصن1 أمير المؤمنين أبي حفص عمر بن الخطاب1 ‌أنس بن مالك1 تميم الداري1 جابر بن سمرة1 جبير بن مطعم1 جرير1 جندب1 جندب بن عبد الله القسري1 جويرية أم المؤمنين1 حارثة بن وهب الخزاعي1 ‌حطان بن عبد الله الرقاشي قال1 خولة بنت حكيم السلمية قالت1 رافع بن خديج1 رسول الله صلى الله عليه وسلم أنه قال1 زيد بن أرقم1 زيد بن ثابت1 زيد بن خالد1 زيد بن خالد الجهني1 زينب بنت جحش1 سفيان بن عبد الله الثقفي1 سفينة1 سلمان1 سلمة بن الأكوع1 سليمان بن صرد1 سمرة بن جندب1 سمرة بن جندب والمغيرة بن شعبة1 ‌سهل1 سهل بن حنيف1 سهل بن سعد الساعدي1 شداد بن أوس1 شريح بن هانئ قال1 صفوان بن محرز قال1 طارق بن أشيم الأشجعي1 طاوس أنه قال1 طلحة بن عبيد الله1 ‌عائشة1 عائشة وعبد الله بن عباس1 عبادة1 عبد الرحمن بن أبي ليلى قال1 عبد الرحمن بن سمرة1 عبد الله بن عمر وأبي هريرة1 ‌عبد الله بن عمرو بن العاص1 عبد الله بن مالك ابن بحينة1 عبد الله بن مسعود قال1 عبد الله بن مغفل1 عبد الله بن يزيد الخطمي قال1 عثمان1 عثمان بن أبي العاص1 عثمان بن أبي العاص الثقفي1 عثمان بن عفان1 عدي بن حاتم1 عرفجة1 عقبة بن عامر الجهني1 عمار بن ياسر1 عمر بن أبي سلمة1 عمران بن حصين1 عمرو بن سليم الأنصاري قال1 عياض بن حمار أخي بني مجاشع1 ‌قتادة رحمه الله قال1 كعب بن عجرة1 مالك بن أوس بن الحدثان أنه قال1 ‌محمود بن لبيد1 معاذ بن جبل1 معاذة قالت1 معدان بن أبي طلحة اليعمري قال1 معقل بن يسار1 معقل بن يسار المزني1 ميمونة أم المؤمنين1 هشام بن حكيم بن حزام1 وائل الحضرمي قال1 ‌وراد كاتب المغيرة بن شعبة قال1 يحيى بن عمارة المازني قال1
"มีพระราชาองค์หนึ่งในหมู่ประชาชาติที่อยู่ก่อนหน้าพวกท่าน และเขามีนักไสยศาสตร์คนหนึ่ง เมื่อนักไสยศาสตร์แก่ตัวลง เขากล่าวแก่พระราชาว่า: "'ข้าพเจ้าแก่แล้ว ขอพระองค์โปรดส่งเด็กชายคนหนึ่งมาให้ข้าพเจ้าเพื่อข้าพเจ้าจะสอนเวทมนตร์แก่เขา" พระราชาจึงส่งเด็กชายคนหนึ่งมาให้เพื่อเรียนเวทมนตร์ เด็กชายคนนั้น เมื่อเดินทางไปหานักไสยศาสตร์ ก็มักจะผ่านนักบวชคนหนึ่ง และได้นั่งกับเขาและฟังคำพูดของเขา ซึ่งทำให้เขารู้สึกชอบใจ จากนั้นทุกครั้งที่เขาไปหานักไสยศาสตร์ เขาจะผ่านนักบวชและนั่งกับเขา เมื่อไปถึงนักไสยศาสตร์ก็จะถูกทำโทษ (เพราะมาสาย) เด็กชายจึงไปบ่นกับนักบวช นักบวชกล่าวว่า: "ถ้าเธอกลัวพ่อมดก็จงบอกเขาว่า: ครอบครัวข้าพเจ้ากักตัวข้าไว้ และถ้าเธอกลัวครอบครัวก็จงบอกว่า: พ่อมดกักตัวข้าไว้" วันหนึ่ง ขณะที่เด็กชายเดินทาง ก็พบสัตว์ร้ายตัวหนึ่งที่ขวางทางผู้คนอยู่ เขาจึงกล่าวว่า: "วันนี้ฉันจะรู้ว่า ใครดีกว่ากัน ระหว่างพ่อมดกับนักบวช?" เขาจึงหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วกล่าวว่า: "โอ้อัลลอฮ์! หากเรื่องของนักบวชเป็นที่รักยิ่งสำหรับพระองค์มากกว่าเรื่องของพ่อมด ก็ขอพระองค์ทรงให้สัตว์ตัวนี้ตายลง เพื่อให้ผู้คนผ่านไปได้" จากนั้นเขาโยนก้อนหินไปที่สัตว์นั้น แล้วมันก็ตาย และผู้คนก็สามารถเดินผ่านไปได้ เขาจึงไปหานักบวชแล้วเล่าเรื่องให้ฟัง นักบวชกล่าวว่า: "โอ้ลูกเอ๋ย! วันนี้เธอมีสถานะเหนือกว่าข้าแล้ว แน่นอนเรื่องของเธอได้ไปถึงขั้นที่ข้าเห็นแล้ว และแท้จริงเธอจะถูกทดสอบ ดังนั้นหากเธอถูกทดสอบ อย่าได้เปิดเผยตัวข้า (อย่าบอกใครเกี่ยวกับข้า)" และชายหนุ่มคนนั้นสามารถรักษาผู้ที่ตาบอดตั้งแต่กำเนิด และโรคเรื้อน และรักษาผู้คนจากโรคต่าง ๆ ได้ทั้งหมด มีข้าราชบริพารคนหนึ่งของกษัตริย์ ซึ่งเขาตาบอด ได้ยินเรื่องของเขา จึงนำของขวาจำนวนมากมาให้และกล่าวว่า:"ทุกอย่างที่นี่จะเป็นของเจ้า หากเจ้ารักษาข้าได้" ชายหนุ่มจึงกล่าวว่า: "ฉันไม่สามารถรักษาใครได้ แต่อัลลอฮ์ต่างหากที่ทรงรักษา หากท่านศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ฉันจะวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ และพระองค์จะทรงรักษาท่าน" เขาจึงศรัทธาต่ออัลลอฮ์ แล้วอัลลอฮ์ก็ทรงรักษาเขาให้หายดี เมื่อเขากลับไปหากษัตริย์และนั่งอยู่ตามเดิม กษัตริย์จึงถามเขาว่า: "ใครเป็นคนทำให้สายตาของเจ้ากลับมา?" เขาตอบว่า: "พระเจ้าของข้า"กษัตริย์กล่าวว่า: "เจ้ามีพระเจ้าอื่นที่ไม่ใช่ข้าด้วยหรือ?" เขาตอบว่า:"พระเจ้าของข้าและของท่านก็คืออัลลอฮ์" กษัตริย์จึงจับเขา และไม่หยุดทรมานเขาจนกว่าเขาจะเปิดเผยเรื่องของชายหนุ่ม จากนั้นก็จับชายหนุ่มมา แล้วกษัตริย์กล่าวกับเขาว่า: ‘โอ้ เด็กน้อย! วิชาของเจ้าได้ก้าวไกลถึงขนาดที่เจ้าสามารถรักษาผู้ตาบอดและผู้เป็นโรคเรื้อนได้ เจ้าทำได้และทำได้...’ ชายหนุ่มจึงกล่าวว่า:"ฉันไม่สามารถรักษาใครได้ อัลลอฮ์ต่างหากที่ทรงรักษา" กษัตริย์จึงจับเขาและไม่หยุดทรมานเขาจนกระทั่งเขาบอกชื่อของนักบวช นักบวชจึงถูกจับมา มีผู้กล่าวแก่เขาว่า: "จงกลับจากศาสนาของเจ้าเสีย!" เขาปฏิเสธ พวกเขาจึงเรียกเลื่อยมา แล้ววางมันลงตรงกลางศีรษะของเขา และเลื่อยเขาออกเป็นสองซีก จนร่างของเขาแยกออกเป็นสองส่วน จากนั้นก็พาข้าราชบริพารของกษัตริย์มา แล้วกล่าวกับเขาว่า: "จงกลับจากศาสนาของเจ้าเสีย!" เขาปฏิเสธ จึงวางเลื่อยไว้ตรงกลางศีรษะของเขา และเลื่อยเขาจนร่างแยกออกเป็นสองส่วน จากนั้นก็พาชายหนุ่มมา แล้วกล่าวกับเขาว่า: "จงกลับจากศาสนาของเจ้าเสีย!" แต่เขาปฏิเสธ กษัตริย์จึงสั่งให้ทหารกลุ่มหนึ่งพาเขาไปยังภูเขาลูกหนึ่ง แล้วกล่าวว่า: "จงพาเขาขึ้นไปบนยอดเขา หากเขากลับใจจากศาสนาของเขาก็จงปล่อยเขา แต่ถ้าไม่กลับใจก็จงโยนเขาลงมา"พวกเขาจึงพาเขาไปและพาขึ้นสู่ภูเขา…”เขา (ชายหนุ่ม) จึงกล่าวว่า:“โอ้อัลลอฮ์! โปรดจัดการกับพวกเขาให้ข้าพเจ้าด้วยวิธีใดก็ได้ตามที่พระองค์ประสงค์เถิด” ทันใดนั้นภูเขาก็สั่นสะเทือน และพวกเขาก็ตกลงไปตายหมด ส่วนเขาเดินกลับมายังกษัตริย์ กษัตริย์จึงถามเขาว่า:“พวกพ้องของเจ้าหายไปไหน?” เขาตอบว่า:“อัลลอฮ์ได้จัดการพวกเขาให้แก่ข้าพเจ้าแล้ว”กษัตริย์จึงสั่งให้นำเขาไปให้กับกลุ่มทหารอีกชุดหนึ่ง แล้วกล่าวว่า: “จงพาเขาไปลงเรือและพาเขาออกไปกลางทะเลหากเขากลับใจจากศาสนาของเขาก็ปล่อยเขา แต่ถ้าไม่กลับใจก็โยนเขาลงทะเลไป” เมื่อพวกเขาพาเขาไป และอยู่กลางทะเลแล้ว เขาก็กล่าวว่า:“โอ้อัลลอฮ์! โปรดจัดการกับพวกเขาให้ข้าพเจ้าด้วยวิธีใดก็ได้ตามที่พระองค์ประสงค์เถิด”เรือจึงพลิกคว่ำ และพวกเขาทุกคนจมน้ำตาย แต่ชายหนุ่มรอด และเดินกลับมาหากษัตริย์อีกครั้ง กษัตริย์จึงถามว่า:“พวกพ้องของเจ้าหายไปไหน?” เขาตอบว่า:“อัลลอฮ์ได้จัดการพวกเขาให้แก่ข้าพเจ้าแล้ว”แล้วเขากล่าวกับกษัตริย์ว่า:“ท่านจะไม่มีทางฆ่าข้าได้ เว้นแต่ท่านจะทำตามที่ข้าสั่ง” กษัตริย์ถามว่า:“มันคืออะไร?” เขาตอบว่า:“ท่านต้องรวบรวมผู้คนทั้งหมดในลานกว้าง จากนั้นตรึงข้าไว้บนต้นไม้ แล้วหยิบลูกศดหนึ่งจากถุงเก็บลูกศรของข้าวางลูกศรไว้บนคันธนู แล้วกล่าวว่า: "ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ พระเจ้าของชายหนุ่ม"จากนั้นยิงมาที่ข้าหากท่านทำเช่นนี้ ท่านจะสามารถฆ่าข้าได้”กษัตริย์จึงรวบรวมผู้คนทั้งหมดในลานกว้าง ตรึงชายหนุ่มไว้บนต้นไม้ หยิบลูกศรจากถุงของชายหนุ่ม วางลูกศรลงบนคันธนูแล้วกล่าวว่า: “ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ พระเจ้าของชายหนุ่ม”จากนั้นเขาก็ยิงลูกศรไปยังชายหนุ่ม ลูกศรได้ปักเข้าที่ขมับของเขาชายหนุ่มจึงเอามือจับที่แผล แล้วก็เสียชีวิตผู้คนจึงพากันกล่าวว่า:“เราศรัทธาต่อพระเจ้าของชายหนุ่ม! เราศรัทธาต่อพระเจ้าของชายหนุ่ม! เราศรัทธาต่อพระเจ้าของชายหนุ่ม!” แล้วกษัตริย์ก็ถูกผู้คนมาแจ้งว่า: "ท่านเห็นสิ่งที่ท่านเคยหวาดกลัวหรือไม่? ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า สิ่งที่ท่านกลัวนั้นได้เกิดขึ้นกับท่านแล้ว — ผู้คนต่างก็ศรัทธา (ต่อพระเจ้าของชายหนุ่ม)" กษัตริย์จึงสั่งให้ขุดหลุมเพลิงตามทางแยกต่าง ๆ ของเมืองแล้วพวกเขาก็ขุดหลุม และจุดไฟให้ลุกโชน จากนั้นเขาประกาศว่า: “ผู้ใดที่ไม่ยอมละทิ้งศาสนาของตน จงโยนเขาลงไปในกองไฟนั้น หรือไม่ก็สั่งให้เขากระโดดลงไปเอง”พวกเขาก็ทำตามคำสั่ง จนกระทั่งมีหญิงคนหนึ่งมาพร้อมกับทารกของเธอ เธอเกิดลังเลที่จะกระโดดลงไปในกองไฟ ทารก (โดยอนุมัติของอัลลอฮ์) จึงกล่าวกับเธอว่า: "โอ้แม่ของฉัน! จงอดทนไว้เถิด แท้จริงท่านอยู่บนความจริง"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“ช่างเป็นสิ่งที่แปลกยิ่งสำหรับสถานการณ์ของผู้ศรัทธา ทุกสถานการณ์ของเขาล้วนเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา และสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับใครนอกจากกับผู้ศรัทธาเท่านั้น หากเขาได้รับความดีเขาก็สำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์ และนั่นถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา และหากเขาประสบความยากลำบากเขาก็อดทน และการอดทนนั้นก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขาเช่นกัน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“เมื่อชาวสวรรค์เข้าสวรรค์กันแล้ว อัลลอฮ์ ตะอาลา จะตรัสว่า “พวกเจ้าต้องการให้ข้าเพิ่มเติมอะไรให้พวกเจ้าหรือไม่? พวกเขาก็จะตอบกันว่า: พระองค์ไม่ได้ทำให้ใบหน้าของพวกเราขาวผ่องแล้วมิใช่หรือ? ไม่ได้ทรงทำให้พวกเราได้เข้าสวรรค์กันแล้วมิใช่หรือ? และให้เรารอดพ้นจากนรกแล้วมิใช่หรือ? ท่านกล่าวว่า “แล้วพระองค์ก็ทรงเปิดสิ่งปิดกั้นออก ซึ่งนั่นทำให้พวกเขารู้สึกว่า ไม่มีสิ่งใดที่พวกเขาเคยได้รับมาที่จะเป็นที่รักยิ่งสำหรับพวกเขา มากไปกว่าการได้มองไปที่พระเจ้าของพวกเขาผู้ทรงสูงส่ง”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม