عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
แสดงแหล่งที่มาที่เหลือ
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (20)
มีคนกลุ่มหนึ่งได้มาหาท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้วท่านก็ทำสัตยาบันกับ 9 คนและงดเว้น 1 คน พวกเขากล่าวว่า โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ (เหตุใด)ท่านได้ทำสัตยาบันกับ 9 คนและละเว้นชายคนนี้? ท่านตอบว่า "เพราะแท้จริงเขาสวมเครื่องราง" แล้วเขาก็สอดมือเข้าไปแล้วตัดมันออก จากนั้นท่านนบีจึงทำสัตยาบันกับชายคนนั้น และกล่าวว่า "ผู้ใดที่สวมใส่เครื่องราง แน่นอนเขาได้ตั้งภาคี(กับอัลลอฮ์)แล้ว"
หะซัน บันทึกโดย อะห์มัด
"ไม่มีสิ่งใดที่มีเกียรติยิ่งสำหรับอัลลอฮ์มากกว่าการขอดุอาอ์"
หะซัน บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ อิบนุมาญะฮ์ และอะห์มัด
“การทดสอบจะดำเนินต่อไปสำหรับผู้ศรัทธาทั้งชายและหญิงในชีวิตของเขา ลูกๆ ของเขา และทรัพย์สินของเขา จนกว่าเขาจะพบกับอัลลอฮ์ โดยไม่มีบาปใดๆ เกิดขึ้นกับเขา”
หะซัน บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ และอะห์มัด
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัม จะกล่าวในระหว่างสองสุญูดว่า "อัลลอฮุมมัฆฟิรลี วัรฮัมนี วะอาฟินี วะฮ์ดินี วัรซุกนี" ความว่า "โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงอภัยโทษให้แก่ฉัน ทรงเมตตาต่อฉัน ทรงทำให้ฉันมีสุขภาพแข็งแรง ทรงให้ทางนำแก่ฉัน และทรงโปรดประทานปัจจัยยังชีพให้แก่ฉันด้วยเถิด "
หะซัน ด้วยกับหะดีษบทอื่นๆ บันทึกโดย อบูดาวูด อัต-ติรมิซีย์ อิบนุมาญะฮ์ และอะห์มัด
"แท้จริง ฉันได้ถูกบังเกิดให้เป็นศาสนฑูตเพื่อทำให้จริยธรรมอันดีงามมีความสมบูรณ์"
หะซัน บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ในหนังสืออัลอะดับ อัลมุฟร็อด อะหมัด และอัล-บัยฮะกีย์
"การสาปแช่งจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของเขาทางทวารหนัก"
หะซัน บันทึกโดย อบูดาวูด อันนะซาอีย์ในหนังสืออัลกุบรอ และอะห์มัด
แท้จริง อัลลอฮ์ผู้ทรงอำนาจได้ประทานลงมาว่า {และผู้ใดที่ไม่ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ประทานลงมา ชนเหล่านั้นแหละคือผู้ปฏิเสธศรัทธา} [อัลมาอิดะฮ์: 44] โองการว่า {ดังนั้น ชนเหล่านั้นแหละคือผู้อธรรม} [อัลมาอิดะฮ์: 45] และโองการว่า {ดังนั้น ชนเหล่านั้นแหละคือผู้ฝ่าฝืนอย่างดื้อดึง} [อัลมาอิดะฮ์: 47] เขากล่าวว่า : อิบนุ อับบาสกล่าวว่า: อัลลอฮ์ได้ประทานโองการเหล่านี้ลงมาเกี่ยวกับ สองเผ่าของชาวยิว ซึ่งในสมัยญาฮิลียะฮ์ เผ่าหนึ่งมีอำนาจเหนือกว่าอีกเผ่าหนึ่ง พวกเขาทั้งสองได้ทำข้อตกลงกันว่า ถ้าเผ่าที่มีอำนาจฆ่าสมาชิกของเผ่าที่อ่อนแอกว่า ค่าชดใช้ (ดียะฮ์) จะอยู่ที่ ห้าสิบวัสก์ (หน่วยชั่งข้าวประมาณ 60 กิโลต่อวัสก์) แต่ถ้าเผ่าที่อ่อนแอกว่าฆ่าสมาชิกของเผ่าที่มีอำนาจ ค่าชดใช้จะเป็น หนึ่งร้อยวัสก์ พวกเขาอยู่ในสภาพนั้นเรื่อยมา จนกระทั่งท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม อพยพมาถึงเมืองมะดีนะฮ์ ทั้งสองเผ่าต่างยอมจำนนต่อเกียรติและอำนาจของท่านนบีศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ขณะนั้นท่านนบียังไม่ได้ทำสงครามกับพวกเขาและยังอยู่ในภาวะสันติภาพ วันหนึ่ง เผ่าที่อ่อนแอกว่าได้ฆ่าคนหนึ่งจากเผ่าที่มีอำนาจ เผ่าที่มีอำนาจจึงส่งคนไปบอกว่า “พวกเจ้าจงส่งค่าชดใช้ให้เรามา หนึ่งร้อยวัสก์” เผ่าที่อ่อนแอกว่าตอบว่า:“ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คนสองเผ่าซึ่งมีศาสนาเดียวกัน วงศ์ตระกูลเดียวกัน และอยู่ในเมืองเดียวกัน ต้องมีค่าชดใช้ชีวิตไม่เท่ากัน? พวกเรายอมให้พวกเจ้ามาก่อนหน้านี้เพราะเราเกรงพวกเจ้า แต่ตอนนี้เมื่อมุฮัมมัดมาแล้ว เราจะไม่ยอมอีกต่อไป!”เรื่องราวเกือบจะกลายเป็นสงครามระหว่างสองเผ่า แต่สุดท้ายพวกเขาตกลงกันว่าจะให้ ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม เป็นผู้ตัดสินระหว่างพวกเขา ฝ่ายเผ่าที่มีอำนาจพูดกันว่า: “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ มุฮัมมัดจะไม่มีวันตัดสินให้พวกเจ้าได้รับค่าชดใช้เป็นสองเท่าของที่เราได้รับแน่ ๆ เพราะเรารู้ดีว่า ก่อนหน้านี้พวกเราให้พวกเจ้ามากกว่าก็เพราะเรามีอำนาจเหนือพวกเจ้าเท่านั้น”ดังนั้นพวกเขาจึงวางแผนกันว่าจงส่งคนไปหามุฮัมมัดเพื่อสืบดูว่าท่านจะตัดสินอย่างไร ถ้าท่านตัดสินให้เราได้ตามที่ต้องการ เราก็จะยอมให้ท่านเป็นผู้ชี้ขาด แต่ถ้าไม่ เราจะไม่ยอมให้ท่านตัดสิน”พวกเขาจึงส่งคนบางกลุ่มที่เป็น มุนาฟิก (คนกลับกลอก) ไปดูท่าทีของท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม แต่ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ก็ได้รับ การเปิดเผยจากอัลลอฮ์ แจ้งให้ทราบถึงแผนการและความตั้งใจทั้งหมดของพวกเขา อัลลอฮ์จึงประทานโองการว่า “โอ้ร่อซูลเอ๋ย! อย่าให้ผู้ที่รีบเร่งในการปฏิเสธศรัทธาทำให้ท่านเสียใจเลย…” (อัลมาอิดะฮ์ 5:41) จนถึงคำตรัสของพระองค์ว่า “และผู้ใดไม่ตัดสินตามสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมา ชนเหล่านั้นแหละคือผู้ฝ่าฝืน” (อัลมาอิดะฮ์ 5:47) จากนั้นท่านอิบนุอับบาสกล่าวว่า: “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ โองการเหล่านี้ถูกประทานลงมาเกี่ยวกับพวกเขาทั้งสองเผ่านั้นโดยเฉพาะ และอัลลอฮ์ทรงหมายถึงพวกเขาโดยตรง”
หะซัน บันทึกโดย อะห์มัด