Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

8 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อ่านโองการนี้: {هُوَ الَّذِي أَنْزَلَ عَلَيْكَ الْكِتَابَ مِنْهُ آيَاتٌ مُحْكَمَاتٌ هُنَّ أُمُّ الْكِتَابِ وَأُخَرُ مُتَشَابِهَاتٌ فَأَمَّا الَّذِينَ فِي قُلُوبِهِمْ زَيْغٌ فَيَتَّبِعُونَ مَا تَشَابَهَ مِنْهُ ابْتِغَاءَ الْفِتْنَةِ وَابْتِغَاءَ تَأْوِيلِهِ، وَمَا يَعْلَمُ تَأْوِيلَهُ إِلَّا اللَّهُ، وَالرَّاسِخُونَ فِي الْعِلْمِ يَقُولُونَ آمَنَّا بِهِ كُلٌّ مِنْ عِنْدِ رَبِّنَا وَمَا يَذَّكَّرُ إِلَّا أُولُو الْأَلْبَابِ} [آل عمران: 7] {พระองค์คือผู้ทรงประทานคัมภีร์ลงมาแก่ท่าน ในนั้นมีโองการที่ชัดเจนซึ่งเป็นรากฐานของคัมภีร์ และบางโองการไม่ชัดเจน ผู้ที่มีใจเอนเอียงออกจากความจริง เขาจะตามโองการที่มีความคลุมเครือ เพื่อแสวงหาความขัดแย้งและแสวงหาการตีความ [ที่เป็นเท็จ] ในโองการนั้น และไม่มีใครรู้ความหมายของโองการนั้นได้นอกจากอัลลอฮ์ และบรรดาผู้รอบรู้ในความรู้กล่าวว่า เราศรัทธาในสิ่งนี้ ทั้งหมดนี้มาจากพระผู้อภิบาลของเราทั้งสิ้น และไม่มีใครที่จะรับคำตักเตือนนอกจากบรรดาผู้ที่มีสติปัญญาเท่านั้น} [ซูเราะฮ์ อาลิอิมรอน: 7] ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ได้กล่าวต่อว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “หากพวกเจ้าเห็นบรรดาผู้ปฏิบัติตามโองการต่างๆ ที่คลุมเครือ ดังนั้นพวกเขาคือผู้ที่อัลลอฮ์ทรงตั้งชื่อให้ ดังนั้นจงระวังพวกเขาให้ดี".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"กุญแจสู่สิ่งที่มองไม่เห็นมีห้าประการ {แท้จริงอัลลอฮ์นั้น ความรู้แห่งวันอวสานมีอยู่ ณ ที่พระองค์ และพระองค์ทรงประทานฝนลงมา และพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในมดลูก และไม่มีชีวิตใดรู้ว่า ณ แผ่นดินใดที่จะตาย แท้จริงอัลลอฮ์ คือผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน}”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
แท้จริงมีผู้ปฏิเสธศรัทธากลุ่มหนึ่ง ซึ่งพวกเขาผ่านชีวิตมาด้วยการฆ่าคนมามากมาย และผ่านการผิดประเวณีมาอย่างมากมาย แล้วพวกเขาก็มาหามุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วกล่าวว่า "แท้จริงสิ่งที่ท่านพูดถึงและทำการเรียกร้องผู้คนนั้นมันเป็นสิ่งที่ดี หากท่านบอกเราว่า ต้องมีการชดใช้ในสิ่งที่เราได้กระทำไว้ จากนั้นก็มีโองการถูกประทานลงมาว่า {และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ และไม่ฆ่าชีวิตใดที่อัลลอฮ์ทรงห้ามเว้นแต่ด้วยความชอบธรรมและไม่ผิดประเวณี} [ซูเราะฮ์ อัลฟุรกอน: 68] และได้มีโองการถูกประทานลงมาอีกว่า : {จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า: "โอ้บ่าวของฉันที่ได้ละเมิดต่อตนเอง อย่าได้สิ้นหวังในความเมตตาของอัลลอฮ์"} [ซูเราะฮ์ อัซซุมัร : 53].
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“วันกิยามะฮ์จะยังไม่อุบัติขึ้นจนกว่าดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก เมื่อมันขึ้นมาทางทิศตะวันตกแล้วมวลมนุษย์จะกลายเป็นผู้ศรัทธามั่น แต่ ณ วันนั้น{จะไม่อำนวยประโยชน์แก่ชีวิตหนึ่งชีวิตใดซึ่งการศรัทธาของเขาโดยที่เขามิได้ศรัทธามาก่อน หรือมิได้แสวงหาความดีใด ๆ ไว้ในการศรัทธาของเขา} [ซูเราะฮ์อัลอันอาม :158] ” และแน่นอนวันกิยามะฮ์จะเกิดขึ้น (ในทันใด) ขณะที่คนสองคนปูผ้าระหว่างพวกเขาและไม่ทันต่อรองราคา และพวกเขาไม่ทันพับมัน วันกิยามะฮ์นี้จะมาถึง ขณะที่ชายคนหนึ่งแบกน้ำนมอูฐของเขา แต่ไม่ทันที่จะดื่มมัน วันกิยามะฮ์นี้จะมาถึง ขณะที่คนไม่สามารถเตรียมถังสำหรับให้น้ำปศุสัตว์ของเขาได้ และวันกิยามะฮ์นี้จะมาถึง ขณะที่ชายคนหนึ่งในพวกท่านเอาอาหารเพื่อใส่ปากของเขาแต่ไม่ทันที่จะกินมัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ความตายจะถูกนำมาโดยถูกจำแลงเป็นแกะอ้วนตัวหนึ่ง พลันมีผู้ประกาศมาประกาศว่า “โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย!” พวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย" ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน แล้วมีเสียงประกาศอีกว่า “โอ้ชาวนรกทั้งหลาย!” แล้วพวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย” ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน ทันใดนั้นความตายก็ถูกเชือด จากนั้นผู้ประกาศก็กล่าวว่า "โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะ มันจะไม่มีความตายอีกแล้ว โอ้ ชาวนรกทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะและไม่มีความตายอีกแล้ว” จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็อ่านโองการที่ว่า{وَأَنْذِرْهُمْ يَوْمَ الحَسْرَةِ إِذْ قُضِيَ الأَمْرُ وَهُمْ فِي غَفْلَةٍ} [مريم: 39]، وَهَؤُلاَءِ فِي غَفْلَةٍ أَهْلُ الدُّنْيَا {وَهُمْ لاَ يُؤْمِنُونَ} [مريم: 39]» "และเจ้าจงเตือนสำทับพวกเขาถึงวันแห่งความเสียใจ เมื่อกิจการนั้นถูกตัดสิน และพวกเขาอยู่ในการหลงลืม{39} (ซึ่งพวกที่อยู่สภาพที่หลงลืมคือผู้ที่หลงไหลกับดุนยา)และพวกเขาไม่ศรัทธา" [ซูเราะฮ์มัรยัม : 39]
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
เมื่ออัลลอฮ์ได้ทรงประทานแก่ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม โองการที่ว่า: {لِلَّهِ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَمَا فِي الْأَرْضِ وَإِنْ تُبْدُوا مَا فِي أَنْفُسِكُمْ أَوْ تُخْفُوهُ يُحَاسِبْكُمْ بِهِ اللهُ فَيَغْفِرُ لِمَنْ يَشَاءُ وَيُعَذِّبُ مَنْ يَشَاءُ وَاللهُ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ} [البقرة: 284]، ความว่า: "สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้า และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้น เป็นสิทธิของอัลลอฮ์ และถ้าหากพวกเจ้าเปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจของพวกเจ้า หรือปกปิดมันไว้ก็ตาม อัลลอฮฺจะทรงนำสิ่งนั้นมาชำระสอบสวนแก่พวกเจ้า แล้วพระองค์จะทรงอภัยโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง" ท่านกล่าวว่า: เรื่องนี้เป็นเรื่องยากลำบากมากสำหรับเหล่าสหายของท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ดังนั้นพวกเขาจึงมาหาท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม จากนั้นก็คุกเข่าลง พวกเขากล่าวว่า: โอ้ ท่านศาสดาแห่งอัลลอฮ์ เราได้รับมอบหมายให้กระทำการต่างๆ ที่เราสามารถทำได้ นั่นคือ การละหมาด การถือศีลอด ญิฮาด และบริจาคทาน อายะห์นี้ถูกประทานลงมาแก่ท่านแล้ว และพวกเราไม่สามารถกระทำมันได้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: “พวกเจ้าปรารถนาที่จะกล่าวดังที่ชาวคัมภีร์ได้กล่าวไว้ก่อนหน้าพวกเจ้าว่า ‘เราได้ยินแล้วและเราฝ่าฝืน’ กระนั้นหรือ? จงกล่าวว่า: ‘เราได้ยินแล้วและเราเชื่อฟัง เราขออภัยโทษต่อพระองค์ โอ้พระผู้เป็นเจ้าของเรา และไปยังพระองค์คือจุดหมายปลายทางสุดท้าย พวกเขากล่าวว่า: เราได้ยินแล้วและเราเชื่อฟัง เราขออภัยโทษจากพระองค์ พระเจ้าของเรา และจุดหมายปลายทางสุดท้ายคือพระองค์ ดังนั้นเมื่อผู้คนอ่านมัน ลิ้นของพวกเขาก็อ่อนลงเพราะมัน จากนั้นพระผู้เป็นเจ้าทรงประทานภายหลังว่า: {آمَنَ الرَّسُولُ بِمَا أُنْزِلَ إِلَيْهِ مِنْ رَبِّهِ وَالمُؤْمِنُونَ كُلٌّ آمَنَ بِاللهِ وَمَلَائِكَتِهِ وَكُتُبِهِ وَرُسُلِهِ لَا نُفَرِّقُ بَيْنَ أَحَدٍ مِنْ رُسُلِهِ وَقَالُوا سَمِعْنَا وَأَطَعْنَا غُفْرَانَكَ رَبَّنَا وَإِلَيْكَ المَصِيرُ} [البقرة: 285]، ความว่า: "เราะซูลนั้น (นบีมุฮัมมัด) ได้ศรัทธาต่อสิ่งที่ได้ถูกประทานลงมาแก่เขา จากพระเจ้าของเขา และมุอ์มินทั้งหลายก็ศรัทธาด้วย ทุกคนศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และมลาอิกะฮ์ของพระองค์ และบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ และบรรดาเราะซูลของพระองค์ (พวกเขากล่าวว่า) เราจะไม่แยกระหว่างท่านหนึ่งท่านใดจากบรรดาเราะซูลของพระองค์ และพวกเขาได้กล่าวว่า เราได้ยินแล้ว และได้ปฏิบัติตามแล้ว การอภัยโทษจากพระองค์เท่านั้นที่พวกเราปรารถนา โอ้พระเจ้าของพวกเรา! และยังพระองค์นั้น คือการกลับไป" เมื่อพวกเขากระทำอย่างนั้น พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทรงยกเลิกมัน และพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทรงประทานว่า: {لَا يُكَلِّفُ اللهُ نَفْسًا إِلَّا وُسْعَهَا لَهَا مَا كَسَبَتْ وَعَلَيْهَا مَا اكْتَسَبَتْ رَبَّنَا لَا تُؤَاخِذْنَا إِنْ نَسِينَا أَوْ أَخْطَأْنَا} [البقرة: 286] ความว่า: "อัลลอฮ์จะไม่ทรงบังคับชีวิตหนึ่งชีวิตใดนอกจากตามความสามารถของชีวิตนั้นเท่านั้น ชีวิตนั้นจะได้รับการตอบแทนดีในสิ่งที่เขาได้แสวงหาไว้ และชีวิตนั้นจะได้รับการลงโทษในสิ่งชั่วที่เขาได้แสวงหาไว้ โอ้พระเจ้าของพวกเรา! โปรดอย่าเอาโทษแก่เราเลย หากพวกเราลืม หรือผิดพลาดไป" เขาพูดว่า: "ใช่" {رَبَّنَا وَلَا تَحْمِلْ عَلَيْنَا إِصْرًا كَمَا حَمَلْتَهُ عَلَى الَّذِينَ مِنْ قَبْلِنَا} [البقرة: 286] ความว่า: "โอ้พระเจ้าของพวกเรา! โปรดอย่าได้บรรทุกภาระหนักใด ๆ แก่พวกเรา เช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงบรรทุกมัน แก่บรรดาผู้ที่อยู่ก่อนหน้าพวกเรามาแล้ว" เขาพูดว่า: "ใช่" {وَاعْفُ عَنَّا وَاغْفِرْ لَنَا وَارْحَمْنَا أَنْتَ مَوْلَانَا فَانْصُرْنَا عَلَى الْقَوْمِ الكَافِرِينَ} [البقرة: 286] ความว่า: "และโปรดได้ทรงอภัยแก่พวกเราและยกโทษให้แก่พวกเรา และเมตตาแก่พวกเราด้วยเถิด พระองค์นั้น คือ ผู้ปกครองของพวกเรา ดังนั้นโปรดได้ทรงช่วยเหลือพวกเราให้ได้รับชัยชนะเหนือกลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธาด้วยเถิด" เขาพูดว่า: "ใช่"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวคุฏบะฮ์ในวันพิชิตมักกะฮ์ ท่านกล่าวว่า "โอ้มนุษย์ทั้งหลาย แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงขจัดความเย่อหยิ่งของพวกญาฮิลียะฮ์ออกจากพวกเจ้า และความอวดดีของพวกเขาเกี่ยวกับบรรพบุรุษของพวกเขา ดังนั้น มนุษย์มีอยู่สองประเภท คือ คนดี ผู้ที่ยำเกรง และผู้ที่มีเกียรติสำหรับอัลลอฮ์ และคนชั่ว น่าสมเพช และไม่มีค่าสำหรับอัลลอฮ์ มนุษย์คือลูกหลานของอาดัม และอัลลอฮ์ทรงสร้างอาดัมจากดิน อัลลอฮ์ตรัสว่า {มนุษย์เอ๋ย เราได้สร้างเจ้าจากชายและหญิง และเราได้ให้เจ้าเป็น ประชาชาติและเผ่าต่างๆ เพื่อที่พวกเจ้าจะได้รู้จักกัน แท้จริงแล้ว ผู้ที่มีเกียรติที่สุดในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮ์นั้น เป็นผู้ยำเกรงที่สุดในหมู่พวกเจ้า แท้จริง อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงตระหนัก} [ซูเราะฮ์ อัลหุญุรอต : 13]"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัต-ตัรมีซีย์ เเละอิบนุหิบบาน
"พวกยิวคือกลุ่มชนที่ได้รับความโกรธกริ้วจากอัลลอฮ์ และพวกคริสเตียนคือกลุ่มคนที่หลงทาง"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์