Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

31 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ระดับของหะดีษ

มีชายคนหนึ่งถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับวันอวสาน และเขากล่าวว่า เมื่อใดคือวันอวสาน? เขากล่าวว่า “แล้วท่านได้เตรียมอะไรไว้บ้าง?” เขากล่าวว่า: ไม่มีอะไรนอกจากว่าฉันรักอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เขากล่าวว่า: “เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารัก” อานัสกล่าวว่า: เราไม่เคยพอใจกับสิ่งใดเลย ดังที่เราพอใจกับคำพูดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมที่ท่านกว่าวว่า : “เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารัก” อนัสกล่าวว่า: ฉันนั้นรักท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อบูบักร์ และอุมัร และฉันหวังว่าจะได้อยู่ร่วมกับพวกเขาด้วยความรักที่ฉันมีต่อพวกเขา แม้ว่าฉันจะไม่ได้ประกอบการงานเช่นดังพวกเขาก็ตาม
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"แท้จริงส่วนหนึ่งของสัญญาณแห่งกาลอวสานนั้นคือ ความรู้จะถูกนำออกไป ความเขลาจะเพิ่มมากขึ้น การผิดประเวณีจะเพิ่มมากขึ้น การดื่มเหล้าจะเพิ่มมากขึ้น ผู้ชายจะลดน้อยลง และผู้หญิงจะเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งจะมีผู้พิทักษ์หนึ่งคนต่อผู้หญิงห้าสิบคน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์! โอ้ ชาวอาหรับจงระวังความชั่วที่กำลังใกล้เข้ามา วันนี้ได้มีการเปิดทางจากกำแพงของยะอฺญูจและมะอฺญูจ ซึ่งเปิดออกเหมือนกับนี้ พร้อมกับยกนิ้วชี้และนิ้วถัดไป จากนั้นซัยนับบ์ บินต์ ญะห์ชิน ถามว่า "โอ้ ศาสนทูตของอัลลอฮ์ เราจะถูกทำลายเมื่อมีคนดีอยู่ในหมู่เราหรือไม่?" ท่านตอบว่า "ใช่ ถ้าหากความชั่วมีมากเกินไป"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"กลุ่มแรกที่เข้าสู่สวรรค์จะอยู่ในรูปของดวงจันทร์ในคืนเต็มดวง จากนั้นกลุ่มที่ตามมาจะอยู่ในรูปของดาวที่สว่างไสวที่สุดในท้องฟ้า พวกเขาไม่ปัสสาวะ ไม่ถ่ายอุจจาระ ไม่ถ่มน้ำลายหรือเสมหะ หวีของพวกเขาเป็นทองคำ เหงื่อของพวกเขาเป็นเช่นชะมด และภาชนะสำหรับใส่กำยานของพวกเขาคือไม้กฤษณาอันหอมกรุ่น ซึ่งเป็นไม้หอมชั้นดี และภรรยาของพวกเขาคือ หูรอุลอีน (หญิงสาวแห่งสวรรค์ผู้มีดวงตางาม) โดยทั้งหมดถูกสร้างอยู่ในรูปลักษณะเดียวกันเหมือนชายคนหนึ่ง ในรูปร่างของบิดาของพวกเขา คือ อาดัม (อาลัยฮิสสลาม) ซึ่งมีความสูงหกสิบศอกบนท้องฟ้า”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เล่าแก่พวกเรา และท่านเป็นคนสัตย์จริงและถูกรับรองในความสัตย์จริงนั้น โดยกล่าวว่า “แท้จริงการบังเกิดของพวกเจ้าแต่ละคนนั้น จะถูกรวบรวมอยู่ในครรภ์มารดาเป็นเวลาสี่สิบวันในรูปของน้ำอสุจิ หลังจากนั้นก็กลายเป็นก้อนเลือดภายในระยะเวลาเดียวกัน และหลังจากนั้น ก็กลายเป็นก้อนเนื้อภายในระยะเวลาเดียวกัน หลังจากนั้นมลาอิกะฮ์ก็ถูกส่งไปหาเขาโดยบัญชาให้บันทึกสี่กำหนดการนั่นคือเครื่องยังชีพของเขา อายุขัยของเขา การงานของเขา และทุกข์หรือสุขของเขา หลังจากนั้นก็เป่าวิญญาณใส่ร่างของเขา แท้จริงคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าจะปฏิบัติกิจการงานของชาวสวรรค์ จนกระทั่งไม่มีสิ่งใดอยู่ระหว่างเขากับสวรรค์นอกจากระยะห่างแค่ศอกเดียวเท่านั้น แต่กำหนดการที่ได้บันทึกไว้นั้นก็มานำหน้าเขา ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติสิ่งที่เป็นการงานของชาวนรกและในที่สุดเขาก็ตกนรก และแท้จริงคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกท่าน จะปฏิบัติกิจการงานของชาวนรก จนกระทั่งไม่มีอะไรอยู่ระหว่างเขากับนรกนอกจากระยะห่างแค่หนึ่งศอกเท่านั้น แต่กำหนดการที่ได้บันทึกไว้นั้นก็มานำหน้าเขา ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติสิ่งที่เป็นการงานของชาวสวรรค์ และในที่สุดเขาก็ได้เข้าสวรรค์”.
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ฉันคือนายของมนุษย์ในวันกิยามะฮ์ (วันพิพากษา) และพวกท่านรู้หรือไม่ว่าหมายถึงอะไร? อัลลอฮ์จะรวบรวมมนุษย์ทั้งคนกลุ่มแรกและกลุ่มสุดท้ายไว้ในสถานที่แห่งหนึ่ง ทุกคนจะได้ยินเสียงผู้เรียก และสายตาจะมองเห็นพวกเขาได้ทั้งหมด พระอาทิตย์จะเข้าใกล้ จนผู้คนจะรู้สึกทุกข์ทรมานและกังวลใจจนเกินจะทนได้ ผู้คนจึงพูดกันว่า: "พวกท่านไม่เห็นหรือว่าเรามาถึงจุดนี้แล้ว? ทำไมจึงไม่มีใครช่วยเราทูลขอความเมตตาต่อพระจ้าของเรา?" จากนั้นบางคนจึงกล่าวแก่กันว่า: "ไปหาอาดัมเถิด" พวกเขาจึงไปหาอาดัม อะลัยฮิสลาม และพูดกับเขาว่า: "ท่านคือบิดาแห่งมนุษย์ อัลลอฮ์ทรงสร้างท่านด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ เป่าลมหายใจของพระองค์ให้มีชีวิตในตัวท่าน และสั่งบรรดามลาอิกะฮ์ให้ก้มสูญูดต่อท่าน ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อาดัม อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยฝ่าฝืนพระบัญชาของพระองค์ด้วยการกินผลไม้จากต้นไม้ที่ถูกห้าม ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหานู้ฮ์เถิด" พวกเขาจึงไปหานูฮฺ และพูดว่า: "โอ้ นูฮฺ ท่านเป็นเราะสูลคนแรกที่ถูกส่งมายังโลก และพระองค์ได้เรียกท่านว่าเป็นบ่าวผู้สำนึกบุญคุณ ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" นูฮฺ อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยวิงวอนสาปแช่งต่อกลุ่มชนของฉัน ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหาอิบราฮีมเถิด" พวกเขาจึงไปหาอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม และพูดว่า: "โอ้ อิบรอฮีม ท่านเป็นนบีของอัลลอฮ์และเป็นคนสนิทของพระองค์บนโลกนี้ ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยพูดโกหกสามครั้ง ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหามูซาเถิด" พวกเขาจึงไปหามูซา อะลัยฮิสลาม และพูดว่า:" โอ้ มูซา ท่านเป็นเราะสูลของอัลลอฮ์ และพระองค์ได้ยกย่องท่านด้วยการส่งสาส์นให้แก่ท่านและตรัสกับท่าน ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" มูซา อะลัยฮิสลาม ตอบว่า:"พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยฆ่าคนที่ฉันไม่ได้รับคำสั่งให้ฆ่า ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหาอีซาเถิด" พวกเขาจึงไปหาอีซา อะลัยฮิสลาม และพูดว่า: "โอ้ อีซา ท่านเป็นเราะสูลของอัลลอฮ์ คำตรัสของพระองค์ที่พระองค์ทรงให้แก่มัรยัม และเป็นจิตวิญญาณจากพระองค์ ท่านได้พูดกับผู้คนตั้งแต่ยังอยู่ในเปล ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อีซา อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงความผิดบาปใด ๆ ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหามุฮัมมัดเถิด" พวกเขาจึงไปหามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และพูดว่า: 'โอ้ มุฮัมมัด ท่านเป็นร่อซูลของอัลลอฮ์ และเป็นนบีคนสุดท้าย พระองค์ทรงอภัยให้แก่ท่านทั้งความผิดที่ผ่านไปและความผิดที่อาจเกิดในภายหลัง ขอท่านได้ช่วยวิงวอนต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?' ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: 'ฉันจึงเดินไปยังใต้บัลลังก์ของอัลลอฮ์ และก้มลงสูญูดต่อพระองค์ จากนั้น พระองค์จะทรงเปิดเผยคำสรรเสริญที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน และพระองค์จะตรัสว่า: "โอ้ มุฮัมมัด จงเงยหน้าขึ้นขอเถิด แล้วจะได้รับ และจงวิงวอน แล้วจะได้รับการตอบรับ" ฉันจึงเงยหน้าขึ้นและกล่าวว่า: "ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า" พระองค์จะตรัสว่า: 'โอ้ มุฮัมมัด จงพาคนในประชาชาติของเจ้าที่ไม่มีการสอบสวนเข้าไปยังประตูขวาสุดของสวรรค์ และพวกเขาจะเข้าไปในประตูอื่น ๆ ร่วมกับคนอื่น ๆ' และท่านกล่าวต่อไปว่า: 'ขอสาบานต่อพระผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ความกว้างระหว่างประตูสวรรค์สองบานนั้นเทียบเท่ากับระยะทางระหว่างมักกะฮ์ถึงฮิมยัร หรือระหว่างมักกะฮ์ถึงบุสรอ'"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ผู้ใดที่เขามีการอธรรมต่อพี่น้องของเขาในเรื่องเกียรติ์ศักดิ์ศรีของเขาหรือสิ่งอื่นใด เขาก็จงไปขออภัย(ฮะลาล)กับเขาเสียแต่ในวันนี้เถิด ก่อนที่ถึง(วัน)ที่ไม่มีทองไม่มีเงิน หากเขามีความดีใดๆ อยู่ ก็จะถูกเอาไปจากเขาตามปริมาณที่เขาไปอธรรมไว้ แต่หากเขาไม่มีความดีใดอีก จะถูกเอาบาปจากคู่กรณีของเขาแล้วให้เขาแบกรับมันไว้แทน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
“วันกิยามะฮ์จะยังไม่อุบัติขึ้นจนกว่าดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก เมื่อมันขึ้นมาทางทิศตะวันตกแล้วมวลมนุษย์จะกลายเป็นผู้ศรัทธามั่น แต่ ณ วันนั้น{จะไม่อำนวยประโยชน์แก่ชีวิตหนึ่งชีวิตใดซึ่งการศรัทธาของเขาโดยที่เขามิได้ศรัทธามาก่อน หรือมิได้แสวงหาความดีใด ๆ ไว้ในการศรัทธาของเขา} [ซูเราะฮ์อัลอันอาม :158] ” และแน่นอนวันกิยามะฮ์จะเกิดขึ้น (ในทันใด) ขณะที่คนสองคนปูผ้าระหว่างพวกเขาและไม่ทันต่อรองราคา และพวกเขาไม่ทันพับมัน วันกิยามะฮ์นี้จะมาถึง ขณะที่ชายคนหนึ่งแบกน้ำนมอูฐของเขา แต่ไม่ทันที่จะดื่มมัน วันกิยามะฮ์นี้จะมาถึง ขณะที่คนไม่สามารถเตรียมถังสำหรับให้น้ำปศุสัตว์ของเขาได้ และวันกิยามะฮ์นี้จะมาถึง ขณะที่ชายคนหนึ่งในพวกท่านเอาอาหารเพื่อใส่ปากของเขาแต่ไม่ทันที่จะกินมัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม