عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (14)
เมื่อครั้งที่อบูฎอลิบใกล้จะเสียชีวิต ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เข้าไปหาเขา แล้วพบว่ามีอบูญะฮัลและอับดุลลอฮ์ บิน อบูอุมัยยะฮ์ บิน อัลมุฆีเราะฮ์ร่วมอยู่ด้วย แล้วท่านเราะซูลก็กล่าวว่า "โอ้ลุงของฉัน จงกล่าว ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์ (ไม่มีพระเจ้าที่แท้จริงที่ควรเคารพภักดี นอกจากอัลลอฮ์) ซึ่งเป็นคำที่ฉันจะใช้พิพาทให้แก่ท่านต่อหน้าอัลลอฮ์" อบูญะฮัลและอับดุลลอฮ์ บิน อบูอุมัยยะฮ์ กล่าวถามอบูฏอลิบว่า เจ้าจะละทิ้งศาสนาของอับดุลมุฏเฏาะลิบกระนั้นหรือ? ท่านเราะซูลก็ยังคงเสนอให้อบูฏอลิบกล่าวคำดังกล่าว และทั้งสองก็ตอบกลับด้วยคำพูดเช่นเดิม จนกระทั่งอบูฏอลิบกล่าวคำสุดท้ายว่า ฉันจะอยู่บนศาสนาของอับดุลมุฏเฏาะลิบ และปฏิเสธที่จะกล่าว ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์ บิดาของซะอีดกล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ แน่นอน ฉันจะขออภัยโทษให้แก่เจ้า ตราบใดที่ฉันยังไม่ถูกห้ามจากเจ้า" จากนั้นอัลลอฮ์ก็ประทานอายะฮ์ลงมาว่า {ไม่สมควรแก่นะบีและบรรดาผู้ศรัทธาที่จะขออภัยโทษให้แก่พวกตั้งภาคี} [อัตเตาบะฮ์ : 113] และพระองค์ประทานอายะฮ์เกี่ยวกับอบูฏอลิบ โดยกล่าวแก่เราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า {แท้จริง เจ้าไม่สามารถที่จะชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่เจ้ารักได้ แต่อัลลอฮ์ทรงชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์} [อัลเกาะศ็อศ: 56]
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ทุกๆ ข้อต่อของร่างกายมนุษย์จำเป็นต้องทำการบริจาคทานเศาะดะเกาะฮ์ (เพื่อเป็นการขอบคุณทดแทนต่ออัลลอฮฺที่ทรงประทานข้อต่อเหล่านั้น) ในทุกๆ วันที่ดวงอาทิตย์ยังขึ้นอยู่ ซึ่งการที่ท่านให้ความเป็นธรรมระหว่างคนสองคนก็เป็นการบริจาคทาน การที่ท่านช่วยเหลือชายคนหนึ่งในเรื่องสัตว์พาหนะของเขาโดยท่านพยุงเขาให้ขึ้นขี่มันหรือช่วยยกสัมภาระขึ้นบนสัตว์พาหนะของเขา ล้วนเป็นการบริจาคทาน คำพูดที่ดีก็เป็นการบริจาคทาน ทุกๆ ย่างก้าวที่ท่านเดินไปละหมาดก็เป็นการบริจาคทาน และการที่ท่านขจัดสิ่งที่เป็นอันตรายหรืออาจก่อความเดือดร้อนออกจากท้องถนนก็เป็นการบริจาคทานเช่นกัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์และมุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ได้ส่งกองกำลังทหารออกไปยังที่หนึ่ง และได้แต่งตั้งชายคนหนึ่งจากชาวอันศอรเป็นผู้บัญชาการ ท่านได้สั่งให้พวกเขาเชื่อฟังเขา ชายคนนั้นโกรธและกล่าวว่า “ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ไม่ได้สั่งให้พวกเจ้าเชื่อฟังข้าดอกหรือ?” พวกเขากล่าวว่า “ใช่” เขากล่าวว่า “งั้นก็จงรวบรวมฟืนให้ฉัน” ดังนั้นพวกเขาจึงรวบรวมฟืน และเขากล่าวว่า “จงจุดไฟ” พวกเขาก็จุดไฟ และเขากล่าวว่า “จงเข้าไปเถิด” พวกเขากำลังจะเข้าไป แต่บางคนก็ยับยั้งบางคนไว้ แล้วกล่าวว่า “พวกเราหนีจากไฟมาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม พวกเขายังคงโต้เถียงกันต่อไปจนกระทั่งไฟดับลง และความโกรธของเขาก็สงบลง และเรื่องราวนี้ก็ได้ไปถึงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม และท่านกล่าวว่า: “หากพวกเขาเข้าไปในนั้น พวกเขาคงไม่ได้ออกมาจนกว่าจะถึงวันแห่งการฟื้นคืนชีพ การเชื่อฟังนั้นจำเป็นต่อสิ่งที่ถูกต้อง”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“อุปมาผู้ที่อยู่ในขอบเขตของอัลลอฮ์กับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในนั้น ก็เปรียบเสมือนกลุ่มชนที่จับสลากบนเรือ แล้วบางคนจับสลากได้อยู่ชั้นบนและบางคนก็จับสลากได้อยู่ชั้นล่าง แต่ครั้นเมื่อผู้ที่อยู่ด้านล่างของเรือต้องการจะใช้น้ำ พวกเขาก็ต้องเดินขึ้นไปชั้นบนต้องเดินผ่านบรรดาผู้ที่อยู่เหนือพวกเขา พวกเขาจึงกล่าวว่า หากเราได้เจาะในส่วนของเรา เราจะได้ไม่ไปรบกวนคนที่อยู่ด้านบน ดังนั้นหากพวกเขาไม่สนใจคนกลุ่มนั้นและปล่อยให้พวกเขากระทำสิ่งที่ต้องการนั้น พวกเขาทั้งหมดก็จะต้องพินาศ แต่ถ้าพวกเขายับยั้งการกระทำนั้นได้ พวกเขาก็จะรอดกันทุกคน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จงเผยแผ่จากฉัน แม้จะเพียงหนึ่งอายะฮ์ก็ตาม และจงรายงานจากบนีอิสรออีลและไม่ต้องกังวลใดๆ และผู้ใดโกหกต่อฉันโดยเจตนาก็จงเตรียมที่นั่งของเขาไว้ในไฟนรกเถิด
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
“แท้จริงจะมีคนเห็นแก่ตัว(ผู้ปกครอง) และสิ่งต่างๆ ที่พวกเจ้ารับไม่ได้” พวกเขาถามว่า “โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ แล้วท่านจะใช้ให้พวกเราทำอย่างไร?” ท่านตอบว่า “ทำหน้าที่ที่วาญิบเหนือพวกเจ้า และขอต่ออัลลอฮ์ทรงประทานสิ่งที่เป็นสิทธิของพวกเจ้า"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ขณะที่เรานั่งอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในมัสยิด มีชายคนหนึ่งขี่อูฐมา เขาให้อูฐของเขาคุกเข่าลงในมัสยิด จากนั้นก็ผูกมัดมัน และกล่าวว่า “ใครในหมู่พวกท่านคือมุฮัมมัด?” ซึ่งขณะนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กำลังนั่งเอนกายท่ามกลางพวกเรา เราตอบว่า: "ชายผิวขาวผู้นี้ที่กำลังนั่งเอนกาย" ชายผู้นั้นกล่าวกับท่านว่า “โอ้ บุตรของอับดุลมุฏฏอลิบ!” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "ฉันตอบรับคำถามของท่าน" ชายผู้นั้นกล่าวกับท่านนบีว่า: "ฉันอยากจะถามอะไรท่านสักอย่างและคงยากสำหรับท่านกับคำถามนี้ ดังนั้นอย่าโกรธกัน" ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "จงถามมาในสิ่งใดก็ตามที่ท่านต้องการ" ชายคนนั้นกล่าวว่า "ฉันขอวิงวอนขอต่อพระผู้อภิบาลของท่าน และพระผู้อภิบาลของผู้ที่มาก่อนท่าน อัลลอฮ์ได้ส่งท่านมาเป็นเราะซูลแก่มวลมนุษยชาติใช่หรือไม่?" ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตอบว่า: "โอ้แด่อัลลอฮ์ ใช่แล้ว" ชายผู้นั้นกล่าวต่อไปว่า "ฉันขอวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ อัลลอฮ์ได้ทรงสั่งท่านให้เราทำการละหมาด 5 ครั้งในวันหนึ่งและคืนหนึ่งใช่หรือไม่? ท่านตอบว่า "โอ้แด่อัลลอฮ์ ใช่แล้ว" ชายผู้นั้นกล่าวต่อไปว่า "ฉันขอวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ อัลลอฮ์ทรงสั่งให้เราถือศีลอดในเดือนนี้ของทุกปีใช่หรือไม่? เขาตอบว่า "โอ้แด่อัลลอฮ์ ใช่แล้ว" ชายผู้นั้นกล่าวว่า "ฉันขอวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ อัลลอฮ์ได้ทรงสั่งให้ท่านรับการบริจาคนี้จากคนมั่งมีในหมู่พวกเราและทำการแจกจ่ายให้แก่คนยากจนในหมู่พวกเราใช่หรือไม่? ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตอบว่า: "โอ้แด่อัลลอฮ์ ใช่แล้ว" จากนั้นชายคนนั้นกล่าวว่า: "ฉันศรัทธาในสิ่งที่ท่านนำมา และฉันเป็นตัวแทนที่ถูกส่งมาจากคนของฉันในฐานะผู้ส่งสาร ฉันคือดิมาม บิน ษะละบะฮ์ จากพี่น้องของบนูสะอัด บิน บักร์ "
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“แท้จริงศาสนาอิสลามนั้นง่ายและไม่มีใครทำให้กิจการของศาสนานั้นเป็นเรื่องยาก เว้นแต่จะต้องยอมจำนนไม่เอาในที่สุด แต่พวกเจ้าจงปฏิบัติให้ถูกต้องและให้ใกล้เคียง กับความสมบูรณ์มากที่สุด จงรับข่าวดีของผลบุญที่มากมาย และจงฉวยโอกาสในช่วงเช้า ช่วงเย็นและส่วนหนึ่งของเวลากลางคืน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์