Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

208 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ผู้รายงาน

แสดงผู้รายงานทั้งหมด (79)
أبو ذر2 أبو قتادة2 أبو موسى الأشعري2 ‌أبي هريرة2 حذيفة2 سهل بن سعد2 عبادة بن الصامت2 عبد الله بن عمرو2 علي2 إبراهيم النخعي عن همام بن الحارث قال1 ‌ابن أبي أوفى1 أبو أمامة إياس بن ثعلبة الحارثي1 أبو أيوب الأنصاري1 أبو بردة بن أبي موسى1 أبو حازم بن دينار1 أبو حميد الساعدي1 أبو سعيد1 أبو عبد الرحمن عبد الله بن عمر بن الخطاب1 أبو عبد الله جابر بن عبد الله الأنصاري1 أبو مالك الأشعري1 أبو مالك الحارث بن عاصم الأشعري1 أبو مرثد الغنوي1 أبو هريرة رضي لله عنه قال1 أبو هريرة قال1 أبو يعلى شداد بن أوس1 ‌أبي الزبير قال1 ‌أبي حميد أو عن ‌أبي أسيد قال1 ‌أبي قتادة السلمي1 أبيه أبي موسى الأشعري1 البراء1 البراء بن عازب1 المغيرة1 النعمان بن بشير1 أم قيس بنت محصن1 ثوبان1 جابر بن سمرة1 ‌حطان بن عبد الله الرقاشي قال1 رافع بن خديج1 زيد بن ثابت1 سعد1 سعد بن أبي وقاص1 سفينة1 سلمان1 ‌سهل1 شداد بن أوس1 شريح بن هانئ قال1 عبد الرحمن بن أبي ليلى قال1 عبد الله بن عمر وأبي هريرة1 عبد الله بن عمرو بن العاص1 ‌عبد الله بن عمرو بن العاص1 عبد الله بن مغفل1 عبد الله بن يزيد الخطمي قال1 عثمان بن أبي العاص1 عثمان بن أبي العاص الثقفي1 عثمان بن عفان1 عدي بن حاتم1 عقبة بن عامر الجهني1 عمار بن ياسر1 عمر1 عمر بن الخطاب1 عمرو بن سليم الأنصاري قال1 كعب بن عجرة1 مالك بن أوس بن الحدثان أنه قال1 ‌محمود بن لبيد1 معاذة قالت1 معاوية1 ميمونة أم المؤمنين1 ‌وراد كاتب المغيرة بن شعبة قال1 يحيى بن عمارة المازني قال1
"พวกท่านอย่าได้นั่งบนหลุมฝังศพ และอย่าได้ละหมาดด้วยการหันไปทางมัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ผู้ใดที่กล่าวในตอนที่เขาได้ยินผู้อาซาน ว่า (أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، وَأَنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ وَرَسُولُهُ، رَضِيتُ بِاللهِ رَبًّا وَبِمُحَمَّدٍ رَسُولًا، وَبِالْإِسْلَامِ دِينًا) เขาจะได้รับการอภัยโทษ
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เข้าไปในมัสยิด และชายคนหนึ่งได้เข้าไปละหมาด จากนั้นได้ให้สลามต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดังนั้นท่านจึงตอบกลับสลามและกล่าวว่า: “เจ้าจงกลับไปละหมาดใหม่ เพราะแท้จริงแล้วเจ้ายังไม่ได้ละหมาด” ดังนั้นเขาจึงกลับไปละหมาดใหม่ดั่งที่เขาเคยละหมาด แล้วเขาก็มาให้สลามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านก็ตอบกลับว่า: “เจ้าจงกลับไปละหมาดใหม่ เพราะแท้จริงแล้วเจ้ายังไม่ได้ละหมาด” ถึงสามครั้ง แล้วชายคนนั้นก็ได้กล่าวว่า: "ขอสาบานต่อผู้ที่ส่งท่านมาพร้อมกับความจริงว่า ฉันไม่สามารถทำสิ่งใดได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้นโปรดสอนฉันด้วยเถิด และท่านก็กล่าวว่า: “เมื่อเจ้ายืนขึ้นเพื่อละหมาด จงกล่าว “อัลลอฮ์ อักบัร” จากนั้นให้อ่านสิ่งที่ง่ายสำหรับเจ้าจากอัลกุรอาน แล้วจงรุกัวะจนกว่าท่านจะสงบในท่ารุกัวะ จากนั้นจงยืนขึ้นจนกระทั่งหลังของท่านตรง จากนั้นจงสุญูดจนกระทั่งท่านสงบในท่าสุญูด แล้วจงเงยหน้าขึ้นจนกระทั่งท่านสงบในท่านั่ง และจงปฏิบัติเช่นนี้ในทุกส่วนของการละหมาดของท่านทั้งหมด”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“เมื่อลูกหลานของอาดัมได้เสียชีวิต การงานของเขาจะถูกตัดขาดลงยกเว้นเพียงสามประการคือ การบริจาคทานที่ถาวร ความรู้ที่ยังประโยชน์ หรือบุตรที่ดีขอดุอาอ์ให้กับเขา”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“เมื่อพวกเจ้าได้ยินเสียงประกาศ(เรียกสู่การละหมาด) ก็จงกล่าวตามที่ผู้ประกาศได้กล่าวไว้”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ใครก็ตามที่กล่าวตัสบีห์ (สุบหานัลลอฮ์) หลังจากการละหมาดทุกเวลาสามสิบสามครั้ง และกล่าวตะห์มีด(อัลหัมดุลิลลาฮ์) สามสิบสามครั้ง และกล่าวตักบีร (อัลลอฮุอักบัร) สามสิบสามครั้ง ซึ่งทั้งหมดนั้นรวมเป็นเก้าสิบเก้าครั้ง และครบหนึ่งร้อยด้วยการที่เขากล่าวว่า: " لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ คำอ่าน: "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วะห์ดะฮู ลา ชะรีกะละฮ์, ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวา อะลา กุลลิชัยอิน เกาะดีร" เขาจะได้รับการอภัยโทษจากความผิดทั้งหลาย แม้มันจะมีมากเท่าฟองน้ำในท้องทะเลก็ตาม”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"แท้จริง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อ่านในร็อกอะฮ์ทั้งสองแห่งฟัจญ์ริ (ละหมาดซุนนะฮ์ก่อนละหมาดฟัจญ์ริ): (กุลยาอัยยุฮัลกาฟิรูน) ความว่า {จงกล่าวเถิด โอ้ผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย} และ (กุลฮุวัลลอฮุอะหัด) ความว่า {จงกล่าวว่า พระองค์อัลลอฮ์คือ พระเจ้าหนึ่งเดียว}
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ในขณะที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อยู่กับพวกเรา เราได้เคยออกซะกาตุลฟิตเราะห์ ให้เด็กและผู้ใหญ่ ผู้เป็นไทหรือเป็นทาส เป็นอาหาร(แป้ง)หนึ่งศออ์ หรือชีสเเข็งหนึ่งศออ์ หรือข้าวบาร์เลย์หนึ่งศออ์ หรือผลอินทผาลัมหนึ่งศออ์ หรือลูกเกดหนึ่งศออ์ เราได้ปฎิบัติอย่างนี้ตลอด จนกระทั่ง มุอาวิยะฮ์ บิน อบีซุฟยาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ มาหาเราในฐานะผู้ที่ทำฮัจญ์ หรือผู้ที่ทำอุมเราะห์ และเขาได้พูดคุยกับผู้คนบนมิมบัร และสิ่งที่เขาพูดกับผู้คนคือ: ฉันเห็นว่าข้าวสาลีสองมุดของชาวเมืองชามเท่ากับอินทผลัมหนึ่งศออ์ ดังนั้นผู้คนจึงยอมรับสิ่งนั้น อบูสะอีด กล่าวว่า : สำหรับฉัน ฉันยังคงจ่ายมันตามวิธีที่ฉันเคยจ่าย ฉันจะทำมันตราบเท่าที่ฉันยังมีชีวิตอยู่
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม