عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
หมวดหมู่ (14)
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
แสดงแหล่งที่มาที่เหลือ
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (79)
"พวกท่านอย่าได้นั่งบนหลุมฝังศพ และอย่าได้ละหมาดด้วยการหันไปทางมัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ผู้ใดที่กล่าวในตอนที่เขาได้ยินผู้อาซาน ว่า (أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، وَأَنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ وَرَسُولُهُ، رَضِيتُ بِاللهِ رَبًّا وَبِمُحَمَّدٍ رَسُولًا، وَبِالْإِسْلَامِ دِينًا) เขาจะได้รับการอภัยโทษ
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เข้าไปในมัสยิด และชายคนหนึ่งได้เข้าไปละหมาด จากนั้นได้ให้สลามต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดังนั้นท่านจึงตอบกลับสลามและกล่าวว่า: “เจ้าจงกลับไปละหมาดใหม่ เพราะแท้จริงแล้วเจ้ายังไม่ได้ละหมาด” ดังนั้นเขาจึงกลับไปละหมาดใหม่ดั่งที่เขาเคยละหมาด แล้วเขาก็มาให้สลามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านก็ตอบกลับว่า: “เจ้าจงกลับไปละหมาดใหม่ เพราะแท้จริงแล้วเจ้ายังไม่ได้ละหมาด” ถึงสามครั้ง แล้วชายคนนั้นก็ได้กล่าวว่า: "ขอสาบานต่อผู้ที่ส่งท่านมาพร้อมกับความจริงว่า ฉันไม่สามารถทำสิ่งใดได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้นโปรดสอนฉันด้วยเถิด และท่านก็กล่าวว่า: “เมื่อเจ้ายืนขึ้นเพื่อละหมาด จงกล่าว “อัลลอฮ์ อักบัร” จากนั้นให้อ่านสิ่งที่ง่ายสำหรับเจ้าจากอัลกุรอาน แล้วจงรุกัวะจนกว่าท่านจะสงบในท่ารุกัวะ จากนั้นจงยืนขึ้นจนกระทั่งหลังของท่านตรง จากนั้นจงสุญูดจนกระทั่งท่านสงบในท่าสุญูด แล้วจงเงยหน้าขึ้นจนกระทั่งท่านสงบในท่านั่ง และจงปฏิบัติเช่นนี้ในทุกส่วนของการละหมาดของท่านทั้งหมด”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“เมื่อลูกหลานของอาดัมได้เสียชีวิต การงานของเขาจะถูกตัดขาดลงยกเว้นเพียงสามประการคือ การบริจาคทานที่ถาวร ความรู้ที่ยังประโยชน์ หรือบุตรที่ดีขอดุอาอ์ให้กับเขา”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“เมื่อพวกเจ้าได้ยินเสียงประกาศ(เรียกสู่การละหมาด) ก็จงกล่าวตามที่ผู้ประกาศได้กล่าวไว้”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ใครก็ตามที่กล่าวตัสบีห์ (สุบหานัลลอฮ์) หลังจากการละหมาดทุกเวลาสามสิบสามครั้ง และกล่าวตะห์มีด(อัลหัมดุลิลลาฮ์) สามสิบสามครั้ง และกล่าวตักบีร (อัลลอฮุอักบัร) สามสิบสามครั้ง ซึ่งทั้งหมดนั้นรวมเป็นเก้าสิบเก้าครั้ง และครบหนึ่งร้อยด้วยการที่เขากล่าวว่า:
" لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ
คำอ่าน: "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วะห์ดะฮู ลา ชะรีกะละฮ์, ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวา อะลา กุลลิชัยอิน เกาะดีร"
เขาจะได้รับการอภัยโทษจากความผิดทั้งหลาย แม้มันจะมีมากเท่าฟองน้ำในท้องทะเลก็ตาม”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"แท้จริง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อ่านในร็อกอะฮ์ทั้งสองแห่งฟัจญ์ริ (ละหมาดซุนนะฮ์ก่อนละหมาดฟัจญ์ริ): (กุลยาอัยยุฮัลกาฟิรูน) ความว่า {จงกล่าวเถิด โอ้ผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย} และ (กุลฮุวัลลอฮุอะหัด) ความว่า {จงกล่าวว่า พระองค์อัลลอฮ์คือ พระเจ้าหนึ่งเดียว}
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ในขณะที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อยู่กับพวกเรา เราได้เคยออกซะกาตุลฟิตเราะห์ ให้เด็กและผู้ใหญ่ ผู้เป็นไทหรือเป็นทาส เป็นอาหาร(แป้ง)หนึ่งศออ์ หรือชีสเเข็งหนึ่งศออ์ หรือข้าวบาร์เลย์หนึ่งศออ์ หรือผลอินทผาลัมหนึ่งศออ์ หรือลูกเกดหนึ่งศออ์ เราได้ปฎิบัติอย่างนี้ตลอด จนกระทั่ง มุอาวิยะฮ์ บิน อบีซุฟยาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ มาหาเราในฐานะผู้ที่ทำฮัจญ์ หรือผู้ที่ทำอุมเราะห์ และเขาได้พูดคุยกับผู้คนบนมิมบัร และสิ่งที่เขาพูดกับผู้คนคือ: ฉันเห็นว่าข้าวสาลีสองมุดของชาวเมืองชามเท่ากับอินทผลัมหนึ่งศออ์ ดังนั้นผู้คนจึงยอมรับสิ่งนั้น อบูสะอีด กล่าวว่า : สำหรับฉัน ฉันยังคงจ่ายมันตามวิธีที่ฉันเคยจ่าย ฉันจะทำมันตราบเท่าที่ฉันยังมีชีวิตอยู่
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม