Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

207 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ผู้รายงาน

แสดงผู้รายงานทั้งหมด (79)
أبو ذر2 أبو قتادة2 أبو موسى الأشعري2 ‌أبي هريرة2 حذيفة2 سهل بن سعد2 عبادة بن الصامت2 عبد الله بن عمرو2 علي2 إبراهيم النخعي عن همام بن الحارث قال1 ‌ابن أبي أوفى1 أبو أمامة إياس بن ثعلبة الحارثي1 أبو أيوب الأنصاري1 أبو بردة بن أبي موسى1 أبو حازم بن دينار1 أبو حميد الساعدي1 أبو سعيد1 أبو عبد الرحمن عبد الله بن عمر بن الخطاب1 أبو عبد الله جابر بن عبد الله الأنصاري1 أبو مالك الأشعري1 أبو مالك الحارث بن عاصم الأشعري1 أبو مرثد الغنوي1 أبو هريرة رضي لله عنه قال1 أبو هريرة قال1 أبو يعلى شداد بن أوس1 ‌أبي الزبير قال1 ‌أبي حميد أو عن ‌أبي أسيد قال1 ‌أبي قتادة السلمي1 أبيه أبي موسى الأشعري1 البراء1 البراء بن عازب1 المغيرة1 النعمان بن بشير1 أم قيس بنت محصن1 ثوبان1 جابر بن سمرة1 ‌حطان بن عبد الله الرقاشي قال1 رافع بن خديج1 زيد بن ثابت1 سعد1 سعد بن أبي وقاص1 سفينة1 سلمان1 ‌سهل1 شداد بن أوس1 شريح بن هانئ قال1 عبد الرحمن بن أبي ليلى قال1 عبد الله بن عمر وأبي هريرة1 عبد الله بن عمرو بن العاص1 ‌عبد الله بن عمرو بن العاص1 عبد الله بن مغفل1 عبد الله بن يزيد الخطمي قال1 عثمان بن أبي العاص1 عثمان بن أبي العاص الثقفي1 عثمان بن عفان1 عدي بن حاتم1 عقبة بن عامر الجهني1 عمار بن ياسر1 عمر1 عمر بن الخطاب1 عمرو بن سليم الأنصاري قال1 كعب بن عجرة1 مالك بن أوس بن الحدثان أنه قال1 ‌محمود بن لبيد1 معاذة قالت1 معاوية1 ميمونة أم المؤمنين1 ‌وراد كاتب المغيرة بن شعبة قال1 يحيى بن عمارة المازني قال1
แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ส่งเขาไปยังประเทศเยเมน แล้วท่านนบีได้ถามเขาเกี่ยวกับเครื่องดื่ม (ที่ประเทศเยเมน) ว่าทำมาจากอะไร เขาได้ตอบว่า อัล-บิตอุ และ อัล-มิซรุ มีคนถามอบู บุรดะฮ์ ว่า อัล-บิตอุคืออะไร? เขาได้ตอบไปว่า อัล-บิตอุคือไวน์ที่ทำมาจากน้ำผึ้ง และอัล-มิซรุ คือไวน์ที่ทำมาจากข้าวบาร์เลย์ แล้วท่านนบีก็กล่าวว่า "ทุกสิ่งที่มึนเมานั้นเป็นที่ต้องห้าม" บันทึกโดย อัลบุคอรีย์
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์และมุสลิม
"เมื่อถึงยุคสุดท้ายจะมีผู้คนกลุ่มหนึ่งเป็นผู้คนอายุยังน้อย ความฉลาดก็ยังน้อย พวกเขาจะพูดถ้อยคำที่ดีที่สุดแห่งมนุษยชาติ พวกเขาจะออกไปจากอิสลามเหมือนลูกศรที่ออกไปจากธนู ความศรัทธาของพวกเขานั้นไม่เกินคอของพวกเขา ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่พวกเจ้าพบพวกเขา ก็จงฆ่าพวกเขา เพราะการฆ่าพวกเขาจะมีรางวัลสำหรับผู้ที่ฆ่าพวกเขาในวันฟื้นคืนชีพ"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"การละหมาดของชายคนหนึ่งที่เป็นญะมาอะฮ์ ผลบุญจะทวีคูณกว่าการละหมาดของเขาที่ตลาดและบ้านของเขาถึงยี่สิบกว่าเท่า โดยที่เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าเขาได้อาบน้ำละหมาด แล้วเขาก็อาบมันอย่างดี หลังจากนั้นเขาได้ไปยังมัสญิดโดยไม่มีจุดประสงค์อื่นใดนอกจากเพื่อทำการละหมาด ไม่มีสิ่งใดผลักดันเขา (ให้เดินออกไป) นอกจากการละหมาด เขาจะไม่ก้าวเท้าหนึ่งก้าวนอกจากเขาจะถูกยกระดับหนึ่งขั้น และจะถูกลบความผิดหนึ่งความผิดจนกระทั่งเขาได้ก้าวเข้ามัสญิด และเมื่อเขาได้เข้าในมัสญิด ก็เสมือนกับว่าเขาได้อยู่ในการละหมาดตราบใดที่การละหมาดนั้นได้กักขังเขาไว้ และบรรดามลาอิกะฮ์ต่างวิงวอนให้กับคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าตราบใดที่เขายังคงนั่งในที่ที่เขาได้ละหมาด บรรดามลาอิกะฮ์จะกล่าวว่า โอ้อัลลอฮ์โปรดเมตตาแก่เขาด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์โปรดอภัยโทษให้แก่เขาด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์โปรดตอบรับการกลับตัว (เตาบะฮ์) ของเขาด้วยเถิด ตราบใดที่เขามิได้ก่อความเดือดร้อนและมิได้มีหะดัษ (เสียน้ำละหมาด) ณ สถานที่นั้น”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "سَمِعَ اللَّهُ لِمَنْ حَمِدَهُ"(เงยจากรุกั๊วะอ์) ไม่มีใครในหมู่พวกเราโน้มหลังของเขา(เพื่อลงไปสุญูด) จนกว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะลงไปสุญูดเป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน หลังจากนั้นเราจึงจะลงไปสุญูด"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ชัยฏอนจะผูกปมที่ต้นคอคนหนึ่งคนใดเมื่อนอนหลับจำนวนสามปมด้วยกัน แต่ละปมจะมีการย้ำคำว่า เจ้ายังมีเวลาหลับอีกยาวนาน ฉะนั้นจงหลับต่อไป หากเขาตื่นในตอนนั้นแล้วระลึกถึงอัลลอฮ์จุดหนึ่งก็จะถูกคลายไป และหากเขาไปอาบน้ำละหมาดอีกจุดหนึ่งก็จะถูกคลายไป และเมื่อเขาไปละหมาดอีกจุดสุดท้ายก็จะถูกคลายไป ในที่สุดเขาก็จะมีความกระฉับกระเฉง รู้สึกสบายกาย มิฉะนั้นแล้วเขาจะรู้สึกไม่ดีและขี้เกียจ”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ผู้ใดที่ถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอนด้วยความศรัทธามั่นและหวังในผลบุญ เขาจะได้รับการอภัยโทษจากบาปของเขาที่ผ่านมา"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งหลังจากตักบีรในเวลาละหมาด ก่อนที่จะอ่าน (อัล-ฟาติฮะห์) จากนั้นฉันก็ถามว่า "โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ด้วยบิดาและมารดาของฉันเป็นค่าไถ่สำหรับท่าน ท่านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการนิ่งเงียบของท่านระหว่างการตักบีรและการอ่าน (อัลฟาติหะฮ์) ท่านกำลังอ่านอะไรหรือเปล่า?" ท่านตอบว่า "ฉันกล่าวว่า" «اللهُمَّ بَاعِدْ بَيْنِي وَبَيْنَ خَطَايَايَ كَمَا بَاعَدْتَ بَيْنَ الْمَشْرِقِ وَالْمَغْرِبِ، اللهُمَّ نَقِّنِي مِنْ خَطَايَايَ كَمَا يُنَقَّى الثَّوْبُ الْأَبْيَضُ مِنَ الدَّنَسِ، اللهُمَّ اغْسِلْنِي مِنْ خَطَايَايَ بِالثَّلْجِ وَالْمَاءِ وَالْبَرَدِ» ความว่า "โอ้อัลลอฮ์ โปรดทำให้ระหว่างฉันกับความผิดพลาดของฉันได้ห่างออกจากกัน ดังเช่นที่พระองค์ทรงทำให้ระยะห่างระหว่างตะวันออกกับตะวันตก โอ้อัลลอฮ์ โปรดทรงชำระฉันให้พ้นจากความผิดของฉัน ดังเช่นผ้าขาวที่ถูกขจัดคราบสกปรกออกไป โอ้ อัลลอฮ์ โปรดทรงชำระล้างฉันจากความผิดของฉันด้วยน้ำ หิมะ และลูกเห็บ ด้วยเถิด"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
แม่ของข้าพเจ้า (นางอุมมะห์ บินต์ รอวาฮะฮ์) ได้ขอบางส่วนจากทรัพย์สินของบิดาข้าพเจ้าเพื่อเป็นของขวัญให้แก่ลูกชายของนาง (หมายถึงข้าพเจ้า) แต่บิดาของข้าพเจ้าชะลอเรื่องนี้ไว้เป็นเวลาหนึ่งปี ต่อมาท่านจึงตัดสินใจที่จะให้ และแม่ของข้าพเจ้ากล่าวว่า: "ฉันจะไม่พอใจจนกว่าท่านจะให้ท่านรอซูลุลลอฮ์ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นพยานในสิ่งที่ท่านมอบให้แก่ลูกชายของฉัน" ดังนั้นพ่อของฉันจึงจับมือฉันไว้ในตอนนั้นฉันยังเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง และพาไปหาท่านรอซูลุลลอฮ์ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบิดาข้าพเจ้ากล่าวว่า: โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮ์ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แม่ของเด็กคนนี้ (อุมมะห์ บินต์ รอวาฮะฮ์) ปรารถนาให้ฉันให้ท่านเป็นพยานในสิ่งที่ฉันได้มอบให้แก่ลูกชายของนาง"ท่านรอซูลุลลอฮ์ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมจึงกล่าวว่า: "โอ้ บะชีร ท่านมีบุตรคนอื่นนอกจากเด็กคนนี้หรือไม่?" เขาตอบว่า: "มีครับ" ท่านกล่าวว่า: "ท่านได้มอบสิ่งเดียวกันนี้ให้แก่บุตรคนอื่นทุกคนหรือไม่?" เขาตอบว่า: "ไม่ครับ" ท่านรอซูลุลลอฮ์ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า: "ถ้าเช่นนั้น อย่าให้ฉันเป็นพยาน เพราะแท้จริงฉันไม่เป็นพยานในสิ่งที่อยุติธรรม" และในรายงานของมุสลิม: "จงไปหาคนอื่นให้เป็นพยานในเรื่องนี้แทนฉัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม โดยมีถ้อยคำรายงานหลายสำนวน