عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
ผู้รายงาน
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อ่านโองการนี้: {هُوَ الَّذِي أَنْزَلَ عَلَيْكَ الْكِتَابَ مِنْهُ آيَاتٌ مُحْكَمَاتٌ هُنَّ أُمُّ الْكِتَابِ وَأُخَرُ مُتَشَابِهَاتٌ فَأَمَّا الَّذِينَ فِي قُلُوبِهِمْ زَيْغٌ فَيَتَّبِعُونَ مَا تَشَابَهَ مِنْهُ ابْتِغَاءَ الْفِتْنَةِ وَابْتِغَاءَ تَأْوِيلِهِ، وَمَا يَعْلَمُ تَأْوِيلَهُ إِلَّا اللَّهُ، وَالرَّاسِخُونَ فِي الْعِلْمِ يَقُولُونَ آمَنَّا بِهِ كُلٌّ مِنْ عِنْدِ رَبِّنَا وَمَا يَذَّكَّرُ إِلَّا أُولُو الْأَلْبَابِ} [آل عمران: 7] {พระองค์คือผู้ทรงประทานคัมภีร์ลงมาแก่ท่าน ในนั้นมีโองการที่ชัดเจนซึ่งเป็นรากฐานของคัมภีร์ และบางโองการไม่ชัดเจน ผู้ที่มีใจเอนเอียงออกจากความจริง เขาจะตามโองการที่มีความคลุมเครือ เพื่อแสวงหาความขัดแย้งและแสวงหาการตีความ [ที่เป็นเท็จ] ในโองการนั้น และไม่มีใครรู้ความหมายของโองการนั้นได้นอกจากอัลลอฮ์ และบรรดาผู้รอบรู้ในความรู้กล่าวว่า เราศรัทธาในสิ่งนี้ ทั้งหมดนี้มาจากพระผู้อภิบาลของเราทั้งสิ้น และไม่มีใครที่จะรับคำตักเตือนนอกจากบรรดาผู้ที่มีสติปัญญาเท่านั้น} [ซูเราะฮ์ อาลิอิมรอน: 7] ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ได้กล่าวต่อว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “หากพวกเจ้าเห็นบรรดาผู้ปฏิบัติตามโองการต่างๆ ที่คลุมเครือ ดังนั้นพวกเขาคือผู้ที่อัลลอฮ์ทรงตั้งชื่อให้ ดังนั้นจงระวังพวกเขาให้ดี".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ไม่มีภาชนะใดที่มนุษย์บรรจุใส่อาหารจนเต็มจะเลวร้ายไปกว่าท้องของเขาเอง เพียงพอแล้วสำหรับลูกหลานอาดัมด้วยอาหารเพียงไม่กี่คำที่สามารถทําให้กระดูกสันหลังของเขาเเข็งเเรง(หมายถึงสามารถประทังชีวิตและสร้างความแข็งแรงแก่ร่างกาย) และหากจำเป็นต้องกินจริง ๆ แล้ว ก็ (จงเตรียมท้องไว้เป็นสามส่วน) ส่วนหนึ่งสำหรับอาหาร ส่วนหนึ่งสำหรับเครื่องดื่ม และอีกส่วนหนึ่งสำหรับลมหายใจ"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อิมามอะห์มัด อัตติรมีซีย์ อันนะซาอีย์ และอิบนุมาญะฮ์
"อย่าแสวงหาความรู้เพื่อโอ้อวดต่อหน้าบรรดาผู้รู้ หรือโต้เถียงกับคนโง่เขลา", และอย่าเลือกที่นั่งที่ดีที่สุดในที่ชุมนุม และใครก็ตามที่กระทำเช่นนั้น ดังนั้นผลคือ นรก นรก"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อิบนุมาญะฮ์
"ฟิตนะฮ์ต่างๆ จะส่งผลต่อบรรดาหัวใจ ดั่งเช่นเสื่อที่สร้างริ้วรอยของเสื่อไว้บนผิวหนังของคนที่นอนลงบนมัน หัวใจของผู้ใดที่ดื่มด่ำไปกับฟิตนะฮ์ หรือซึมซับไปกับมัน ( คือไปยอมให้กับฟิตนะฮ์นั้น ) มันก็จะทำให้หัวใจของคนผู้นั้นเกิดจุดดำขึ้นจุดหนึ่งแต่หากหัวใจของผู้ใดปฏิเสธมัน (คือไม่ยอมรับมัน ไม่ยอมให้กับฟิตนะฮ์นั้น) มันก็จะทำให้หัวใจของคนผู้นั้น เกิดจุดขาวขึ้นหนึ่งจุด นั่นแสดงว่า เมื่อหัวใจต้องเผชิญกับฟิตนะฮ์ มันก็จะทำให้หัวใจของเราแบ่งเป็นสองประเภท ประเภทที่หนึ่งมีความขาว ( มีความบริสุทธิ์ ) เสมือนหินเกลี้ยง(ที่มีความแวววาว ) เพราะฟิตนะฮ์ใด ๆ ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้หัวใจของคนนั้นได้ ตราบเท่าที่บรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินยังคงดำรงอยู่ ส่วนหัวใจอีกประเภทคือ เมื่อมันเผชิญกับฟิตนะฮ์ มันจะดำมืด (เพราะไปยอมให้กับฟิตนะฮ์) เสมือนอัลคูซ ( ซึ่งเป็นภาชนะชนิดหนึ่ง) หรือเสมือนเหยือกน้ำที่วางคว่ำไว้ ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เปรียบเหมือนหัวใจที่ไม่รู้จักความดีงามใดๆ เป็นหัวใจที่ไม่ปฏิเสธความชั่วความผิด เป็นหัวใจที่ยอมให้กับอารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเองเท่านั้น" ท่านฮุซัยฟะฮฺกล่าวว่า: "และข้าพเจ้าได้เล่าให้ท่านอุมัรฟังว่า ระหว่างท่านกับฟิตนะฮฺนั้น มีประตูบานหนึ่งซึ่งถูกปิดไว้และใกล้จะถูกพังลงแล้ว" ท่านอุมัรกล่าวว่า: "พังลงหรือ? ขอให้บิดาของท่านได้รับความเมตตา หากมันถูกเปิดออก บางทีมันอาจจะปิดได้อีก"
ข้าพเจ้ากล่าวว่า: "ไม่ใช่ แต่จะถูกพังลง" และข้าพเจ้าได้บอกแก่อุมัรว่า ประตูบานนั้นคือชายคนหนึ่งที่ถูกฆ่าหรือตาย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่แน่นอน ไม่มีความผิดพลาดใดๆ อาบูคอลิด กล่าวว่า: "ข้าพเจ้าได้ถามท่านสะอัดร่อฎิยัลลอฮุอันฮุว่า: 'โอ้ อบูมาลิก อะไรคือ อะซวัด มุรฺบัดด์?' ท่านตอบว่า: 'คือสีดำที่มีความขาวปะปนอยู่อย่างเข้มข้น'
ข้าพเจ้าจึงถามอีกว่า: 'แล้วคำว่า อัลกูซ มุญัคคียัน คืออะไร?'
ท่านตอบว่า: 'คือภาชนะที่ถูกพลิกกลับหัวลง'"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ฉันไม่ทิ้งสิ่งใดหลังจากฉัน (เสียชีวิตไปแล้ว) ที่เป็นอันตรายต่อผู้ชายมากไปกว่าผู้หญิง"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าจะยังไม่ศรัทธาอย่างแท้จริง จนกว่าอารมณ์ของเขาจะเห็นตามกับบทบัญญัติที่ฉันได้นำมา"
อัล-นะวาวีย์ กล่าวว่า: หะดีษศอเฮี๊ยะฮ์ เราได้รายงานในหนังสืออัล-หุจญะฮฺ ด้วยสายรายงานที่ถูกต้อง
"อัลลอฮ์ได้เปรียบเทียบเส้นทางของพระองค์ที่เที่ยงตรง ถูกล้อมรอบด้วยผนังทั้งสองด้าน มีประตูเปิดอยู่หลายบานที่กำแพง ซึ่งปิดด้วยผ้าม่าน และเบื้องหน้าประตูศิรอฎนั้น มีผู้เรียกร้องอยู่ "โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงเข้ามาสู่เส้นทางที่เที่ยงตรงเถิด และอย่าได้เบี่ยงเบนไปทางอื่นเลย”ขณะเดียวกัน ก็มีคนเรียกร้องเหนือเส้นทางนั้น เขาเตือนขณะที่มีคนกำลังจะเปิดประตูเหล่านี้ ว่า: "ความวิบัติจงประสบแก่เจ้า เจ้าอย่าเปิด เพราะถ้าเจ้าเปิด เจ้าก็จะถลำเข้าไป" และ ศิรอฎนั้น คือ ศาสนาอิสลาม ในขณะที่ผนังทั้งสอง คือ ขอบเขตของอัลลอฮ์ และประตูที่เปิดออกนั้น คือ สิ่งต้องห้ามของพระองค์ ส่วนผู้เรียกร้องที่อยู่หน้าศิรอฎนั้น คือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์ และผู้เรียกร้องที่อยู่เหนือศิรอฎนั้น คือ คำตักเตือนของอัลลอฮ์ในหัวใจของมุสลิมทุกคน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ และอะห์มัด