Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

197 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ผู้รายงาน

แสดงผู้รายงานทั้งหมด (78)
أبو ذر3 معاذ بن جبل3 ‌ابن عباس2 أبو موسى2 ‌أبي هريرة2 بريدة2 عبد الله بن عمرو بن العاص2 عمران بن حصين2 أبو الدرداء1 أبو الهياج الأسدي قال1 أبو برزة الأسلمي1 أبو بشير الأنصاري1 أبو صرمة1 أبو طلحة1 أبو عبد الرحمن عبد الله بن عمر بن الخطاب1 أبو عبد الله جابر بن عبد الله الأنصاري1 أبو عمرو- وقيل1 أبو محمد عبد الله بن عمرو بن العاص1 أبو مرثد الغنوي1 أبو نجيح العرباض بن سارية1 أبو هريرة عبد الرحمن بن صخر1 أبو واقد الليثي1 أسماء بنت أبي بكر1 البراء1 البراء بن عازب1 ‌الزبير بن العوام قال1 العرباض بن سارية1 المغيرة بن شعبة1 المقداد بن الأسود1 المقداد بن عمرو الكندي1 المقدام بن معديكرب1 النبي صلى الله عليه وسلم قال1 النعمان بن بشير1 أم الدرداء و أبي الدرداء1 أم المؤمنين أم عبد الله عائشة1 أم سلمة أم المؤمنين1 ‌أنس بن مالك1 تميم الداري1 جرير بن عبد الله1 جندب1 حارثة بن وهب الخزاعي1 حذيفة1 حكيم بن حزام1 رسول الله صلى الله عليه وسلم أنه قال1 زياد بن لبيد1 زيد بن خالد الجهني1 زينب بنت جحش1 سفيان بن عبد الله الثقفي1 صفوان بن محرز قال1 طارق بن أشيم الأشجعي1 طاوس أنه قال1 طلحة بن عبيد الله1 عائشة وعبد الله بن عباس1 عبادة1 عبادة بن الصامت1 عبد الرحمن بن سمرة1 عبد الله بن الشخير1 ‌عبد الله بن عمرو بن العاص1 عبد الله بن مسعود قال1 عثمان بن أبي العاص1 عدي بن حاتم1 عقبة بن عامر الجهني1 علي1 عمر1 ‌قتادة رحمه الله قال1 محمود بن لبيد1 مطر بن عكامس1 معاوية1
"วันอวสานโลกจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าพวกเจ้าจะทำสงครามกับชาวยิว จนกระทั่งก้อนหินที่มีชาวยิวอยู่ข้างหลังจะพูดขึ้นว่า: โอ้ มุสลิมเอ๋ย มีคนยิวอยู่ข้างหลังฉัน จงฆ่ามัน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านอาลี บิน อบีฏอลิบ ได้กล่าวแก่ฉัน ว่า :ฉันจะส่งท่านไปทำหน้าที่ ที่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัมเคยส่งฉันไป จะเอาไหม? คือการที่ท่านอย่าได้ปล่อยให้มีรูปปั้นแม้แต่รูปเดียว นอกจากท่านจะต้องทำลายมันทิ้ง และอย่าปล่อยให้หลุมฝังศพที่มันดูสูงโดดเด่นแม้แต่หลุมเดียว นอกจากท่านจะทำให้มันเรียบกับพื้นดิน.
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ฉันได้ถูกมอบให้ 5 ประการ ซึ่งไม่มีใครได้รับมาก่อนฉัน ฉันถูกให้ได้รับชัยชนะด้วยระยะทาง 1 เดือน และแผ่นดินนี้ได้ถูกทำให้เป็นสถานที่ละหมาดและบริสุทธิ์สำหรับฉัน ดังนั้นผู้ใดในหมู่ประชาชาติของฉัน เมื่อได้ถึงเวลาละหมาดแก่เขา ก็ให้เขาละหมาดเถิด และทรัพย์เชลยที่ได้มานั้นเป็นที่อนุญาติสำหรับฉัน ซึ่งมันเป็นที่ต้องห้ามต่อผู้คนก่อนหน้าฉัน และฉันได้ถูกมอบสิทธิในการไถ่โทษ(ชะฟาอะฮ์) และศาสดาคนหนึ่งได้ถูกส่งไปยังประชาชาติของเขาโดยเฉพาะ และฉันถูกส่งมายังมนุษยชาติทั้งมวล"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“พวกเจ้าจงอย่าสาบานด้วยรูปบูชาหรือบรรพบุรุษของพวกเจ้า”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
เราอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และคืนหนึ่งท่านมองดูดวงจันทร์ –หมายถึงคืนพระจันทร์เต็มดวง- แล้วท่านก็กล่าวว่า “แท้จริง พวกเจ้าจะเห็นพระเจ้าของพวกเจ้าเหมือนที่พวกเจ้าเห็นดวงจันทร์ดวงนี้ ซึ่งไม่มีความลำบากใดๆ กับพวกเจ้าในการมองเห็นพระองค์ “ดังนั้น หากพวกเจ้ามีความสามารถที่จะไม่พลาดการละหมาดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นและก่อนดวงอาทิตย์ตกได้ ก็จงทำเถิด!” จากนั้นท่านก็อ่านโองการของอัลลอฮ์ที่ว่า: “{وَسَبِّحْ بِحَمْدِ رَبِّكَ قَبْلَ طُلُوعِ الشَّمْسِ وَقَبْلَ الْغُرُوبِ } ความว่า: "และจงสรรเสริญพระผู้อภิบาลของเจ้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นและก่อนดวงอาทิตย์ตก"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ไม่มีเจ้าของทองและเจ้าของเงินคนใดที่ไม่ยอมจ่ายสิทธิของมัน(จ่ายซะกาต) เว้นแต่ในวันกิยามะฮ์จะมีแท่นหลายแท่นทำจากไฟนรก ถูกทำขึ้นสำหรับเขา แล้วมันจะถูกเผาให้ร้อนในไฟนรกญะฮันนัม แล้วถูกนำมานาบที่สีข้างของเขา และหน้าผากของเขา เเละหลังของเขา ทุกครั้งที่มันเย็นลง มันจะถูกนำมาทำให้ร้อนซ้ำแก่เขาอีก ในวันหนึ่งที่ความยาวนานของมันเท่ากับห้าหมื่นปี จนกระทั่งการพิพากษาระหว่างปวงบ่าวได้เสร็จสิ้นลง เขาจึงจะได้เห็นเส้นทางของเขา ว่าจะไปสู่สวรรค์หรือไม่ก็ไปยังนรก”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
เรากำลังนั่งอยู่ล้อมรอบ ๆ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยมีอบูบักร์และอุมัรอยู่เป็นกลุ่ม จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ลุกขึ้นยืนในระหว่างเรา เขาค่อย ๆ เดินออกจากเรา และเรากลัวว่าเขาจะประสบกับสิ่งไม่ดีตอนที่เราไม่อยู่ ซึ่งเราต่างหวาดกลัวมาก เราจึงลุกขึ้นยืน และฉันเป็นคนแรกที่หวาดกลัว ฉันจึงเดินออกไปตามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จนกระทั่งฉันได้มาถึงที่สวนชาวอันศอร แห่งบะนู อัล-นัจญาร์ ที่ปิดล้อมไปด้วยกำแพง ฉันจึงเดินรอบ ๆ มัน เพื่อหาประตูเข้าว่าพอจะมีไหม? แต่ฉันไม่พบสิ่งใดเลย นอกจากว่า มีลำธารเล็ก ๆ เข้าไปตรงกลางสวน ซึ่งมันเป็นสายน้ำที่มาจากบ่อภายนอกสวน ดังนั้น ฉันจึงพยายามมุดตัวเข้า และฉันก็ได้แอบเข้าไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และท่านก็รู้สึกตัวได้ (ว่ามีคนแอบเข้ามาหาท่าน) ท่านกล่าวว่า “เจ้า คือ อบูฮุรัยเราะห์ หรือ?” ฉันก็กล่าวว่า: ใช่ โอ้ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ท่านกล่าวว่า เกิดอะไรขึ้น เจ้ามีเรื่องอะไรหรือ? ฉันกล่าวว่า: ท่านอยู่กับเรามาแล้วสักพัก ท่านก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมา ดังนั้นเราจึงกลัวว่าท่านจะได้รับอันตราย ดังนั้นเราจึงแอบตามท่านมา และฉันคือคนแรกที่กลัวเช่นนั้น ดังนั้น ฉันจึงมาหาท่านที่นี้ และฉันก็มุดตัวเข้ามาดั่งสุนัขจิ้งจอก และคนเหล่านี้ก็อยู่ข้างหลังฉัน ท่านกล่าวว่า: “โอ้ อบูฮุร็อยเราะห์” แล้วท่านก็มอบรองเท้าของท่านให้ฉัน «จงเอารองเท้าทั้งสองข้างนี้ไป แล้วผู้ใดก็ตามที่เจ้าพบหลังกำแพงนี้ เขาปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้าเอกองค์อัลลอฮ์ ด้วยใจของเขาแน่วแน่ จงแจ้งข่าวดีแก่เขาด้วยสวรรค์” คนแรกที่ฉันพบคืออุมัร และเขากล่าวว่า “อบูฮุร็อยเราะห์ รองเท้าคู่นี้คืออะไร?” ฉันจึงพูดว่า: นี่คือรองเท้าของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านมอบให้ฉัน และท่านให้ฉันแจ้งข่าวดีว่าผู้ใดก็ตามที่ปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้าด้วยเอกองค์อัลลอฮ์ ด้วยใจที่แน่วแน่ เขาจะได้เข้าสวรรค์ ดังนั้นอุมัรจึงผลักที่อกของฉัน และฉันก็ล้มลง เขากล่าวว่า “จงกลับไปเถิด อบูฮุร็อยเราะห์” ดังนั้น ฉันจึงได้กลับไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และฉันก็น้ำตาไหล และอุมัรก็เดินตามฉัน จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าหรือ อบูฮุร็อยเราะห์?” ฉันกล่าวว่า: ฉันได้พบกับอุมัร และฉันได้เล่าให้ท่านฟังถึงสิ่งที่ท่านมอบรองเท้ามาให้ฉัน และเขาก็ผลักเข้าที่อกของฉัน ฉันจึงล้มลง เขากล่าวว่า จงกลับไปหา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เถิด แล้วท่านก็ได้กล่าวว่า: “โอ้ อุมัร อะไรทำให้เจ้าได้กระทำอย่างนั้น?” เขากล่าวว่า: โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ฉันขอสาบานว่า สิ่งที่ท่านส่งอบูฮูร็อยเราะฮ์ไปพร้อมกับรองเท้าของท่าน และผู้ใดก็ตามที่เขาพบ เขาจะเป็นพยานว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้าเอกองค์อัลลอฮ์ ด้วยใจที่แน่วแน่ จะทำให้เขาได้เข้าสวรรค์กระนั้นหรือ? ท่านกล่าวว่า: “ใช่” เขากล่าวว่า “อย่าทำอย่างนั้น เพราะฉันกลัวว่าผู้คนจะเข้าใจผิดโดยจะพึ่งมัน ดังนั้นจงปล่อยให้พวกเขาได้กระทำ (ประกอบการงานที่ดี) อย่างนั้นเถิด” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ถ้าเช่นนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขาได้กระทำ (ประกอบการงานที่ดี) อย่างนั้นเถิด”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“แท้จริง อัลลอฮ์จะทรงเรียกชายคนหนึ่งจากประชาชาติของฉันออกมาต่อหน้าผู้คนมากมายในวันกิยามะฮ์ จากนั้นก็เปิดบันทึกของเขาเก้าสิบเก้าเล่ม แต่ละเล่มนั้นจะมีความยาวไกลสุดสายตา แล้วพระองค์ตรัสว่า “เจ้าจะปฏิเสธสิ่งนี้หรือไม่? ผู้บันทึกของข้าได้อธรรมต่อเจ้าหรือไม่” เขาจะกล่าวว่า “ไม่เลย ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน” ดังนั้นพระองค์ตรัสว่า: “เจ้ามีข้อแก้ตัวไหม?” เขาจะตอบว่า “ไม่มี ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน” ดังนั้นพระองค์จึงตรัสว่า “ เปล่าเลย แท้จริงแล้ว เจ้ามีความดีอย่างหนึ่งอยู่ที่เรา แท้จริงจะไม่มีความอธรรมใดๆ เกิดขึ้นกับเจ้า” จากนั้นพระองค์ก็ได้นำการ์ดใบหนึ่งออกมาซึ่งในนั้นได้บันทึกว่า: “أشهد أن لا إله إلا الله وأشهد أن محمداعبده ورسوله ความว่า “ฉันขอปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น และฉันขอปฏิญาณตนว่ามูฮัมมัดเป็นบ่าวและเป็นศาสนทูตของพระองค์” พระองค์ตรัสว่า “จงนำตาชั่งของเจ้ามา” เขากล่าวว่า: “โอ้ พระผู้อภิบาลของฉัน การ์ดใบนี้กับบรรดาบันทึกเหล่านี้จะมีประโยชน์อะไร? พระองค์ทรงตรัสว่า “แท้จริงเจ้าจะไม่ถูกอธรรม ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “จากนั้น บันทึกเหล่านั้นก็ถูกวางบนถาด (ของตาชั่งข้างหนึ่ง) และการ์ดนั้นก็ถูกวางบนถาด (อีกข้างหนึ่ง) ดังนั้นบรรดาบันทึกจะมีน้ำหนักเบาและการ์ดใบนั้นจะหนัก เพราะไม่มีสิ่งใดจะมีน้ำหนักเมื่อเทียบกับพระนามของอัลลอฮ์”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัต-ตัรมีซีย์ เเละอิบนุมาญะฮ์