عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
หมวดหมู่ (13)
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
แสดงแหล่งที่มาที่เหลือ
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (78)
มีผู้คนกลุ่มหนึ่งได้ถามท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับหมอดู ท่านจึงตอบว่า “พวกเขาไม่ได้มีอะไรเลย” พวกเขากล่าวว่า “โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮฺ แต่ในบางครั้งพวกเขาพูดกับพวกเราด้วยกับอะไรบางอย่าง แล้วมันก็เป็นจริง ท่านเราะซูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า "คำพูดที่เป็นเรื่องจริงนั้นเป็นคำที่ญินไปแอบฟังมา แล้วกระซิบใส่หูของผู้ทำนายของเขาด้วยเสียงที่คล้ายกับเสียงไก่ขัน จากนั้นพวกมันก็เพิ่มคำโกหกมากกว่าร้อยข้อเข้าไป"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สาปแช่งผู้ชายที่แต่งกายเหมือนผู้หญิง และผู้หญิงที่แต่งกายเหมือนผู้ชาย
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อันนะซาอีย์ในหนังสืออัลกุบรอ อิบนุมาญะฮ์ด้วยความหมายทำนองเดียวกัน และอะห์มัด
“ชายคนหนึ่งเป็นชาวนัจด์ มาหาท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ด้วยผมที่ยุ่งเหยิง พวกเราได้ยินเสียงของเขา แต่เราไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด จนกระทั่งเขาเข้าไปหาท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จากนั้นเขาก็ถามเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ดังนั้นท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ละหมาดห้าเวลาในวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง" เขาถามว่า “ฉันจำเป็นต้องทำสิ่งอื่นนอกจากการละหมาดนั้นอีกหรือไหม?” ท่านตอบว่า “ไม่มีแล้ว นอกจากเจ้าจะละหมาดซุนนะฮ์ด้วยความสมัครใจ และถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน” เขาถามว่า “มีการถือศีลอดอื่นอีกหรือไม่?” ท่านตอบว่า “ไม่มีแล้ว นอกจากท่านจะถือศีลอดด้วยความสมัครใจ” และท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวแก่ชายคนนั้นว่า “และการจ่ายซะกาต” เขาถามว่า “มีการจ่ายซะกาตอย่างอื่นอีกไหม?” ท่านตอบว่า “ไม่มี นอกจากเป็นสิ่งที่ท่านจะบริจาคทานด้วยความสมัครใจ” หลังจากนั้นชายคนนั้นก็กลับบ้านและกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ฉันจะไม่ทำอะไรเป็นการเพิ่มมากกว่านี้ และฉันจะไม่ลดให้น้อยกว่านี้” ดังนั้นท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "เขาจะประสบความสำเร็จ หากเขามีความสัตย์จริง"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ฉันคือนายของมนุษย์ในวันกิยามะฮ์ (วันพิพากษา) และพวกท่านรู้หรือไม่ว่าหมายถึงอะไร? อัลลอฮ์จะรวบรวมมนุษย์ทั้งคนกลุ่มแรกและกลุ่มสุดท้ายไว้ในสถานที่แห่งหนึ่ง ทุกคนจะได้ยินเสียงผู้เรียก และสายตาจะมองเห็นพวกเขาได้ทั้งหมด พระอาทิตย์จะเข้าใกล้ จนผู้คนจะรู้สึกทุกข์ทรมานและกังวลใจจนเกินจะทนได้
ผู้คนจึงพูดกันว่า: "พวกท่านไม่เห็นหรือว่าเรามาถึงจุดนี้แล้ว? ทำไมจึงไม่มีใครช่วยเราทูลขอความเมตตาต่อพระจ้าของเรา?" จากนั้นบางคนจึงกล่าวแก่กันว่า: "ไปหาอาดัมเถิด" พวกเขาจึงไปหาอาดัม อะลัยฮิสลาม และพูดกับเขาว่า: "ท่านคือบิดาแห่งมนุษย์ อัลลอฮ์ทรงสร้างท่านด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ เป่าลมหายใจของพระองค์ให้มีชีวิตในตัวท่าน และสั่งบรรดามลาอิกะฮ์ให้ก้มสูญูดต่อท่าน ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อาดัม อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยฝ่าฝืนพระบัญชาของพระองค์ด้วยการกินผลไม้จากต้นไม้ที่ถูกห้าม ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหานู้ฮ์เถิด"
พวกเขาจึงไปหานูฮฺ และพูดว่า: "โอ้ นูฮฺ ท่านเป็นเราะสูลคนแรกที่ถูกส่งมายังโลก และพระองค์ได้เรียกท่านว่าเป็นบ่าวผู้สำนึกบุญคุณ ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" นูฮฺ อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยวิงวอนสาปแช่งต่อกลุ่มชนของฉัน ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหาอิบราฮีมเถิด"
พวกเขาจึงไปหาอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม และพูดว่า: "โอ้ อิบรอฮีม ท่านเป็นนบีของอัลลอฮ์และเป็นคนสนิทของพระองค์บนโลกนี้ ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยพูดโกหกสามครั้ง ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหามูซาเถิด"
พวกเขาจึงไปหามูซา อะลัยฮิสลาม และพูดว่า:" โอ้ มูซา ท่านเป็นเราะสูลของอัลลอฮ์ และพระองค์ได้ยกย่องท่านด้วยการส่งสาส์นให้แก่ท่านและตรัสกับท่าน ขอท่านได้ช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" มูซา อะลัยฮิสลาม ตอบว่า:"พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง ฉันเคยฆ่าคนที่ฉันไม่ได้รับคำสั่งให้ฆ่า ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหาอีซาเถิด"
พวกเขาจึงไปหาอีซา อะลัยฮิสลาม และพูดว่า: "โอ้ อีซา ท่านเป็นเราะสูลของอัลลอฮ์ คำตรัสของพระองค์ที่พระองค์ทรงให้แก่มัรยัม และเป็นจิตวิญญาณจากพระองค์ ท่านได้พูดกับผู้คนตั้งแต่ยังอยู่ในเปล ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?" อีซา อะลัยฮิสลาม ตอบว่า: "พระเจ้าของฉันทรงโกรธในวันนี้อย่างที่ไม่เคยโกรธเช่นนี้มาก่อน และจะไม่โกรธเช่นนี้อีกในภายหลัง แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงความผิดบาปใด ๆ ขอให้พวกท่านไปหาผู้อื่น ไปหามุฮัมมัดเถิด"
พวกเขาจึงไปหามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และพูดว่า: 'โอ้ มุฮัมมัด ท่านเป็นร่อซูลของอัลลอฮ์ และเป็นนบีคนสุดท้าย พระองค์ทรงอภัยให้แก่ท่านทั้งความผิดที่ผ่านไปและความผิดที่อาจเกิดในภายหลัง ขอท่านได้ช่วยวิงวอนต่อพระเจ้าของท่านให้กับเรา ท่านไม่เห็นหรือว่าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?'
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: 'ฉันจึงเดินไปยังใต้บัลลังก์ของอัลลอฮ์ และก้มลงสูญูดต่อพระองค์ จากนั้น พระองค์จะทรงเปิดเผยคำสรรเสริญที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน และพระองค์จะตรัสว่า: "โอ้ มุฮัมมัด จงเงยหน้าขึ้นขอเถิด แล้วจะได้รับ และจงวิงวอน แล้วจะได้รับการตอบรับ" ฉันจึงเงยหน้าขึ้นและกล่าวว่า: "ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า ประชาชาติของฉัน โอ้ พระเจ้า" พระองค์จะตรัสว่า: 'โอ้ มุฮัมมัด จงพาคนในประชาชาติของเจ้าที่ไม่มีการสอบสวนเข้าไปยังประตูขวาสุดของสวรรค์ และพวกเขาจะเข้าไปในประตูอื่น ๆ ร่วมกับคนอื่น ๆ'
และท่านกล่าวต่อไปว่า: 'ขอสาบานต่อพระผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ความกว้างระหว่างประตูสวรรค์สองบานนั้นเทียบเท่ากับระยะทางระหว่างมักกะฮ์ถึงฮิมยัร หรือระหว่างมักกะฮ์ถึงบุสรอ'"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ผู้ใดที่เขามีการอธรรมต่อพี่น้องของเขาในเรื่องเกียรติ์ศักดิ์ศรีของเขาหรือสิ่งอื่นใด เขาก็จงไปขออภัย(ฮะลาล)กับเขาเสียแต่ในวันนี้เถิด ก่อนที่ถึง(วัน)ที่ไม่มีทองไม่มีเงิน หากเขามีความดีใดๆ อยู่ ก็จะถูกเอาไปจากเขาตามปริมาณที่เขาไปอธรรมไว้ แต่หากเขาไม่มีความดีใดอีก จะถูกเอาบาปจากคู่กรณีของเขาแล้วให้เขาแบกรับมันไว้แทน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
"ผู้ใดสาบานต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ แท้จริงเขาได้ปฏิเสธศาสนาหรือได้ตั้งภาคีแล้ว"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอะห์มัด
“ประชาชาติของฉันทุกคนจะได้เข้าสวรรค์ ยกเว้นผู้ที่ปฏิเสธ มีคนถามว่า ใครเล่าที่ปฏิเสธ โอ้เราะซูลุลลอฮ์ ? ผู้ที่เชื่อฟังฉัน เขาจะได้เข้าสวรรค์ และผู้ที่ฝ่าฝืนฉัน แน่นอนเขาคือผู้ปฏิเสธ"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
"แท้จริงอัลลอฮ์ทรงพอพระทัยแก่พวกเจ้า 3 ประการ และทรงรังเกียจแก่พวกเจ้า 3 ประการ ทรงพอพระทัยแก่พวกเจ้า จาก: การทำอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ การไม่ตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์และการที่พวกเจ้ายึดให้มั่นในสายเชือกของอัลลอฮ์อย่างพร้อมเพรียงกัน โดยไม่แตกแยก และพระองค์ทรงรังเกียจแก่พวกเจ้า การพูดว่า ‘เขากล่าวอย่างนั้นและเขากล่าวอย่างนี้’ (การพูดเรื่องซุบซิบนินทาหรือเรื่องไร้สาระ) การถามมากและการผลาญทรัพย์”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม