عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
หมวดหมู่ (13)
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (74)
"แท้จริงผู้ใดผู้หนึ่งในหมู่พวกเจ้า เมื่อได้เสียชีวิตลงแล้ว จะถูกเสนอให้เขาเห็นสถานที่อยู่ของเขาทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น ถ้าเขาเป็นชาวสวรรค์ เขาก็จะถูกจัดให้เป็นชาวสวรรค์ ถ้าเขาเป็นพวกชาวนรก เขาก็จะถูกจัดให้เป็นชาวนรก แล้วจะมีการกล่าวแก่เขาว่า นี่คือที่พำนักสำหรับเจ้า จนกว่าจะถึงวันแห่งการฟื้นคืนชีพอีกครั้งในวันกิยามะฮ์"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ความตายจะถูกนำมาโดยถูกจำแลงเป็นแกะอ้วนตัวหนึ่ง พลันมีผู้ประกาศมาประกาศว่า “โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย!” พวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย" ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน แล้วมีเสียงประกาศอีกว่า “โอ้ชาวนรกทั้งหลาย!” แล้วพวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย” ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน ทันใดนั้นความตายก็ถูกเชือด จากนั้นผู้ประกาศก็กล่าวว่า "โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะ มันจะไม่มีความตายอีกแล้ว โอ้ ชาวนรกทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะและไม่มีความตายอีกแล้ว” จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็อ่านโองการที่ว่า{وَأَنْذِرْهُمْ يَوْمَ الحَسْرَةِ إِذْ قُضِيَ الأَمْرُ وَهُمْ فِي غَفْلَةٍ} [مريم: 39]، وَهَؤُلاَءِ فِي غَفْلَةٍ أَهْلُ الدُّنْيَا {وَهُمْ لاَ يُؤْمِنُونَ} [مريم: 39]» "และเจ้าจงเตือนสำทับพวกเขาถึงวันแห่งความเสียใจ เมื่อกิจการนั้นถูกตัดสิน และพวกเขาอยู่ในการหลงลืม{39} (ซึ่งพวกที่อยู่สภาพที่หลงลืมคือผู้ที่หลงไหลกับดุนยา)และพวกเขาไม่ศรัทธา" [ซูเราะฮ์มัรยัม : 39]
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้รับโองการเมื่ออายุสี่สิบ ท่านใช้เวลา 13 ปีในมักกะฮ์ จากนั้นท่านได้รับคำสั่งให้อพยพ และท่านได้อพยพไปยังมะดีนะฮ์ ซึ่งท่านพำนักอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 10 ปี จากนั้น ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็เสียชีวิต".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ฉันได้ขี่ลาซ้อนหลังท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งมีชื่อเรียกว่า อุฟายร์ ท่านได้กล่าวกับฉันว่า "โอ้มุอาซ ท่านทราบหรือไม่ว่าอะไรคือสิทธิที่อัลลอฮ์ต้องได้รับจากบ่าวของพระองค์ และอะไรคือสิทธิที่บ่าวจะได้รับจากอัลลอฮ์ " ฉันกล่าวว่า "อัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ทรงรู้ดีที่สุด" ท่านจึงกล่าวว่า "แท้จริงสิทธิที่อัลลอฮ์ต้องได้รับจากบ่าว คือการเคารพสักการะต่อพระองค์เพียงผู้เดียว และไม่นำสิ่งใดมาเป็นภาคีกับพระองค์ และสิทธิที่บ่าวจะได้รับจากอัลลอฮ์ก็คือการที่พระองค์ไม่ลงโทษผู้ที่ไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ด้วยสิ่งใดๆ " แล้วฉันได้กล่าวว่า "โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ จะให้ฉันนำเรื่องนี้บอกเล่าแก่ผู้คนไหม เพื่อเขาจะได้ดีใจกับมัน? "ท่านตอบว่า “ท่านอย่าได้บอกพวกเขา เพราะอาจทำให้พวกเขาพึ่งพาสิ่งนั้นเท่านั้น".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้นำพวกเราละหมาดซุบฮ์ที่ ฮุดัยบียะฮ์ ขณะที่ยังมีร่องรอยของฝนที่ตกลงมาลงเมื่อคืน เมื่อละหมาดเสร็จแล้วท่านก็หันหน้ามาหาผู้คน แล้วกล่าวว่า "พวกเจ้ารู้ไหมว่าพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าได้กล่าวไว้อย่างไร?" พวกเขาตอบว่า "อัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์เท่านั้นที่รู้ดียิ่ง" ท่านกล่าวต่อว่า "พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงกล่าวว่า: "ส่วนหนึ่งจากบ่าวของข้าตื่นขึ้นมามีทั้งผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธศรัทธา โดยผู้ใดกล่าวว่าฝนที่ตกแก่พวกเราด้วยความโปรดปรานและความเมตตาของอัลลอฮ์ นั่นแหละคือผู้ศรัทธาต่อข้าและปฏิเสธการศรัทธาต่อดวงดาว ส่วนผู้ที่กล่าวว่าฝนที่ตกลงมาด้วยอิทธิพลของดาวดวงนั้นดวงนี้ นั้นแหละเขาเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อข้า แต่เป็นผู้ศรัทธาต่อดวงดาว”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"แท้จริงอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกียรติ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ พระองค์ไม่ทรงหลับ และไม่สมควรแก่พระองค์ที่จะทรงหลับ พระองค์ทรงลดและยกดุลยภาพ (แห่งความยุติธรรม) การงานในยามค่ำคืนจะถูกยกขึ้นไปยังพระองค์ก่อนการงานในยามกลางวัน และการงานในยามกลางวันจะถูกยกขึ้นไปก่อนการงานในยามค่ำคืน ม่านปิดของพระองค์คือแสงสว่าง — และในบางรายงานกล่าวว่าเป็นไฟ — หากพระองค์ทรงเปิดม่านนั้นออก แสงแห่งสง่าราศีจากพระพักตร์ของพระองค์จะเผาผลาญทุกสิ่งที่สายพระเนตรของพระองค์ทอดไปถึงในบรรดาสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง“
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ฉันขอเตือนพวกเจ้าทั้งหลายให้พึงยำเกรงอัลลอฮ์ เจ้าจงเชื่อฟังและภักดีต่อผู้ปกครองแม้เขาจะเป็นทาส แน่นอนใครมีชีวิตอยู่ต่อไปหลังจากฉัน เขาจะได้เห็นความขัดแย้งอย่างมากมาย ดังนั้นพวกเจ้าทั้งหลายพึงยึดมั่นในแบบฉบับของฉัน และแบบฉบับของบรรดาเคาะลีฟะฮ์ ผู้ทรงธรรม ผู้ได้รับทางนำ พวกเจ้าจงยึดมันไว้ให้มั่นและจงกัดมันไว้ด้วยฟันกราม เจ้าทั้งหลายพึงระวังเรื่องบิดอะฮ์ต่างๆ เพราะแท้จริงทุกบิดอะฮ์เป็นเรื่องหลงผิด
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด และอัต-ติรมิซีย์
มีชายคนหนึ่งถามท่านเราะซูลว่า "โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ เราจะถูกลงโทษจากการกระทำของเราในยุคสมัยก่อนอิสลามหรือไม่?" ท่านตอบว่า "ผู้ใดกระทำความดีในยุคสมัยอิสลาม เขาจะไม่ถูกลงโทษสำหรับการกระทำของเขาในยุคสมัยก่อนอิสลาม หากแต่ผู้ใดกระทำความชั่วในยุคสมัยอิสลาม เขาจะถูกลงโทษทั้งการกระทำในยุคสมัยก่อนอิสลามและยุคสมัยหลังอิสลาม"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม