عربي - Arabic English Qafár af - Afar Afrikaans - Afrikanns Akan Shqip - Albanian አማርኛ - Amharic Հայերեն - Armenian অসমীয়া - Assamese Azərbaycanca - Azerbaijani Bamanankan - Bambara Bassa Bemba বাংলা - Bengali Bosanski - Bosnian Български - Bulgarian မြန်မာဘာသာ - Burmese Bisaya - Cebuano Cham Нохчий - Chechen chiCheŵa - Chewa 中文 - Chinese Адыгэбзэ - Circassian Hrvatski - Croatian Česky - Czech Dagbani Dansk - Danish فارسی دری - Dari Dendi ދިވެހި ބަސް - Dhivehi Nederlands - Dutch إستوني - Estonian Suomi - Finnish Français - French Fulfulde - Fula ქართული - Georgian Deutsch - German Ελληνικά - Greek ગુજરાતી - Gujrati Kreyòl ayisyen - Haitian Creole Hausa हिन्दी - Hindi Magyar - Hungarian Igbo Indonesia - Indonesian Italiano - Italian 日本語 - Japanese Jóola - Jola ಕನ್ನಡ - Kannada Қазақша - Kazakh ភាសាខ្មែរ - Khmer Kikuyu Ikinyarwanda - Kinyarwanda Ikirundi - Kirundi 한국어 - Korean كوردی سۆرانی - kurdish كوردي kurmancî - Kurmanji Kyrgyz ລາວ - Lao latviešu - Latvian Lingala lietuvių - Lithuanian Luganda Македонски - Macedonian Maguindanaon Malagasy - Malagasy Bahasa Melayu - Malay മലയാളം - Malayalam Mandinka मराठी - Marathi Mõõré - Moore नेपाली - Nepali أنكو - NKo Norwegian ଓଡ଼ିଆ - Odia oromoo - Oromo پښتو - Pashto فارسی - Persian Polski - Polish Portuguese ਪੰਜਾਬੀ - Punjabi Română - Romanian Русский - Russian Српски - Serbian Shona සිංහල - Sinhala Slovenščina - Slovenian Soomaaliga - Somali Soninke Sesotho - Sotho Español - Spanish Kiswahili - Swahili Svenska - Swedish Tagalog Тоҷикӣ - Tajik தமிழ் - Tamil తెలుగు - Telugu ไทย - Thai ትግረኛ - Tigrinya Türkçe - Turkish Ukrainian اردو - Urdu ئۇيغۇرچە - Uyghur Ўзбек - Uzbek Việt Nam - Vietnamese Wolof Yao Yorùbá - Yoruba Zarma زولو - Zulu
839 Hadiths
Encyclopedia of Prophetic Hadiths
หมวดหมู่
ระดับของหะดีษ
รายงานใน
แสดงแหล่งที่มาที่เหลือ
ผู้รายงาน
แสดงผู้รายงานทั้งหมด (19)
“เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี (สามครั้ง) และไม่มีใครในหมู่พวกเราที่ไม่คิดขึ้นในใจเกี่ยวกับเรื่องลางร้าย แต่ว่าอัลลอฮ์ทรงทำให้มันหายไปด้วยกับการมอบหมาย”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด อัต-ติรมิซีย์ อิบนุมาญะฮ์ และอะห์มัด
“อัลฮะซันและอัลฮุเซน เป็นหัวหน้าของเยาวชนแห่งชาวสวรรค์”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ และอะห์มัด
“บรรดาผู้มีความเมตตาจะได้รับความเมตตาจากพระผู้ทรงเมตตา จงเมตตาต่อผู้ที่อยู่ในแผ่นดิน ผู้ที่อยู่บนท้องฟ้าจะเมตตาพวกเจ้า"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอะห์มัด
"ผู้ใดสาบานต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ แท้จริงเขาได้ปฏิเสธศาสนาหรือได้ตั้งภาคีแล้ว"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอะห์มัด
“บุคคลนั้นย่อมอยู่บนศาสนาของเพื่อนสนิทของเขา ดังนั้น แต่ละคนจงพิจารณาดูว่าใครคือผู้ที่เขาคบหา”
หะซัน บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอะห์มัด
"ฉันขอเตือนพวกเจ้าทั้งหลายให้พึงยำเกรงอัลลอฮ์ เจ้าจงเชื่อฟังและภักดีต่อผู้ปกครองแม้เขาจะเป็นทาส แน่นอนใครมีชีวิตอยู่ต่อไปหลังจากฉัน เขาจะได้เห็นความขัดแย้งอย่างมากมาย ดังนั้นพวกเจ้าทั้งหลายพึงยึดมั่นในแบบฉบับของฉัน และแบบฉบับของบรรดาเคาะลีฟะฮ์ ผู้ทรงธรรม ผู้ได้รับทางนำ พวกเจ้าจงยึดมันไว้ให้มั่นและจงกัดมันไว้ด้วยฟันกราม เจ้าทั้งหลายพึงระวังเรื่องบิดอะฮ์ต่างๆ เพราะแท้จริงทุกบิดอะฮ์เป็นเรื่องหลงผิด
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด และอัต-ติรมิซีย์
“แท้จริง เจ้าได้ถามเรื่องที่ยิ่งใหญ่นัก แต่ทว่ามันเป็นเรื่องง่าย สำหรับผู้ที่อัลลอฮ์ทรงประทานความง่ายดายแก่เขา นั่นก็คือ ให้เจ้าเคารพอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ โดยที่ไม่ตั้งภาคีใด ๆ กับพระองค์ ทำการละหมาด จ่ายซะกาต ถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน และประกอบพิธีหัจญ์ ณ บัยติลลาฮ์” หลังจากนั้นท่านได้กล่าวอีกว่า: “เอาไหมฉันจะบอกแก่เจ้าซึ่งบรรดาประตูแห่งความดีงาม? นั่นก็คือ การถือศีลอดเป็นเกราะกำบัง และการบริจาคทาน(เศาะดะเกาะฮ์) สามารถลบล้างความผิดเสมือนกับน้ำที่ดับไฟ และการละหมาดของคนๆ หนึ่งในยามค่ำคืน" หลังจากนั้นท่านก็อ่านซูเราะฮ์อัซ-ซัจญดะฮ์ อายะฮ์ที่ 16-17 (ความว่า: "สีข้างของพวกเขาเคลื่อนห่างจากที่นอน พลางวิงวอนต่อพระเจ้าของพวกเขาด้วยความกลัวและความหวัง และพวกเขาบริจาค สิ่งที่เราได้ให้เป็นเครื่องยังชีพแก่พวกเขา ดังนั้น จึงไม่มีชีวิตใดรู้สิ่งที่ถูกซ่อนไว้สำหรับพวกเขา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตา เป็นการตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้") หลังจากนั้นท่านได้กล่าวอีกว่า: “เอาไหมฉันจะบอกแก่เจ้าสิ่งที่เป็นหัวหลักของกิจการทั้งปวง เสาของมัน และจุดสุดยอดของมัน? ฉันตอบว่า: เอาสิ โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ท่านกล่าวว่า: “หัวหลักของกิจการนั้นคืออิสลาม เสาของมันคือการละหมาด และจุดสุดยอดของมันคือการญิฮาด” หลังจากนั้นท่านได้กล่าวอีกว่า: “เอาไหมฉันจะบอกแก่เจ้าซึ่งสิ่งที่ครอบคลุมทั้งหมดที่กล่าวมา? ฉันตอบว่า: เอาสิ โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ แล้วท่านก็จับลิ้นของท่านและกล่าวว่า: “ท่านจงระงับสิ่งนี้” ฉันจึงกล่าวว่า: “โอ้นบีของอัลลอฮ์ พวกเราจะถูกสอบสวนในสิ่งที่เราได้พูดด้วยกระนั้นหรือ ?” ท่านตอบว่า: “แม่ของท่านได้เสียท่านแล้ว โอ้มุอาซเอ๋ย แล้วที่มนุษย์ต้องถลำใบหน้าหรือจมูกเข้าไปในไฟนรกมิใช่เพราะผลจากลิ้นดอกหรือ!"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์
“แท้จริง อัลลอฮ์จะทรงเรียกชายคนหนึ่งจากประชาชาติของฉันออกมาต่อหน้าผู้คนมากมายในวันกิยามะฮ์ จากนั้นก็เปิดบันทึกของเขาเก้าสิบเก้าเล่ม แต่ละเล่มนั้นจะมีความยาวไกลสุดสายตา แล้วพระองค์ตรัสว่า “เจ้าจะปฏิเสธสิ่งนี้หรือไม่? ผู้บันทึกของข้าได้อธรรมต่อเจ้าหรือไม่” เขาจะกล่าวว่า “ไม่เลย ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน” ดังนั้นพระองค์ตรัสว่า: “เจ้ามีข้อแก้ตัวไหม?” เขาจะตอบว่า “ไม่มี ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน” ดังนั้นพระองค์จึงตรัสว่า “ เปล่าเลย แท้จริงแล้ว เจ้ามีความดีอย่างหนึ่งอยู่ที่เรา แท้จริงจะไม่มีความอธรรมใดๆ เกิดขึ้นกับเจ้า” จากนั้นพระองค์ก็ได้นำการ์ดใบหนึ่งออกมาซึ่งในนั้นได้บันทึกว่า: “أشهد أن لا إله إلا الله وأشهد أن محمداعبده ورسوله ความว่า “ฉันขอปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น และฉันขอปฏิญาณตนว่ามูฮัมมัดเป็นบ่าวและเป็นศาสนทูตของพระองค์” พระองค์ตรัสว่า “จงนำตาชั่งของเจ้ามา” เขากล่าวว่า: “โอ้ พระผู้อภิบาลของฉัน การ์ดใบนี้กับบรรดาบันทึกเหล่านี้จะมีประโยชน์อะไร? พระองค์ทรงตรัสว่า “แท้จริงเจ้าจะไม่ถูกอธรรม ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “จากนั้น บันทึกเหล่านั้นก็ถูกวางบนถาด (ของตาชั่งข้างหนึ่ง) และการ์ดนั้นก็ถูกวางบนถาด (อีกข้างหนึ่ง) ดังนั้นบรรดาบันทึกจะมีน้ำหนักเบาและการ์ดใบนั้นจะหนัก เพราะไม่มีสิ่งใดจะมีน้ำหนักเมื่อเทียบกับพระนามของอัลลอฮ์”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัต-ตัรมีซีย์ เเละอิบนุมาญะฮ์