Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

11 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ระดับของหะดีษ

"ผู้ใดที่กล่าว :"ซุบฮานัลลอฮิวะบิฮัมดิฮ์"(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์ และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์) ในหนึ่งวันจำนวนหนึ่งร้อยครั้ง ความผิดต่างๆ ของเขาจะถูกทำให้ร่วงหล่นลงไปแม้มันจะมากมายเช่นฟองน้ำในทะเลก็ตาม"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
เขาได้มาพบท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วกล่าวว่า "โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ แท้จริงชัยฏอนได้ขวางระหว่างฉันกับการละหมาดของฉัน และการอ่านอัลกุรอานของฉันทำให้ฉันสับสน" ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "นั่นคือชัยฏอนที่มีชื่อเรียกว่า คินซับ/คินซิบ หากท่านรู้สึกอย่างนั้น จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากมัน และถ่มน้ำลายไปทางซ้ายของเจ้า 3 ครั้ง" เขากล่าว่า: ฉันทำอย่างนั้นและอัลลอฮ์ก็ทำให้มันหายจากฉันไป.
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ผู้ใดที่กล่าวว่า: “ลาอิลาฮะอิ้ลลัลลอฮ์ วะฮ์ดะฮูลาชะรีกะละฮ์ ละฮุ้ลมุลกุ วะละฮุ้ลฮัมดุ วะฮุวะอะลากุ้ลลิชัยอินก่อดี้ร" ในวันหนึ่ง เป็นจำนวน 100 ครั้ง สำหรับเขาแล้วจะได้รับผลบุญเทียบเท่ากับการปล่อยทาส 10 คน ได้รับการบันทึกผลบุญ 100 ผลบุญ ได้รับการปลดเปลื้องความผิด 100 ความผิด และเขาจะได้รับการปกป้องคุ้มกันให้พ้นจากชัยฏอนตลอดทั้งวันจนกระทั่งตกเย็น และจะไม่มีใครนำมาซึ่งสิ่งที่ประเสริฐกว่าสิ่งที่เขาทำได้เลยยกเว้นแต่ผู้ที่กล่าวสิ่งนี้มากกว่าเขาเท่านั้น"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตามที่ท่านรายงานจากอัลลอฮ์ ตะอาลา ซึ่งพระองค์ทรงตรัสว่า “เมื่อบ่าวคนหนึ่งได้ทำบาปอย่างหนึ่ง แล้วเขากล่าวว่า โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์โปรดอภัยโทษต่อความผิดของฉันด้วยเถิด อัลลอฮ์ ตะบารอกะวะตะอาลา ก็ตรัสว่า บ่าวของฉันทำบาปอย่างหนึ่ง และเขารู้ว่าเขามีพระเจ้าที่จะอภัยโทษให้หรือจะเอาโทษ แล้วเขาก็กลับไปทำบาปอีก แล้วกล่าวว่า โอ้ผู้อภิบาลของฉันโปรดอภัยโทษต่อความผิดของฉันด้วยเถิด อัลลอฮ์ ตะบารอกะวะตะอาลา ตรัสว่า บ่าวของฉันทำบาปอย่างหนึ่งและเขารู้ว่าเขามีพระเจ้าที่จะอภัยโทษให้หรือจะเอาโทษ หลังจากนั้น เขาก็กลับไปทำบาปอีก แล้วกล่าวว่า โอ้ผู้อภิบาลของฉันโปรดอภัยโทษต่อความผิดของฉันด้วยเถิด อัลลอฮ์ ตะบารอกะวะตะอาลา ตรัสว่า บ่าวของฉันทำบาปอย่างหนึ่งและเขารู้ว่าเขามีพระเจ้าที่จะอภัยโทษให้หรือจะเอาโทษ เจ้าจงทำในสิ่งที่เจ้าต้องการ ข้าก็จะอภัยโทษให้แก่เจ้า”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
และแท้จริง ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ออกไปหากลุ่มคนจากบรรดาเศาะฮาบะฮ์ของท่าน และถามว่า "อะไรทำให้พวกท่านนั่งอยู่ตรงนี้?" บรรดาเศาะฮาบะฮ์ตอบว่า "เรานั่งเพื่อรำลึกถึงอัลลอฮ์ และสรรเสริญพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงชี้นำเราสู่การเข้ารับอิสลาม และประทานความพอใจแห่งอิสลามแก่เรา" ท่านกล่าวว่า "พวกท่านสาบานต่ออัลลอฮ์ได้ไหมว่า ไม่มีสิ่งใดทำให้พวกท่านนั่งตรงนี้ นอกจากเพื่อการรำลึกถึงอัลลอฮ์เท่านั้น?" พวกเขาตอบว่า "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ไม่มีสิ่งใดทำให้พวกเรานั่งอยู่ที่นี่นอกจากเพื่อเรื่องนี้เท่านั้น" ท่านเราะซูลุลลอฮ์กล่าวว่า "แท้จริงฉันไม่ต้องการขอคำสาบานจากพวกท่าน เพราะคิดไม่ดีต่อพวกท่านหรอก แต่มลาอิกะฮ์ญิบรออีลได้มาหาฉันและบอกฉันว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอวดพวกท่านต่อหน้าเหล่าบรรดามลาอิกะฮ์"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงกลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮฺ) ต่ออัลลอฮฺ เถิด เพราะแท้จริงฉัน กลับเนื้อกลับตัวต่อพระองค์วันละร้อยครั้ง"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“เมื่อมุอัซซิน (ผู้ประกาศเมื่อถึงเวลาละหมาด) กล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร"(อัลลอฮ์ผู้ยิ่งใหญ่) ดังนั้นคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าก็กล่าวตามว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร" จากนั้นเขากล่าวว่า 'อัชฮะดู อันลา อิลาฮะอิลลัลลอฮ์" (ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์) และเขาก็กล่าวตามว่า "อัชฮะดูอันลา อิลาฮะอิลลัลลอฮ์" และจากนั้นเขากล่าวว่า "อัชฮาดู อันนา มูฮัมมะดัรเราะซูลุลลอฮ์" (ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่ามูฮัมมัดเป็นเราะซูลของอัลลอฮ์) และเขาก็กล่าวตามว่า "อัชฮาดู อันนา มูฮัมมะดัรเราะซูลุลลอฮ์" จากนั้นเขากล่าวว่า "หัยยา อาลัศ เศาะลาฮ์" (จงมาละหมาดกันเถิด) และเขาก็กล่าวตามว่า "ลาเฮาลา วะลา กุววาตา อิลลา บิลลาฮ์" (ไม่มีอำนาจหรือกำลังใดๆ เว้นแต่ด้วยการอนุมัติจากอัลลอฮ์) แล้วเขากล่าวว่า "หัยยา อะลัล ฟะลาห์" (จงมาสู่ความสำเร็จกันเถิด) และเขาก็กล่าวตามว่า 'ลาเฮาลา วาลา กุววาตา อิลลา บิลลาฮ์" และ จากนั้นเขากล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร" แล้วเขาก็กล่าวตามว่า 'อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร' แล้วเขากล่าวว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์" และเขาก็กล่าวตามว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์" จากใจของเขา เขาจะได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
มีคนกลุ่มหนึ่งจากบรรดาสาวกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวแก่ท่านนบี ว่า: “โอ้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คนที่ร่ำรวยพวกเขาเอาผลบุญไปหมดแล้ว พวกเขาละหมาดเหมือนกับพวกเราละหมาด พวกเขาถือศีลอดเหมือนกับพวกเรา และพวกเขาทำศอดาเกาะห์ด้วยกับทรัพย์สินที่มีอย่างเหลือล้นของพวกเขา” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวตอบว่า “มิใช่อัลลอฮ์หรอกหรือ ที่ได้ทรงทำให้พวกเจ้าสามารถที่จะทำศอดาเกาะห์ได้? นั่นก็เพราะว่าในทุกๆการกล่าวว่า “ซุบฮานัลลอฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “อัลลอฮุอักบัร” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “อัลฮัมดุลิ้ลละฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “ลาอิลาฮะอิ้ลลัลลอฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และการใช้กันให้ทำความดีคือการทำศอดะเกาะห์ และการห้ามปรามกันมิให้ทำความชั่ว คือการทำศอดะเกาะห์ และการมีเพศสัมพันธ์ของพวกท่าน(กับภรรยา) คือการทำศอดะเกาะห์” บรรดาสาวกจึงกล่าวต่อว่า : “โอ้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เวลาที่พวกเรามีความต้องการและร่วมหลับนอนกับภรรยาของพวกเรานั้นได้ผลบุญด้วยหรือ?” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงได้ตอบว่า “พวกท่านเห็นหรือไม่ว่า ถ้าหากว่าคนหนึ่งมีเพศสัมพันธ์ที่ต้องห้าม -ทำซินา- นั่นมีความผิดใช่หรือไม่? ดังนั้นถ้ามีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง(ฮะลาล)นั่นก็มีผลบุญ”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม