Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

98 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง
“ไม่มีใครที่ทำบาป จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นอาบน้ำละหมาด แล้วทำการละหมาด จากนั้นก็ขอการอภัยโทษจากอัลลอฮ์ นอกจากอัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษให้แก่เขา” หลังจากนั้นท่านก็อ่านโองการที่ว่า {وَالَّذِينَ إِذَا فَعَلُوا فَاحِشَةً أَوْ ظَلَمُوا أَنْفُسَهُمْ ذَكَرُوا اللهَ فَاسْتَغْفَرُوا لِذُنُوبِهِمْ} [آل عمران: 135].ความว่า"{และบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขากระทำความผิดหรืออธรรมต่อตนเองแล้ว พวกเขาก็รำลึกถึงอัลลอฮ์ และขออภัยโทษต่อความผิดของพวกเขา}"(อาลา-อิมรอน:135)
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ อันนะซาอีย์ในหนังสืออัลกุบรอ อิบนุมาญะฮ์ และอะห์มัด
ฉัน (หมายถึงหะกีม) ขอ (ทรัพย์) จากท่านร่อซูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วท่านก็ให้ฉัน ต่อมาฉันก็ขออีก แล้วท่านก็ให้ฉันอีก แล้วท่านกล่าวกับฉันว่า:"โอ้หะกีม แท้จริงทรัพย์สินนั้นเขียวสดและหวาน (น่าปรารถนา) ใครก็ตามที่รับมันด้วยจิตใจที่ไม่โลภ ก็จะได้รับความศิริมงคลในทรัพย์นั้น และผู้ใดที่รับมันด้วยความละโมบ ก็จะไม่ได้รับความศิริมงคล และเขาจะเป็นดั่งคนที่กินแล้วไม่อิ่ม และมือที่อยู่ด้านบนย่อมดีกว่ามือที่อยู่ด้านล่าง" หะกีมกล่าวว่า: “โอ้ท่านร่อซูลของอัลลอฮฺ ขอสาบานต่อผู้ทรงส่งท่านมาด้วยสัจธรรม ฉันจะไม่ขอสิ่งใดจากใครเลยหลังจากท่าน จนกว่าฉันจะจากโลกนี้ไป” หลังจากนั้น อบูบักร ได้เรียกหะกีมเพื่อจะมอบทรัพย์ให้เขา แต่เขาปฏิเสธที่จะรับ แล้วต่อมา อุมัร ก็เรียกเขาเพื่อจะมอบทรัพย์ให้ แต่เขาก็ยังปฏิเสธอีก อุมัรจึงกล่าวว่า: “โอ้กลุ่มชนมุสลิม! แท้จริงฉันเสนอสิทธิ์ของเขาที่อัลลอฮฺทรงกำหนดไว้ในทรัพย์ที่ได้มานี้แก่เขา แต่เขากลับปฏิเสธที่จะรับมัน” และหะกีมก็ไม่เคยขอหรือรับอะไรจากใครเลยหลังจากท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จนกระทั่งเขาเสียชีวิต ขออัลลอฮฺทรงเมตตาเขาเถิด
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ความตายจะถูกนำมาโดยถูกจำแลงเป็นแกะอ้วนตัวหนึ่ง พลันมีผู้ประกาศมาประกาศว่า “โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย!” พวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย" ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน แล้วมีเสียงประกาศอีกว่า “โอ้ชาวนรกทั้งหลาย!” แล้วพวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย” ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน ทันใดนั้นความตายก็ถูกเชือด จากนั้นผู้ประกาศก็กล่าวว่า "โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะ มันจะไม่มีความตายอีกแล้ว โอ้ ชาวนรกทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะและไม่มีความตายอีกแล้ว” จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็อ่านโองการที่ว่า{وَأَنْذِرْهُمْ يَوْمَ الحَسْرَةِ إِذْ قُضِيَ الأَمْرُ وَهُمْ فِي غَفْلَةٍ} [مريم: 39]، وَهَؤُلاَءِ فِي غَفْلَةٍ أَهْلُ الدُّنْيَا {وَهُمْ لاَ يُؤْمِنُونَ} [مريم: 39]» "และเจ้าจงเตือนสำทับพวกเขาถึงวันแห่งความเสียใจ เมื่อกิจการนั้นถูกตัดสิน และพวกเขาอยู่ในการหลงลืม{39} (ซึ่งพวกที่อยู่สภาพที่หลงลืมคือผู้ที่หลงไหลกับดุนยา)และพวกเขาไม่ศรัทธา" [ซูเราะฮ์มัรยัม : 39]
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ผู้ที่ขออัลลอฮ์ให้ได้รับความตายเป็นชะฮีดด้วยความสัตย์จริง อัลลอฮ์จะให้เขาเข้าถึงตำแหน่งของชะฮีด แม้เขาจะตายบนเตียงของเขาเอง”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"พวกเจ้าจงออกห่างจากเจ็ดสิ่งอันตรายที่จะนำมาซึ่งความพินาศ" บรรดาเศาะฮาบะฮ์ถามว่า: โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ สิ่งเหล่านั้นคืออะไร? ท่านนบีกล่าวว่า: "การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ การทำไสยศาสตร์ การฆ่าชีวิตที่อัลลอฮ์ทรงห้ามยกเว้นการฆ่าที่เป็นที่อนุมัติ การกินดอกเบี้ย การกินทรัพย์สินเด็กกำพร้า การหนีจากสนามรบ และการใส่ร้ายหญิงบริสุทธิ์ว่าผิดประเวณี".
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“จะมีผู้กล่าวเรียกว่า: แท้จริงสำหรับพวกเจ้าที่จะมีสุขภาพดีและไม่เจ็บป่วยตลอดไป แท้จริงสำหรับพวกเจ้าจะมีชีวิต(ตลอดไป)และไม่มีวันตาย และแท้จริงสำหรับพวกเจ้าทั้งหลายจะเป็นคนหนุ่มและไม่แก่ตลอดไป แท้จริงพวกเจ้าจะได้รับความโปรดปราน และก็จะไม่มีวันสิ้นหวังตลอดไป” นั่นคือสิ่งที่พระผู้ทรงอำนาจตรัสว่า “ นั้นแหละคือสวนสวรรค์โดยที่พวกเจ้าได้รับมันไว้เป็นมรดก เนื่องด้วยสิ่งที่พวกเจ้าเคยกระทำกันไว้” (อัลอะอ์รอฟ : 43)
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ไม่มีโรคระบาด ไม่มีเรื่องลางดีลางร้าย ไม่มีเรื่องลางเกี่ยวกับนกฮูกและเดือนซอฟัร และจงหนีจากคนที่เป็นโรคเรื้อนเหมือนหนีจากสิงโต"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ผู้ที่ได้รับความสำเร็จ คือ คนได้รับอิสลามอย่างแท้จริง และเขาได้รับปัจจัยยังชีพที่เพียงพอ และอัลลอฮ์ได้ให้เขาซึ่งความพึงพอใจในสิ่งที่พระองค์ได้ประทานให้แก่เขา"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม