Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

14 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ระดับของหะดีษ

“ไม่มีเจ้าของทองและเจ้าของเงินคนใดที่ไม่ยอมจ่ายสิทธิของมัน(จ่ายซะกาต) เว้นแต่ในวันกิยามะฮ์จะมีแท่นหลายแท่นทำจากไฟนรก ถูกทำขึ้นสำหรับเขา แล้วมันจะถูกเผาให้ร้อนในไฟนรกญะฮันนัม แล้วถูกนำมานาบที่สีข้างของเขา และหน้าผากของเขา เเละหลังของเขา ทุกครั้งที่มันเย็นลง มันจะถูกนำมาทำให้ร้อนซ้ำแก่เขาอีก ในวันหนึ่งที่ความยาวนานของมันเท่ากับห้าหมื่นปี จนกระทั่งการพิพากษาระหว่างปวงบ่าวได้เสร็จสิ้นลง เขาจึงจะได้เห็นเส้นทางของเขา ว่าจะไปสู่สวรรค์หรือไม่ก็ไปยังนรก”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ผู้หญิงคนหนึ่งมาหาฉันพร้อมลูกสาวสองคนเพื่อขอบริจาคจากฉัน แต่ฉันไม่มีสิ่งใดที่จะให้เขาเว้นแต่ลูกอินผาลัมลูกเดียวเท่านั้น ฉันจึงให้เขา และเขาก็ได้แบ่งให้ลูกสาวสองคนของเขา แล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินออกไป และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮ์ อลัยฮิ วะสัลลัมก็เดินเข้ามา แล้วฉันก็ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านฟัง ท่านจึงกล่าวว่า: “ ผู้ใดที่เป็นผู้ปกครองของเด็กผู้หญิงเหล่านี้ ก็ให้เขาทำดีต่อพวกเขา พวกเขาจะเป็นผู้ปิดกั้นสำหรับเขาจากไฟนรก”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“อิสลามถูกสร้างขึ้นบนหลักห้าประการ คือ ปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮ์ และมุฮัมหมัดคือบ่าวและศาสนทูตของพระองค์ ดำรงการละหมาด จ่ายซะกาต บำเพ็ญหัจญ์ ณ บัยตุลลอฮ์ และถือศีลอดในเดือนเราะมาฎอน”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์และมุสลิม
"การบริจาคทานนั้นมิได้ทำให้ทรัพย์สินลดน้อยลง และอัลลอฮ์จะไม่ทรงเพิ่มพูนสิ่งใดให้แก่บ่าวคนหนึ่งที่ให้อภัยต่อผู้อื่น นอกจากเกียรติยศ และจะไม่มีผู้ใดที่นอบน้อมถ่อมตนต่ออัลลอฮ์ นอกจากอัลลอฮ์จะทรงยกเขา"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
มีคนกลุ่มหนึ่งจากบรรดาสาวกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวแก่ท่านนบี ว่า: “โอ้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คนที่ร่ำรวยพวกเขาเอาผลบุญไปหมดแล้ว พวกเขาละหมาดเหมือนกับพวกเราละหมาด พวกเขาถือศีลอดเหมือนกับพวกเรา และพวกเขาทำศอดาเกาะห์ด้วยกับทรัพย์สินที่มีอย่างเหลือล้นของพวกเขา” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวตอบว่า “มิใช่อัลลอฮ์หรอกหรือ ที่ได้ทรงทำให้พวกเจ้าสามารถที่จะทำศอดาเกาะห์ได้? นั่นก็เพราะว่าในทุกๆการกล่าวว่า “ซุบฮานัลลอฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “อัลลอฮุอักบัร” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “อัลฮัมดุลิ้ลละฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “ลาอิลาฮะอิ้ลลัลลอฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และการใช้กันให้ทำความดีคือการทำศอดะเกาะห์ และการห้ามปรามกันมิให้ทำความชั่ว คือการทำศอดะเกาะห์ และการมีเพศสัมพันธ์ของพวกท่าน(กับภรรยา) คือการทำศอดะเกาะห์” บรรดาสาวกจึงกล่าวต่อว่า : “โอ้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เวลาที่พวกเรามีความต้องการและร่วมหลับนอนกับภรรยาของพวกเรานั้นได้ผลบุญด้วยหรือ?” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงได้ตอบว่า “พวกท่านเห็นหรือไม่ว่า ถ้าหากว่าคนหนึ่งมีเพศสัมพันธ์ที่ต้องห้าม -ทำซินา- นั่นมีความผิดใช่หรือไม่? ดังนั้นถ้ามีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง(ฮะลาล)นั่นก็มีผลบุญ”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ขณะที่เรานั่งอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในมัสยิด มีชายคนหนึ่งขี่อูฐมา เขาให้อูฐของเขาคุกเข่าลงในมัสยิด จากนั้นก็ผูกมัดมัน และกล่าวว่า “ใครในหมู่พวกท่านคือมุฮัมมัด?” ซึ่งขณะนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กำลังนั่งเอนกายท่ามกลางพวกเรา เราตอบว่า: "ชายผิวขาวผู้นี้ที่กำลังนั่งเอนกาย" ชายผู้นั้นกล่าวกับท่านว่า “โอ้ บุตรของอับดุลมุฏฏอลิบ!” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "ฉันตอบรับคำถามของท่าน" ชายผู้นั้นกล่าวกับท่านนบีว่า: "ฉันอยากจะถามอะไรท่านสักอย่างและคงยากสำหรับท่านกับคำถามนี้ ดังนั้นอย่าโกรธกัน" ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "จงถามมาในสิ่งใดก็ตามที่ท่านต้องการ" ชายคนนั้นกล่าวว่า "ฉันขอวิงวอนขอต่อพระผู้อภิบาลของท่าน และพระผู้อภิบาลของผู้ที่มาก่อนท่าน อัลลอฮ์ได้ส่งท่านมาเป็นเราะซูลแก่มวลมนุษยชาติใช่หรือไม่?" ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตอบว่า: "โอ้แด่อัลลอฮ์ ใช่แล้ว" ชายผู้นั้นกล่าวต่อไปว่า "ฉันขอวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ อัลลอฮ์ได้ทรงสั่งท่านให้เราทำการละหมาด 5 ครั้งในวันหนึ่งและคืนหนึ่งใช่หรือไม่? ท่านตอบว่า "โอ้แด่อัลลอฮ์ ใช่แล้ว" ชายผู้นั้นกล่าวต่อไปว่า "ฉันขอวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ อัลลอฮ์ทรงสั่งให้เราถือศีลอดในเดือนนี้ของทุกปีใช่หรือไม่? เขาตอบว่า "โอ้แด่อัลลอฮ์ ใช่แล้ว" ชายผู้นั้นกล่าวว่า "ฉันขอวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ อัลลอฮ์ได้ทรงสั่งให้ท่านรับการบริจาคนี้จากคนมั่งมีในหมู่พวกเราและทำการแจกจ่ายให้แก่คนยากจนในหมู่พวกเราใช่หรือไม่? ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตอบว่า: "โอ้แด่อัลลอฮ์ ใช่แล้ว" จากนั้นชายคนนั้นกล่าวว่า: "ฉันศรัทธาในสิ่งที่ท่านนำมา และฉันเป็นตัวแทนที่ถูกส่งมาจากคนของฉันในฐานะผู้ส่งสาร ฉันคือดิมาม บิน ษะละบะฮ์ จากพี่น้องของบนูสะอัด บิน บักร์ "
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม