Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

19 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง
"ผู้ใดที่สาบานอย่างเท็จเพื่อให้ได้ทรัพย์สินของบุคคลมุสลิมมาโดยไม่ชอบธรรม ผู้นั้นจะได้พบอัลลอฮ์ในสภาพที่พระองค์ทรงกริ้วเขา " อัชชะอัษกล่าวว่า: "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ เรื่องนี้เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าเอง มีข้อพิพาทระหว่างข้าพเจ้าและชายยิวคนหนึ่งเกี่ยวกับที่ดิน เขาปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิ์ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงนำเรื่องไปฟ้องท่านท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านนบีถามข้าพเจ้าว่า: 'ท่านมีหลักฐานหรือไม่?' ข้าพเจ้าตอบว่า: 'ไม่มี' ท่านนบีจึงกล่าวกับชายยิวนั้นว่า: 'จงสาบาน' ข้าพเจ้ากล่าวว่า: 'โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ หากเขาสาบาน เขาก็จะเอาทรัพย์สินของข้าพเจ้าไป' จากนั้นอัลลอฮ์ได้ประทานโองการที่ว่า:"แท้จริงบรรดาผู้ที่แลกเปลี่ยนพันธสัญญาของอัลลอฮ์และคำสาบานของพวกเขาเป็นราคาที่เล็กน้อย..." (จนถึงตอนท้ายของโองการ)"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“ไม่มีเจ้าของทองและเจ้าของเงินคนใดที่ไม่ยอมจ่ายสิทธิของมัน(จ่ายซะกาต) เว้นแต่ในวันกิยามะฮ์จะมีแท่นหลายแท่นทำจากไฟนรก ถูกทำขึ้นสำหรับเขา แล้วมันจะถูกเผาให้ร้อนในไฟนรกญะฮันนัม แล้วถูกนำมานาบที่สีข้างของเขา และหน้าผากของเขา เเละหลังของเขา ทุกครั้งที่มันเย็นลง มันจะถูกนำมาทำให้ร้อนซ้ำแก่เขาอีก ในวันหนึ่งที่ความยาวนานของมันเท่ากับห้าหมื่นปี จนกระทั่งการพิพากษาระหว่างปวงบ่าวได้เสร็จสิ้นลง เขาจึงจะได้เห็นเส้นทางของเขา ว่าจะไปสู่สวรรค์หรือไม่ก็ไปยังนรก”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"พวกเจ้าจงมอบของขวัญให้กันและกัน แล้วพวกเจ้าจะรักกัน"
หะซัน บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ ในหนังสืออัลอะดับ อัลมุฟร็อต อะบู ยะอฺลา และอัล-บัยฮะกีย์
“ทองคำแลกทองคำเป็นดอกเบี้ย นอกจากต่างฝ่ายต่างรับกันไปในเวลานั้นเลย ข้าวสาลีแลกข้าวสาลีเป็นดอกเบี้ย นอกจากต่างฝ่ายต่างรับกันไปในเวลานั้นเลย ข้าวบาร์เลย์แลกข้าวบาร์เลย์เป็นดอกเบี้ย นอกจากต่างฝ่ายต่างรับกันไปในเวลานั้นเลย อินทผลัมแห้งแลกอินทผลัมแห้งเป็นดอกเบี้ย นอกจากต่างฝ่ายต่างรับกันไปในเวลานั้นเลย"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ฉันมาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม พร้อมกับพรรคพวกของฉัน โดยหวังจะขอยานพาหนะจากท่าน (สัตว์สำหรับขี่บรรทุกหรือลากเข็น) ท่านพูดว่า: "ขอสาบานด้วยพระเจ้า ฉันไม่อาจให้ยานพาหนะแก่พวกเจ้า ฉันไม่มียานพาหนะที่จะให้แก่พวกเจ้า” จากนั้นเราก็พักอยู่กับท่านได้สักพัก ก็ได้มีอูฐ(จำนวนหนึ่ง)ถูกนำมาให้ท่าน ดังนั้นท่านจึงสั่งมอบอูฐให้เราสามตัว เมื่อเราออกเดินทาง พวกเราบางคนก็พูดกันว่า: พระเจ้าคงไม่ทรงประทานความจำเริญแก่เราหรอก เราไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วเราก็ได้ขอยานพาหนะจากท่าน แต่ท่านกลับสาบานว่าจะไม่ให้ยานพาหนะแก่เรา และท่านก็ให้มันแก่เรา อบู มูซา กล่าวว่า: เราได้ไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวแก่ท่าน และท่านกล่าวว่า: “ไม่ใช่ฉันที่จะให้ยานพาหนะแก่สูเจ้า แต่พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประทานให้แก่สูเจ้า ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮ์ - หากพระเจ้าทรงประสงค์” - ฉันจะไม่สาบาน และฉันคิดว่ามีสิ่งอื่นดีกว่านั้น เว้นแต่ฉันจะชดใช้คำสาบานของฉัน และฉันจะนำมาในสิ่งที่ดีกว่านั้น”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
“การที่คนๆ หนึ่งเอาเชือกไปมัดฟืนแล้วแบกใส่หลังเพื่อนำไปขาย ซึ่งอัลลอฮ์ทรงให้เขามีความพอเพียงที่ได้ดำรงชีวิตจากอาชีพขายฟืนนั้น ย่อมเป็นความดีสำหรับเขายิ่งกว่าการที่เขาจะไปขอจากผู้อื่น เพราะมนุษย์นั้น บางทีก็ให้ บางทีก็ไม่ให้”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
“อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า: บุคคลสามจำพวกที่ฉันจะเป็นคู่กรณีกับพวกเขาในวันกิยามะฮ์ คนที่ได้สัญญากับฉันแล้วเขาผิดสัญญา คนที่ขายมนุษย์ที่เป็นไท(ไม่ใช่ทาส) แล้วกินเงินนั้น และคนที่จ้างคนงานแล้วได้ทำงานตามสัญญา แต่เขาไม่ยอมจ่ายค่าแรงของเขา”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
"ไม่สมควรที่มุสลิมคนใดที่มีภาระเหนือเขาจะต้องสั่งเสีย เขาจะนอนในเวลาสามคืน นอกจากว่าเขาจะต้องเขียนพินัยกรรมไว้ อับดุลลอฮ์ บิน อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ไม่เคยมีคืนใดผ่านไป หลังจากที่ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม พูดอย่างนั้น เว้นแต่ฉันจะมีพินัยกรรมที่ได้เขียนไว้"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม