Skip to content
839 Hadiths

Encyclopedia of Prophetic Hadiths

กรองผลลัพธ์

19 จาก 839 การ์ด

ล้างตัวกรอง

ระดับของหะดีษ

"โอ้ อบุลมุนซิร ท่านรู้หรือไม่ว่าโองการใดในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ที่มีอยู่กับท่านที่ยิ่งใหญ่ที่สุด?” ฉันตอบว่า: "อัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์รู้ดีที่สุด" ท่านกล่าวว่า “โอ้ อบุลมุนซิร ท่านรู้หรือไม่ว่าโองการใดในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ที่ท่านมีนั้นยิ่งใหญ่ที่สุด” ฉันกล่าวว่า: {اللهُ لا إِلَهَ إِلا هُوَ الْحَيُّ الْقَيُّومُ} [ซูเราะฮ์ อัลบะเกาะเราะฮ์ : 255] จากนั้น ท่านก็ตบที่หน้าอกของฉันและกล่าวว่า: "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ขอให้ความรู้เป็นที่พอใจสำหรับท่าน โอ้ อบุลมุนซิร"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
“ความตายจะถูกนำมาโดยถูกจำแลงเป็นแกะอ้วนตัวหนึ่ง พลันมีผู้ประกาศมาประกาศว่า “โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย!” พวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย" ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน แล้วมีเสียงประกาศอีกว่า “โอ้ชาวนรกทั้งหลาย!” แล้วพวกเขาก็จะชะเง้อหน้าแล้วมองดู แล้วผู้ประกาศนั้นก็กล่าวว่า “พวกท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่ ?” พวกเขาตอบว่า “ใช่แล้ว นี่คือความตาย” ซึ่งพวกเขาทุกคนจะเห็นมัน ทันใดนั้นความตายก็ถูกเชือด จากนั้นผู้ประกาศก็กล่าวว่า "โอ้ชาวสวรรค์ทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะ มันจะไม่มีความตายอีกแล้ว โอ้ ชาวนรกทั้งหลาย นี่คือความเป็นอมตะและไม่มีความตายอีกแล้ว” จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็อ่านโองการที่ว่า{وَأَنْذِرْهُمْ يَوْمَ الحَسْرَةِ إِذْ قُضِيَ الأَمْرُ وَهُمْ فِي غَفْلَةٍ} [مريم: 39]، وَهَؤُلاَءِ فِي غَفْلَةٍ أَهْلُ الدُّنْيَا {وَهُمْ لاَ يُؤْمِنُونَ} [مريم: 39]» "และเจ้าจงเตือนสำทับพวกเขาถึงวันแห่งความเสียใจ เมื่อกิจการนั้นถูกตัดสิน และพวกเขาอยู่ในการหลงลืม{39} (ซึ่งพวกที่อยู่สภาพที่หลงลืมคือผู้ที่หลงไหลกับดุนยา)และพวกเขาไม่ศรัทธา" [ซูเราะฮ์มัรยัม : 39]
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
เมื่ออัลลอฮ์ได้ทรงประทานแก่ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม โองการที่ว่า: {لِلَّهِ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَمَا فِي الْأَرْضِ وَإِنْ تُبْدُوا مَا فِي أَنْفُسِكُمْ أَوْ تُخْفُوهُ يُحَاسِبْكُمْ بِهِ اللهُ فَيَغْفِرُ لِمَنْ يَشَاءُ وَيُعَذِّبُ مَنْ يَشَاءُ وَاللهُ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ} [البقرة: 284]، ความว่า: "สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้า และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้น เป็นสิทธิของอัลลอฮ์ และถ้าหากพวกเจ้าเปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจของพวกเจ้า หรือปกปิดมันไว้ก็ตาม อัลลอฮฺจะทรงนำสิ่งนั้นมาชำระสอบสวนแก่พวกเจ้า แล้วพระองค์จะทรงอภัยโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง" ท่านกล่าวว่า: เรื่องนี้เป็นเรื่องยากลำบากมากสำหรับเหล่าสหายของท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ดังนั้นพวกเขาจึงมาหาท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม จากนั้นก็คุกเข่าลง พวกเขากล่าวว่า: โอ้ ท่านศาสดาแห่งอัลลอฮ์ เราได้รับมอบหมายให้กระทำการต่างๆ ที่เราสามารถทำได้ นั่นคือ การละหมาด การถือศีลอด ญิฮาด และบริจาคทาน อายะห์นี้ถูกประทานลงมาแก่ท่านแล้ว และพวกเราไม่สามารถกระทำมันได้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: “พวกเจ้าปรารถนาที่จะกล่าวดังที่ชาวคัมภีร์ได้กล่าวไว้ก่อนหน้าพวกเจ้าว่า ‘เราได้ยินแล้วและเราฝ่าฝืน’ กระนั้นหรือ? จงกล่าวว่า: ‘เราได้ยินแล้วและเราเชื่อฟัง เราขออภัยโทษต่อพระองค์ โอ้พระผู้เป็นเจ้าของเรา และไปยังพระองค์คือจุดหมายปลายทางสุดท้าย พวกเขากล่าวว่า: เราได้ยินแล้วและเราเชื่อฟัง เราขออภัยโทษจากพระองค์ พระเจ้าของเรา และจุดหมายปลายทางสุดท้ายคือพระองค์ ดังนั้นเมื่อผู้คนอ่านมัน ลิ้นของพวกเขาก็อ่อนลงเพราะมัน จากนั้นพระผู้เป็นเจ้าทรงประทานภายหลังว่า: {آمَنَ الرَّسُولُ بِمَا أُنْزِلَ إِلَيْهِ مِنْ رَبِّهِ وَالمُؤْمِنُونَ كُلٌّ آمَنَ بِاللهِ وَمَلَائِكَتِهِ وَكُتُبِهِ وَرُسُلِهِ لَا نُفَرِّقُ بَيْنَ أَحَدٍ مِنْ رُسُلِهِ وَقَالُوا سَمِعْنَا وَأَطَعْنَا غُفْرَانَكَ رَبَّنَا وَإِلَيْكَ المَصِيرُ} [البقرة: 285]، ความว่า: "เราะซูลนั้น (นบีมุฮัมมัด) ได้ศรัทธาต่อสิ่งที่ได้ถูกประทานลงมาแก่เขา จากพระเจ้าของเขา และมุอ์มินทั้งหลายก็ศรัทธาด้วย ทุกคนศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และมลาอิกะฮ์ของพระองค์ และบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ และบรรดาเราะซูลของพระองค์ (พวกเขากล่าวว่า) เราจะไม่แยกระหว่างท่านหนึ่งท่านใดจากบรรดาเราะซูลของพระองค์ และพวกเขาได้กล่าวว่า เราได้ยินแล้ว และได้ปฏิบัติตามแล้ว การอภัยโทษจากพระองค์เท่านั้นที่พวกเราปรารถนา โอ้พระเจ้าของพวกเรา! และยังพระองค์นั้น คือการกลับไป" เมื่อพวกเขากระทำอย่างนั้น พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทรงยกเลิกมัน และพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทรงประทานว่า: {لَا يُكَلِّفُ اللهُ نَفْسًا إِلَّا وُسْعَهَا لَهَا مَا كَسَبَتْ وَعَلَيْهَا مَا اكْتَسَبَتْ رَبَّنَا لَا تُؤَاخِذْنَا إِنْ نَسِينَا أَوْ أَخْطَأْنَا} [البقرة: 286] ความว่า: "อัลลอฮ์จะไม่ทรงบังคับชีวิตหนึ่งชีวิตใดนอกจากตามความสามารถของชีวิตนั้นเท่านั้น ชีวิตนั้นจะได้รับการตอบแทนดีในสิ่งที่เขาได้แสวงหาไว้ และชีวิตนั้นจะได้รับการลงโทษในสิ่งชั่วที่เขาได้แสวงหาไว้ โอ้พระเจ้าของพวกเรา! โปรดอย่าเอาโทษแก่เราเลย หากพวกเราลืม หรือผิดพลาดไป" เขาพูดว่า: "ใช่" {رَبَّنَا وَلَا تَحْمِلْ عَلَيْنَا إِصْرًا كَمَا حَمَلْتَهُ عَلَى الَّذِينَ مِنْ قَبْلِنَا} [البقرة: 286] ความว่า: "โอ้พระเจ้าของพวกเรา! โปรดอย่าได้บรรทุกภาระหนักใด ๆ แก่พวกเรา เช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงบรรทุกมัน แก่บรรดาผู้ที่อยู่ก่อนหน้าพวกเรามาแล้ว" เขาพูดว่า: "ใช่" {وَاعْفُ عَنَّا وَاغْفِرْ لَنَا وَارْحَمْنَا أَنْتَ مَوْلَانَا فَانْصُرْنَا عَلَى الْقَوْمِ الكَافِرِينَ} [البقرة: 286] ความว่า: "และโปรดได้ทรงอภัยแก่พวกเราและยกโทษให้แก่พวกเรา และเมตตาแก่พวกเราด้วยเถิด พระองค์นั้น คือ ผู้ปกครองของพวกเรา ดังนั้นโปรดได้ทรงช่วยเหลือพวกเราให้ได้รับชัยชนะเหนือกลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธาด้วยเถิด" เขาพูดว่า: "ใช่"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
"ครั้งหนึ่งฉันเป็นผู้รินเครื่องดื่มให้กับกลุ่มคนในบ้านของอบู ฏ็อลหะฮ์ และเหล้าของพวกเขามาจากการหมักผลอินทผลัม จากนั้นท่านศาสดามุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สั่งให้ผู้ประกาศป่าวประกาศว่า: "จงรู้เถิดว่า แท้จริงเครื่องดื่มมึนเมาได้ถูกห้ามแล้ว" อบู ฏ็อลหะฮ์จึงสั่งให้ฉันออกไปเทเครื่องดื่มเหล่านั้นทิ้ง ฉันจึงออกไปและเทมันจนไหลไปตามถนนในเมืองมะดีนะฮ์ บางคนในกลุ่มนั้นกล่าวว่า: "พวกคนที่ถูกฆ่าขณะที่เครื่องดื่มมึนเมายังคงอยู่ในกระเพาะของพวกเขาจะเป็นอย่างไร?" จากนั้นอัลลอฮ์ได้ประทานอายะฮ์นี้ลงมา: “ไม่มีความผิดใดๆ แก่ผู้ศรัทธาและปฏิบัติสิ่งดีงามในสิ่งที่พวกเขาเคยบริโภค (ก่อนที่จะมีข้อห้าม)” (อัลมาอิดะฮ์: 93)"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
"ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะรำลึกถึงอัลลอฮ์ในทุกๆ เวลาหรือทุกๆ กิจกรรมของท่าน"
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
เมื่อครั้งที่อบูฎอลิบใกล้จะเสียชีวิต ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เข้าไปหาเขา แล้วพบว่ามีอบูญะฮัลและอับดุลลอฮ์ บิน อบูอุมัยยะฮ์ บิน อัลมุฆีเราะฮ์ร่วมอยู่ด้วย แล้วท่านเราะซูลก็กล่าวว่า "โอ้ลุงของฉัน จงกล่าว ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์ (ไม่มีพระเจ้าที่แท้จริงที่ควรเคารพภักดี นอกจากอัลลอฮ์) ซึ่งเป็นคำที่ฉันจะใช้พิพาทให้แก่ท่านต่อหน้าอัลลอฮ์" อบูญะฮัลและอับดุลลอฮ์ บิน อบูอุมัยยะฮ์ กล่าวถามอบูฏอลิบว่า เจ้าจะละทิ้งศาสนาของอับดุลมุฏเฏาะลิบกระนั้นหรือ? ท่านเราะซูลก็ยังคงเสนอให้อบูฏอลิบกล่าวคำดังกล่าว และทั้งสองก็ตอบกลับด้วยคำพูดเช่นเดิม จนกระทั่งอบูฏอลิบกล่าวคำสุดท้ายว่า ฉันจะอยู่บนศาสนาของอับดุลมุฏเฏาะลิบ และปฏิเสธที่จะกล่าว ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์ บิดาของซะอีดกล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ แน่นอน ฉันจะขออภัยโทษให้แก่เจ้า ตราบใดที่ฉันยังไม่ถูกห้ามจากเจ้า" จากนั้นอัลลอฮ์ก็ประทานอายะฮ์ลงมาว่า {ไม่สมควรแก่นะบีและบรรดาผู้ศรัทธาที่จะขออภัยโทษให้แก่พวกตั้งภาคี} [อัตเตาบะฮ์ : 113] และพระองค์ประทานอายะฮ์เกี่ยวกับอบูฏอลิบ โดยกล่าวแก่เราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า {แท้จริง เจ้าไม่สามารถที่จะชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่เจ้ารักได้ แต่อัลลอฮ์ทรงชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์} [อัลเกาะศ็อศ: 56]
เศาะฮีห์ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
”จงอ่านอัลกุรอานเถิด เพราะแท้จริงมันจะมาเป็นผู้ช่วยขอความเมตตา (ชะฟาอฺ) ให้แก่ผู้เป็นสหายของมันในวันกิยามะฮฺ และจงอ่านสองซูเราะฮฺที่ส่องแสง คือ ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ และซูเราะฮฺอาลิ ‘อิมรอน เพราะแท้จริงทั้งสองจะมาปรากฏในวันกิยามะฮฺ ประหนึ่งเป็นกลุ่มเมฆสองกลุ่ม หรือประหนึ่งเป็นเงาทึบสองเงา หรือประหนึ่งเป็นหมู่ของนกที่แผ่ปีกบินเรียงแถว ซึ่งจะทำหน้าที่โต้แย้งแทนผู้ที่เป็นสหายของมัน จงอ่านซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺเถิด เพราะแท้จริงการยึดมั่นมันคือความจำเริญ และการละทิ้งมันคือความเสียใจ และพวกนักไสยศาสตร์ไม่สามารถรับมือกับมันได้”
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม
ขณะฉันอยู่ที่ธรรมาสน์ของศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ชายคนหนึ่งกล่าวว่า: “ฉันไม่สนใจว่าหลังจากเข้ารับอิสลามแล้ว ฉันจะไม่ทำความดีใดๆ เลย นอกจากจะจัดหาน้ำให้ผู้ทำหัจญ์” อีกคนหนึ่งกล่าวว่า: “ฉันไม่สนใจว่าหลังจากเข้ารับอิสลามแล้ว ฉันจะไม่ทำความดีใดๆ เลย นอกจากจะธำรงรักษามัสยิดหะรอม” อีกคนหนึ่งกล่าวว่า: การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์นั้นดีกว่าสิ่งที่พวกเจ้าพูด อุมัรตำหนิพวกเขาและกล่าวว่า: อย่าได้เปล่งเสียงของพวกเจ้า ณ ธรรมาสน์ของศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์เลย ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม เพราะมันเป็นวันศุกร์อีกด้วย แต่เมื่อฉันละหมาดวันศุกร์ ฉันเข้าไปถามท่านถึงเรื่องที่ท่านมีความเห็นแตกต่างออกไป จากนั้นอัลลอฮ์ ผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ ได้ทรงประทานวะฮีย์แก่ท่าน ความว่า {พวกเจ้าได้ถือเอาการให้น้ำดื่มแก่ผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ และการบูรณะมัสยิดอัล-ฮะรอม ดั่งผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก.....” [อัตเตาบะฮ์: 19] ไปจนจบอายะฮ์
เศาะฮีห์ บันทึกโดย มุสลิม